<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Chob Accounting</title>
	<atom:link href="https://chobaccountingonline.co.th/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://chobaccountingonline.co.th/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 25 Aug 2026 07:28:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1</generator>

<image>
	<url>https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2025/01/cropped-Chob-Accounting-Logo-120x120.webp</url>
	<title>Chob Accounting</title>
	<link>https://chobaccountingonline.co.th/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>RBA คืออะไร ? ระบบประเมินความเสี่ยงของสรรพากรที่ธุรกิจควรรู้</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-risk-based-audit/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chob Accounting Team]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Aug 2026 07:28:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=22482</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึงการตรวจสอบภาษี เจ้าของธุรกิจหลายคนอาจนึกถึงการถูกเรียกตรวจสอบเอกสารจากเจ้าหน้าที่โดยตรง แต่ปัจจุบันกรมสรรพากรมีการนำข้อมูลของผู้เสียภาษีจากหลายด้านมาประกอบการประเมินความเสี่ยงมากขึ้น หนึ่งในแนวทางที่มักถูกพูดถึงคือ RBA หรือ Risk Based Audit ซึ่งช่วยให้การคัดกรองและตรวจสอบภาษีมีเป้าหมายมากขึ้น สำหรับเจ้าของธุรกิจ การเข้าใจว่า RBA สรรพากร ทำงานอย่างไร จึงมีประโยชน์มากกว่าการกังวลว่าจะถูกตรวจสอบหรือไม่ เพราะช่วยให้มองย้อนกลับมาที่การทำบัญชีและการจัดการภาษีของตัวเองได้ว่า ข้อมูลที่ยื่นไปสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจจริงหรือเปล่า มีเอกสารรองรับครบไหม และมีจุดไหนที่ควรตรวจสอบหรือแก้ไขตั้งแต่เนิ่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-risk-based-audit/">RBA คืออะไร ? ระบบประเมินความเสี่ยงของสรรพากรที่ธุรกิจควรรู้</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพูดถึงการตรวจสอบภาษี เจ้าของธุรกิจหลายคนอาจนึกถึงการถูกเรียกตรวจสอบเอกสารจากเจ้าหน้าที่โดยตรง แต่ปัจจุบันกรมสรรพากรมีการนำข้อมูลของผู้เสียภาษีจากหลายด้านมาประกอบการประเมินความเสี่ยงมากขึ้น หนึ่งในแนวทางที่มักถูกพูดถึงคือ RBA หรือ Risk Based Audit ซึ่งช่วยให้การคัดกรองและตรวจสอบภาษีมีเป้าหมายมากขึ้น</p>



<p class="has-link-color wp-elements-6 wp-block-paragraph">สำหรับเจ้าของธุรกิจ การเข้าใจว่า RBA สรรพากร ทำงานอย่างไร จึงมีประโยชน์มากกว่าการกังวลว่าจะถูกตรวจสอบหรือไม่ เพราะช่วยให้มองย้อนกลับมาที่<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting/" data-type="post" data-id="6916">การทำบัญชี</a>และการจัดการภาษีของตัวเองได้ว่า ข้อมูลที่ยื่นไปสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจจริงหรือเปล่า มีเอกสารรองรับครบไหม และมีจุดไหนที่ควรตรวจสอบหรือแก้ไขตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนจะกลายเป็นปัญหาในภายหลัง</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ระบบ <strong><strong>RBA ของกรมสรรพากร คืออะไร ?</strong></strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>Risk Based Audit</strong> หรือ <strong>RBA</strong> คือ ระบบคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กรมสรรพากรใช้ประเมินและคัดกรองความเสี่ยงของผู้เสียภาษี เพื่อเลือกธุรกิจหรือบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงในการหลบเลี่ยงภาษีเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบภาษีแบบเจาะลึก โดยไม่ต้องตรวจสอบทุกรายในทางปฏิบัติ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในเอกสารของกรมสรรพากรเกี่ยวกับ RBA มีการแสดงกระบวนการตั้งแต่การนำข้อมูลเข้าสู่การวิเคราะห์ การประเมินประเด็นความเสี่ยง การจำแนกผู้เสียภาษี หรือ Taxpayer Classification ไปจนถึงการเลือก Tax Audit Tool ที่เหมาะกับระดับความเสี่ยงนั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ลองนึกภาพง่าย ๆ ว่า บริษัท A และบริษัท B อาจมีขนาดใกล้เคียงกัน และอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน แต่ข้อมูลทางบัญชี ประวัติการยื่นแบบ และลักษณะข้อมูลของทั้งสองบริษัทอาจแตกต่างกัน การประเมินโดยใช้ความเสี่ยงจึงช่วยให้สามารถพิจารณาแต่ละกรณีได้เหมาะสมมากขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>ทำไมกรมสรรพากรถึงนำระบบ Risk Based Audit มาใช้ ?</strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เหตุผลสำคัญของแนวคิด Risk Based Audit คือการใช้ข้อมูลช่วยให้กระบวนการกำกับ และตรวจสอบภาษีมีเป้าหมายมากขึ้น แทนที่จะใช้ทรัพยากรในการตรวจสอบทุกกิจการด้วยวิธีเดียวกัน ระบบสามารถนำข้อมูลที่มีอยู่มาช่วยพิจารณาก่อนว่า ผู้เสียภาษีแต่ละรายมีลักษณะ หรือประเด็นใดที่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับเจ้าของธุรกิจ สิ่งที่ควรสนใจจึงไม่ใช่การพยายามคาดเดาว่าต้องทำอย่างไรถึงจะไม่ถูกตรวจสอบโดยระบบ RBA แต่ควรกลับมาถามว่าข้อมูลที่ธุรกิจยื่นออกไปแต่ละส่วน สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของกิจการหรือไม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">เพราะต่อให้ไม่รู้รายละเอียดเกณฑ์ภายในทั้งหมด การมีข้อมูลบัญชี และภาษีที่ถูกต้อง ตรวจสอบย้อนกลับได้ และมีเอกสารรองรับ ก็เป็นพื้นฐานสำคัญของการบริหารความเสี่ยงทางภาษีอยู่แล้ว</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:10px"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/How-the-RBA-system-works.webp" alt="การทำงานของระบบ RBA" class="wp-image-22511" style="width:800px;height:auto" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/How-the-RBA-system-works.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/How-the-RBA-system-works-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/How-the-RBA-system-works-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>ระบบ RBA ของสรรพากรทำงานอย่างไร ?</strong></strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong>1. รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียภาษี</strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ขั้นแรกคือการนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียภาษีมาประกอบกัน เพื่อให้เห็นภาพของกิจการมากกว่าการตรวจสอบข้อมูลเพียงจุดเดียว เช่น</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-7">
<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-financial-statement/" data-type="post" data-id="4954">งบการเงิน</a></li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-pnd/" data-type="post" data-id="6160">แบบแสดงรายการภาษี</a></li>



<li>ประวัติการตรวจและการประเมินสถานะ</li>



<li>ประวัติ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeper/" data-type="post" data-id="16698">ผู้ทำบัญชี</a>และ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting-auditor/" data-type="post" data-id="16629">ผู้สอบบัญชี</a></li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อข้อมูลหลายส่วนถูกนำมาพิจารณาร่วมกัน ก็จะช่วยทำให้เห็นความสอดคล้อง หรือประเด็นที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติมได้มากกว่าการตรวจสอบเอกสารแยกเป็นรายฉบับ</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>2. วิเคราะห์และประเมินประเด็นความเสี่ยง</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อมีข้อมูลแล้ว ขั้นต่อมาคือการวิเคราะห์ว่ามีประเด็นใดที่อาจมีความเสี่ยง หรือควรได้รับการพิจารณาเพิ่มเติม</p>



<p class="wp-block-paragraph">จุดนี้เจ้าของธุรกิจควรระวังการตีความว่ามีสูตรลับ เพียงชุดเดียวที่สามารถนำมาเช็กได้เองแล้วรู้ทันทีว่าจะถูกตรวจสอบหรือไม่ เพราะรายละเอียดภายในของ RBA ไม่ได้เปิดเผยทั้งหมดต่อสาธารณะ และแนวทางการกำกับตรวจสอบสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูล และนโยบายในแต่ละช่วงเวลา</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่ทำได้จริงมากกว่าคือกลับมาตรวจสอบความถูกต้อง ความสมเหตุสมผล และความสอดคล้องของข้อมูลธุรกิจ ซึ่งเป็นสิ่งที่กิจการควรทำอยู่แล้วไม่ว่าจะมี RBA หรือไม่ก็ตาม</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>3. จำแนกความเสี่ยงของผู้เสียภาษี</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">หลังจากวิเคราะห์ข้อมูลแล้ว กรอบการทำงานของระบบ RBA ที่กรมสรรพากรเผยแพร่แสดงถึงการทำ Taxpayer Classification หรือการจำแนกผู้เสียภาษีตามระดับความเสี่ยง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นสำคัญคือ การจำแนกความเสี่ยงมีหน้าที่ช่วยในการบริหารการตรวจสอบ ไม่ควรนำไปตีความทันทีว่าผู้เสียภาษีที่มีความเสี่ยงสูงเท่ากับเป็นผู้กระทำผิด เพราะความเสี่ยงกับการพิสูจน์ว่ามีความผิดเป็นคนละเรื่องกันค่ะ</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>4. เลือกแนวทางหรือเครื่องมือตรวจสอบให้เหมาะสม</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อทราบระดับความเสี่ยงแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนเลือกแนวทางหรือ Tax Audit Tool ที่เหมาะสม โดยมีทั้งแนวทางด้านการให้ความรู้ การป้องกัน การตรวจสอบ และการบังคับใช้ที่แตกต่างกันไปตามลักษณะของผู้เสียภาษีและประเด็นที่พบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">จึงสามารถมองเป็นภาพรวมการทำงานของระบบ RBA ได้ว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. ข้อมูลของผู้เสียภาษี<br>2. วิเคราะห์ประเด็นความเสี่ยง<br>3. จำแนกระดับความเสี่ยง<br>4. เลือกวิธีดำเนินการที่เหมาะสม</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:10px"><img decoding="async" width="960" height="540" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/chob-85.webp" alt="" class="wp-image-22518" style="width:800px;height:auto" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/chob-85.webp 960w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/chob-85-300x169.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/chob-85-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>เจ้าของธุรกิจควรเตรียมตัวอย่างไรเกี่ยวกับระบบ RBA ?</strong></strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">แนวทางที่ดีที่สุดในการรับมือกับความเสี่ยงทางภาษี ไม่ใช่รอให้มีหนังสือจากสรรพากรแล้วค่อยเริ่มจัดเอกสาร แต่คือการดูแลข้อมูลของธุรกิจให้เรียบร้อยตั้งแต่กระบวนการทำงานในแต่ละเดือน</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>1. ตรวจว่าบัญชีสะท้อนธุรกิจจริง</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เริ่มจากคำถามง่ายที่สุดว่าสิ่งที่อยู่ในบัญชี ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในธุรกิจหรือไม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยกตัวอย่างเช่น หากกิจการมีเงินสด 500,000 บาทในบัญชี แต่ตรวจแล้วไม่มีเงินจริง หรือมีลูกหนี้ค้างจำนวนมากแต่ไม่ทราบว่าเป็นลูกค้ารายใด สิ่งเหล่านี้ควรได้รับการตรวจสอบและหาสาเหตุ</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>2. กระทบยอดข้อมูลบัญชีกับแบบภาษีเป็นประจำ</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่ควรรอถึงปลายปีแล้วค่อยนำตัวเลขทุกอย่างมาเทียบกันทีเดียว ธุรกิจควรตรวจความสัมพันธ์ของข้อมูลเป็นระยะ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-8">
<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-revenue/" data-type="post" data-id="14589">รายได้</a>ในระบบบัญชี</li>



<li>รายได้ที่นำไปยื่นภาษี</li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-vat/" data-type="post" data-id="3825">ภาษีมูลค่าเพิ่ม</a></li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-withholding-tax/" data-type="post" data-id="4109">ภาษีหัก ณ ที่จ่าย</a></li>



<li>รายการรับ-จ่ายผ่านธนาคาร</li>



<li>ลูกหนี้และเจ้าหนี้</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">การตรวจสอบเป็นประจำจะทำให้พบเห็นความผิดปกติได้รวดเร็ว และตรวจสอบย้อนกลับได้ง่ายกว่าการปล่อยให้เกิดปัญหาสะสมเป็นระยะเวลานาน</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>3. เก็บเอกสารและหลักฐานของรายการสำคัญให้ครบ</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวเลขในบัญชีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่สามารถอธิบายได้ว่ารายการนั้นเกิดจากอะไร จึงต้องจัดเก็บเอกสารให้เป็นระบบ และสามารถค้นหาได้เมื่อต้องการ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-9">
<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-tax-invoice/" data-type="post" data-id="6409">ใบกำกับภาษี</a></li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-receipt/" data-type="post" data-id="10092">ใบเสร็จรับเงิน</a></li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-are-invoice-and-billing-note/" data-type="post" data-id="7035">ใบแจ้งหนี้</a></li>



<li>สัญญา</li>



<li>หลักฐานการโอนเงิน</li>



<li>Bank Statement</li>



<li>รายงานสต๊อกสินค้า</li>



<li>เอกสารเกี่ยวกับรายการระหว่าง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-company/" data-type="post" data-id="6498">บริษัท</a>กับ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-company-director/" data-type="post" data-id="8792">กรรมการ</a></li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>4. ตรวจรายการผิดปกติก่อนยื่นภาษีและปิดงบ</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="has-link-color wp-elements-10 wp-block-paragraph">ก่อนยื่นภาษีหรือ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-closing-financial-statement/" data-type="post" data-id="11805">ปิดงบการเงิน</a> ควรดูว่ามีรายการใดแตกต่างจากปกติอย่างเห็นได้ชัดหรือไม่ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รายได้เพิ่มขึ้นหรือลดลงแบบผิดปกติ</li>



<li>รายจ่ายบางประเภทสูงผิดปกติ</li>



<li>สินค้าคงเหลือจำนวนมาก</li>



<li>ลูกหนี้ค้างนาน</li>



<li>เงินสดสูงผิดปกติ</li>



<li>มีรายการกับกรรมการจำนวนมาก</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">การพบตัวเลขผิดปกติไม่ได้หมายความว่ารายการนั้นผิด แต่เป็นสัญญาณว่าควรเข้าใจสาเหตุให้ได้ก่อนยื่นข้อมูลออกไป</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>5. พบข้อผิดพลาดควรแก้ไขตั้งแต่เนิ่น ๆ</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่อันตรายกว่าการพบข้อผิดพลาด คือพบแล้วปล่อยไว้เพราะคิดว่าเดี๋ยวค่อยแก้ไขตอนปิดงบ ยิ่งพบปัญหาเร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสตรวจสอบที่มา และวางแนวทางแก้ไขได้ง่ายขึ้นเท่านั้น</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>สรุป RBA เรื่องที่เจ้าของธุรกิจควรรู้</strong></strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">RBA หรือ Risk Based Audit เป็นแนวทางที่นำข้อมูลและความเสี่ยงมาใช้ประกอบการจำแนกผู้เสียภาษีและเลือกแนวทางตรวจสอบที่เหมาะสม โดยกรอบที่กรมสรรพากรเคยเผยแพร่แสดงให้เห็นถึงการใช้ข้อมูลหลายด้าน เช่น งบการเงิน แบบแสดงรายการ ประวัติการตรวจและประเมินสถานะ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่สิ่งสำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจไม่ใช่การพยายามหาคำตอบว่าต้องทำอย่างไรถึงจะไม่ถูกตรวจสอบโดยระบบ RBA</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่ควรถามมากกว่าคือ วันนี้ข้อมูลบัญชีและภาษีของธุรกิจเราถูกต้อง สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และมีหลักฐานรองรับมากพอหรือยัง เพราะไม่ว่าระบบการตรวจสอบภาษีจะพัฒนาไปในรูปแบบใด การมีรายการบัญชีที่สะท้อนธุรกิจจริง ยื่นภาษีอย่างถูกต้อง และจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบ ก็ยังเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">หลายครั้งปัญหาทางบัญชีไม่ได้เกิดจากการตั้งใจทำผิด แต่อาจเริ่มจากเอกสารที่ตกหล่น การบันทึกรายการไม่ครบ หรือข้อมูลที่ไม่ได้กระทบยอดเป็นเวลานาน จนกลายเป็นปัญหาเมื่อถึงเวลายื่นภาษีหรือปิดงบ</p>



<p class="has-link-color wp-elements-11 wp-block-paragraph">ชอบการบัญชี พร้อมช่วยดูแลการทำบัญชีและภาษีให้เป็นระบบ ด้วยบริการ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5/" data-type="page" data-id="140">รับทำบัญชี</a>รายเดือน พร้อมช่วยตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูล เพื่อให้เจ้าของธุรกิจรู้สถานะบัญชีของตัวเอง และจัดการสิ่งที่ควรแก้ไขได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ปรึกษาเรื่องบัญชี และภาษีกับเราได้เลยค่ะ</p>



<p class="has-link-color wp-elements-12 wp-block-paragraph"><strong>ติดต่อ Chob Accounting</strong><br>โทร : <a href="tel:0941594561" target="_blank" rel="noreferrer noopener">094-159-4561</a><br>Facebook : <a href="https://www.facebook.com/chobaccounting/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สำนักงานบัญชีคุณภาพ ชอบการบัญชี ออนไลน์</a><br>Line : <a href="https://lin.ee/HoBCNbLj" target="_blank" rel="noreferrer noopener">@chobaccounting</a></p>



<p class="has-link-color wp-elements-13 wp-block-paragraph">อ้างอิง : <a href="https://www.rd.go.th/publish/seminar/180921_FinancialTransaction.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เอกสาร ก้าวสำคัญ ธุรกรรมการเงิน ด้วยบัญชีชุดเดียว / Risk Based Audit : RBA กรมสรรพากร</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-risk-based-audit/">RBA คืออะไร ? ระบบประเมินความเสี่ยงของสรรพากรที่ธุรกิจควรรู้</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สินทรัพย์ไม่มีตัวตน คืออะไร ? ทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ สำหรับธุรกิจ</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-isintangible-assets/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chob Accounting Team]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Aug 2026 04:23:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=22426</guid>

					<description><![CDATA[<p>เวลาพูดถึงสินทรัพย์ของบริษัท หลายคนอาจนึกถึงเงินสด รถยนต์ เครื่องจักร อาคาร หรือคอมพิวเตอร์ เพราะเป็นสิ่งที่มองเห็นและจับต้องได้ แต่ในความเป็นจริง ธุรกิจยังอาจมีสินทรัพย์อีกกลุ่มหนึ่งที่มองไม่เห็นเป็นชิ้นเป็นอัน แต่สามารถสร้างประโยชน์ให้กิจการได้ในระยะยาว เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือสิทธิในการใช้งานบางประเภท สินทรัพย์เหล่านี้เรียกว่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ซึ่งแม้จะไม่มีรูปร่างทางกายภาพ แต่ก็สามารถมีมูลค่า และส่งผลต่องบการเงินของธุรกิจได้ สินทรัพย์ไม่มีตัวตน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-isintangible-assets/">สินทรัพย์ไม่มีตัวตน คืออะไร ? ทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ สำหรับธุรกิจ</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-link-color wp-elements-23 wp-block-paragraph">เวลาพูดถึง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-fixed-assets/" data-type="post" data-id="22255">สินทรัพย์</a>ของ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-company/" data-type="post" data-id="6498">บริษัท</a> หลายคนอาจนึกถึงเงินสด รถยนต์ เครื่องจักร อาคาร หรือคอมพิวเตอร์ เพราะเป็นสิ่งที่มองเห็นและจับต้องได้ แต่ในความเป็นจริง ธุรกิจยังอาจมีสินทรัพย์อีกกลุ่มหนึ่งที่มองไม่เห็นเป็นชิ้นเป็นอัน แต่สามารถสร้างประโยชน์ให้กิจการได้ในระยะยาว เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือสิทธิในการใช้งานบางประเภท</p>



<p class="has-link-color wp-elements-24 wp-block-paragraph">สินทรัพย์เหล่านี้เรียกว่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ซึ่งแม้จะไม่มีรูปร่างทางกายภาพ แต่ก็สามารถมีมูลค่า และส่งผลต่อ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-financial-statement/" data-type="post" data-id="4954">งบการเงิน</a>ของธุรกิจได้</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>สินทรัพย์ไม่มีตัวตน คืออะไร ?</strong></strong></h2>



<p class="has-link-color wp-elements-25 wp-block-paragraph">ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน (TFRS) <strong>สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Assets)</strong> คือ สินทรัพย์ที่ไม่เป็นตัวเงิน ไม่มีลักษณะทางกายภาพ หรือรูปร่างที่มองเห็นและสัมผัสได้ แต่สามารถระบุตัวตน และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งกิจการถือครองไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการผลิต การให้บริการ หรือการบริหารงาน และสามารถสร้าง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-revenue/" data-type="post" data-id="14589">รายได้</a>หรือประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p class="has-link-color wp-elements-26 wp-block-paragraph"><em>สินทรัพย์ไม่มีตัวตน ถือเป็น<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-non-current-assets/" data-type="post" data-id="22359">สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน</a>ใน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-statement-of-financial-position/" data-type="post" data-id="11688">งบฐานะการเงิน</a>ของกิจการ</em></p>
</blockquote>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>สินทรัพย์ไม่มีตัวตน มีลักษณะอย่างไร ?</strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. ไม่มีตัวตนทางกายภาพ</strong> : ไม่สามารถจับต้อง หรือมองเห็นเป็นรูปร่างได้เหมือนที่ดิน อาคาร หรือเครื่องจักร<br><strong>2. สามารถระบุได้</strong> : ต้องแยกแยะออกจากกิจการได้ เช่น สามารถนำไปขาย โอน ให้สิทธิ ให้เช่า หรือแลกเปลี่ยนได้ หรือเกิดจากสิทธิตามกฎหมายและสัญญา<br><strong>3. อยู่ภายใต้การควบคุมของกิจการ</strong> : กิจการมีสิทธิในการรับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจจากสินทรัพย์นั้น และสามารถกันบุคคลอื่นไม่ให้เข้ามาใช้ประโยชน์ได้<br><strong>4. ให้ประโยชน์ในอนาคต</strong> : ช่วยเพิ่มรายได้ หรือลดต้นทุนให้แก่ธุรกิจในระยะยาวเกินกว่า 1 ปี</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:10px"><img decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Type-of-asset-Intangible.webp" alt="ประเภทของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน" class="wp-image-22447" style="width:800px;height:auto" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Type-of-asset-Intangible.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Type-of-asset-Intangible-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Type-of-asset-Intangible-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>ประเภทของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน</strong></strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>1. สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่สามารถระบุได้</strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่สามารถระบุได้ เป็นสินทรัพย์ที่แยกแยะหรือ ระบุตัวตนได้อย่างชัดเจน สามารถนำไปขาย โอน ให้สิทธิ ให้เช่า หรือแลกเปลี่ยนได้ หรือเกิดจากสิทธิตามสัญญาและสิทธิด้านกฎหมาย เช่น</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. สิทธิบัตร</strong> : สิทธิทางกฎหมายที่คุ้มครองการประดิษฐ์คิดค้น หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์<br><strong>2. ลิขสิทธิ์</strong> : สิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการทำงานด้านวรรณกรรม ศิลปะ หรือดนตรี<br><strong>3. เครื่องหมายการค้าและตราสินค้า</strong> : สัญลักษณ์ หรือชื่อที่ใช้แยกแยะสินค้าหรือบริการออกจากคู่แข่ง<br><strong>4. สิทธิการเช่า</strong> : สิทธิในการใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ตามสัญญาเช่า<br><strong>5. สัมปทาน</strong> : สิทธิที่ได้รับจากรัฐหรือ บริษัทแม่ในการดำเนินธุรกิจเฉพาะอย่าง<br><strong>6. เทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ </strong>: โปรแกรมคอมพิวเตอร์ สูตรการผลิต หรือความรู้ความชำนาญ<br><strong>7. รายชื่อลูกค้า </strong>: ข้อมูลหรือฐานข้อมูลลูกค้าที่ได้มาและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>2. <strong>สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ไม่สามารถระบุได้</strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ไม่สามารถระบุได้ เป็นสินทรัพย์ที่ไม่สามารถแยกออกจากกิจการ ระบุตัวตน หรือแยกย่อยได้อิสระ มักเกิดขึ้นเมื่อมีการซื้อกิจการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ไม่สามารถระบุได้หลัก ๆ มีเพียงรายการเดียวตามมาตรฐานการบัญชี คือ ค่าความนิยม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ค่าความนิยม คือ มูลค่าส่วนเกินที่เกิดขึ้นเมื่อราคาซื้อกิจการสูงกว่ามูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิที่สามารถระบุได้ของกิจการนั้น ซึ่งสะท้อนถึงชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ หรือฐานลูกค้าที่ดี</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>ความสำคัญของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน</strong></strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. สร้างความแตกต่าง</strong> : ช่วยให้ผู้บริโภคจดจำ และแยกแยะสินค้า หรือบริการออกจากคู่แข่งได้ผ่านเครื่องหมายการค้า<br><strong>2. ปกป้องนวัตกรรม</strong> : สิทธิบัตร และลิขสิทธิ์ช่วยคุ้มครองความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี หรือสูตรการผลิตไม่ให้ถูกลอกเลียนแบบ<br><strong>3. เพิ่มมูลค่ากิจการ</strong> : เพิ่มมูลค่าโดยรวม และเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ฐานะทางการเงินในระยะยาว<br><strong>4. สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า</strong> : สร้างความภักดี และกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำผ่านชื่อเสียง และความน่าเชื่อถือของแบรนด์</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>หลักเกณฑ์การรับรู้สินทรัพย์ไม่มีตัวตน</strong></strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">กิจการจะรับรู้รายการเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนตามมาตรฐานการบัญชี ก็ต่อเมื่อเป็นไปตามคำนิยามและเข้าเกณฑ์การรับรู้รายการทั้ง ดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. ความสามารถในการระบุตัวตน</strong> : สินทรัพย์นั้นต้องสามารถแยกแยะได้ชัดเจน ไม่มีลักษณะทางกายภาพ และสามารถแยกออกจากกิจการได้ เช่น นำไปขาย โอน สิทธิ์ให้เช่า หรือแลกเปลี่ยน หรือเกิดจากสิทธิตามสัญญาหรือสิทธิด้านกฎหมาย<br><strong>2. ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต</strong> : มีความเป็นไปได้ที่กิจการจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตอันเกิดจากสินทรัพย์นั้น<br><strong>3. ความน่าเชื่อถือของต้นทุน</strong> : ต้นทุนของสินทรัพย์นั้นสามารถวัดมูลค่าได้อย่างน่าเชื่อถือ</p>



<p class="wp-block-paragraph">คุณแป้ง-สีตลา ดีโพธิ์รัมย์ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพบัญชี ของ Chob Accounting ได้แชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับการตรวจสอบคุณภาพบัญชีว่า <em>“ก่อนจะดูว่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตนควรบันทึกมูลค่าเท่าไร เราต้องตอบให้ได้ก่อนว่า บริษัทได้รับและควบคุม ‘สิทธิอะไร’ อยู่จริง ๆ เพราะการจ่ายเงินซื้อซอฟต์แวร์ หรือระบบ ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นในลักษณะเดียวกันทุกกรณี”</em></p>



<p class="has-link-color wp-elements-27 wp-block-paragraph">เมื่อรับรู้สินทรัพย์แล้ว ต้องวัดมูลค่าด้วยราคาทุน และทยอยบันทึกเป็น<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-expense/" data-type="post" data-id="14630">ค่าใช้จ่าย</a>ผ่านการตัดจำหน่ายตลอดอายุการใช้งาน</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>การวัดมูลค่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตนด้วยราคาทุน</strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 38 (TAS 38) กิจการต้องวัดมูลค่าเริ่มแรกของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนด้วย ราคาทุน ซึ่งรวมถึงราคาซื้อ และต้นทุนทางตรงทั้งหมดที่จำเป็นในการจัดเตรียมสินทรัพย์ให้พร้อมใช้งาน แบ่งออกเป็น 2 วิธี คือ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. การวัดมูลค่าเมื่อเริ่มแรก</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ราคาทุนของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนจะขึ้นอยู่กับวิธีการได้มา ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>กรณีซื้อแยกต่างหาก</strong> : ประกอบด้วยราคาซื้อสุทธิจากส่วนลดทางการค้า ภาษีนำเข้า และภาษีที่ไม่สามารถขอคืนได้ รวมทั้งค่าใช้จ่ายทางตรง เช่น ค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย หรือค่าจดทะเบียน</li>



<li><strong>กรณีพัฒนาขึ้นภายในกิจการ</strong> : บันทึกเป็นต้นทุนเฉพาะรายจ่ายในขั้นตอนการพัฒนาที่ตรงตามเกณฑ์ทางเทคนิคและความเป็นไปได้ที่จะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจแล้วเท่านั้น ส่วนรายจ่ายในขั้นตอนการวิจัยให้ถือเป็นค่าใช้จ่ายทันที</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>2. การวัดมูลค่าภายหลังการรับรู้รายการ</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">กิจการส่วนใหญ่เลือกใช้วิธีราคาทุนในการแสดงมูลค่าต่อเนื่อง โดยการนำราคาทุนหักด้วย ค่าตัดจำหน่ายสะสม และผลขาดทุนจากการด้อยค่าสะสม</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน</strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน คือการปันส่วนจำนวนที่คิดค่าตัดจำหน่ายอย่างมีระบบตลอดอายุการใช้งาน โดยมีหลักเกณฑ์ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 38 (TAS 38) ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>สิทธิ์เฉพาะอายุจำกัด</strong> : กิจการต้องคิดค่าตัดจำหน่ายเฉพาะสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่มี อายุการใช้งานจำกัดเท่านั้น</li>



<li><strong>อายุไม่จำกัด</strong> : สินทรัพย์ที่มีอายุการใช้งานไม่จำกัด เช่น เครื่องหมายการค้าที่มีการต่ออายุได้ตลอด ห้ามคิดค่าตัดจำหน่าย แต่ต้องทดสอบการด้อยค่าทุกปี</li>



<li><strong>มูลค่าคงเหลือ</strong> : โดยทั่วไปกำหนดให้มูลค่าคงเหลือ เท่ากับ ศูนย์ ยกเว้นมีข้อตกลงจากบุคคลภายนอกว่าจะซื้อต่อ หรือมีตลาดซื้อขายรองรับตอนสิ้นสุดอายุ</li>
</ul>



<p class="has-link-color wp-elements-28 wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น <a href="https://chobaccountingonline.co.th/" data-type="link" data-id="https://chobaccountingonline.co.th/">บริษัท ชอบการบัญชี จำกัด</a> ซื้อสิทธิบัตรราคา 100,000 บาท อายุการใช้งาน 5 ปี ไม่มีมูลค่าคงเหลือ เท่ากับว่าค่าตัดจำหน่ายจะอยู่ที่ปีละ 20,000 บาท</p>



<p class="has-link-color wp-elements-29 wp-block-paragraph">จากนั้น ให้<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeping/" data-type="post" data-id="13830">บันทึกบัญชี</a>ตาม<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-debit-and-credit-in-accounting/" data-type="post" data-id="13763">หลักการเดบิต-เครดิต</a> ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>Dr. ค่าตัดจำหน่าย-สิทธิบัตร 20,000 บาท</li>



<li>Cr. ค่าตัดจำหน่ายสะสม-สิทธิบัตร 20,000 บาท</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสินทรัพย์ไม่มีตัวตน</strong></strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>สินทรัพย์ไม่มีตัวตน เป็นสินทรัพย์หมุนเวียนหรือไม่ ?</strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">โดยทั่วไป สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ธุรกิจถือไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในระยะยาวจะอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เช่น Software ที่ใช้หลายปี ลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตร</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>เว็บไซต์ถือเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนหรือไม่ ?</strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เว็บไซต์อาจเข้าเกณฑ์เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนได้ในบางกรณี แต่ค่าใช้จ่ายในการสร้างเว็บไซต์ทุกประเภทไม่ได้บันทึกเป็นสินทรัพย์ได้ทั้งหมด</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>สินทรัพย์ไม่มีตัวตนคิดค่าเสื่อมราคาหรือไม่ ?</strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">โดยทั่วไปจะไม่เรียกว่าค่าเสื่อมราคา แต่ใช้คำว่าค่าตัดจำหน่าย สำหรับสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่มีอายุการใช้ประโยชน์ทราบได้แน่นอน</p>



<p class="wp-block-paragraph">แนวคิดมีลักษณะคล้ายกัน คือ ทยอยรับรู้ต้นทุนของสินทรัพย์ตามช่วงเวลาที่กิจการได้รับประโยชน์ แต่ศัพท์ทางบัญชีที่ใช้กับสินทรัพย์ไม่มีตัวตนคือ ค่าตัดจำหน่าย</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>สรุป</strong></strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์ไม่มีตัวตน คือ สินทรัพย์ที่ไม่มีลักษณะทางกายภาพ แต่สามารถระบุได้ อยู่ภายใต้การควบคุมของกิจการ และสามารถสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้ธุรกิจในอนาคตได้ แต่สิ่งสำคัญที่เจ้าของธุรกิจควรจำไว้คือ ไม่ใช่สิ่งที่จับต้องไม่ได้ทุกอย่างจะสามารถบันทึกเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ก่อนบันทึกรายการ ควรพิจารณาอย่างน้อยว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รายการหรือสิทธินั้นสามารถระบุได้หรือไม่</li>



<li>ธุรกิจมีสิทธิหรือสามารถควบคุมประโยชน์จากรายการนั้นหรือไม่</li>



<li>คาดว่าจะสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจในอนาคตหรือไม่</li>



<li>สามารถวัดต้นทุนได้อย่างน่าเชื่อถือหรือไม่</li>



<li>มีระยะเวลาของสิทธิหรืออายุการใช้ประโยชน์เท่าใด</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">หากยังไม่แน่ใจว่ารายจ่ายที่ธุรกิจจ่ายไปควรบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายหรือสินทรัพย์ การส่งรายละเอียดให้ชอบการบัญชีช่วยตรวจสอบตั้งแต่ต้น จะช่วยลดปัญหาการแก้ไขรายการย้อนหลัง และทำให้งบการเงินสะท้อนข้อมูลของธุรกิจได้เหมาะสมมากขึ้นค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อ้างอิง :</p>



<p class="has-link-color wp-elements-30 wp-block-paragraph">1. <a href="https://acpro-std.tfac.or.th/test_std/uploads/files/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%206/13%20%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20TAS%2038%20up_post%20(1).pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">คู่มืออธิบายมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 38 เรื่อง สินทรัพย์ไม่มีตัวตน</a><br>2. <a href="https://www.tfac.or.th/upload/9414/mGr6h9D6ux.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ประกาศสภาวิชาชีพบัญชี เรื่องมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 38</a></p>



<p class="has-link-color wp-elements-31 wp-block-paragraph"><strong>ติดต่อ Chob Accounting</strong><br>โทร : <a href="tel:0941594561" target="_blank" rel="noreferrer noopener">094-159-4561</a><br>Facebook : <a href="https://www.facebook.com/chobaccounting/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สำนักงานบัญชีคุณภาพ ชอบการบัญชี ออนไลน์</a><br>Line : <a href="https://lin.ee/HoBCNbLj" target="_blank" rel="noreferrer noopener">@chobaccounting</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-isintangible-assets/">สินทรัพย์ไม่มีตัวตน คืออะไร ? ทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ สำหรับธุรกิจ</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทะเบียนสินทรัพย์ คืออะไร ? วิธีจัดทำ พร้อมตัวอย่างที่นำไปใช้ได้จริง</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-fixed-asset-register/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[น้ำ - พัทธนันท์ วัชรโชติธาดาพงษ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 22 Aug 2026 09:21:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=22382</guid>

					<description><![CDATA[<p>ซื้อคอมพิวเตอร์มาให้พนักงานหลายเครื่อง เครื่องจักรถูกย้ายไปอีกสาขา โต๊ะทำงานบางตัวเลิกใช้งานไปแล้ว หรือรถบริษัทขายออกไปตั้งแต่ปีก่อน แต่ข้อมูลในบัญชียังไม่ถูกอัปเดต สถานการณ์เหล่านี้เป็นปัญหาที่หลายธุรกิจอาจพบเมื่อมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่มีข้อมูลกลางสำหรับติดตามข้อมูล เพราะเมื่อถึงเวลาปิดบัญชี ตรวจนับสินทรัพย์ หรือคำนวณค่าเสื่อมราคา คำถามง่าย ๆ อย่าง บริษัทมีสินทรัพย์อะไรอยู่บ้าง ตอนนี้อยู่ที่ไหน และยังใช้งานอยู่หรือไม่ ก็อาจตอบได้ยากกว่าที่คิด หนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยแก้ปัญหานี้คือสิ่งที่เรียกว่าทะเบียนสินทรัพย์ค่ะ ทะเบียนสินทรัพย์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-fixed-asset-register/">ทะเบียนสินทรัพย์ คืออะไร ? วิธีจัดทำ พร้อมตัวอย่างที่นำไปใช้ได้จริง</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-link-color wp-elements-41 wp-block-paragraph">ซื้อคอมพิวเตอร์มาให้พนักงานหลายเครื่อง เครื่องจักรถูกย้ายไปอีกสาขา โต๊ะทำงานบางตัวเลิกใช้งานไปแล้ว หรือรถบริษัทขายออกไปตั้งแต่ปีก่อน แต่ข้อมูลในบัญชียังไม่ถูกอัปเดต สถานการณ์เหล่านี้เป็นปัญหาที่หลายธุรกิจอาจพบเมื่อมี<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset/" data-type="post" data-id="13653">สินทรัพย์</a>เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่มีข้อมูลกลางสำหรับติดตามข้อมูล</p>



<p class="has-link-color wp-elements-42 wp-block-paragraph">เพราะเมื่อถึงเวลา<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-closing-entries/" data-type="post" data-id="22184">ปิดบัญชี</a> ตรวจนับสินทรัพย์ หรือคำนวณค่าเสื่อมราคา คำถามง่าย ๆ อย่าง <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-company/" data-type="post" data-id="6498">บริษัท</a>มีสินทรัพย์อะไรอยู่บ้าง ตอนนี้อยู่ที่ไหน และยังใช้งานอยู่หรือไม่ ก็อาจตอบได้ยากกว่าที่คิด หนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยแก้ปัญหานี้คือสิ่งที่เรียกว่าทะเบียนสินทรัพย์ค่ะ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>ทะเบียนสินทรัพย์ คืออะไร ?</strong></strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ทะเบียนสินทรัพย์ (Fixed Asset Register)</strong> คือ ข้อมูลหรือทะเบียนที่กิจการใช้บันทึกรายละเอียด และติดตามสินทรัพย์แต่ละรายการที่ถือครองอยู่ เช่น เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สำนักงาน เฟอร์นิเจอร์ อาคาร หรือรถยนต์ เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่าสินทรัพย์นั้นคืออะไร ได้มาตอนไหน มีต้นทุนเท่าไร อยู่ที่ไหน ใครเป็นผู้ใช้งาน และปัจจุบันมีสถานะอย่างไร</p>



<p class="wp-block-paragraph">พูดง่าย ๆ คือ หากบัญชีบอกว่า บริษัทมีอุปกรณ์สำนักงาน 500,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">แนวคิดนี้สอดคล้องกับการบัญชีสำหรับที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ซึ่งครอบคลุมสินทรัพย์ที่มีไว้เพื่อใช้ในการผลิตหรือให้บริการ ให้เช่า หรือใช้ในการบริหาร และคาดว่าจะใช้มากกว่าหนึ่งรอบระยะเวลา โดยสินทรัพย์ที่จะรับรู้ต้องมีความเป็นไปได้ที่กิจการจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต และสามารถตรวจสอบต้นทุนได้อย่างน่าเชื่อถือ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในงานบัญชีอาจพบทั้งคำว่า ทะเบียนสินทรัพย์ และทะเบียนทรัพย์สิน ซึ่งในทางปฏิบัติมักใช้สื่อถึงข้อมูลสำหรับควบคุม และติดตามสินทรัพย์ของกิจการในลักษณะใกล้เคียงกัน</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>ทำไมต้องทำทะเบียนสินทรัพย์ ?</strong></strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อธุรกิจยังมีสินทรัพย์เพียงไม่กี่รายการ เจ้าของกิจการอาจจำได้เองว่าเครื่องไหนซื้อเมื่อไร หรือคอมพิวเตอร์เครื่องไหนอยู่กับพนักงานคนใด แต่เมื่อบริษัทเติบโต มีพนักงานหลายคน หลายแผนก หรือหลายสาขา การใช้ความจำเพียงอย่างเดียวเริ่มไม่เพียงพอ ทะเบียนสินทรัพย์จึงมีประโยชน์มากกว่าแค่การทำบัญชี</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong>1. รู้ว่าสินทรัพย์ของบริษัทมีอยู่จริง</strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ทะเบียนทำให้สามารถดูสินทรัพย์เป็นรายชิ้น แทนที่จะเห็นเพียงยอดรวมในบัญชี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 350,000 บาท จากเดิมที่เห็นเพียง เมื่อเปิดทะเบียนสินทรัพย์ จะสามารถตรวจสอบต่อได้ว่าเป็น Notebook กี่เครื่อง เป็น Desktop กี่เครื่อง และแต่ละเครื่องมีรหัสอะไร</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong>2. </strong></strong></strong></strong>ตรวจสอบว่าแต่ละชิ้นอยู่ที่ไหน และใครใช้งาน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลอย่างสถานที่ตั้ง และผู้รับผิดชอบ มีประโยชน์ต่อกิจการมาก โดยเฉพาะบริษัทที่มีหลายสาขา หรือมีการมอบอุปกรณ์ให้พนักงานนำไปใช้งาน เมื่อพนักงานย้ายแผนก ลาออก หรือมีการย้ายสินทรัพย์ระหว่างสาขา บริษัทก็สามารถอัปเดตประวัติได้ทันที</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">3. ใช้เป็นข้อมูลสำหรับการคำนวณค่าเสื่อมราคา</h3>



<p class="has-link-color wp-elements-43 wp-block-paragraph">การคำนวณ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-depreciation/" data-type="post" data-id="18791">ค่าเสื่อมราคา</a>เกี่ยวข้องกับข้อมูลหลายส่วน เช่น ต้นทุน มูลค่าคงเหลือ อายุการใช้ประโยชน์ และวันที่สินทรัพย์พร้อมใช้งาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตามหลักของ TAS 16 การคิดค่าเสื่อมราคาเริ่มเมื่อสินทรัพย์อยู่ในสถานที่และสภาพที่พร้อมใช้งานตามความประสงค์ของฝ่ายบริหาร ไม่ใช่พิจารณาจากวันที่จ่ายเงินเพียงอย่างเดียว</p>



<p class="wp-block-paragraph">การมีวันที่พร้อมใช้งานอยู่ในทะเบียนจึงช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการคำนวณได้มาก</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>4. ช่วยตรวจสอบบัญชี และปิดงบ</strong></h3>



<p class="has-link-color wp-elements-44 wp-block-paragraph"><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeper/" data-type="post" data-id="16698">ผู้ทำบัญชี</a>สามารถนำทะเบียนสินทรัพย์มาเปรียบเทียบกับยอดใน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-ledger-accounts/" data-type="post" data-id="18613">บัญชีแยกประเภท</a> พร้อมตรวจสอบรายการที่ซื้อเพิ่ม ขายออก สูญหาย หรือเลิกใช้งานระหว่างปี</p>



<p class="has-link-color wp-elements-45 wp-block-paragraph">กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้<a href="https://chobaccountingonline.co.th/who-is-required-to-keep-accounting-records/" data-type="post" data-id="17691">ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี</a>บางประเภท เช่น <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-limited-company/" data-type="post" data-id="8736">บริษัทจำกัด</a> และห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ต้องจัดทำบัญชีแยกประเภทสินทรัพย์ <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-liabilities/" data-type="post" data-id="13675">หนี้สิน</a>และทุน รวมถึงบัญชีย่อยอื่นตามความจำเป็นของธุรกิจ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทะเบียนสินทรัพย์จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้รายละเอียดรายชิ้นสามารถเชื่อมกลับไปยังตัวเลขในระบบบัญชีได้ง่ายขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>5. ช่วยตัดสินใจว่าจะซ่อม ซื้อใหม่ หรือจำหน่ายสินทรัพย์</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph" style="padding-bottom:20px">ทะเบียนที่มีข้อมูลครบไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะฝ่ายบัญชีเท่านั้น โดยฝ่ายบริหารสามารถดูได้ว่าเครื่องจักรชิ้นใดใช้งานมานานแล้ว คอมพิวเตอร์กลุ่มใดใกล้ถึงรอบเปลี่ยน หรือสินทรัพย์ใดไม่ได้ใช้งานแล้ว เพื่อวางแผนงบประมาณสำหรับซ่อมบำรุง ซื้อทดแทน หรือจำหน่ายออก</p>



<style>
  .asset-register {
    --primary: #163a70;
    --primary-light: #eef4fb;
    --border: #d9e1ec;
    --text: #263238;

    width: 100%;
    font-family: "Sarabun", "Noto Sans Thai", sans-serif;
    color: var(--text);
  }

  .asset-register * {
    box-sizing: border-box;
  }

  /* =========================
     Table Wrapper
  ========================= */
  .asset-table-wrap {
    width: 100%;
    overflow-x: auto;
    border: 1px solid var(--border);
    border-radius: 0 !important;
    background: #fff;
    -webkit-overflow-scrolling: touch;
  }

  /* =========================
     Table
  ========================= */
  .asset-table {
    width: 100%;
    min-width: 1500px;
    border-collapse: separate;
    border-spacing: 0;
    font-size: 14px;
  }

  .asset-table th,
  .asset-table td {
    padding: 13px 12px;
    border-right: 1px solid var(--border);
    border-bottom: 1px solid var(--border);
    vertical-align: middle;
  }

  .asset-table th:last-child,
  .asset-table td:last-child {
    border-right: 0;
  }

  /* เส้นด้านล่างของแถวสุดท้าย */
  .asset-table tbody tr:last-child td {
    border-bottom: 1px solid var(--border);
  }

  /* =========================
     Header
  ========================= */
  .asset-table thead th {
    background: var(--primary-light);
    color: var(--primary);
    font-weight: 700;
    text-align: left;
    white-space: nowrap;
    position: sticky;
    top: 0;
    z-index: 2;
    border-radius: 0 !important;
  }

  .asset-table .number {
    text-align: right;
    white-space: nowrap;
  }

  .asset-table .center {
    text-align: center;
  }

  .asset-code {
    font-weight: 700;
    color: var(--primary);
  }

  /* =========================
     Status
  ========================= */
  .asset-status {
    display: inline-flex;
    align-items: center;
    justify-content: center;
    padding: 5px 10px;
    min-width: 70px;
    border-radius: 999px;
    font-size: 12px;
    font-weight: 600;
    white-space: nowrap;
  }

  .status-active {
    background: #eaf8ef;
    color: #208044;
  }

  /* =========================
     Caption
  ========================= */
  .asset-table-note {
    margin: 10px 0 0;
    text-align: center;
    font-size: 16px;
    line-height: 1.6;
    color: #667085;
  }

  /* =========================
     Scrollbar
  ========================= */
  .asset-table-wrap::-webkit-scrollbar {
    height: 9px;
  }

  .asset-table-wrap::-webkit-scrollbar-track {
    background: #f1f3f5;
  }

  .asset-table-wrap::-webkit-scrollbar-thumb {
    background: #a5a5a5;
    border-radius: 10px;
  }

  /* =========================
     Mobile
  ========================= */
  @media (max-width: 767px) {
    .asset-table {
      font-size: 13px;
      min-width: 1350px;
    }

    .asset-table th,
    .asset-table td {
      padding: 10px;
    }

    .asset-table thead th {
      position: static;
    }

    .asset-table-note {
      font-size: 12px;
      margin-top: 8px;
    }
  }
</style>

<div class="asset-register">

  <div class="asset-table-wrap">

    <table class="asset-table">

      <thead>
        <tr>
          <th>รหัสทรัพย์สิน</th>
          <th>หมวด</th>
          <th>ชื่อทรัพย์สิน</th>
          <th>รายละเอียด / รุ่น</th>
          <th>วันที่ได้มา</th>
          <th>วันที่พร้อมใช้งาน</th>
          <th class="number">ราคาทุน (บาท)</th>
          <th class="center">อายุใช้งาน</th>
          <th class="center">วิธีค่าเสื่อม</th>
          <th class="number">ค่าเสื่อม/ปี</th>
          <th class="number">ค่าเสื่อมปีปัจจุบัน</th>
          <th class="number">ค่าเสื่อมสะสม</th>
          <th class="number">มูลค่าตามบัญชี</th>
          <th>สถานที่</th>
          <th>ผู้รับผิดชอบ</th>
          <th class="center">สถานะ</th>
        </tr>
      </thead>

      <tbody>

        <!-- รายการที่ 1 -->
        <tr>
          <td class="asset-code">BL-2567-001</td>
          <td>อาคาร</td>
          <td>อาคารสำนักงาน</td>
          <td>สำนักงานใหญ่</td>
          <td>1 ม.ค. 2567</td>
          <td>1 ม.ค. 2567</td>
          <td class="number">5,000,000.00</td>
          <td class="center">20 ปี</td>
          <td class="center">เส้นตรง</td>
          <td class="number">250,000.00</td>
          <td class="number">250,000.00</td>
          <td class="number">625,000.00</td>
          <td class="number">
            <strong>4,375,000.00</strong>
          </td>
          <td>สำนักงานใหญ่</td>
          <td>ฝ่ายบริหาร</td>
          <td class="center">
            <span class="asset-status status-active">ใช้งาน</span>
          </td>
        </tr>

        <!-- รายการที่ 2 -->
        <tr>
          <td class="asset-code">CP-2568-001</td>
          <td>คอมพิวเตอร์</td>
          <td>คอมพิวเตอร์ Dell</td>
          <td>Dell OptiPlex</td>
          <td>15 มี.ค. 2568</td>
          <td>15 มี.ค. 2568</td>
          <td class="number">25,000.00</td>
          <td class="center">3 ปี</td>
          <td class="center">เส้นตรง</td>
          <td class="number">8,333.33</td>
          <td class="number">8,333.33</td>
          <td class="number">12,500.00</td>
          <td class="number">
            <strong>12,500.00</strong>
          </td>
          <td>ฝ่ายบัญชี</td>
          <td>เจ้าหน้าที่บัญชี</td>
          <td class="center">
            <span class="asset-status status-active">ใช้งาน</span>
          </td>
        </tr>

        <!-- รายการที่ 3 -->
        <tr>
          <td class="asset-code">VH-2569-001</td>
          <td>ยานพาหนะ</td>
          <td>รถกระบะ Toyota</td>
          <td>Toyota</td>
          <td>1 พ.ค. 2569</td>
          <td>1 พ.ค. 2569</td>
          <td class="number">750,000.00</td>
          <td class="center">5 ปี</td>
          <td class="center">เส้นตรง</td>
          <td class="number">150,000.00</td>
          <td class="number">37,500.00</td>
          <td class="number">37,500.00</td>
          <td class="number">
            <strong>712,500.00</strong>
          </td>
          <td>ฝ่ายขนส่ง</td>
          <td>ฝ่ายขนส่ง</td>
          <td class="center">
            <span class="asset-status status-active">ใช้งาน</span>
          </td>
        </tr>

        <!-- รายการที่ 4 -->
        <tr>
          <td class="asset-code">FN-2568-005</td>
          <td>เฟอร์นิเจอร์</td>
          <td>โต๊ะทำงาน 10 ตัว</td>
          <td>โต๊ะสำนักงาน</td>
          <td>20 มิ.ย. 2568</td>
          <td>20 มิ.ย. 2568</td>
          <td class="number">50,000.00</td>
          <td class="center">5 ปี</td>
          <td class="center">เส้นตรง</td>
          <td class="number">10,000.00</td>
          <td class="number">10,000.00</td>
          <td class="number">12,500.00</td>
          <td class="number">
            <strong>37,500.00</strong>
          </td>
          <td>สำนักงานใหญ่</td>
          <td>ฝ่ายธุรการ</td>
          <td class="center">
            <span class="asset-status status-active">ใช้งาน</span>
          </td>
        </tr>

      </tbody>

    </table>

  </div>

  <p class="asset-table-note">
    ตัวอย่างทะเบียนสินทรัพย์
  </p>

</div>



<div style="text-align: center; padding-top: 20px;">
  <a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1lLt7sqtPrp0duJ-qto7OPHwNOyXgSQ0FFhvt5J5pAjs/edit?usp=sharing" target="_blank" rel="noopener noreferrer" style="
      display: inline-block;
      padding: 12px 24px;
      background-color: #2563eb;
      color: #ffffff;
      text-decoration: none;
      font-size: 16px;
      font-weight: 600;
      border-radius: 99px;
      cursor: pointer;
    ">
    ดาวน์โหลดเทมเพลตทะเบียนสินทรัพย์
  </a>
</div>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:30px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>สินทรัพย์แบบไหนที่ต้องนำมาลงทะเบียนสินทรัพย์ ?</strong></strong></h2>



<p class="has-link-color wp-elements-46 wp-block-paragraph">สินทรัพย์ที่ต้องนำมาลงทะเบียนในทะเบียนทรัพย์สิน คือ <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-fixed-assets/" data-type="post" data-id="22255">สินทรัพย์ถาวร</a> และสินทรัพย์ที่มีตัวตนหรือไม่มีตัวตนที่มีอายุการใช้งานนานกว่า 1 ปี และมีมูลค่าสูงเกินกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กิจการ หรือองค์กรกำหนดไว้ เพื่อใช้ควบคุม ตรวจสอบ และคำนวณค่าเสื่อมราคา</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ตัวอย่าง</strong></p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-47">
<li>ที่ดิน เช่น พื้นที่ดินของกิจการ</li>



<li>อาคารและสิ่งปลูกสร้าง เช่น สำนักงาน คลังสินค้า โรงงาน หรือการปรับปรุงอาคาร</li>



<li>เครื่องจักรและอุปกรณ์ เช่น เครื่องจักรในโรงงาน เครื่องมือช่าง เครื่องมือการผลิต</li>



<li>เครื่องใช้สำนักงานและเฟอร์นิเจอร์ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ตู้เอกสาร</li>



<li>ยานพาหนะ เช่น รถยนต์ รถบรรทุก หรือมอเตอร์ไซค์ของกิจการ</li>



<li>คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต หรือเซิร์ฟเวอร์</li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-isintangible-assets/" data-type="post" data-id="22426">สินทรัพย์ไม่มีตัวตน</a> เช่น สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Software) หรือสัมปทานที่มีอายุใช้งานยาวนาน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกสิ่งที่ซื้อแล้วใช้นานเกินหนึ่งปีจะต้องถูกบันทึกเป็นสินทรัพย์ในลักษณะเดียวกันทั้งหมด กิจการยังต้องพิจารณานโยบายการบัญชี สาระสำคัญของรายการ ลักษณะการใช้งาน และข้อเท็จจริงของธุรกิจประกอบด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>วิธีจัดทำทะเบียนสินทรัพย์</strong></strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">ขั้นที่ 1 เมื่อบริษัทซื้อสินทรัพย์เข้ามา</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เริ่มจากรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-48">
<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-quotation/" data-type="post" data-id="21535">ใบเสนอราคา</a></li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-purchase-order/" data-type="post" data-id="21762">ใบสั่งซื้อ</a></li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-tax-invoice/" data-type="post" data-id="6409">ใบกำกับภาษี</a></li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-receipt/" data-type="post" data-id="10092">ใบเสร็จรับเงิน</a></li>



<li>เอกสารรับสินค้า</li>



<li>เอกสารค่าติดตั้ง หรือค่าขนส่งที่เกี่ยวข้อง</li>
</ul>



<p class="has-link-color wp-elements-49 wp-block-paragraph">จากนั้นให้ผู้ทำบัญชีพิจารณาว่ารายการดังกล่าวเข้าเงื่อนไขรับรู้เป็นสินทรัพย์ หรือควรบันทึกเป็น<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-expense/" data-type="post" data-id="14630">ค่าใช้จ่าย</a></p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">ขั้นที่ 2 กำหนดรหัสและติด Asset Tag</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์แต่ละชิ้นควรมีรหัสเฉพาะ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>IT-001 คือ อุปกรณ์ IT</li>



<li>OF-001 คือ อุปกรณ์สำนักงาน</li>



<li>MC-001 คือ เครื่องจักร</li>



<li>VH-001 คือ ยานพาหนะ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">หากสามารถติด Asset Tag หรือ QR Code ไว้บนตัวสินทรัพย์ได้ จะช่วยให้การตรวจนับภายหลังง่ายขึ้นมาก สิ่งสำคัญคือ รหัสบนสินทรัพย์จริงต้องตรงกับรหัสในทะเบียน</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">ขั้นที่ 3 บันทึกข้อมูลเข้าสู่ทะเบียนสินทรัพย์</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อได้รับสินทรัพย์ และทราบรายละเอียดแล้ว ควรบันทึกตามลำดับดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. รหัส<br>2. รายการ<br>3. เอกสารซื้อ<br>4. ต้นทุน<br>5. วันที่พร้อมใช้งาน<br>6. สถานที่<br>7. ผู้รับผิดชอบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากสินทรัพย์ถูกย้ายสาขาหรือเปลี่ยนผู้ใช้งานภายหลัง ก็ควรอัปเดตข้อมูลตามจริง</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">ขั้นที่ 4 บันทึก และติดตามค่าเสื่อมราคา</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสินทรัพย์อยู่ในสถานที่ และสภาพพร้อมใช้งาน จึงเริ่มพิจารณาการคิดค่าเสื่อมราคาตามนโยบายบัญชีที่เกี่ยวข้อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตาม TAS 16 การคิดค่าเสื่อมราคาต้องปันส่วนจำนวนที่คิดค่าเสื่อมราคาอย่างเป็นระบบตลอดอายุการใช้ประโยชน์ และเริ่มเมื่อสินทรัพย์พร้อมใช้งานตามวัตถุประสงค์ของฝ่ายบริหาร จึงควรแยกให้ชัดระหว่าง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>วันที่ซื้อ</li>



<li>วันที่รับสินค้า</li>



<li>วันที่ติดตั้ง</li>



<li>วันที่พร้อมใช้งาน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">เพราะในบางกรณีอาจไม่ใช่วันเดียวกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">ขั้นที่ 5 ตรวจนับสินทรัพย์เป็นระยะ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในทะเบียนสินทรัพย์ อาจระบุว่ามี Notebook 20 เครื่อง แต่สิ่งสำคัญคือ Notebook ทั้ง 20 เครื่องยังมีอยู่จริงหรือไม่ จึงควรมีการตรวจนับสินทรัพย์เป็นระยะ แล้วเปรียบเทียบกับทะเบียนสินทรัพย์</p>



<p class="wp-block-paragraph">กิจการที่มีสินทรัพย์ไม่มากอาจตรวจอย่างน้อยก่อนปิดบัญชีประจำปี ส่วนกิจการที่มีการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์บ่อยอาจกำหนดการตรวจนับถี่ขึ้นตามความเสี่ยงของธุรกิจ</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">ขั้นที่ 6 เมื่อขาย ชำรุด สูญหาย หรือเลิกใช้งาน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากสินทรัพย์เสียหาย ชำรุด สูญหาย หรือจำหน่าย ควรเปลี่ยนสถานะ พร้อมบันทึกข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้น เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>วันที่ขาย</li>



<li>ราคาขาย</li>



<li>วันที่พบว่าสูญหาย</li>



<li>เหตุผลที่เลิกใช้งาน</li>



<li>เอกสารอนุมัติ</li>



<li>ผู้อนุมัติ</li>



<li>เอกสารรับเงินจากการขาย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จากนั้นส่งข้อมูลให้ผู้ทำบัญชีพิจารณาการบันทึกรายการที่เกี่ยวข้อง</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:10px"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="540" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/fixed-asset-register.webp" alt="ทะเบียนสินทรัพย์" class="wp-image-22424" style="width:800px;height:auto" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/fixed-asset-register.webp 960w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/fixed-asset-register-300x169.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/fixed-asset-register-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>ทะเบียนสินทรัพย์เกี่ยวข้องกับค่าเสื่อมราคาอย่างไร ?</strong></strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. แหล่งข้อมูลตั้งต้น</strong> : ทะเบียนสินทรัพย์เก็บต้นทุน และวันที่ได้มา ซึ่งเป็นตัวเลขตั้งต้นในการคำนวณค่าเสื่อมราคา<br><strong>2. การกำหนดอายุการใช้งาน</strong> : ทะเบียนสินทรัพย์ระบุอัตรา หรืออายุขัยของทรัพย์สิน เพื่อให้ฝ่ายบัญชีรู้ว่าต้องทยอยหักค่าเสื่อมราคานานแค่ไหน<br><strong>3. การติดตามค่าเสื่อมราคาสะสม</strong> : ใช้บันทึกยอดค่าเสื่อมราคาสะสม และมูลค่าตามบัญชีสุทธิของแต่ละชิ้นให้อยู่เป็นปัจจุบัน<br><strong>4. การตัดจำหน่าย</strong> : เมื่อสินทรัพย์หมดอายุการใช้งาน หรือถูกขายออกไป ข้อมูลในทะเบียนจะช่วยให้รู้ว่าต้องตัดบัญชีส่วนที่เหลืออย่างไร</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทะเบียนสินทรัพย์</strong></strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">บริษัท จำเป็นต้องมีทะเบียนสินทรัพย์หรือไม่ ?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">บริษัทมีความจำเป็นต้องมีทะเบียนสินทรัพย์ เพื่อใช้บันทึกรายละเอียดทรัพย์สินถาวร คำนวณค่าเสื่อมราคา และแสดงรายการในงบการเงินประจำปีให้ถูกต้องตามหลักการบัญชีและกฎหมายภาษีอากร</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากบริษัทมีสินทรัพย์หลายรายการ การมีทะเบียนสินทรัพย์จะมีผลต่อการการควบคุม ตรวจนับ คำนวณค่าเสื่อมราคา และกระทบยอดกับบัญชี</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">ซื้อคอมพิวเตอร์ ต้องลงทะเบียนสินทรัพย์หรือไม่ ?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การซื้อคอมพิวเตอร์สำหรับใช้งานในบริษัทหรือหน่วยงาน จำเป็นต้องบันทึกข้อมูลลงในทะเบียนสินทรัพย์ หากคอมพิวเตอร์นั้นมีอายุการใช้งานนานกว่า 1 ปี และมีมูลค่าเข้าเกณฑ์เป็นสินทรัพย์ถาวร เพื่อใช้ในการคำนวณค่าเสื่อมราคา และควบคุมตรวจสอบภายใน</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">สินทรัพย์ที่คิดค่าเสื่อมหมดแล้ว ต้องเอาออกจากทะเบียนหรือไม่ ?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์ที่คิดค่าเสื่อมราคาหมดแล้ว ไม่ต้องเอาออกจากทะเบียนทันที หากทรัพย์สินนั้นยังใช้งานอยู่จริงในกิจการ โดยจะคงมูลค่าทางบัญชีไว้ที่จำนวนเงินเล็กน้อย (เช่น 1 บาท) และเก็บไว้ในทะเบียนเพื่อควบคุมการมีอยู่ จนกว่าจะมีการเลิกใช้งาน ขาย หรือทำลาย</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">สินทรัพย์สูญหาย หรือชำรุดควรทำอย่างไร ?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับแรกไม่ควรลบรายการออกจากทะเบียนทันที แต่ควรบันทึกสถานะและรวบรวมข้อเท็จจริงก่อน จากนั้นจึงส่งข้อมูลให้ผู้ทำบัญชีพิจารณาว่าต้องบันทึกการด้อยค่า การตัดรายการ หรือรายการอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>สรุป</strong></strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ทะเบียนสินทรัพย์เป็นมากกว่าตารางสำหรับเก็บข้อมูลทางบัญชี เพราะช่วยให้ธุรกิจเห็นภาพชัดเจนว่า ปัจจุบันบริษัทมีสินทรัพย์อะไรอยู่บ้าง แต่ละชิ้นอยู่ที่ไหน ใครเป็นผู้ใช้งาน มีมูลค่าทางบัญชีเท่าไร หากมีการบันทึกข้อมูลตั้งแต่วันที่ซื้อ กำหนดรหัส ติดตามการใช้งาน และอัปเดตเมื่อมีการย้าย ขาย ชำรุด หรือสูญหาย ก็จะช่วยให้ข้อมูลในทะเบียนตรงกับสินทรัพย์ที่มีอยู่จริงมากขึ้น</p>



<p class="has-link-color wp-elements-50 wp-block-paragraph">ดังนั้น เป้าหมายของการจัดทำทะเบียนสินทรัพย์จึงเป็นการสร้างข้อมูลกลางที่สามารถนำไปใช้ประกอบ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting/" data-type="post" data-id="6916">การทำบัญชี</a> คำนวณค่าเสื่อมราคา ตรวจนับสินทรัพย์ และวางแผนการใช้ทรัพยากรของธุรกิจ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากยังไม่แน่ใจว่าสินทรัพย์แต่ละรายการควรบันทึกอย่างไร หรือข้อมูลในทะเบียนตรงกับบัญชีหรือไม่ การให้ผู้ทำบัญชีช่วยตรวจสอบและวางระบบตั้งแต่ต้น จะช่วยลดปัญหาและทำให้การตรวจสอบในอนาคตง่ายขึ้นค่ะ</p>



<p class="has-link-color wp-elements-51 wp-block-paragraph"><strong>ติดต่อ Chob Accounting</strong><br>โทร : <a href="tel:0941594561" target="_blank" rel="noreferrer noopener">094-159-4561</a><br>Facebook : <a href="https://www.facebook.com/chobaccounting/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สำนักงานบัญชีคุณภาพ ชอบการบัญชี ออนไลน์</a><br>Line : <a href="https://lin.ee/HoBCNbLj" target="_blank" rel="noreferrer noopener">@chobaccounting</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-fixed-asset-register/">ทะเบียนสินทรัพย์ คืออะไร ? วิธีจัดทำ พร้อมตัวอย่างที่นำไปใช้ได้จริง</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน คืออะไร ? มีอะไรบ้าง เรื่องที่เจ้าของธุรกิจควรรู้</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-non-current-assets/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[น้ำ - พัทธนันท์ วัชรโชติธาดาพงษ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 22 Aug 2026 03:10:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=22359</guid>

					<description><![CDATA[<p>เวลาทำธุรกิจ เรามักต้องซื้อทรัพย์สินหลายอย่างมาใช้ในการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ รถยนต์ เครื่องจักร อาคาร หรือซอฟต์แวร์ ซึ่งทรัพย์สินบางรายการไม่ได้มีไว้ขายหรือเปลี่ยนเป็นเงินสดในระยะสั้น แต่มีไว้ใช้สร้างประโยชน์ให้กิจการต่อเนื่องในระยะยาว โดยทางบัญชีเรียกสินทรัพย์เหล่านี้ว่า “สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน” สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน คืออะไร ? สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (Non-current Assets) คือ สินทรัพย์ของกิจการที่ไม่เข้าเกณฑ์การจัดประเภทเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน โดยทั่วไปมักเป็นทรัพยากรที่กิจการถือไว้เพื่อใช้ประโยชน์หรือสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจในระยะยาว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-non-current-assets/">สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน คืออะไร ? มีอะไรบ้าง เรื่องที่เจ้าของธุรกิจควรรู้</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-link-color wp-elements-58 wp-block-paragraph">เวลาทำธุรกิจ เรามักต้องซื้อทรัพย์สินหลายอย่างมาใช้ในการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ รถยนต์ เครื่องจักร อาคาร หรือซอฟต์แวร์ ซึ่งทรัพย์สินบางรายการไม่ได้มีไว้ขายหรือเปลี่ยนเป็นเงินสดในระยะสั้น แต่มีไว้ใช้สร้างประโยชน์ให้กิจการต่อเนื่องในระยะยาว โดยทางบัญชีเรียก<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset/" data-type="post" data-id="13653">สินทรัพย์</a>เหล่านี้ว่า “สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน”</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน คืออะไร ?</strong></strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (Non-current Assets)</strong> คือ สินทรัพย์ของกิจการที่ไม่เข้าเกณฑ์การจัดประเภทเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน โดยทั่วไปมักเป็นทรัพยากรที่กิจการถือไว้เพื่อใช้ประโยชน์หรือสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจในระยะยาว เช่น ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร หรือสินทรัพย์ไม่มีตัวตนบางประเภท</p>



<p class="has-link-color wp-elements-59 wp-block-paragraph">ตามหลักการนำเสนองบการเงิน สินทรัพย์จะถือเป็น<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-current-assets/" data-type="post" data-id="22309">สินทรัพย์หมุนเวียน</a> ก็ต่อเมื่อตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดเท่านั้น</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน มีลักษณะอย่างไร ?</strong></strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนมักมีลักษณะสำคัญดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. ระยะเวลาใช้งาน</strong>: ให้ประโยชน์ หรืออยู่คู่กิจการนานเกินกว่า 1 ปี หรือเกินหนึ่งรอบระยะเวลาการดำเนินงาน<br><strong>2. สภาพคล่องต่ำ</strong>: ไม่สามารถเปลี่ยนกลับมาเป็นเงินสดได้อย่างรวดเร็ว<br><strong>3. วัตถุประสงค์หลัก</strong>: ใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ ผลิตสินค้า หรือให้บริการ เพื่อสร้างรายได้ในระยะยาว<br><strong>4. การบันทึกบัญชี</strong>: ส่วนใหญ่จะต้องมีการคำนวณค่าเสื่อมราคา หรือตัดจำหน่ายตามอายุการใช้งานที่ลดลงทุกปี ยกเว้นที่ดินที่ไม่คิดค่าเสื่อมราคา</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน สำคัญต่อธุรกิจอย่างไร ?</strong></strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนช่วยให้เจ้าของธุรกิจเห็นว่าเงินทุนของกิจการถูกนำไปลงทุนไว้กับทรัพยากรระยะยาวในรูปแบบใดบ้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. เป็นรากฐานการผลิตและดำเนินงาน</strong>: เช่น โรงงาน เครื่องจักร หรือสำนักงาน ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักในการทำธุรกิจ หากไม่มีสิ่งเหล่านี้ ธุรกิจจะไม่สามารถผลิตสินค้าหรือให้บริการได้<br><strong>2. สร้างรายได้ในระยะยาว</strong>: ทรัพย์สินเหล่านี้ถูกใช้งานต่อเนื่องหลายปีเพื่อทำกำไร ไม่ได้มีไว้ซื้อมาขายไปในระยะสั้น<br><strong>3. สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน</strong>: สินทรัพย์ไม่มีตัวตน เช่น สิทธิบัตรหรือเครื่องหมายการค้า ช่วยปกป้องเอกลักษณ์ และนวัตกรรมของบริษัท<br><strong>4. เพิ่มความมั่นคงและน่าเชื่อถือ</strong>: การมีสินทรัพย์มูลค่าสูงแสดงถึงศักยภาพและความพร้อมของกิจการในสายตาของนักลงทุน หรือสถาบันการเงิน</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม การมีสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าธุรกิจดี หรือไม่ดี เพราะต้องวิเคราะห์ร่วมกับรายได้ กระแสเงินสด หนี้สิน ประสิทธิภาพการใช้งานสินทรัพย์ รวมถึงข้อมูลทางการเงินด้านอื่นด้วย</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:20px"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/What-are-some-examples-of-non-current-assets.webp" alt="สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน มีอะไรบ้าง" class="wp-image-22379" style="width:800px;height:auto" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/What-are-some-examples-of-non-current-assets.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/What-are-some-examples-of-non-current-assets-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/What-are-some-examples-of-non-current-assets-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน มีอะไรบ้าง ?</strong></strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนมีได้หลายประเภท ขึ้นอยู่กับรูปแบบของธุรกิจ แต่ที่พบเห็นได้บ่อย มีอยู่ดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. เงินฝากธนาคารที่มีภาระค้ำประกัน</strong> คือเงินฝากที่กิจการไม่สามารถนำมาใช้ได้อย่างอิสระ เนื่องจากถูกนำไปวางเป็นหลักประกัน เช่น เงินฝากค้ำประกันวงเงินสินเชื่อ หรือเงินฝากที่มีข้อจำกัดในการถอนเป็นระยะเวลานาน<br><strong>2. เงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือการร่วมค้า</strong> คือ เงินที่กิจการนำไปลงทุนในบริษัทอื่นในลักษณะระยะยาว เช่น การลงทุนในบริษัทที่กิจการมีอำนาจควบคุม มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญ หรือมีการควบคุมร่วมกัน<br><strong>3. เงินลงทุนระยะยาวอื่น ๆ</strong> คือ เงินลงทุนที่กิจการมีวัตถุประสงค์ถือครองในระยะยาว เช่น หลักทรัพย์ หรือเงินฝากบางประเภทที่มีกำหนดระยะเวลาเกินกว่าระยะสั้นตามปกติ<br><strong>4. ลูกหนี้และเงินให้กู้ยืมระยะยาว</strong> คือ สิทธิที่กิจการคาดว่าจะได้รับชำระเงินในระยะยาว เช่น ลูกหนี้ตามสัญญาระยะยาว หรือเงินที่กิจการให้บุคคลหรือกิจการอื่นกู้ยืมโดยมีกำหนดชำระคืนในอนาคต<br><strong>5. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน</strong> คือ ที่ดิน หรืออาคารที่กิจการถือไว้เพื่อรับรายได้จากค่าเช่า เพื่อหวังมูลค่าเพิ่ม หรือทั้งสองอย่าง เช่น อาคารที่ซื้อไว้ปล่อยเช่า หรือที่ดินที่ถือไว้เพื่อการลงทุน<br><strong>6. ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์</strong> เป็นกลุ่มสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่พบได้บ่อยที่สุด เช่น ที่ดิน อาคารสำนักงาน โรงงาน เครื่องจักร รถยนต์ คอมพิวเตอร์ เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์สำนักงาน ซึ่งกิจการมีไว้ใช้ในการดำเนินงานระยะยาว<br><strong>7. ค่าความนิยม (Goodwill)</strong> เป็นสินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้นจากการซื้อหรือรวมธุรกิจ โดยสะท้อนประโยชน์ทางเศรษฐกิจในอนาคตที่ไม่สามารถแยกออกมาเป็นสินทรัพย์รายการใดรายการหนึ่งได้อย่างชัดเจน<br><strong>8. สินทรัพย์ไม่มีตัวตน</strong> คือ สินทรัพย์ที่ไม่มีลักษณะทางกายภาพ แต่สามารถสร้างประโยชน์ให้ธุรกิจได้ในอนาคต เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือสิทธิตามสัญญาบางประเภท<br><strong>9. สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี</strong> คือ สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่กิจการคาดว่าจะได้รับในอนาคต ซึ่งอาจเกิดจากผลแตกต่างชั่วคราวทางภาษี ขาดทุนทางภาษีที่ยังไม่ได้ใช้ หรือเครดิตภาษีบางประเภท<br><strong>10. สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น</strong> คือ สินทรัพย์ระยะยาวที่ไม่เหมาะจะจัดอยู่ในหมวดหลักข้างต้น เช่น เงินมัดจำหรือเงินประกันระยะยาวบางประเภท โดยต้องพิจารณาจากลักษณะและเงื่อนไขของแต่ละรายการ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เกี่ยวข้องกับค่าเสื่อมราคาอย่างไร ?</strong></strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนหลายประเภท โดยเฉพาะอาคาร เครื่องจักร รถยนต์ และอุปกรณ์ที่มีอายุการใช้ประโยชน์จำกัด จะเกี่ยวข้องกับค่าเสื่อมราคา ซึ่งเป็นการปันส่วนมูลค่าเสื่อมสภาพของสินทรัพย์อย่างเป็นระบบตลอดอายุการใช้ประโยชน์ของสินทรัพย์นั้น</p>



<p class="has-link-color wp-elements-60 wp-block-paragraph">ลองนึกภาพง่าย ๆ ว่า บริษัทซื้อเครื่องจักรมาเพื่อใช้งานหลายปี ไม่ได้หมายความว่าจะต้องรับรู้ราคาทั้งหมดเป็น<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-expense/" data-type="post" data-id="14630">ค่าใช้จ่าย</a>ในวันแรกโดยอัตโนมัติ หากรายการเข้าเกณฑ์การรับรู้เป็นสินทรัพย์ แต่จะมีการรับรู้และปันส่วนค่าใช้จ่ายตามหลักบัญชีที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงเวลาที่กิจการได้รับประโยชน์จากสินทรัพย์นั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะเดียวกัน สินทรัพย์ไม่มีตัวตนบางประเภทจะใช้การหักค่าตัดจำหน่าย (Amortisation) ตามหลักเกณฑ์ของสินทรัพย์ประเภทนั้น โดยไม่ใช้ค่าเสื่อมราคาเหมือนอาคารหรือเครื่องจักร ตัวอย่างเช่น ที่ดินโดยทั่วไปจะไม่คิดค่าเสื่อมราคา เนื่องจากโดยทั่วไปมีอายุการใช้ประโยชน์ไม่จำกัด แม้จะมีข้อยกเว้นในบางสถานการณ์</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>สรุป</strong></strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสะท้อนว่าธุรกิจมีทรัพยากรอะไรไว้ใช้สร้างประโยชน์ในระยะยาว ตั้งแต่ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร รถยนต์ และอุปกรณ์ ไปจนถึงสินทรัพย์บางประเภทที่จับต้องไม่ได้</p>



<p class="has-link-color wp-elements-61 wp-block-paragraph">เมื่อเจ้าของธุรกิจเข้าใจเรื่องนี้ จะช่วยให้อ่าน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-statement-of-financial-position/" data-type="post" data-id="11688">งบฐานะการเงิน</a>ได้ง่ายขึ้น เข้าใจค่าเสื่อมราคาได้ดีขึ้น และมองเห็นภาพว่าธุรกิจกำลังนำเงินไปลงทุนกับทรัพยากรระยะยาวประเภทใดบ้าง</p>



<p class="has-link-color wp-elements-62 wp-block-paragraph">หากไม่แน่ใจว่า ทรัพย์สินที่ซื้อเข้ามาควรบันทึกเป็นสินทรัพย์หรือค่าใช้จ่าย และควรจัดอยู่ในประเภทใด การให้<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeper/" data-type="post" data-id="16698">ผู้ทำบัญชี</a>ตรวจสอบจากเอกสาร วัตถุประสงค์การใช้งาน และข้อเท็จจริงของรายการ จะช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการจัดทำบัญชีได้ค่ะ</p>



<p class="has-link-color wp-elements-63 wp-block-paragraph"><strong>ติดต่อ Chob Accounting</strong><br>โทร : <a href="tel:0941594561" target="_blank" rel="noreferrer noopener">094-159-4561</a><br>Facebook : <a href="https://www.facebook.com/chobaccounting/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สำนักงานบัญชีคุณภาพ ชอบการบัญชี ออนไลน์</a><br>Line : <a href="https://lin.ee/HoBCNbLj" target="_blank" rel="noreferrer noopener">@chobaccounting</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-non-current-assets/">สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน คืออะไร ? มีอะไรบ้าง เรื่องที่เจ้าของธุรกิจควรรู้</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สินทรัพย์หมุนเวียน คืออะไร ? ทำความเข้าใจก่อนวางแผนธุรกิจ</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-current-assets/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[น้ำ - พัทธนันท์ วัชรโชติธาดาพงษ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Aug 2026 07:52:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=22309</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธุรกิจมียอดขายดี ลูกหนี้ก็เยอะ สินค้าในสต๊อกก็มีมูลค่าหลายล้านบาท แต่พอถึงเวลาจ่ายเงินเดือน จ่ายเจ้าหนี้ หรือเตรียมเงินลงทุนรอบใหม่ กลับรู้สึกว่าทำไมเงินสดถึงไม่เพียงพอ หนึ่งในตัวเลขที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจเข้าใจเรื่องนี้ได้ดีขึ้น คือ สินทรัพย์หมุนเวียน เพราะตัวเลขนี้ไม่ได้บอกเพียงว่าธุรกิจมีทรัพย์สินเท่าไร แต่ยังช่วยให้เราเห็นว่า ทรัพยากรระยะสั้นของกิจการกำลังอยู่ในรูปของ เงินสด ลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ หรืออยู่ในรูปแบบสินทรัพย์ประเภทอื่น สินทรัพย์หมุนเวียน คืออะไร ? [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-current-assets/">สินทรัพย์หมุนเวียน คืออะไร ? ทำความเข้าใจก่อนวางแผนธุรกิจ</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ธุรกิจมียอดขายดี ลูกหนี้ก็เยอะ สินค้าในสต๊อกก็มีมูลค่าหลายล้านบาท แต่พอถึงเวลาจ่ายเงินเดือน จ่ายเจ้าหนี้ หรือเตรียมเงินลงทุนรอบใหม่ กลับรู้สึกว่าทำไมเงินสดถึงไม่เพียงพอ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หนึ่งในตัวเลขที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจเข้าใจเรื่องนี้ได้ดีขึ้น คือ สินทรัพย์หมุนเวียน เพราะตัวเลขนี้ไม่ได้บอกเพียงว่าธุรกิจมีทรัพย์สินเท่าไร แต่ยังช่วยให้เราเห็นว่า ทรัพยากรระยะสั้นของกิจการกำลังอยู่ในรูปของ เงินสด ลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ หรืออยู่ในรูปแบบสินทรัพย์ประเภทอื่น</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>สินทรัพย์หมุนเวียน คืออะไร ?</strong></h2>



<p class="has-link-color wp-elements-73 wp-block-paragraph"><strong>สินทรัพย์หมุนเวียน (Current Assets)</strong> คือ <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset/" data-type="post" data-id="13653">สินทรัพย์</a>ที่มีสภาพคล่องสูงของกิจการ ซึ่งคาดว่าจะเปลี่ยนเป็นเงินสด ขาย หรือใช้หมดไปภายใน 1 ปี หรือภายในรอบระยะเวลาการดำเนินงานปกติ เช่น เงินสด เงินฝากธนาคาร ลูกหนี้การค้า และสินค้าคงคลัง ช่วยให้ธุรกิจมีเงินหมุนเวียนและจ่ายหนี้ระยะสั้นได้ทันเวลา</p>



<p class="wp-block-paragraph">คำว่า “หมุนเวียน” ไม่ได้หมายความเพียงว่า สินทรัพย์นั้นต้องกลายเป็นเงินสดภายใน 1 ปีเสมอไป แต่ต้องพิจารณาว่า สินทรัพย์นั้นมีบทบาทอย่างไรในวงจรการทำธุรกิจ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น ธุรกิจซื้อสินค้ามาเพื่อขาย เมื่อขายแล้วกลายเป็นลูกหนี้การค้า และเมื่อเก็บเงินจากลูกค้าได้จึงกลับมาเป็นเงินสด</p>



<p class="wp-block-paragraph">กระบวนการตั้งแต่ซื้อสินทรัพย์มาใช้ในการดำเนินงานจนกลับมาเป็นเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสด เรียกว่า รอบระยะเวลาการดำเนินงาน หรือ Operating Cycle</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>คุณสมบัติของสินทรัพย์หมุนเวียน</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์หมุนเวียนแต่ละประเภท อาจมีลักษณะและความสามารถในการเปลี่ยนเป็นเงินสดแตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปจะเป็นทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในระยะสั้นของธุรกิจ และมีการหมุนเวียนไปตามกิจกรรมของกิจการ เช่น จากเงินสดเป็นสินค้า จากสินค้าเป็นลูกหนี้ และกลับมาเป็นเงินสดอีกครั้ง</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong>1. มีสภาพคล่องสูง</strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์หมุนเวียนโดยทั่วไปมี มีสภาพคล่องสูงกว่าสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เพราะสามารถนำมาใช้ ขาย หรือเปลี่ยนกลับมาเป็นเงินสดได้ค่อนข้างรวดเร็วตามลักษณะของธุรกิจ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม สินทรัพย์หมุนเวียนแต่ละรายการมีสภาพคล่องไม่เท่ากัน เช่น เงินสด สามารถนำไปใช้ได้ทันที ขณะที่ลูกหนี้การค้า ต้องรอเก็บเงินจากลูกค้า และ สินค้าคงเหลือ ต้องขายออกก่อนจึงจะเปลี่ยนเป็นเงินสดได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น หากต้องการดูสภาพคล่องของธุรกิจ ไม่ควรพิจารณาเพียงยอดรวมของสินทรัพย์หมุนเวียน แต่ควรดูด้วยว่าสินทรัพย์เหล่านั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong>2. </strong></strong></strong></strong>ระยะเวลาจำกัด</h3>



<p class="has-link-color wp-elements-74 wp-block-paragraph">สินทรัพย์หมุนเวียนมักเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในระยะสั้น หรือรอบการดำเนินงานตามปกติของธุรกิจ เช่น สินค้าที่ซื้อมาเพื่อขาย ลูกหนี้ที่เกิดจากการขายสินค้า หรือ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-expense/" data-type="post" data-id="14630">ค่าใช้จ่าย</a>ที่จ่ายล่วงหน้าสำหรับช่วงเวลาหนึ่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าสินทรัพย์หมุนเวียนทุกประเภทต้องเปลี่ยนเป็นเงินสดภายใน 1 ปีเสมอไป เพราะสินค้าคงเหลือหรือลูกหนี้บางรายการอาจยังเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน หากอยู่ภายในรอบการดำเนินงานตามปกติของกิจการ จึงควรมองทั้งระยะเวลา และลักษณะของวงจรธุรกิจประกอบกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>3. วัตถุประสงค์ในการถือครอง</strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">อีกคุณสมบัติสำคัญคือ กิจการไม่ได้ถือสินทรัพย์หมุนเวียนไว้เพื่อใช้งานระยะยาวเป็นหลัก แต่ถือไว้เพื่อใช้ในการดำเนินงาน ขาย ซื้อขาย หรือรับประโยชน์ในระยะสั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น สินค้าที่กิจการซื้อมาเพื่อจำหน่ายให้ลูกค้า มีวัตถุประสงค์แตกต่างจากเครื่องจักรที่ซื้อมาเพื่อใช้ผลิตสินค้าเป็นเวลาหลายปี สินค้าจึงมักอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์หมุนเวียน ส่วนเครื่องจักรมักเป็นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น การพิจารณาว่าสินทรัพย์รายการหนึ่งเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนหรือไม่ จึงต้องดูด้วยว่า ธุรกิจถือสินทรัพย์นั้นไว้เพื่ออะไร ไม่ใช่พิจารณาเพียงจากชื่อของสินทรัพย์ หรือระยะเวลาอย่างเดียว</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:20px"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/What-are-current-assets.webp" alt="สินทรัพย์หมุนเวียน มีอะไรบ้าง" class="wp-image-22355" style="width:800px;height:auto" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/What-are-current-assets.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/What-are-current-assets-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/What-are-current-assets-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>สินทรัพย์หมุนเวียน มีอะไรบ้าง</strong> ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-75 wp-block-paragraph">สินทรัพย์หมุนเวียนมีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับลักษณะการดำเนินงานของแต่ละธุรกิจ โดยรายการที่พบใน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-financial-statement/" data-type="post" data-id="4954">งบการเงินของบริษัท</a> มีดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>1. เงินสด และรายการเทียบเท่าเงินสด</strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงที่สุด และสามารถนำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจได้ค่อนข้างรวดเร็ว เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เงินสด</li>



<li>เงินฝากธนาคารประเภทกระแสรายวัน</li>



<li>เงินฝากออมทรัพย์</li>



<li>เช็คที่ถึงกำหนด</li>



<li>ธนาณัติ ตั๋วแลกเงิน หรือรายการที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่าย</li>



<li>เงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง และมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าต่ำ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">โดยทั่วไป รายการเทียบเท่าเงินสดมักเป็นเงินลงทุนที่มีอายุคงเหลือสั้นมาก เช่น ประมาณ 3 เดือนหรือน้อยกว่านับจากวันที่ได้มา</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>2. </strong></strong></strong></strong></strong>เงินลงทุนชั่วคราว</h3>



<p class="wp-block-paragraph">คือเงินลงทุนที่กิจการตั้งใจถือไว้ในระยะสั้น โดยทั่วไปไม่เกิน 12 เดือน นับจากวันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>หลักทรัพย์เพื่อค้า</li>



<li>เงินลงทุนในตราสารทางการเงินบางประเภท</li>



<li>เงินฝากประจำระยะสั้น</li>



<li>ตราสารหนี้ที่ใกล้ครบกำหนด</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">รายการเหล่านี้มักถือไว้เพื่อบริหารเงิน หรือรอเปลี่ยนเป็นเงินสดในระยะสั้น</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">3. <strong>ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ลูกหนี้ คือ สิทธิที่กิจการคาดว่าจะได้รับชำระเป็นเงิน หรือประโยชน์ทางเศรษฐกิจในอนาคต แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ</p>



<p class="has-link-color wp-elements-76 wp-block-paragraph"><strong>1. ลูกหนี้การค้า</strong><br>เกิดจากการขายสินค้า หรือให้บริการตามปกติของกิจการ แต่ลูกค้ายังไม่ได้ชำระเงิน เช่น ขายสินค้าให้เครดิต 30 วัน หรือรับงานบริการแล้วออก<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-are-invoice-and-billing-note/" data-type="post" data-id="7035">ใบแจ้งหนี้</a>ให้ลูกค้า</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>2. ลูกหนี้หมุนเวียนอื่น</strong><br>เป็นลูกหนี้ที่ไม่ได้เกิดจากการขายสินค้า หรือบริการโดยตรง เช่น</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-77">
<li>ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า</li>



<li>รายได้ค้างรับ</li>



<li>เงินทดรองจ่าย</li>



<li>เงินมัดจำ</li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-input-output-tax/" data-type="post" data-id="6609">ภาษีซื้อ</a>ที่ยังไม่ถึงกำหนด</li>



<li>ลูกหนี้จากหน่วยงานของรัฐบางประเภท</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">รายการเหล่านี้จะถูกจัดเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนเมื่อคาดว่าจะได้รับประโยชน์หรือได้รับชำระภายในรอบการดำเนินงานตามปกติ หรือภายในระยะเวลาที่เข้าเกณฑ์สินทรัพย์หมุนเวียน</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">4. มูลค่างานส่วนที่เสร็จแต่ยังไม่ถึงกำหนดเรียกชำระเงิน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หมายถึง มูลค่าของงานที่กิจการทำเสร็จไปแล้วบางส่วน และมีสิทธิได้รับค่าตอบแทน แต่ยังไม่ถึงรอบหรือเงื่อนไขที่จะออกใบเรียกเก็บเงินจากลูกค้า</p>



<p class="wp-block-paragraph">พบได้บ่อยในธุรกิจบริการ ธุรกิจรับเหมา หรือธุรกิจที่ทำงานเป็นโครงการ เช่น บริษัทรับเหมาดำเนินงานไปแล้วตามความคืบหน้า แต่ตามสัญญายังไม่ถึงงวดที่สามารถออกใบแจ้งหนี้ได้</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">5. เงินให้กู้ยืมระยะสั้น</h3>



<p class="wp-block-paragraph">คือเงินที่กิจการให้บุคคลหรือกิจการอื่นกู้ยืม และคาดว่าจะได้รับคืนในระยะสั้น เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เงินให้กู้ยืมแก่กรรมการ</li>



<li>เงินให้กู้ยืมแก่พนักงาน</li>



<li>เงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน</li>



<li>เงินให้กู้ยืมแก่บุคคลอื่นที่มีกำหนดชำระในระยะสั้น</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">หากมีกำหนดชำระคืนระยะยาว อาจต้องจัดประเภทเป็นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนแทน</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">6. สินค้าคงเหลือ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สินค้าคงเหลือ คือ สินทรัพย์ที่กิจการมีไว้เพื่อขาย ใช้ในการผลิต หรือใช้ในการให้บริการตามปกติของธุรกิจ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สินค้าสำเร็จรูป</li>



<li>งานระหว่างทำ</li>



<li>วัตถุดิบ</li>



<li>วัสดุที่ใช้ในการผลิต</li>



<li>ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้เพื่อขาย</li>



<li>ต้นทุนโครงการระหว่างพัฒนา</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นร้านขายสินค้า สินค้าที่วางอยู่ในสต๊อกเพื่อรอขายก็ถือเป็นสินค้าคงเหลือ ส่วนโรงงานอาจมีทั้งวัตถุดิบ งานระหว่างผลิต และสินค้าสำเร็จรูป</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">7. สินทรัพย์ภาษีเงินได้ของงวดปัจจุบัน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">คือจำนวนภาษีเงินได้ที่กิจการมีสิทธิได้รับคืนจากหน่วยงานภาษี เช่น กรณีที่กิจการชำระภาษีไว้มากกว่าจำนวนที่ต้องชำระจริง</p>



<p class="has-link-color wp-elements-78 wp-block-paragraph">รายการนี้อาจเกิดขึ้นเมื่อมี<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-withholding-tax/" data-type="post" data-id="4109">ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย</a> หรือภาษีที่ชำระล่วงหน้า มากกว่าภาระภาษีที่เกิดขึ้นในงวดนั้น</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">8. สินทรัพย์ชีวภาพหมุนเวียน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์ชีวภาพ คือ สัตว์หรือพืชที่กิจการถือครองเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ และคาดว่าจะขาย เก็บเกี่ยว หรือได้รับประโยชน์ภายในรอบการดำเนินงานตามปกติ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สัตว์ที่เลี้ยงไว้เพื่อจำหน่าย</li>



<li>พืชผลทางการเกษตรบางประเภท</li>



<li>สินทรัพย์ทางการเกษตรที่คาดว่าจะขายภายในระยะสั้น</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">รายการนี้จะพบมากในธุรกิจเกษตร ปศุสัตว์ หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิตจากสิ่งมีชีวิต</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">9. สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นสินทรัพย์หมุนเวียนที่ไม่สามารถจัดอยู่ในหมวดหลักข้างต้นได้ แต่กิจการคาดว่าจะได้รับประโยชน์ในระยะสั้น เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เงินฝากธนาคารที่มีข้อจำกัดบางประเภท</li>



<li>เงินประกัน</li>



<li>ภาษีซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนด</li>



<li>รายการจ่ายล่วงหน้าบางประเภท</li>



<li>สินทรัพย์ระยะสั้นอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">รายละเอียดของรายการเหล่านี้ อาจแตกต่างกันไปตามประเภทของธุรกิจ</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>10. สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขาย</strong></h3>



<p class="has-link-color wp-elements-79 wp-block-paragraph">เป็นสินทรัพย์ที่เดิมอาจถูกจัดอยู่ในกลุ่ม<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-fixed-assets/" data-type="post" data-id="22255">สินทรัพย์ถาวร</a> หรือสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน แต่ภายหลังธุรกิจมีแผนขาย และสินทรัพย์นั้นเข้าเงื่อนไขสำหรับการจัดประเภทเป็น สินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเข้าเกณฑ์แล้ว รายการดังกล่าวสามารถนำมาแสดงในกลุ่มสินทรัพย์หมุนเวียนได้ เช่น กิจการมีอาคารที่เคยใช้ดำเนินงาน แต่ตัดสินใจเลิกใช้งานและมีแผนขายโดยเข้าเงื่อนไขตามมาตรฐานบัญชี</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:20px"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="540" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Current-assets.webp" alt="สินทรัพย์หมุนเวียน" class="wp-image-22357" style="width:800px;height:auto" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Current-assets.webp 960w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Current-assets-300x169.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Current-assets-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>สินทรัพย์หมุนเวียน สำคัญต่อธุรกิจอย่างไร ?</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. ช่วยประเมินสภาพคล่องของธุรกิจ</strong><br>สินทรัพย์หมุนเวียนเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ใช้พิจารณาว่าธุรกิจมีความพร้อมในการรับมือกับค่าใช้จ่ายและหนี้สินระยะสั้นมากน้อยเพียงใด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น หากบริษัทมีเงินสด และลูกหนี้ที่สามารถเก็บเงินได้ตามกำหนด ก็อาจมีความคล่องตัวในการจ่ายเจ้าหนี้ เงินเดือน ภาษี หรือค่าใช้จ่ายประจำได้ดีกว่าธุรกิจที่สินทรัพย์ส่วนใหญ่กระจุกอยู่ในสินค้าคงเหลือที่ขายได้ช้า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น การวิเคราะห์สินทรัพย์หมุนเวียนจึงช่วยให้เจ้าของธุรกิจมองเห็นว่า เงินที่กิจการมีอยู่ พร้อมนำไปใช้มากน้อยแค่ไหน</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>2. ช่วยวางแผนเงินทุนหมุนเวียน</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ธุรกิจต้องใช้เงินหมุนเวียนอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้า จ่ายค่าจ้าง ชำระเจ้าหนี้ หรือรองรับค่าใช้จ่ายก่อนที่จะเก็บเงินจากลูกค้าได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อรู้ว่าสินทรัพย์หมุนเวียนอยู่ในรูปใด เจ้าของกิจการจะสามารถวางแผนได้ว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ควรเก็บเงินสดสำรองไว้เท่าไร</li>



<li>ควรเร่งติดตามลูกหนี้หรือไม่</li>



<li>ควรลดหรือเพิ่มสินค้าคงเหลือ</li>



<li>มีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายรอบถัดไปหรือไม่</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลเหล่านี้ ช่วยลดความเสี่ยงของสถานการณ์ที่ธุรกิจมียอดขาย แต่กลับขาดเงินสดสำหรับใช้ดำเนินงาน</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>3. ช่วยทำให้เห็นว่าเงินของธุรกิจกำลังอยู่ตรงไหน</strong><br>ยอดสินทรัพย์หมุนเวียนเท่ากัน ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะมีสถานะทางการเงินเหมือนกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น บริษัท A และบริษัท B ต่างมีสินทรัพย์หมุนเวียน 5 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่บริษัท A อาจมีเงินสด 3 ล้านบาท ขณะที่บริษัท B มีเงินสดเพียง 500,000 บาท และอีก 4.5 ล้านบาทอยู่ในรูปของลูกหนี้และสินค้าคงเหลือ</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ยอดรวมเท่ากัน แต่ความสามารถในการนำเงินมาใช้ทันทีแตกต่างกันอย่างมาก</p>



<p class="wp-block-paragraph">การดูองค์ประกอบของสินทรัพย์หมุนเวียน จึงช่วยให้เจ้าของกิจการตอบได้ว่า เงินกำลังค้างอยู่ที่ลูกหนี้ อยู่ในสต๊อก หรืออยู่ในรูปแบบของเงินสดที่พร้อมนำมาใช้แล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>4. ใช้ประกอบการตัดสินใจขยายธุรกิจ</strong><br>เจ้าของธุรกิจควรประเมินก่อนว่าสินทรัพย์ระยะสั้นที่มีอยู่ สามารถรองรับค่าใช้จ่ายหลังจากลงทุนแล้วได้หรือไม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">เพราะแม้บริษัทจะมีสินทรัพย์จำนวนมาก แต่หากเงินส่วนใหญ่ยังเป็นลูกหนี้ที่เก็บไม่ได้ หรือเป็นสินค้าที่ขายออกช้า การนำเงินไปลงทุนเพิ่มอาจทำให้กิจการมีสภาพคล่องน้อยลง</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>5. ช่วยค้นหาสัญญาณที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติม</strong><br>การเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์หมุนเวียนบางรายการเป็นสัญญาณที่ทำให้เจ้าของธุรกิจกลับไปตรวจสอบการบริหารงาน เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ลูกหนี้เพิ่มขึ้น</strong> อาจต้องตรวจสอบว่าระยะเวลาเก็บเงินจากลูกค้ายาวนานขึ้นหรือไม่</li>



<li><strong>สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง</strong> อาจต้องดูว่าสินค้าขายออกได้ยาก หรือมีของค้างสต๊อกหรือไม่</li>



<li><strong>เงินสดลดลง</strong> อาจต้องตรวจสอบว่ามีค่าใช้จ่าย หรือการลงทุนใดที่ใช้เงินเกินแผนหรือไม่</li>
</ul>



<p class="has-link-color wp-elements-80 wp-block-paragraph">ดังนั้น สินทรัพย์หมุนเวียนไม่ได้มีประโยชน์เพียงในมุมของ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting/" data-type="post" data-id="6916">การจัดทำบัญชี</a> แต่ยังเป็นข้อมูลที่ช่วยให้เจ้าของกิจการ เห็นความเคลื่อนไหวของเงินภายในธุรกิจและตัดสินใจได้เร็วขึ้น</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>สรุป</strong></strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับเจ้าของธุรกิจ การรู้ว่าสินทรัพย์หมุนเวียนมีเท่าไรเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งที่สำคัญกว่าคือการรู้ว่าเงินก้อนนั้น กำลังอยู่ในรูปของ เงินสด ลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ เงินลงทุน หรือสินทรัพย์ประเภทใด และสินทรัพย์เหล่านั้น พร้อมที่จะนำมาเปลี่ยนเป็นทรัพยากรที่ธุรกิจนำไปใช้งานได้มากน้อยเพียงใด</p>



<p class="wp-block-paragraph">เพราะธุรกิจที่มีสินทรัพย์หมุนเวียนเยอะ ไม่ได้หมายความว่าจะมีเงินสด สำหรับนำไปลงทุนหรือชำระค่าใช้จ่ายทันที เมื่อเข้าใจองค์ประกอบเหล่านี้ เจ้าของธุรกิจก็จะสามารถอ่านงบการเงินได้ลึกขึ้น มองเห็นสภาพคล่องได้ชัดขึ้น และมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนเพิ่มสต๊อก ลงทุน เปิดสาขา หรือขยายธุรกิจได้รอบด้านกว่าเดิม</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากอ่านงบการเงินแล้วไม่แน่ใจว่า ตัวเลขสินทรัพย์ ลูกหนี้ สต๊อก หรือหนี้สินแต่ละรายการกำลังสะท้อนอะไรเกี่ยวกับธุรกิจ การพูดคุยกับผู้ทำบัญชีเพื่อวิเคราะห์รายละเอียดประกอบงบ จะช่วยให้มองเห็นภาพทางการเงินและวางแผนธุรกิจได้ง่ายขึ้น ติดต่อเข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยค่ะ</p>



<p class="has-link-color wp-elements-81 wp-block-paragraph">อ้างอิง : <a href="https://www.dbd.go.th/storage/law/0e0dfc4d-00fe-4541-a97f-6dbe9eeee7f4.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ความหมายของรายการย่อในงบการเงิน ของบริษัทจำกัด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า</a></p>



<p class="has-link-color wp-elements-82 wp-block-paragraph"><strong>ติดต่อ Chob Accounting</strong><br>โทร : <a href="tel:0941594561" target="_blank" rel="noreferrer noopener">094-159-4561</a><br>Facebook : <a href="https://www.facebook.com/chobaccounting/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สำนักงานบัญชีคุณภาพ ชอบการบัญชี ออนไลน์</a><br>Line : <a href="https://lin.ee/HoBCNbLj" target="_blank" rel="noreferrer noopener">@chobaccounting</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-current-assets/">สินทรัพย์หมุนเวียน คืออะไร ? ทำความเข้าใจก่อนวางแผนธุรกิจ</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สินทรัพย์ถาวร คืออะไร ? มีอะไรบ้าง พร้อมตัวอย่าง</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-fixed-assets/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[น้ำ - พัทธนันท์ วัชรโชติธาดาพงษ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Aug 2026 06:41:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=22255</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในกรณีที่เราซื้อสินทรัพย์มาใช้ในกิจการ เช่น คอมพิวเตอร์ หรือรถยนต์สำหรับรับ-ส่งสินค้า หลายคนอาจสงสัยว่าของที่ซื้อมาเหล่านั้น ควรบันทึกเป็นค่าใช้จ่าย หรือจริง ๆ แล้วต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์ถาวรของกิจการ สินทรัพย์ถาวรโดยทั่วไปหมายถึงสินทรัพย์ที่กิจการมีไว้ใช้ในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว ที่ไม่ได้ซื้อมาเพื่อขายตามปกติ และคาดว่าจะใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์นั้นเป็นเวลานาน ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาไปทำความเข้าใจเรื่องสินทรัพย์ถาวร พร้อมหลักในการพิจารณาว่าสินทรัพย์รูปแบบใดบ้างที่ถือว่าเป็นสินทรัพย์ถาวรค่ะ สินทรัพย์ถาวร คืออะไร ? สินทรัพย์ถาวร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-fixed-assets/">สินทรัพย์ถาวร คืออะไร ? มีอะไรบ้าง พร้อมตัวอย่าง</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-link-color wp-elements-95 wp-block-paragraph">ในกรณีที่เราซื้อ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset/" data-type="post" data-id="13653">สินทรัพย์</a>มาใช้ในกิจการ เช่น คอมพิวเตอร์ หรือรถยนต์สำหรับรับ-ส่งสินค้า หลายคนอาจสงสัยว่าของที่ซื้อมาเหล่านั้น ควรบันทึกเป็น<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-expense/" data-type="post" data-id="14630">ค่าใช้จ่าย</a> หรือจริง ๆ แล้วต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์ถาวรของกิจการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์ถาวรโดยทั่วไปหมายถึงสินทรัพย์ที่กิจการมีไว้ใช้ในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว ที่ไม่ได้ซื้อมาเพื่อขายตามปกติ และคาดว่าจะใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์นั้นเป็นเวลานาน ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาไปทำความเข้าใจเรื่องสินทรัพย์ถาวร พร้อมหลักในการพิจารณาว่าสินทรัพย์รูปแบบใดบ้างที่ถือว่าเป็นสินทรัพย์ถาวรค่ะ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>สินทรัพย์ถาวร คืออะไร ?</strong></h2>



<p class="has-link-color wp-elements-96 wp-block-paragraph"><strong>สินทรัพย์ถาวร (Fixed Asset)</strong> คือ ทรัพย์สินที่กิจการได้มาเพื่อใช้ประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจมากกว่าหนึ่งรอบระยะเวลาบัญชี เช่น ใช้ผลิตสินค้า ให้บริการ บริหารงาน หรือสนับสนุนการทำงานของธุรกิจ โดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อซื้อมาแล้วขายต่อ ถือเป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน</p>



<p class="wp-block-paragraph">การจะรับรู้รายการที่ดิน อาคารและอุปกรณ์เป็นสินทรัพย์ ยังต้องพิจารณาว่ามีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่กิจการจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตจากรายการนั้น และสามารถวัดมูลค่าต้นทุนได้อย่างน่าเชื่อถือด้วย</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:20px"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/What-are-the-characteristics-of-fixed-assets.webp" alt="สินทรัพย์ถาวร มีลักษณะอย่างไร ?" class="wp-image-22299" style="width:800px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/What-are-the-characteristics-of-fixed-assets.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/What-are-the-characteristics-of-fixed-assets-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/What-are-the-characteristics-of-fixed-assets-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>สินทรัพย์ถาวร มีลักษณะอย่างไร ?</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong>1. มีไว้เพื่อใช้งาน ไม่ได้มีไว้ขาย</strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์ถาวร เป็นสินทรัพย์ที่ซื้อมาไว้เพื่อใช้งาน ไม่ได้มีไว้เพื่อขายหรือทำกำไรโดยตรงจากสินทรัพย์นั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">อยากให้ลองเปรียบเทียบเป็นรถยนต์ 2 คัน ที่ซื้อมาเพื่อจุดประสงค์ที่ต่างกัน</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>คันแรก: รถตู้ สำหรับการให้บริการลูกค้า ซึ่งสร้างประโยชน์ให้กิจการเป็นเวลานานหลายปี ถือเป็นสินทรัพย์ถาวร</li>



<li>คันที่สอง: รถยนต์ทั่วไป สำหรับขายต่อให้กับลูกค้า ทำให้รถคันนี้อาจถือเป็นสินค้าคงเหลือ</li>
</ul>



<p class="has-link-color wp-elements-97 wp-block-paragraph">ดังนั้น อย่าพิจารณาเพียงว่าทรัพย์สินนั้นคืออะไร แต่ต้องดูด้วยว่าเอาไว้ใช้ทำอะไรในกิจการ ซึ่งสอดคล้องกับ<a href="https://acpro-std.tfac.or.th/uploads/files/TAS16-Manual.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">คู่มืออธิบายมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 เรื่อง ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์</a> ที่พิจารณาสินทรัพย์ซึ่งถือไว้เพื่อการผลิต การให้บริการ การให้เช่า หรือการบริหารงาน</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong>2. คาดว่าจะใช้งานมากกว่าหนึ่งรอบบัญชี</strong></strong></strong></h3>



<p class="has-link-color wp-elements-98 wp-block-paragraph">สินทรัพย์ถาวรมักไม่ได้ถูกซื้อมาใช้แล้วหมดไปภายในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่มีอายุการใช้งานในกิจการที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ต่อเนื่องมากกว่าหนึ่ง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting-period/" data-type="post" data-id="14660">รอบบัญชี</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น เครื่องจักรในโรงงานอาจถูกใช้ผลิตสินค้าเป็นเวลาหลายปี รถส่งสินค้าอาจให้บริการกิจการหลายปี หรือคอมพิวเตอร์สำนักงานอาจใช้ทำงานต่อเนื่องหลายรอบบัญชี</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong>3. สร้างประโยชน์ให้ธุรกิจในอนาคต</strong></strong></strong></h3>



<p class="has-link-color wp-elements-99 wp-block-paragraph">ตามหลักการรับรู้สินทรัพย์ จะพิจารณาถึงประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตที่กิจการคาดว่าจะได้รับ ประโยชน์ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสินทรัพย์นั้นสร้าง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-revenue/" data-type="post" data-id="14589">รายได้</a>โดยตรงเสมอไป เช่น เครื่องจักรช่วยให้โรงงานผลิตสินค้า รถยนต์ช่วยให้<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-company/" data-type="post" data-id="6498">บริษัท</a>จัดส่งสินค้าได้ ส่วนคอมพิวเตอร์อาจช่วยให้ฝ่ายบัญชี ฝ่ายขาย หรือฝ่ายบริการลูกค้าทำงานได้ แม้ตัวคอมพิวเตอร์เองจะไม่ได้สร้างยอดขายโดยตรงก็ตาม</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากต้องการทราบว่าของที่เราซื้อมานั้นเป็นสินทรัพย์ถาวรหรือไม่ สามารถพิจารณาได้จาก 3 คำถามง่าย ๆ ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ซื้อมาเพื่ออะไร ?</li>



<li>คาดว่าจะใช้งานนานแค่ไหน ?</li>



<li>สินทรัพย์นั้นสร้าง หรือสนับสนุนประโยชน์ให้กิจการอย่างไร ?</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งช่วยให้เห็นภาพได้ดีกว่าการใช้ราคาเป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:20px"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Examples-of-fixed-assets.webp" alt="ตัวอย่างสินทรัพย์ถาวร" class="wp-image-22303" style="width:800px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Examples-of-fixed-assets.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Examples-of-fixed-assets-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Examples-of-fixed-assets-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>ตัวอย่างสินทรัพย์ถาวร ที่พบบ่อย</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong>1. ที่ดิน</strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เช่น ที่ดินที่กิจการซื้อไว้สำหรับสร้างสำนักงาน โรงงาน คลังสินค้า หรือใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจการ</p>



<p class="has-link-color wp-elements-100 wp-block-paragraph">จุดที่ควรรู้คือ ที่ดินและอาคารต้องพิจารณาแยกจากกัน แม้ซื้อพร้อมกัน โดยทั่วไปที่ดินมีอายุการใช้ประโยชน์ไม่จำกัดจึงไม่ต้องคิด<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-depreciation/" data-type="post" data-id="18791">ค่าเสื่อมราคา</a> แต่ก็มีบางกรณีเฉพาะที่ที่ดินอาจมีอายุการใช้ประโยชน์จำกัด และต้องพิจารณาค่าเสื่อมราคาแตกต่างออกไป</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong>2. อาคารและสิ่งปลูกสร้าง</strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เช่น อาคารสำนักงาน โรงงาน คลังสินค้า อาคารร้านค้า หรือสิ่งปลูกสร้างที่กิจการมีไว้ใช้ในการประกอบธุรกิจ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น บริษัทผลิตสินค้าอาจมีทั้งที่ดิน โรงงาน และคลังสินค้าเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญ ขณะที่ธุรกิจโรงแรมหรือร้านอาหารอาจมีอาคารและส่วนปรับปรุงสถานที่เป็นสัดส่วนสำคัญของสินทรัพย์</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong>3. </strong></strong></strong>เครื่องจักร และอุปกรณ์การผลิต</h3>



<p class="wp-block-paragraph">พบได้ในโรงงานและธุรกิจที่มีการผลิต เช่น เครื่องจักรผลิตสินค้า เครื่องบรรจุสินค้า เตาอบอุตสาหกรรม หรืออุปกรณ์ที่ใช้ในสายการผลิต</p>



<p class="wp-block-paragraph">ธุรกิจร้านอาหารก็อาจมีอุปกรณ์ที่ใช้งานระยะยาว เช่น เตา เครื่องทำความเย็น หรือเครื่องจักรบางประเภท ซึ่งต้องพิจารณาการรับรู้ตามลักษณะและนโยบายของกิจการ</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>4. รถยนต์ และยานพาหนะ</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เช่น รถส่งสินค้า รถบริการ รถบรรทุก หรือยานพาหนะที่กิจการมีไว้ใช้ในการดำเนินงาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนนี้ต้องพิจารณาจากวัตถุประสงค์การใช้งาน เพราะรถที่บริษัททั่วไปซื้อมาใช้ดำเนินธุรกิจกับรถที่ผู้ประกอบการซื้อมาเพื่อขาย มีลักษณะทางบัญชีต่างกัน</p>



<p class="has-link-color wp-elements-101 wp-block-paragraph">ในด้านภาษี ยังมีกฎเฉพาะเกี่ยวกับการหักค่าสึกหรอ และค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน รวมถึงข้อจำกัดบางกรณีสำหรับรถยนต์นั่ง หรือรถยนต์โดยสารไม่เกินสิบคน ดังนั้น<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeping/" data-type="post" data-id="13830">การบันทึกบัญชี</a> และการคำนวณภาษีควรพิจารณาแยกกันตามข้อเท็จจริงของกิจการ</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>5. คอมพิวเตอร์</strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เช่น Desktop, Notebook, Printer, Server หรืออุปกรณ์ด้าน IT ที่นำมาใช้สนับสนุนการทำงานของพนักงาน</p>



<p class="has-link-color wp-elements-102 wp-block-paragraph">สำหรับ <a href="https://chobaccountingonline.co.th/sme-vs-non-sme-differences/" data-type="post" data-id="4602">SME</a> กลุ่มนี้มักเป็นหนึ่งในรายการที่ทำให้เกิดคำถามมากที่สุด เช่น ซื้อ Notebook มา 1 เครื่องควรลงค่าใช้จ่ายทันทีหรือบันทึกเป็นสินทรัพย์ คำตอบไม่ควรดูจากชื่อสิ่งของหรือราคาอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาอายุการใช้งาน ประโยชน์ที่จะได้รับ ความมีสาระสำคัญ และนโยบายบัญชีของกิจการร่วมกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong>6. เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ภายในสำนักงาน</strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เช่น โต๊ะทำงาน เก้าอี้ ตู้เก็บเอกสาร ชั้นวางของ หรือเครื่องตกแต่งและติดตั้ง ที่ใช้สนับสนุนการดำเนินงานเป็นระยะเวลานาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์ประเภทนี้ช่วยแสดงให้เห็นว่าสินทรัพย์ถาวร ไม่ได้หมายถึงเฉพาะของชิ้นใหญ่เช่นรถ หรืออาคารเท่านั้น แต่อาจจะเป็นของที่ใช้สำหรับการสนับสนุนงานภายในกิจการก็ได้ หากเป็นไปตามหลักการรับรู้สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง</p>



<p class="has-link-color wp-elements-103 wp-block-paragraph">เมื่อกิจการซื้อทรัพย์สินและพิจารณาแล้วว่าเข้าข่ายเป็นสินทรัพย์ถาวร สิ่งที่ควรทำต่อไม่ใช่เพียงบันทึกรายการทางบัญชีเท่านั้น แต่ควรเก็บรายละเอียดของสินทรัพย์แต่ละชิ้นไว้ในทะเบียนสินทรัพย์ เพื่อให้สามารถติดตาม และตรวจสอบข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>ต้นทุนของสินทรัพย์ ดูจากราคาที่ซื้อใช่หรือไม่ ?</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่เสมอไปค่ะ เพราะในบางกรณี ต้นทุนของสินทรัพย์อาจไม่ได้มีเพียงราคาที่ระบุบนใบสั่งซื้อ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต้นทุนทางตรงที่เกี่ยวข้อง อาจรวมถึงรายการที่จำเป็นเพื่อทำให้สินทรัพย์อยู่ในสถานที่ และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ต้นทุนเตรียมสถานที่</li>



<li>ค่าขนส่งเริ่มแรก</li>



<li>ค่าติดตั้งและประกอบ</li>



<li>ต้นทุนการทดสอบ</li>



<li>ค่าธรรมเนียมวิชาชีพบางประเภท</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกันค่าโฆษณา ค่าอบรมพนักงาน หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารทั่วไป ไม่ได้กลายเป็นต้นทุนของสินทรัพย์เพียงเพราะเกิดขึ้นใกล้กับช่วงที่ซื้อสินทรัพย์</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น บริษัทซื้อเครื่องจักร 500,000 บาท และต้องเสียค่าขนส่งกับค่าติดตั้งเพื่อให้เครื่องจักรพร้อมใช้งาน การพิจารณาราคาทุนจึงไม่ใช่การหยิบเพียงตัวเลข 500,000 บาทมาใช้ทันที แต่ต้องดูค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์ด้วย</p>



<p class="has-link-color wp-elements-104 wp-block-paragraph">จึงเป็นอีกเหตุผลที่เจ้าของธุรกิจควรเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการซื้อสินทรัพย์ไว้ให้ครบ ไม่ใช่เฉพาะ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-receipt/" data-type="post" data-id="10092">ใบเสร็จ</a>ของตัวสินค้าเท่านั้นค่ะ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสินทรัพย์ถาวร</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong>รถยนต์ถือเป็นสินทรัพย์ถาวรหรือไม่ ?</strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ถ้ากิจการซื้อรถมาเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ และคาดว่าจะใช้งานมากกว่าหนึ่งรอบระยะเวลา รถยนต์สามารถเข้าลักษณะของสินทรัพย์ระยะยาวประเภทที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ได้ แต่ถ้าธุรกิจซื้อรถมาเพื่อขาย เช่น กิจการขายรถยนต์ รถดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ต่างออกไป จึงไม่ควรสรุปจากการที่สินทรัพย์ดังกล่าวเป็นรถยนต์อย่างเดียวเท่านั้น</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong>คอมพิวเตอร์เป็นสินทรัพย์ถาวร หรือค่าใช้จ่าย ?</strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นได้ทั้งสองกรณี ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง และนโยบายบัญชีของกิจการ หากคอมพิวเตอร์ถูกซื้อมาเพื่อใช้ทำงานในกิจการเป็นเวลาหลายงวด และเข้าเงื่อนไขการรับรู้สินทรัพย์ ก็อาจบันทึกเป็นสินทรัพย์ได้ ขณะเดียวกันกิจการยังต้องพิจารณาความมีสาระสำคัญ และนโยบายบัญชีที่ใช้อยู่ด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong>สินทรัพย์ถาวรต้องคิดค่าเสื่อมราคาทุกประเภทหรือไม่ ?</strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่ใช่ทุกประเภทค่ะ สินทรัพย์ที่มีอายุการใช้ประโยชน์จำกัดโดยทั่วไปต้องมีการปันส่วนจำนวนที่คิดค่าเสื่อมราคาตลอดอายุการใช้ประโยชน์ ขณะที่ที่ดินโดยทั่วไปมีอายุการใช้ประโยชน์ไม่จำกัด จึงไม่ต้องคิดค่าเสื่อมราคา เว้นแต่มีลักษณะเฉพาะที่ทำให้มีอายุการใช้งานจำกัด</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ค่าเสื่อมราคาทางบัญชีกับการหักค่าเสื่อมราคาเพื่อคำนวณภาษีไม่ควรเหมารวมว่าเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะทางภาษีมีหลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราที่กำหนดไว้โดยกฎหมายภาษีอีกส่วนหนึ่ง</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>สรุป</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์ถาวร ไม่ได้ตัดสินกันเพียงว่าของชิ้นนี้แพงแค่ไหน แต่ต้องกลับมาดูสาระสำคัญของรายการนั้นว่า บริษัทซื้อมาเพื่ออะไร คาดว่าจะใช้งานนานเพียงใด และสินทรัพย์นั้นสร้างหรือสนับสนุนประโยชน์ให้ธุรกิจอย่างไร</p>



<p class="wp-block-paragraph">การแยกประเภทให้ถูกต้องตั้งแต่ตอนซื้อ จะช่วยให้การบันทึกบัญชี การคำนวณค่าเสื่อมราคา และข้อมูลทางการเงินของกิจการเป็นระบบมากขึ้น</p>



<p class="has-link-color wp-elements-105 wp-block-paragraph">หากอยากให้การบันทึกบัญชีของธุรกิจเป็นระบบตั้งแต่ต้น ตั้งแต่การแยกสินทรัพย์ ค่าใช้จ่าย ไปจนถึงการจัดทำบัญชีและภาษีประจำเดือน สามารถให้ทีม ชอบการบัญชี ช่วยดูแลผ่านบริการ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5/" data-type="page" data-id="140">รับทำบัญชี</a> เพื่อช่วยลดความผิดพลาดและทำให้ข้อมูลทางบัญชีของธุรกิจเป็นปัจจุบันอยู่เสมอค่ะ</p>



<p class="has-link-color wp-elements-106 wp-block-paragraph"><strong>ติดต่อ Chob Accounting</strong><br>โทร : <a href="tel:0941594561" target="_blank" rel="noreferrer noopener">094-159-4561</a><br>Facebook : <a href="https://www.facebook.com/chobaccounting/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สำนักงานบัญชีคุณภาพ ชอบการบัญชี ออนไลน์</a><br>Line : <a href="https://lin.ee/HoBCNbLj" target="_blank" rel="noreferrer noopener">@chobaccounting</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-fixed-assets/">สินทรัพย์ถาวร คืออะไร ? มีอะไรบ้าง พร้อมตัวอย่าง</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธุรกิจใหม่ ควรเริ่มทำบัญชีตอนไหน ?</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/when-new-business-to-start-accounting/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chob Accounting Team]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Aug 2026 09:36:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[sme]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=22212</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับกิจการที่เพิ่งเริ่มขายสินค้า รับงานแรก หรือให้บริการได้ไม่นาน หลายคนมักสงสัยว่าต้องเริ่มทำบัญชีทันทีเลยไหม หรือรอให้มีรายได้มากกว่านี้ก่อนก็ได้ ? คำตอบคือ ควรเริ่มบันทึกรายรับ รายจ่าย และเก็บเอกสารตั้งแต่มีรายการทางธุรกิจครั้งแรก ไม่ต้องรอให้ยอดขายสูง ไม่ต้องรอให้ธุรกิจมีกำไร และไม่ต้องรอให้เอกสารเยอะ เพราะการเริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่ต้นนั้นง่ายกว่าการย้อนกลับมาไล่หาเอกสารทีหลังมาก ๆ แต่ก่อนจะไปดูรายละเอียด อยากให้แยก 2 เรื่องนี้ออกจากกันก่อน 1. [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/when-new-business-to-start-accounting/">ธุรกิจใหม่ ควรเริ่มทำบัญชีตอนไหน ?</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-link-color wp-elements-119 wp-block-paragraph">สำหรับกิจการที่เพิ่งเริ่มขายสินค้า รับงานแรก หรือให้บริการได้ไม่นาน หลายคนมักสงสัยว่าต้องเริ่ม<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting/" data-type="post" data-id="6916">ทำบัญชี</a>ทันทีเลยไหม หรือรอให้มี<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-revenue/" data-type="post" data-id="14589">รายได้</a>มากกว่านี้ก่อนก็ได้ ?</p>



<p class="wp-block-paragraph">คำตอบคือ ควรเริ่มบันทึกรายรับ รายจ่าย และเก็บเอกสารตั้งแต่มีรายการทางธุรกิจครั้งแรก ไม่ต้องรอให้ยอดขายสูง ไม่ต้องรอให้ธุรกิจมีกำไร และไม่ต้องรอให้เอกสารเยอะ เพราะการเริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่ต้นนั้นง่ายกว่าการย้อนกลับมาไล่หาเอกสารทีหลังมาก ๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ก่อนจะไปดูรายละเอียด อยากให้แยก 2 เรื่องนี้ออกจากกันก่อน</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. การบันทึกรายรับรายจ่าย</strong> คือการบันทึกว่าเงินเข้าเท่าไร ออกเท่าไร เพื่อให้เจ้าของธุรกิจรู้สถานะทางการเงินของตัวเอง อันนี้ทำได้ตั้งแต่วันแรกที่ทำธุรกิจ ไม่ว่าจะขายของออนไลน์คนเดียว หรือรับงานฟรีแลนซ์ก็ตาม</p>



<p class="has-link-color wp-elements-120 wp-block-paragraph"><strong>2. หน้าที่จัดทำบัญชีตามกฎหมาย</strong> คือหน้าที่ของนิติบุคคลซึ่งเป็น<a href="https://chobaccountingonline.co.th/who-is-required-to-keep-accounting-records/" data-type="post" data-id="17691">ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี</a> เช่น <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-limited-company/" data-type="post" data-id="8736">บริษัทจำกัด</a> และ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-limited-partnership/" data-type="post" data-id="13073">ห้างหุ้นส่วนจำกัด</a> ตาม<a href="https://www.dbd.go.th/storage/law/9718f7ee-dd9f-463e-aa79-c7157355cec5.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543</a> กำหนดให้ต้องจัดทำบัญชี ตั้งแต่วันที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ไม่ใช่นับจากวันที่เริ่มมีรายได้</p>



<p class="has-link-color wp-elements-121 wp-block-paragraph">พูดง่าย ๆ คือ ถ้าคุณเป็นบุคคลธรรมดา การทำบัญชีเป็นเรื่องควรทำเพื่อประโยชน์ของตัวเอง แต่ถ้า<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-legal-entity-registration/" data-type="post" data-id="16746">จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล</a>แล้ว การทำบัญชีคือหน้าที่ตามกฎหมาย และต้องเริ่มทำบัญชีทันทีตั้งแต่วันจดที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว แม้ว่าจะยังไม่มีรายได้เลยก็ตาม</p>



<p class="has-link-color wp-elements-122 wp-block-paragraph">คุณน้ำ &#8211; พัทธนันท์ วัชรโชติธาดาพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร และผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ของ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/" data-type="link" data-id="https://chobaccountingonline.co.th/">ชอบการบัญชี (Chob Accounting)</a> ได้แบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับการทำบัญชีสำหรับธุรกิจใหม่ว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>“คำถามที่เจอบ่อยที่สุดจากเจ้าของธุรกิจใหม่คือ &#8216;<strong>ยังไม่มีรายได้ ต้องทำบัญชีไหม</strong>&#8216; ซึ่งน้ำอยากจะบอกไว้ตรงนี้เลยค่ะว่า <strong>จำเป็นต้องทำอย่างยิ่งค่ะ</strong> เพราะบัญชีไม่ได้มีไว้เพื่อคำนวณภาษีอย่างเดียว แต่มีไว้เพื่อวิเคราะห์ว่าธุรกิจกำลังดำเนินไปในทิศทางไหน ยิ่งเป็นธุรกิจที่ยังไม่มีรายได้หรือธุรกิจที่มีแต่รายจ่าย ยิ่งเป็นช่วงที่ต้องการข้อมูลมากที่สุดด้วยซ้ำ ในทางปฏิบัติ ลูกค้าที่เริ่มทำบัญชีตั้งแต่วันแรกกับลูกค้าที่เริ่มทำบัญชีตอนใกล้ปิดงบ ใช้เวลาทำงานต่างกันหลายเท่า และคุณภาพของงานก็ต่างกันมากค่ะ”</em></p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>ควรเริ่มต้นทำบัญชีตอนไหนดี ?</strong></h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-top:10px;margin-bottom:20px"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/When-should-you-start-keeping-accounts-2.webp" alt="เริ่มทำบัญชี ตอนไหนดี ?" class="wp-image-22253" style="width:800px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/When-should-you-start-keeping-accounts-2.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/When-should-you-start-keeping-accounts-2-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/When-should-you-start-keeping-accounts-2-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ถ้าถามว่าจุดเริ่มต้นอยู่ตรงไหน จริง ๆ แล้วมีอยู่ 3 จังหวะที่มักใช้เป็นหมุดหมายในการเริ่มต้นทำบัญชี ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong>1. วันแรกที่เริ่มลงทุน</strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">หลายคนคิดว่าต้องเริ่มทำบัญชีในตอนที่ขายของได้ แต่ความจริงแล้ว เงินก้อนแรกที่ควรบันทึกคือเงินที่จ่ายออกไปก่อนจะมีรายได้ด้วยซ้ำ</p>



<p class="has-link-color wp-elements-123 wp-block-paragraph">ลองนึกภาพร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ ก่อนจะได้ออเดอร์แรก เจ้าของต้องจ่ายค่าสินค้าล็อตแรก ค่าถ่ายรูป ค่ายิงแอด ค่ากล่องพัสดุ หรือแม้แต่ค่าเช่าโดเมนเว็บไซต์ ถ้าไม่ได้ลง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeping/" data-type="post" data-id="13830">บันทึกบัญชี</a>ไว้ตั้งแต่ตอนนั้น พอขายได้จริงก็จะคำนวณไม่ถูกว่ากำไรที่เห็นเป็นกำไรจริงหรือแค่กำลังถอนทุนคืนอยู่</p>



<p class="has-link-color wp-elements-124 wp-block-paragraph"><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-expense/" data-type="post" data-id="14630">ค่าใช้จ่าย</a>ช่วงเริ่มต้นที่ควรจดไว้ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ค่าสินค้าหรือวัตถุดิบล็อตแรก</li>



<li>ค่าอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร</li>



<li>ค่าตกแต่งร้าน ค่ามัดจำพื้นที่</li>



<li>ค่าจดทะเบียน ค่าทำเว็บไซต์ ค่าออกแบบโลโก้</li>



<li>ค่าการตลาดช่วงเปิดตัว</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลตรงนี้ยังมีประโยชน์ตอนวางแผนภาษีในอนาคตด้วย เพราะค่าใช้จ่ายบางรายการสามารถนำมาเป็นต้นทุน หรือค่าใช้จ่ายของกิจการได้ ถ้ามีเอกสารครบ</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong>2. วันที่เริ่มมีรายได้</strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="has-link-color wp-elements-125 wp-block-paragraph">สำหรับคนที่ทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดา เช่น ขายของออนไลน์ ฟรีแลนซ์ หรือร้านเล็ก ๆ ที่ยังไม่ได้<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-company-registration/" data-type="post" data-id="12910">จดบริษัท</a> จุดนี้คือจุดที่ต้องเริ่มทำบัญชีแล้วจริง ๆ</p>



<p class="has-link-color wp-elements-126 wp-block-paragraph">เพราะเมื่อมีรายได้เข้ามา สิ่งที่ตามมาคือหน้าที่ทางภาษี ทั้ง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-personal-income-tax/" data-type="post" data-id="3136">ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</a>ที่ต้องยื่นตามรอบปี และถ้ารายได้จากการขายสินค้าหรือบริการถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ก็จะมีเรื่อง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/online-vat-registration/" data-type="post" data-id="4472">การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)</a> เข้ามาเกี่ยวข้องอีก</p>



<p class="has-link-color wp-elements-127 wp-block-paragraph">ถ้าไม่มีตัวเลขรายรับรายจ่ายที่ชัดเจน ก็จะทำให้มีความเสี่ยงที่จะเสียภาษีโดยไม่จำเป็น และมีโอกาสถูกเรียกเก็บ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-back-tax/" data-type="post" data-id="6023">ภาษีย้อนหลัง</a>พร้อมเบี้ยปรับ หรือเงินเพิ่มเติมอีกด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong>3. </strong></strong></strong></strong>วันที่มีสถานะเป็นนิติบุคคล</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับบริษัทจำกัด และห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่า ต้องจัดให้มีการทำบัญชีนับตั้งแต่วันที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล</p>



<p class="has-link-color wp-elements-128 wp-block-paragraph">ยกตัวอย่างเช่น ถ้าจดทะเบียนบริษัทวันที่ 1 มีนาคม แต่กว่าจะเปิดให้บริการจริง ๆ คือเดือนกรกฎาคม ช่วง 4 เดือนที่ยังไม่มีรายได้ก็ยังต้องทำบัญชีอยู่ดี เพราะระหว่างนั้น<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-company/" data-type="post" data-id="6498">บริษัท</a>อาจมีค่าใช้จ่าย เช่น ค่าจดทะเบียน ค่าเช่า ค่าที่ปรึกษา หรือเงินลงทุนจาก<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-shareholder/" data-type="post" data-id="8800">ผู้ถือหุ้น</a> ซึ่งทั้งหมดเป็นรายการที่ต้องลงบันทึกบัญชี</p>



<p class="has-link-color wp-elements-129 wp-block-paragraph">นอกจากนี้ นิติบุคคลยังมีหน้าที่ต่อเนื่องอีกหลายอย่าง เช่น ต้องมี<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeper/" data-type="post" data-id="16698">ผู้ทำบัญชี</a>ที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ต้อง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-closing-financial-statement/" data-type="post" data-id="11805">ปิดงบการเงิน</a>ตาม<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting-period/" data-type="post" data-id="14660">รอบบัญชี</a> ต้องมี<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-cpa/" data-type="post" data-id="16643">ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)</a> ทำหน้าที่ตรวจสอบบัญชี และนำส่ง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-financial-statement/" data-type="post" data-id="4954">งบการเงิน</a>ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในกำหนดเวลา</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>ก่อนทำบัญชี เจ้าของธุรกิจต้องทำอะไรบ้าง ?</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่ต้องเตรียมจริง ๆ มีแค่ 3 อย่างนี้ก็เริ่มได้แล้ว</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">1. <strong><strong><strong><strong>แยกบัญชีส่วนตัวออกจากบัญชีของกิจการ</strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ถ้าใช้บัญชีธนาคารเดียวกันทั้งจ่ายค่าสินค้า รับเงินลูกค้า และใช้จ่ายส่วนตัว พอถึงเวลาสรุปตัวเลข ก็จะต้องมานั่งไล่ดูทีละรายการว่าอันไหนเป็นของกิจการ อันไหนของตัวเอง ซึ่งกินเวลามหาศาลและมักจะทำให้เกิดความสับสน</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่ควรทำ มีอยู่ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เปิดบัญชีธนาคารแยกสำหรับธุรกิจโดยเฉพาะ</li>



<li>ให้ลูกค้าโอนเข้าบัญชีธุรกิจเท่านั้น</li>



<li>ชำระค่าใช้จ่ายของธุรกิจจากบัญชีธุรกิจเท่านั้น</li>



<li>ถ้าจะถอนเงินไปใช้ส่วนตัว ให้โอนเป็นก้อนแล้วบันทึกไว้ว่าเป็นการถอนเงินของเจ้าของ</li>



<li>ถ้าเป็นนิติบุคคล ยิ่งต้องแยกเด็ดขาด เพราะเงินของกิจการกับเงินของกรรมการเป็นคนละกระเป๋ากันตามกฎหมาย</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">2. เก็บเอกสารสำคัญ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เอกสารคือหลักฐานที่ทำให้ตัวเลขในบัญชีมีน้ำหนัก ถ้าไม่มีเอกสาร ต่อให้จดตัวเลขไว้ครบก็อาจใช้เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีไม่ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">เอกสารที่ควรเก็บตั้งแต่วันแรก เช่น</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-130">
<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-receipt/" data-type="post" data-id="10092">ใบเสร็จรับเงิน</a> <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-tax-invoice/" data-type="post" data-id="6409">ใบกำกับภาษี</a> จากการซื้อสินค้าและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ</li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-are-invoice-and-billing-note/" data-type="post" data-id="7035">ใบแจ้งหนี้</a> <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-quotation/" data-type="post" data-id="21535">ใบเสนอราคา</a> และใบส่งของ</li>



<li>สลิปโอนเงิน หลักฐานการรับเงินจากลูกค้า</li>



<li>Statement บัญชีธนาคารของธุรกิจ</li>



<li>สัญญาต่าง ๆ เช่น สัญญาเช่า สัญญาจ้าง</li>



<li>หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-withholding-tax-certificate/" data-type="post" data-id="9588">ใบ 50 ทวิ</a>) ในกรณีถูกลูกค้าหักไว้</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">เคล็ดลับง่าย ๆ คือ ถ่ายรูปหรือสแกนเก็บไว้ในโฟลเดอร์แล้วแยกตามเดือน โดยตั้งชื่อไฟล์ให้เข้าใจง่าย เช่น &#8220;2568-08-ค่าสินค้า-ร้าน A&#8221; เพราะใบเสร็จแบบกระดาษมักจะจางจนอ่านไม่ออกภายในไม่กี่เดือน</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">3. จดบันทึกรายรับรายจ่ายทุกครั้ง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่ต้องรอใช้โปรแกรมบัญชี เพราะเจ้าของกิจการสามารถทำบัญชีเบื้องต้นได้จากการใช้ Google Sheets หรือ Excel โดยมีข้อมูลหลัก ๆ ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>วันที่</li>



<li>รายการ</li>



<li>ประเภท (รับ/จ่าย)</li>



<li>หมวดหมู่</li>



<li>จำนวนเงิน</li>



<li>เลขที่เอกสาร</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">แนะนำให้ตั้งเวลาประจำ เช่น ทุกเย็นวันศุกร์ 15 นาที สำหรับลงรายการของสัปดาห์นั้น เพราะการทำสัปดาห์ละครั้งใช้เวลาน้อยกว่าการมานั่งไล่ 6 เดือนย้อนหลังหลายเท่าตัว</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>เริ่มทำบัญชีช้า จะมีผลต่อกิจการอย่างไร ?</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหาหลักของการเริ่มทำบัญชีช้าไม่ใช่แค่ต้องเสียเวลาเท่านั้น แต่ข้อมูลบางอย่างอาจสูญหายไปเลย จนไม่สามารถตรวจสอบต้นทุน รายได้ หรือเอกสารภาษีได้ครบถ้วน ลองดูว่าสิ่งที่ตามมามีอะไรบ้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. เอกสารรายรับและรายจ่ายตกหล่น</strong> ใบเสร็จหาย สลิปโอนหมดอายุในแอปธนาคาร แชทกับลูกค้าถูกลบ พอถึงเวลาต้องใช้จริงกลับหาไม่เจอ และค่าใช้จ่ายที่ไม่มีหลักฐานก็มักจะนำมาคำนวณภาษีไม่ได้<br><strong>2. เงินส่วนตัวกับเงินธุรกิจแยกออกจากกันยาก</strong> ยิ่งปล่อยไว้นาน รายการยิ่งปนกันจนแยกไม่ออก บางครั้งต้องยอมตัดรายการที่จำไม่ได้ทิ้งไป ซึ่งทำให้ตัวเลขทางบัญชีผิดเพี้ยนทั้งชุด<br><strong>3. ไม่รู้ต้นทุนและกำไรที่แท้จริง</strong> หลายคนดูยอดขายแล้วคิดว่ากำไรดี แต่พอคำนวณต้นทุนครบทั้งค่าสินค้า ค่าส่ง ค่าแพ็ก ค่าโฆษณา ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม กลับพบว่าได้กำไรน้อยมาก หรือสินค้าบางรายการยิ่งขายเยอะยิ่งขาดทุน<br><strong>4. ตรวจสอบภาษีย้อนหลังได้ยาก</strong> เมื่อถูกสอบถามหรือขอเอกสารเพิ่มเติม ธุรกิจที่ไม่มีบันทึกจะพิสูจน์ที่มาของเงินได้ยาก และอาจต้องเสียภาษีมากกว่าที่ควร พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม<br><strong>5. ต้องเสียค่าใช้จ่ายทำบัญชีย้อนหลัง</strong> การจ้างทำบัญชีย้อนหลังมักมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการทำบัญชีอย่างต่อเนื่องเป็นรายเดือน เพราะต้องใช้เวลารวบรวมและตรวจสอบเอกสารมากกว่าปกติ ยิ่งย้อนหลังหลายปี ยิ่งทำให้ค่าบริกาสูงขึ้น<br><strong>6. วางแผนกระแสเงินสดไม่ได้</strong> ธุรกิจที่มีกำไรบนกระดาษแต่เงินสดขาดมือ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยมาก ถ้าไม่มีข้อมูลว่าเงินเข้าออกช่วงไหน ก็คาดการณ์ไม่ได้ว่าเดือนหน้าจะมีเงินมากพอที่จ่ายให้ซัพพลายเออร์หรือจ่ายเงินเดือนพนักงานไหม<br><strong>7. ตัดสินใจขยายธุรกิจจากข้อมูลที่ไม่ครบ</strong> จะเปิดสาขาเพิ่ม จ้างคนเพิ่ม หรือสั่งของล็อตใหญ่ ล้วนต้องใช้ตัวเลขจริงประกอบการตัดสินใจ รวมถึงตอนขอสินเชื่อกับธนาคารหรือคุยกับนักลงทุน ที่มักขอดูงบการเงินย้อนหลังเป็นอย่างแรก</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>สรุป</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ธุรกิจใหม่ควรเริ่มทำบัญชีตั้งแต่มีรายการรับหรือจ่ายครั้งแรก ไม่ควรรอให้ยอดขายสูง เอกสารเยอะ หรือใกล้ถึงเวลายื่นภาษีแล้วจึงค่อยเริ่ม ส่วนบริษัทและห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนต้องจัดให้มีการทำบัญชีนับตั้งแต่วันที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากยังไม่แน่ใจว่าธุรกิจของคุณต้องเริ่มจากเอกสารอะไร หรือต้องดูแลภาษีแบบไหน การปรึกษาผู้ทำบัญชีตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นจะช่วยให้วางระบบได้เหมาะกับรูปแบบธุรกิจ และลดภาระการย้อนกลับมาแก้เอกสารในภายหลังค่ะ</p>



<p class="has-link-color wp-elements-131 wp-block-paragraph"><strong>ติดต่อ Chob Accounting</strong><br>โทร : <a href="tel:0941594561" target="_blank" rel="noreferrer noopener">094-159-4561</a><br>Facebook : <a href="https://www.facebook.com/chobaccounting/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สำนักงานบัญชีคุณภาพ ชอบการบัญชี ออนไลน์</a><br>Line : <a href="https://lin.ee/HoBCNbLj" target="_blank" rel="noreferrer noopener">@chobaccounting</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/when-new-business-to-start-accounting/">ธุรกิจใหม่ ควรเริ่มทำบัญชีตอนไหน ?</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การปิดบัญชี คืออะไร ? ต้องปิดตอนไหน ทำไมธุรกิจถึงต้องปิดบัญชี</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-closing-entries/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[น้ำ - พัทธนันท์ วัชรโชติธาดาพงษ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Aug 2026 08:07:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=22184</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทำธุรกิจมาทั้งปี แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าธุรกิจมีกำไรจริงเท่าไร ? เงินที่เห็นอยู่ในบัญชีธนาคารเป็นเงินของธุรกิจทั้งหมด หรือยังมีส่วนที่ต้องจ่ายให้เจ้าหนี้ ชำระภาษี หรือต้องคืนเงินกู้อีกหรือไม่ จึงต้องทำการปิดบัญชี เพื่อให้ทราบตัวเลขต่าง ๆ ของกิจการ การปิดบัญชี คืออะไร ? การปิดบัญชี (Closing entries) หรือ การปิดงวดบัญชี (Accounting [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-closing-entries/">การปิดบัญชี คืออะไร ? ต้องปิดตอนไหน ทำไมธุรกิจถึงต้องปิดบัญชี</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ทำธุรกิจมาทั้งปี แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าธุรกิจมีกำไรจริงเท่าไร ? เงินที่เห็นอยู่ในบัญชีธนาคารเป็นเงินของธุรกิจทั้งหมด หรือยังมีส่วนที่ต้องจ่ายให้เจ้าหนี้ ชำระภาษี หรือต้องคืนเงินกู้อีกหรือไม่ จึงต้องทำการปิดบัญชี เพื่อให้ทราบตัวเลขต่าง ๆ ของกิจการ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>การปิดบัญชี คืออะไร ?</strong></h2>



<p class="has-link-color wp-elements-143 wp-block-paragraph"><strong>การปิดบัญชี (Closing entries)</strong> หรือ <strong>การปิดงวดบัญชี (Accounting Period)</strong> คือ การสรุปรายได้ ค่าใช้จ่าย และรายการทางบัญชีที่เกิดขึ้นใน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting-period/" data-type="post" data-id="14660">รอบบัญชี</a>ที่ผ่านมา เพื่อคำนวณว่าธุรกิจมีกำไรหรือขาดทุน พร้อมตรวจสอบว่ากิจการมีทรัพย์สิน หนี้สิน และเงินทุนอยู่เท่าไร ก่อนเริ่ม<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeping/" data-type="post" data-id="13830">บันทึกบัญชี</a>ในรอบถัดไป โดยทั่วไปจะต้องปิดบัญชีอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">การปิดบัญชีแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้</p>



<p class="has-link-color wp-elements-144 wp-block-paragraph"><strong>1. การปิดบัญชีชั่วคราว</strong> คือ บัญชีที่ใช้บันทึกผลการดำเนินงานเฉพาะในแต่ละรอบบัญชี เช่น รายได้ ค่าใช้จ่าย และกำไรหรือขาดทุน เมื่อสิ้นรอบบัญชี กิจการจะบันทึกรายการปิดบัญชีชั่วคราวใน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-general-journal/" data-type="post" data-id="18712">สมุดรายวันทั่วไป</a> และผ่านรายการไปยัง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-ledger-accounts/" data-type="post" data-id="18613">สมุดบัญชีแยกประเภท</a> ให้ยอดบัญชีรายได้ และค่าใช้จ่ายเป็นศูนย์ เพื่อเริ่มบันทึกรายการใหม่ในรอบบัญชีถัดไป</p>



<p class="has-link-color wp-elements-145 wp-block-paragraph">ตัวอย่างบัญชีชั่วคราว เช่น บัญชี<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-revenue/" data-type="post" data-id="14589">รายได้</a> บัญชี<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-expense/" data-type="post" data-id="14630">ค่าใช้จ่าย</a> บัญชีถอนไปใช้ส่วนตัวสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวหรือห้างหุ้นส่วน และบัญชีเงินปันผลสำหรับ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-company/" data-type="post" data-id="6498">บริษัท</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>2. การปิดบัญชีถาวร</strong> คือ บัญชีที่แสดงฐานะการเงินของกิจการ โดยยอดคงเหลือจะไม่ถูกปิดให้เป็นศูนย์เมื่อสิ้นรอบบัญชี แต่จะยกยอดไปใช้เป็นยอดเริ่มต้นในรอบบัญชีถัดไป และสะสมต่อเนื่องไปจนกว่ารายการนั้นจะหมดไป หรือกิจการเลิกดำเนินงาน</p>



<p class="has-link-color wp-elements-146 wp-block-paragraph">ตัวอย่างบัญชีถาวร เช่น บัญชี<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset/" data-type="post" data-id="13653">สินทรัพย์</a> <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-liabilities/" data-type="post" data-id="13675">หนี้สิน</a> และ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-shareholders-equity/" data-type="post" data-id="13022">ส่วนของเจ้าของ</a> เช่น เงินสด ลูกหนี้ เจ้าหนี้ ทุน และกำไรสะสม</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>การปิดบัญชีกับการจัดทำงบการเงิน ต่างกันอย่างไร ?</strong></strong></h3>



<p class="has-link-color wp-elements-147 wp-block-paragraph">การปิดบัญชี เป็นกระบวนการตรวจสอบและสรุปรายการบัญชีทั้งหมด เช่น การกระทบยอดธนาคาร ตรวจนับสต็อก บันทึก<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-depreciation/" data-type="post" data-id="18791">ค่าเสื่อมราคา</a> และปรับปรุงรายการค้างรับและค้างจ่าย</p>



<p class="has-link-color wp-elements-148 wp-block-paragraph">ส่วน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-financial-statement/" data-type="post" data-id="4954">งบการเงิน</a> เป็นผลลัพธ์ที่ได้หลังจากปิดบัญชีแล้ว ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-149">
<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-statement-of-financial-position/" data-type="post" data-id="11688">งบฐานะการเงิน</a></li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-profit-and-loss-statement/" data-type="post" data-id="11750">งบกำไรขาดทุน</a></li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-cash-flow-statement/" data-type="post" data-id="11766">งบกระแสเงินสด</a></li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-statement-of-changes-in-equity/" data-type="post" data-id="11894">งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น</a></li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-are-notes-to-financial-statements/" data-type="post" data-id="12074">หมายเหตุประกอบงบการเงิน</a></li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น หากรายการบัญชียังไม่ครบ หรือยังไม่ได้ตรวจสอบให้ถูกต้อง งบการเงินที่จัดทำขึ้นก็อาจไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงสถานะที่แท้จริงของธุรกิจ</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:10px"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/When-should-a-business-close-its-accounts.webp" alt="ธุรกิจ ต้องปิดบัญชีตอนไหน ?" class="wp-image-22207" style="width:800px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/When-should-a-business-close-its-accounts.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/When-should-a-business-close-its-accounts-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/When-should-a-business-close-its-accounts-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>ต้องปิดบัญชีตอนไหน ?</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">การปิดบัญชีแบ่งตามช่วงเวลาการทำงานได้เป็น 3 ช่วงเวลา คือ การปิดบัญชีรายวัน รายเดือน และรายปี</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>ปิดบัญชีรายวัน</strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">การปิดบัญชีรายวันเหมาะสำหรับธุรกิจที่มีรายการรับเงินและจ่ายเงินจำนวนมาก เช่น ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ธุรกิจออนไลน์ คลินิก หรือธุรกิจที่มีหลายสาขา</p>



<p class="wp-block-paragraph">รายการที่ควรตรวจสอบในแต่ละวัน เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ยอดขายเงินสด</li>



<li>ยอดรับผ่านบัตรหรือช่องทางออนไลน์</li>



<li>ยอดเงินโอนเข้าบัญชี</li>



<li>รายการคืนสินค้าและคืนเงิน</li>



<li>เงินสดย่อย</li>



<li>ค่าใช้จ่ายประจำวัน</li>



<li>ยอดขายจากระบบ POS หรือแพลตฟอร์มออนไลน์</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>ปิดบัญชีรายเดือน</strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">การปิดบัญชีรายเดือนเป็นช่วงที่ธุรกิจนำรายการของทั้งเดือนมาตรวจสอบและสรุปผล เพื่อตรวจสอบว่าในเดือนนั้น ๆ มีรายได้ ค่าใช้จ่าย และผลประกอบการเป็นอย่างไร</p>



<p class="wp-block-paragraph">รายการสำคัญที่ควรตรวจสอบ ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-150">
<li>กระทบยอดบัญชีธนาคาร</li>



<li>ตรวจสอบยอดขายและรายได้</li>



<li>ตรวจสอบลูกหนี้ที่ยังไม่ได้รับชำระ</li>



<li>ตรวจสอบเจ้าหนี้ และค่าใช้จ่ายที่ยังไม่ได้จ่าย</li>



<li>ตรวจนับหรือสรุปสินค้าคงเหลือ</li>



<li>ตรวจสอบเงินเดือน และค่าใช้จ่ายพนักงาน</li>



<li>บันทึกรายการ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-vat/" data-type="post" data-id="3825">ภาษีมูลค่าเพิ่ม</a>และ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-withholding-tax/" data-type="post" data-id="4109">ภาษีหัก ณ ที่จ่าย</a></li>



<li>ตรวจสอบรายการที่ไม่มีเอกสารประกอบ</li>



<li>แยกรายจ่ายส่วนตัวออกจากรายจ่ายของบริษัท</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>ปิดบัญชีรายปี</strong></strong></h3>



<p class="has-link-color wp-elements-151 wp-block-paragraph">การปิดบัญชีรายปี คือ การสรุปรายการทั้งหมดของธุรกิจเมื่อสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี เพื่อนำไปจัดทำงบการเงิน ส่งให้<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting-auditor/" data-type="post" data-id="16629">ผู้สอบบัญชี</a>ตรวจสอบ และยื่นต่อหน่วยงานราชการ</p>



<p class="has-link-color wp-elements-152 wp-block-paragraph">สำหรับบริษัทจำกัด งบการเงินที่ได้รับการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีต้องนำเสนอให้ที่ประชุมใหญ่อนุมัติภายใน 4 เดือนนับจากวันปิดบัญชี และต้องยื่นงบการเงินต่อนายทะเบียนภายใน 1 เดือนนับจากวันที่ได้รับอนุมัติ ส่วน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-partnership/" data-type="post" data-id="6424">ห้างหุ้นส่วน</a>จดทะเบียนโดยทั่วไปต้องยื่นงบการเงินภายใน 5 เดือนนับจากวันปิดบัญชี</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>ทำไมต้องปิดบัญชี ?</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong>1. รู้กำไรหรือขาดทุนที่แท้จริง</strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เงินคงเหลือในบัญชีธนาคารไม่ใช่กำไรทั้งหมด เพราะอาจรวมเงินกู้ เงินมัดจำ ภาษีที่ต้องนำส่ง หรือเงินที่ต้องจ่ายให้เจ้าหนี้ การปิดบัญชีจึงช่วยให้คำนวณกำไร หรือขาดทุนจากรายได้ ต้นทุน และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงได้</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong>2. ทราบฐานะการเงินของกิจการ</strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">การปิดบัญชีช่วยทำให้เห็นว่าธุรกิจมีเงินสด ลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ ทรัพย์สิน และหนี้สินเท่าไร ข้อมูลเหล่านี้ช่วยประเมินสภาพคล่อง ความสามารถในการชำระหนี้ และความพร้อมสำหรับการลงทุนหรือขยายกิจการ</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>3. คำนวณและยื่นภาษีได้อย่างถูกต้อง</strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลที่ได้จากการปิดบัญชีที่ครบถ้วนช่วยให้คำนวณภาษีได้ถูกต้อง และลดความเสี่ยงจากการบันทึกรายได้ไม่ครบ มีค่าใช้จ่ายที่ไม่มีหลักฐาน หรือบันทึกภาษีผิดรอบ นอกจากนี้ยังช่วยให้มีเวลาแก้ไขรายการก่อนถึงกำหนดยื่นภาษีอีกด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong>4. ใช้วางแผนธุรกิจในปีถัดไป</strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวเลขหลังปิดบัญชีช่วยให้เจ้าของธุรกิจรู้ว่าสินค้าหรือบริการใดสร้างรายได้ ต้นทุนส่วนใดสูงขึ้น และควรลดค่าใช้จ่ายในส่วนใด เมื่อนำข้อมูลมาเปรียบเทียบย้อนหลัง ก็จะช่วยวางแผนราคา งบประมาณ และการเติบโตได้แม่นยำขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>5. สร้างความน่าเชื่อถือ</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">การปิดบัญชีที่ถูกต้อง จะทำให้งบการเงินมีความน่าเชื่อถือเมื่อติดต่อกับธนาคาร นักลงทุน คู่ค้า หรือหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะเมื่อต้องขอสินเชื่อ เพิ่มวงเงิน เข้าร่วมประมูลงาน หรือหาผู้ลงทุนเข้ามาร่วมธุรกิจ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>หากไม่ปิดบัญชี หรือปิดบัญชีไม่ทัน จะเกิดอะไรขึ้น ?</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">1. <strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>ตัวเลขกำไรขาดทุนอาจไม่ถูกต้อง</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากบันทึกรายได้หรือค่าใช้จ่ายไม่ครบ ตัวเลขกำไรอาจสูงหรือต่ำกว่าความเป็นจริง ส่งผลให้เจ้าของธุรกิจประเมินผลประกอบการผิดพลาด ทำให้เข้าใจผิดว่ามีกำไรสูงเพราะมีเงินหมุนเวียนจำนวนมาก แต่เมื่อรวบรวมยอดเจ้าหนี้ ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย และต้นทุนทั้งหมดแล้ว อาจพบว่ากำไรที่ได้รับจริง ๆ มีน้อยกว่าที่คาดไว้</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">2. <strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>ไม่สามารถวางแผนภาษีได้ทัน</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">การวางแผนภาษีที่ถูกต้องควรเริ่มจากข้อมูลจริงและดำเนินการล่วงหน้า ไม่ใช่รอจนปิดรอบบัญชีแล้วจึงย้อนกลับมาแก้ไขรายการที่ผ่านมา หากข้อมูลมาถึงสำนักงานบัญชีใกล้วันยื่นภาษี อาจทำให้มีเวลาในการตรวจสอบเอกสาร และเตรียมกระแสเงินสดสำหรับชำระภาษีน้อยลง</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>3. เอกสารอาจตกหล่นหรือค้นหายาก</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเวลาผ่านไป ผู้เกี่ยวข้องอาจจำไม่ได้ว่ารายการโอนเงินเกิดขึ้นเพื่ออะไร ใบเสร็จอาจสูญหาย หรือพนักงานที่รับผิดชอบอาจลาออกไปแล้ว เอกสารที่ควรหาได้ภายในไม่กี่นาทีจึงอาจต้องใช้เวลาหลายวันในการติดตาม และบางรายการอาจไม่สามารถหาหลักฐานมารองรับได้เลย</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>4. ผู้สอบบัญชีอาจใช้เวลาตรวจสอบนานขึ้น</strong></strong></h3>



<p class="has-link-color wp-elements-153 wp-block-paragraph">หากข้อมูลมีข้อผิดปกติหรือเอกสารไม่ครบ ผู้สอบบัญชีอาจต้องขอข้อมูลเพิ่มเติมหลายรอบ ส่งผลให้กระบวนการตรวจสอบใช้เวลานานขึ้น ในบางกรณี ธุรกิจอาจต้องย้อนกลับไปขอเอกสารจากธนาคาร ลูกค้า ผู้ขาย หรือหน่วยงานอื่น ซึ่งทำให้ขั้นตอน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-closing-financial-statement/" data-type="post" data-id="11805">ปิดงบการเงิน</a>ล่าช้ากว่าเดิม</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">5. <strong><strong>ยื่นงบการเงิน และยื่นภาษีล่าช้า</strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อบัญชียังไม่เรียบร้อย งบการเงินก็ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ตามกำหนด และอาจส่งผลต่อการประชุมอนุมัติงบ การยื่นงบการเงิน และการยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">6. กระทบต่อการขอสินเชื่อหรือทำธุรกรรม</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากงบการเงินยังไม่เรียบร้อย ยื่นล่าช้า หรือมีตัวเลขที่ไม่สามารถอธิบายได้ ธุรกิจอาจประสบปัญหาเมื่อต้องใช้เอกสารประกอบการขอสินเชื่อ เพิ่มวงเงิน สมัครเป็นคู่ค้า หรือเข้าร่วมโครงการกับบริษัทขนาดใหญ่</p>



<p class="wp-block-paragraph">การปิดบัญชีให้เรียบร้อยจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของฝ่ายบัญชี แต่เกี่ยวข้องกับโอกาสและความน่าเชื่อถือของธุรกิจโดยตรง</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>สรุป</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">สุดท้ายนี้ ธุรกิจควรตรวจสอบยอดรายรับรายจ่ายเป็นประจำทุกวัน รวมถึงการปิดบัญชีรายเดือนเพื่อดูผลประกอบการ และเตรียมข้อมูลสำหรับการปิดบัญชีรายปีอย่างต่อเนื่อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อระบบบัญชีเป็นปัจจุบัน เจ้าของธุรกิจจะสามารถมองเห็นปัญหาได้เร็ว วางแผนภาษีได้ดีขึ้น บริหารกระแสเงินสดได้อย่างแม่นยำ และลดความเสี่ยงจากการยื่นงบการเงินล่าช้า สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่ามองการปิดบัญชีเป็นเพียงหน้าที่ที่ต้องทำปีละครั้ง แต่ควรมองเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจตัดสินใจจาก ตัวเลขจริง ไม่ใช่จากเงินคงเหลือหรือความรู้สึกเพียงอย่างเดียว</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากกิจการของคุณเริ่มมีเอกสารเยอะ ตัวเลขเริ่มไม่ตรง หรือใกล้ถึงเวลาปิดงบแล้ว ชอบการบัญชี ยินดีช่วยตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร จัดทำบัญชี ปิดงบการเงิน และดูแลขั้นตอนการยื่นงบและภาษีให้เป็นระบบ เพื่อให้เจ้าของธุรกิจเห็นตัวเลขจริงและวางแผนต่อได้อย่างมั่นใจ</p>



<p class="has-link-color wp-elements-154 wp-block-paragraph">อ้างอิง : <a href="http://courseware.npru.ac.th/admin/files/20221011115949_fce73c633650867ed217ad18aadf5c00.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">การบัญชีชั้นต้น 1 มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม</a></p>



<p class="has-link-color wp-elements-155 wp-block-paragraph"><strong>ติดต่อ Chob Accounting</strong><br>โทร : <a href="tel:0941594561" target="_blank" rel="noreferrer noopener">094-159-4561</a><br>Facebook : <a href="https://www.facebook.com/chobaccounting/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สำนักงานบัญชีคุณภาพ ชอบการบัญชี ออนไลน์</a><br>Line : <a href="https://lin.ee/HoBCNbLj" target="_blank" rel="noreferrer noopener">@chobaccounting</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-closing-entries/">การปิดบัญชี คืออะไร ? ต้องปิดตอนไหน ทำไมธุรกิจถึงต้องปิดบัญชี</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เช็กก่อนโดนทวง! เอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน มีอะไรบ้าง ?</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/monthly-accounting-documents-checklist/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[น้ำ - พัทธนันท์ วัชรโชติธาดาพงษ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Jul 2026 04:38:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=21956</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่ให้สำนักงานบัญชีช่วยทำบัญชีได้ไม่นาน คำถามแรก ๆ ที่มักเกิดขึ้นคือ เอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน มีอะไรบ้าง หลายครั้งเจ้าของธุรกิจอาจมีเอกสารอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าเอกสารไหนต้องส่ง เอกสารไหนควรเก็บ หรือส่งแค่สลิปโอนเงินเพียงพอหรือไม่ จึงทำให้เอกสารบางรายการตกหล่น และต้องย้อนกลับไปค้นหาเมื่อสำนักงานบัญชีสอบถาม ในบทความนี้ เราจึงรวบรวม 6 รายการเอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน ซึ่งช่วยให้เตรียมเอกสารได้ครบ ส่งได้ถูก และไม่ต้องรอให้ติดตามในภายหลังค่ะ 1. [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/monthly-accounting-documents-checklist/">เช็กก่อนโดนทวง! เอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน มีอะไรบ้าง ?</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่ให้สำนักงานบัญชีช่วยทำบัญชีได้ไม่นาน คำถามแรก ๆ ที่มักเกิดขึ้นคือ เอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน มีอะไรบ้าง หลายครั้งเจ้าของธุรกิจอาจมีเอกสารอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าเอกสารไหนต้องส่ง เอกสารไหนควรเก็บ หรือส่งแค่สลิปโอนเงินเพียงพอหรือไม่ จึงทำให้เอกสารบางรายการตกหล่น และต้องย้อนกลับไปค้นหาเมื่อสำนักงานบัญชีสอบถาม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในบทความนี้ เราจึงรวบรวม 6 รายการเอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน ซึ่งช่วยให้เตรียมเอกสารได้ครบ ส่งได้ถูก และไม่ต้องรอให้ติดตามในภายหลังค่ะ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>1. Bank Statement</strong></h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-top:10px;margin-bottom:20px"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="540" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-79.webp" alt="bank statement and money" class="wp-image-22004" style="width:800px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-79.webp 960w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-79-300x169.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-79-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure>



<p class="has-link-color wp-elements-165 wp-block-paragraph">Bank Statement เป็นข้อมูลหลักที่<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeper/" data-type="post" data-id="16698">ผู้ทำบัญชี</a>ใช้ตรวจสอบการเคลื่อนไหวของเงินในธุรกิจ ควรส่ง Statement ของบัญชีต่อไปนี้ให้ครบ</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-166">
<li>บัญชีออมทรัพย์ของบริษัท</li>



<li>บัญชีกระแสรายวัน</li>



<li>บัญชีรับชำระจากลูกค้า</li>



<li>บัญชีที่ใช้ชำระ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-expense/" data-type="post" data-id="14630">ค่าใช้จ่าย</a>ของ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-company/" data-type="post" data-id="6498">บริษัท</a></li>



<li>บัญชีรับเงินจาก Marketplace</li>



<li>บัญชีที่เชื่อมต่อ QR Payment</li>



<li>บัญชีเงินฝากประจำ</li>



<li>บัตรเครดิตที่ใช้จ่ายเพื่อธุรกิจ</li>



<li>บัญชีส่วนตัวที่นำมาใช้รับหรือจ่ายเงินของกิจการ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ ควรดาวน์โหลด Statement ให้ครอบคลุมตั้งแต่วันแรกถึงวันสุดท้ายของเดือน และตรวจสอบว่ามีข้อมูลถูกต้อง หรือไม่มีช่วงวันที่ขาดหาย</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>2.</strong> เอกสารขาย</h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-top:10px;margin-bottom:20px"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="540" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-80.webp" alt="Tax invoice and calculator" class="wp-image-22011" style="width:800px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-80.webp 960w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-80-300x169.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-80-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure>



<p class="has-link-color wp-elements-167 wp-block-paragraph">เอกสารขายช่วยยืนยันว่าธุรกิจขายสินค้าอะไร ให้บริการอะไร ขายให้ใคร เป็นเงินสดหรือเงินเชื่อ และมี<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-vat/" data-type="post" data-id="3825">ภาษีมูลค่าเพิ่ม</a>หรือไม่ เอกสารที่ควรส่ง ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-168">
<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-quotation/" data-type="post" data-id="21535">ใบเสนอราคา</a>ที่ลูกค้าตกลงแล้ว</li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-are-invoice-and-billing-note/" data-type="post" data-id="7035">ใบแจ้งหนี้</a></li>



<li>ใบส่งสินค้า</li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-tax-invoice/" data-type="post" data-id="6409">ใบกำกับภาษี</a></li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-receipt/" data-type="post" data-id="10092">ใบเสร็จรับเงิน</a></li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-debit-note/" data-type="post" data-id="21667">ใบเพิ่มหนี้</a></li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-credit-note/" data-type="post" data-id="21623">ใบลดหนี้</a></li>



<li>เอกสารยกเลิกใบกำกับภาษี</li>



<li>รายงานยอดขายจากหน้าร้าน</li>



<li>รายงานยอดขายจาก Marketplace</li>



<li>รายงานรับเงินจาก Payment Gateway</li>



<li>รายงานยอดขายจากระบบ POS</li>
</ul>



<p class="has-link-color wp-elements-169 wp-block-paragraph">สำหรับผู้ประกอบการที่<a href="https://chobaccountingonline.co.th/online-vat-registration/" data-type="post" data-id="4472">จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม</a>แล้ว ใบกำกับภาษีเป็นเอกสารสำคัญที่แสดงมูลค่าสินค้าหรือบริการและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยกรมสรรพากรแบ่งเอกสารภาษีออกเป็นหลายประเภท เช่น ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ใบเพิ่มหนี้ และใบลดหนี้</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">3. เอกสารซื้อและต้นทุน</h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-top:10px;margin-bottom:20px"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="540" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-81.webp" alt="Inspect and receive the goods" class="wp-image-22015" style="width:800px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-81.webp 960w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-81-300x169.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-81-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure>



<p class="has-link-color wp-elements-170 wp-block-paragraph">เอกสารซื้อและต้นทุนมีผลโดยตรงต่อการคำนวณกำไรของธุรกิจ หากส่งเอกสารไม่ครบ กำไรในรายงานอาจสูงกว่าความเป็นจริง เพราะมี<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-revenue/" data-type="post" data-id="14589">รายได้</a>ถูกบันทึกแล้ว แต่ต้นทุนบางส่วนยังไม่ได้บันทึก เอกสารที่ควรส่ง ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-171">
<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-purchase-order/" data-type="post" data-id="21762">ใบสั่งซื้อ</a></li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-goods-receipt/" data-type="post" data-id="21821">ใบรับสินค้า</a></li>



<li>ใบส่งของจากผู้ขาย</li>



<li>ใบแจ้งหนี้</li>



<li>ใบกำกับภาษีซื้อ</li>



<li>ใบเสร็จรับเงิน</li>



<li>ใบเพิ่มหนี้หรือใบลดหนี้จากผู้ขาย</li>



<li>หลักฐานการโอนเงิน</li>



<li>รายงานรับสินค้า</li>



<li>รายงานสินค้าคงเหลือ</li>



<li>เอกสารนำเข้าสินค้า</li>



<li>ใบขนสินค้าหรือเอกสารจากตัวแทนขนส่ง</li>



<li>รายงานสินค้าคืนผู้ขาย</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">4. <strong>เอกสารค่าใช้จ่ายรายเดือน</strong></h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-top:10px;margin-bottom:20px"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="540" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-82.webp" alt="ผู้หญิงกำลังตรวจเอกสาร" class="wp-image-22018" style="width:800px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-82.webp 960w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-82-300x169.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-82-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพูดถึงค่าใช้จ่าย หลายคนมักนึกถึงเฉพาะค่าเช่า ค่าน้ำ และค่าไฟ แต่ธุรกิจยุคใหม่มีค่าใช้จ่ายขนาดเล็กที่เกิดผ่านระบบออนไลน์จำนวนมาก เมื่อรวมกันทั้งเดือน ค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจมีมูลค่าสูงและส่งผลต่อกำไรของธุรกิจ เอกสารค่าใช้จ่ายที่ควรส่ง เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ค่าเช่าสำนักงานหรือโกดัง</li>



<li>ค่าส่วนกลาง</li>



<li>ค่าน้ำและค่าไฟ</li>



<li>ค่าโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต</li>



<li>ค่าขนส่งและไปรษณีย์</li>



<li>ค่าน้ำมันและค่าเดินทาง</li>



<li>ค่าที่พัก</li>



<li>ค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษา</li>



<li>ค่าอุปกรณ์สำนักงาน</li>



<li>ค่าที่ปรึกษาและค่าบริการวิชาชีพ</li>



<li>ค่าธรรมเนียมธนาคาร</li>



<li>ค่าธรรมเนียม Marketplace</li>



<li>ค่าโฆษณาออนไลน์</li>



<li>ค่าเว็บไซต์และโดเมน</li>



<li>ค่า Cloud Storage</li>



<li>ค่าโปรแกรมบัญชี</li>



<li>ค่าโปรแกรมออกแบบ</li>



<li>ค่าโปรแกรมประชุมออนไลน์</li>



<li>ค่าสมัครสมาชิกซอฟต์แวร์</li>



<li>ค่าอาหารหรือรับรองลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ</li>
</ul>



<p class="has-link-color wp-elements-172 wp-block-paragraph">สำหรับค่าบริการออนไลน์จากผู้ให้บริการต่างประเทศ เช่น โปรแกรมหรือแพลตฟอร์มโฆษณา ควรส่งใบเรียกเก็บเงิน ใบเสร็จ และหลักฐานชำระเงินให้นักบัญชีตรวจสอบ เพราะบางกรณีอาจมีประเด็นภาษีที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม เช่น <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-pp36/" data-type="post" data-id="16025">ภ.พ.36</a> หรือ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-withholding-tax/" data-type="post" data-id="4109">ภาษีหัก ณ ที่จ่าย</a> โดยขึ้นอยู่กับลักษณะบริการและข้อเท็จจริงของรายการ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">5. เอกสารเงินเดือน</h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-top:10px;margin-bottom:20px"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="540" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-83.webp" alt="Sales documents" class="wp-image-22021" style="width:800px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-83.webp 960w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-83-300x169.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-83-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure>



<p class="has-link-color wp-elements-173 wp-block-paragraph">ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากรไม่ได้มีเพียงเงินเดือนพนักงานประจำ แต่รวมถึงค่าล่วงเวลา โบนัส ค่าคอมมิชชั่น ค่าแรงรายวัน และค่าจ้างฟรีแลนซ์ด้วย เอกสารเหล่านี้เกี่ยวข้องทั้งกับค่าใช้จ่ายของกิจการ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และเงินสมทบ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-social-security/" data-type="post" data-id="17707">ประกันสังคม</a></p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>เอกสารพนักงานประจำ</strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เอกสารที่ควรส่ง ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สรุปเงินเดือนประจำเดือน</li>



<li>รายงานวันทำงานและวันลา</li>



<li>รายการค่าล่วงเวลา</li>



<li>ค่าคอมมิชชั่น</li>



<li>โบนัสหรือเงินรางวัล</li>



<li>รายการหักขาดงาน</li>



<li>รายการหักเงินอื่น</li>



<li>วันที่จ่ายเงินจริง</li>



<li>หลักฐานโอนเงินเดือน</li>



<li>รายชื่อพนักงานเข้าใหม่</li>



<li>รายชื่อพนักงานลาออก</li>



<li>การปรับเงินเดือน</li>



<li>การเปลี่ยนแปลงข้อมูลประกันสังคม</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>เอกสารผู้รับจ้างและฟรีแลนซ์</strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับฟรีแลนซ์หรือผู้รับจ้าง ควรส่งข้อมูลดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-174">
<li>สัญญาจ้างหรือข้อตกลงการทำงาน</li>



<li>ใบเสนอราคา</li>



<li>ใบแจ้งหนี้</li>



<li>ใบเสร็จหรือเอกสารรับเงิน</li>



<li>รายละเอียดงานที่จ้าง</li>



<li>หลักฐานการส่งมอบงาน</li>



<li>วันที่จ่ายเงินจริง</li>



<li>หลักฐานโอนเงิน</li>



<li>ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับออก<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-withholding-tax-certificate/" data-type="post" data-id="9588">หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ)</a></li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">6. ภาษีหัก ณ ที่จ่ายและเอกสารภาษีรายเดือน</h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-top:10px;margin-bottom:20px"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="540" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-84.webp" alt="Monthly tax documents" class="wp-image-22024" style="width:800px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-84.webp 960w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-84-300x169.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-84-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เป็นตัวเชื่อมระหว่างรายการค่าใช้จ่ายที่ธุรกิจจ่ายจริงกับภาษีที่ต้องนำส่งกรมสรรพากร รายการที่พบได้บ่อย เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เงินเดือนและค่าจ้างพนักงาน</li>



<li>ค่าเช่า</li>



<li>ค่าบริการ</li>



<li>ค่าวิชาชีพ</li>



<li>ค่าจ้างทำของ</li>



<li>ค่าโฆษณา</li>



<li>ค่านายหน้า</li>



<li>ค่าขนส่งบางกรณี</li>



<li>ค่าตอบแทนกรรมการ</li>



<li>ค่าจ้างบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">เอกสารที่ควรส่ง ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ใบแจ้งหนี้หรือใบวางบิล</li>



<li>ใบเสร็จรับเงิน</li>



<li>หลักฐานการจ่ายเงิน</li>



<li>รายละเอียดผู้รับเงิน</li>



<li>ประเภทบริการ</li>



<li>ยอดก่อนหักภาษี</li>



<li>อัตราและจำนวนภาษีที่หัก</li>



<li>หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย</li>



<li>ตารางสรุปรายการจ่ายประจำเดือน</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>ส่งเอกสารอย่างไรให้นักบัญชีทำงานได้เร็ว ?</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong>1. กำหนดวันส่งเอกสารประจำเดือนให้ชัดเจน</strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ควรกำหนดวันรวบรวมเอกสารร่วมกับสำนักงานบัญชี เช่น ภายในวันที่ 3 หรือวันที่ 5 ของเดือนถัดไป เพื่อให้มีเวลาแก้ไขเอกสารก่อนจัดทำแบบภาษี ไม่ควรรอให้สำนักงานบัญชีต้องติดต่อเข้ามาเพื่อติดตามเอกสารแล้วจึงเริ่มค้นหา เพราะหากพบว่าใบกำกับภาษีผิด อาจเหลือเวลาไม่เพียงพอสำหรับติดต่อผู้ขาย</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong>2. แยกโฟลเดอร์ตามเดือนและประเภท</strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ตัวอย่างโครงสร้างโฟลเดอร์</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>01 มกราคม</strong> แบ่งออกเป็น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>Statement</li>



<li>เอกสารขาย</li>



<li>เอกสารซื้อ</li>



<li>ค่าใช้จ่าย</li>



<li>เงินเดือน</li>



<li>หัก ณ ที่จ่าย</li>



<li>เอกสารพิเศษ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่ควรรวมเอกสารทุกประเภทไว้ในโฟลเดอร์เดียว เพราะเมื่อต้องตรวจสอบย้อนหลังจะค้นหาได้ยาก</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong>3. </strong></strong></strong>ตั้งชื่อไฟล์ให้ค้นหาได้</strong>ง่าย</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>2569-01-05_ค่าเช่า_ABCProperty_30000.pdf</li>



<li>2569-01-10_ซื้อสินค้า_XYZ_53500.pdf</li>



<li>2569-01_Statement_KBank.pdf</li>



<li>2569-01_สรุปเงินเดือน.xlsx</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ควรหลีกเลี่ยงชื่อไฟล์ที่มีความทั่วไป และทำความเข้าใจได้ยาก เช่น IMG001.jpg, Scanใหม่.pdf หรือ เอกสารล่าสุดจริง.pdf เพราะไม่สามารถทราบได้ว่าเป็นเอกสารอะไรโดยไม่ต้องเปิดดูทีละไฟล์</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong>4. </strong></strong></strong></strong>ส่งเอกสารเป็นชุด ไม่แยกสลิปกับใบเสร็จ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากเป็นรายการซื้อหรือค่าใช้จ่าย ควรรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ด้วยกัน เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ใบแจ้งหนี้</li>



<li>ใบกำกับภาษี</li>



<li>ใบเสร็จรับเงิน</li>



<li>หลักฐานโอนเงิน</li>



<li>หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">การส่งเอกสารเป็นชุด จะช่วยให้นักบัญชีตรวจสอบรายการได้ครบภายในครั้งเดียว</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">5. แจ้งเดือนที่ไม่มีรายการด้วย</h3>



<p class="has-link-color wp-elements-175 wp-block-paragraph">หากเดือนนั้นไม่มีเอกสารเกี่ยวกับพนักงาน ไม่มี<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-input-output-tax/" data-type="post" data-id="6609">ภาษีซื้อ</a> หรือไม่มีรายการหัก ณ ที่จ่าย ควรแจ้งว่า “<strong>ไม่มีรายการ</strong>” แทนการเงียบหรือไม่ส่งเอกสาร นักบัญชีจะได้ทราบว่าไม่มีธุรกรรมเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เอกสารยังส่งมาไม่ครบ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>สรุป</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">การส่งเอกสารบัญชีให้ครบทุกเดือนไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะกับสำนักงานบัญชีเท่านั้น แต่ทำให้เจ้าของธุรกิจได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ทันเวลา และเมื่อ Statement เอกสารขาย เอกสารซื้อ ค่าใช้จ่าย เงินเดือน และเอกสารภาษีมีความเชื่อมโยงกันได้ จะทำให้เจ้าของธุรกิจตอบคำถามสำคัญได้ชัดเจนขึ้นว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เดือนนี้มียอดขายเท่าไร</li>



<li>ลูกค้ายังค้างชำระเท่าไร</li>



<li>ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้นหรือไม่</li>



<li>ค่าใช้จ่ายส่วนใดสูงผิดปกติ</li>



<li>กำไรที่เห็นเป็นกำไรจริงหรือไม่</li>



<li>เงินในบัญชีหายไปกับรายการใด</li>



<li>ต้องเตรียมเงินสำหรับภาษีเท่าไร</li>
</ul>



<p class="has-link-color wp-elements-176 wp-block-paragraph">ธุรกิจที่ส่งเอกสารเป็นระบบมักไม่ได้ใช้เวลาน้อยลงเฉพาะในช่วงที่ต้องยื่นภาษี แต่ยังลดปัญหาเมื่อต้องตรวจสอบย้อนหลัง ขอสินเชื่อ วางแผนภาษี หรือจัดทำ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-financial-statement/" data-type="post" data-id="4954">งบการเงิน</a>ด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น อย่ารอให้ทางสำนักงานบัญชีส่งข้อความมาติดตามเอกสารแล้วจึงเริ่มรวบรวมเอกสาร ลองกำหนดวันส่งประจำเดือน สร้างโฟลเดอร์กลาง และใช้เช็กลิสต์เดิมทุกเดือน เมื่อทำต่อเนื่องเพียงไม่กี่รอบ จะทำให้การเตรียมเอกสารกลายเป็นขั้นตอนปกติของธุรกิจ ไม่ใช่งานเร่งด่วนในนาทีสุดท้าย</p>



<p class="has-link-color wp-elements-177 wp-block-paragraph"><strong>ติดต่อ Chob Accounting</strong><br>โทร : <a href="tel:0941594561" target="_blank" rel="noreferrer noopener">094-159-4561</a><br>Facebook : <a href="https://www.facebook.com/chobaccounting/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สำนักงานบัญชีคุณภาพ ชอบการบัญชี ออนไลน์</a><br>Line : <a href="https://lin.ee/HoBCNbLj" target="_blank" rel="noreferrer noopener">@chobaccounting</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/monthly-accounting-documents-checklist/">เช็กก่อนโดนทวง! เอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน มีอะไรบ้าง ?</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจ้าของธุรกิจ ควรจัดเก็บเอกสารบัญชีและภาษีอย่างไร ?</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/accounting-tax-document-storage-guide/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[น้ำ - พัทธนันท์ วัชรโชติธาดาพงษ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Jul 2026 04:57:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=21898</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนอาจมองว่าการจัดเก็บเอกสารบัญชีและภาษี เป็นเพียงงานหลังบ้านที่เก็บไว้ให้นักบัญชีตรวจสอบ แต่ในความเป็นจริง เอกสารเหล่านี้คือหลักฐานของทุกความเคลื่อนไหวในธุรกิจ ตั้งแต่ขายสินค้า ซื้อวัตถุดิบ จ่ายค่าโฆษณา รับชำระเงิน ไปจนถึงการจ่ายเงินเดือนและยื่นภาษี การจัดเก็บเอกสารบัญชีและภาษีที่ดี จึงไม่ใช่แค่การนำเอกสารใส่แฟ้มให้ครบ แต่ต้องทำให้เจ้าของธุรกิจสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นกลับมาใช้ได้ พูดง่าย ๆ คือ เอกสารบัญชีที่ดีไม่ควรถูกเก็บไว้เพียงเพื่อรอการตรวจสอบ แต่ควรช่วยให้เจ้าของธุรกิจตัดสินใจได้ง่ายขึ้นด้วย ทำไมต้องจัดเก็บเอกสารบัญชีและภาษีให้เป็นระบบ ? 1. [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/accounting-tax-document-storage-guide/">เจ้าของธุรกิจ ควรจัดเก็บเอกสารบัญชีและภาษีอย่างไร ?</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">หลายคนอาจมองว่าการจัดเก็บเอกสารบัญชีและภาษี เป็นเพียงงานหลังบ้านที่เก็บไว้ให้นักบัญชีตรวจสอบ แต่ในความเป็นจริง เอกสารเหล่านี้คือหลักฐานของทุกความเคลื่อนไหวในธุรกิจ ตั้งแต่ขายสินค้า ซื้อวัตถุดิบ จ่ายค่าโฆษณา รับชำระเงิน ไปจนถึงการจ่ายเงินเดือนและยื่นภาษี</p>



<p class="wp-block-paragraph">การจัดเก็บเอกสารบัญชีและภาษีที่ดี จึงไม่ใช่แค่การนำเอกสารใส่แฟ้มให้ครบ แต่ต้องทำให้เจ้าของธุรกิจสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นกลับมาใช้ได้ พูดง่าย ๆ คือ เอกสารบัญชีที่ดีไม่ควรถูกเก็บไว้เพียงเพื่อรอการตรวจสอบ แต่ควรช่วยให้เจ้าของธุรกิจตัดสินใจได้ง่ายขึ้นด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ทำไมต้องจัดเก็บเอกสารบัญชีและภาษีให้เป็นระบบ ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. เพื่อรองรับการตรวจสอบตามกฎหมาย</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ทุกธุรกิจควรมีเอกสารที่สามารถอธิบายที่มาของรายการทางบัญชีได้ ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากการขายสินค้า ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน การซื้อทรัพย์สิน การจ่ายเงินเดือน หรือการยื่นภาษี</p>



<p class="has-link-color wp-elements-190 wp-block-paragraph">พระราชบัญญัติการบัญชีกำหนดให้<a href="https://chobaccountingonline.co.th/who-is-required-to-keep-accounting-records/" data-type="post" data-id="17691">ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี</a>ต้องส่งมอบเอกสารที่ใช้ประกอบการลงบัญชีให้แก่<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeper/" data-type="post" data-id="16698">ผู้ทำบัญชี</a>อย่างถูกต้องและครบถ้วน เพื่อให้บัญชีสามารถแสดงผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน และการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินของกิจการตามความเป็นจริง นอกจากนี้ ยังต้องเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>2. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการหักค่าใช้จ่าย</strong></p>



<p class="has-link-color wp-elements-191 wp-block-paragraph"><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-expense/" data-type="post" data-id="14630">ค่าใช้จ่าย</a> เป็นองค์ประกอบสำคัญในการคำนวณภาษี แต่ไม่ได้หมายความว่ารายจ่ายทุกรายการจะสามารถนำมาใช้คำนวณภาษีได้ทันที</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยทั่วไป เอกสารทางบัญชีสามารถแสดงให้เห็นได้ว่า</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-192">
<li>รายจ่ายดังกล่าว เกิดขึ้นจริง</li>



<li>เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการ</li>



<li>สามารถระบุผู้รับเงินได้</li>



<li>มีหลักฐานประกอบที่เหมาะสม</li>



<li>ไม่เข้าลักษณะเป็น<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-are-prohibited-expenses/" data-type="post" data-id="8707">รายจ่ายต้องห้าม</a>ตามกฎหมาย</li>



<li>มีการ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-withholding-tax/" data-type="post" data-id="4109">หักภาษี ณ ที่จ่าย</a> เมื่อรายการนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องหัก</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">กิจการอาจมีรายจ่ายเกิดขึ้นจริง แต่หากหลักฐานไม่เพียงพอ ไม่สามารถพิสูจน์ผู้รับเงิน หรือไม่สามารถแสดงความเกี่ยวข้องกับกิจการได้ รายจ่ายนั้นอาจนำมาคำนวณภาษีไม่ได้ หากมีการจัดเก็บเอกสารอย่างถูกต้อง ก็จะช่วยให้นักบัญชีพิจารณาและบันทึกรายการได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>3. เพื่อเห็นภาพรวมทางการเงินและใช้ข้อมูลตัดสินใจ</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">เอกสารบัญชีไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะตอนยื่นภาษี แต่เป็นข้อมูลต้นทางที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจมองเห็นสุขภาพทางการเงินได้ชัดขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเอกสารถูกส่งให้นักบัญชีอย่างครบถ้วนและตรงเวลา รายงานทางบัญชีก็จะสะท้อนสถานการณ์ของธุรกิจได้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้น เจ้าของกิจการสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการบริหารธุรกิจต่อได้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>4. เพื่อให้การทำงานรวดเร็วและเป็นมืออาชีพ</strong></p>



<p class="has-link-color wp-elements-193 wp-block-paragraph">เมื่อเอกสารเป็นระบบ ทุกคนที่เกี่ยวข้องจะทำงานได้รวดเร็วขึ้น ตั้งแต่เจ้าของกิจการ พนักงาน ฝ่ายการเงิน ผู้ทำบัญชี <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting-auditor/" data-type="post" data-id="16629">ผู้สอบบัญชี</a> ไปจนถึงธนาคารหรือคู่ค้าทางธุรกิจ</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-top:20px;margin-bottom:20px"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/What-are-some-accounting-and-tax-documents-that-business-owners-should-keep.webp" alt="เอกสารทางบัญชีและภาษีที่เจ้าของธุรกิจควรจัดเก็บ มีอะไรบ้าง ?" class="wp-image-21938" style="width:800px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/What-are-some-accounting-and-tax-documents-that-business-owners-should-keep.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/What-are-some-accounting-and-tax-documents-that-business-owners-should-keep-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/What-are-some-accounting-and-tax-documents-that-business-owners-should-keep-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">เอกสารทางบัญชีและภาษีที่ควรจัดเก็บ มีอะไรบ้าง ?</h2>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>เอกสารรายรับ</strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เอกสารรายรับช่วยยืนยันว่า ธุรกิจมีรายได้จากรายการใด ลูกค้าคือใคร และเงินถูกเรียกเก็บหรือรับชำระในช่วงเวลาใด ได้แก่</p>



<p class="has-link-color wp-elements-194 wp-block-paragraph">1. <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-quotation/" data-type="post" data-id="21535">ใบเสนอราคา</a>และ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-purchase-order/" data-type="post" data-id="21762">ใบสั่งซื้อ</a>จากลูกค้า<br>2. ใบส่งสินค้าและ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-are-invoice-and-billing-note/" data-type="post" data-id="7035">ใบแจ้งหนี้</a><br>3. <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-receipt/" data-type="post" data-id="10092">ใบเสร็จรับเงิน</a><br>4. <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-tax-invoice/" data-type="post" data-id="6409">ใบกำกับภาษี</a>ขายและสำเนาใบกำกับภาษี<br>5. หลักฐานการรับเงินหรือสลิปโอนเงิน<br>6. รายงานยอดขายจากระบบหน้าร้าน<br>7. รายงานยอดขายจากแพลตฟอร์มออนไลน์<br>8. รายงานการหักค่าธรรมเนียมและค่าบริการของแพลตฟอร์ม</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>เอกสารรายจ่าย</strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เอกสารรายจ่ายช่วยยืนยันว่าธุรกิจมีการจัดซื้ออะไรบ้าง ซื้อจากใคร จ่ายเงินเมื่อไร และรายจ่ายนั้นมีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจอย่างไร เอกสารที่ควรจัดเก็บ ได้แก่</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. ใบเสร็จรับเงิน<br>2. ใบกำกับภาษีซื้อ<br>3. ใบแจ้งหนี้จากผู้ขาย<br>4. ใบสำคัญจ่าย<br>5. สลิปโอนเงินหรือสำเนาเช็ค<br>6. เอกสารค่าเช่าและค่าสาธารณูปโภค<br>7. เอกสารค่าขนส่ง<br>8. ใบแจ้งหนี้ค่าโฆษณา<br>9. เอกสารค่าบริการจากผู้รับจ้าง<br>10. หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายที่เกี่ยวข้อง</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>เอกสารธนาคาร</strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เอกสารธนาคารเป็นตัวเชื่อมระหว่างข้อมูลในบัญชีกับเงินที่เข้าออกจริง โดยเอกสารสำคัญประกอบด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. Bank Statement<br>2. สมุดบัญชีธนาคาร<br>3. สลิปโอนเงิน<br>4. สำเนาเช็คและต้นขั้วเช็ค<br>5. รายการรับชำระผ่านบัตรเครดิตหรือ Payment Gateway<br>6. เอกสารเงินกู้และตารางผ่อนชำระ<br>7. เอกสารการโอนเงินระหว่างบัญชี<br>8. หลักฐานการนำเงินสดฝากธนาคาร</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>เอกสารภาษี</strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เอกสารภาษีควรเก็บแยกเป็นชุด เพราะเวลาตรวจสอบมักต้องดูข้อมูลหลายรายการประกอบกัน ได้แก่ แบบภาษี เอกสารต้นทาง หลักฐานการยื่น และหลักฐานการชำระเงิน เอกสารที่ควรจัดเก็บ เช่น</p>



<p class="has-link-color wp-elements-195 wp-block-paragraph">1. แบบ <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-pp30/" data-type="post" data-id="3884">ภ.พ.30</a><br>2. แบบ <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-pnd1/" data-type="post" data-id="16128">ภ.ง.ด.1</a><br>3. แบบ <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-pnd3-pnd53/" data-type="post" data-id="6613">ภ.ง.ด.3</a><br>4. แบบ ภ.ง.ด.53<br>5. แบบ <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-pnd50/" data-type="post" data-id="8839">ภ.ง.ด.50</a> และ <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-pnd51/" data-type="post" data-id="8892">ภ.ง.ด.51</a><br>6. <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-withholding-tax-certificate/" data-type="post" data-id="9588">หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย</a><br>7. ใบกำกับภาษีซื้อและใบกำกับภาษีขาย<br>8. <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-debit-note/" data-type="post" data-id="21667">ใบเพิ่มหนี้</a>และ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-credit-note/" data-type="post" data-id="21623">ใบลดหนี้</a><br>9. รายงานภาษีซื้อและรายงานภาษีขาย<br>10. ใบเสร็จรับเงินจากกรมสรรพากร<br>11. หลักฐานการยื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ต</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>เอกสารเงินเดือนและพนักงาน</strong></strong></h3>



<p class="has-link-color wp-elements-196 wp-block-paragraph">เมื่อธุรกิจเริ่มมีพนักงาน แม้เพียง 2–3 คน ก็ควรแยกเอกสารเงินเดือนออกจากรายจ่ายทั่วไป เพราะเอกสารกลุ่มนี้เชื่อมโยงกับค่าจ้าง ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-social-security/" data-type="post" data-id="17707">ประกันสังคม</a> และสิทธิของพนักงาน เอกสารที่ควรเก็บ ได้แก่</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. สัญญาจ้างงาน<br>2. ข้อมูลพนักงาน<br>3. ตารางเวลาทำงานและการลา<br>4. Payroll หรือสรุปเงินเดือน<br>5. สลิปเงินเดือน<br>6. หลักฐานการโอนเงินเดือน<br>7. เอกสารประกันสังคม<br>8. แบบ ภ.ง.ด.1<br>9. หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย<br>10. เอกสารโบนัส ค่าคอมมิชชั่น และค่าตอบแทนพิเศษ</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">เอกสารสัญญา และเอกสารบริษัท</h3>



<p class="has-link-color wp-elements-197 wp-block-paragraph">เอกสารบางประเภทอาจไม่ได้ถูกหยิบมาใช้ทุกเดือน แต่มีความสำคัญในตอนที่<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-closing-financial-statement/" data-type="post" data-id="11805">ปิดงบการเงิน</a> ตรวจสอบรายการมูลค่าสูง ขอสินเชื่อ เปลี่ยนสำนักงานบัญชี หรือมีข้อพิพาททางธุรกิจ เอกสารที่ควรเก็บ ได้แก่</p>



<p class="has-link-color wp-elements-198 wp-block-paragraph">1. หนังสือรับรองบริษัท<br>2. <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-memorandum-of-association/" data-type="post" data-id="8757">หนังสือบริคณห์สนธิ</a>และข้อบังคับ<br>3. บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หรือ บอจ.5<br>4. ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ ภ.พ.20<br>5. สัญญาเช่าสำนักงาน<br>6. สัญญาซื้อขาย<br>7. สัญญาบริการ<br>8. สัญญากู้ยืมเงิน<br>9. สัญญาเช่าซื้อและลีสซิ่ง<br>10. เอกสารซื้อทรัพย์สิน<br>11. เอกสารทะเบียนรถยนต์ ที่ดิน หรือทรัพย์สินสำคัญ<br>12. รายงานการประชุมที่เกี่ยวข้องกับรายการสำคัญ</p>



<p class="has-link-color wp-elements-199 wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น หากบริษัทซื้อรถยนต์ ผู้ทำบัญชีอาจต้องใช้สัญญาซื้อขาย ใบกำกับภาษี ใบเสร็จ หลักฐานชำระเงิน สัญญาเช่าซื้อ ตารางดอกเบี้ย และสำเนาทะเบียนรถ เพื่อพิจารณาการบันทึก<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset/" data-type="post" data-id="13653">สินทรัพย์</a> <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-liabilities/" data-type="post" data-id="13675">หนี้สิน</a> ดอกเบี้ย และ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-depreciation/" data-type="post" data-id="18791">ค่าเสื่อมราคา</a></p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>ควรจัดเก็บเอกสารบัญชีและภาษีอย่างไร ?</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">กิจการควรจัดเก็บเอกสารบัญชี และภาษี 2 รูปแบบ ได้แก่</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong>1. เอกสารต้นฉบับ</strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">วิธีที่ใช้งานง่ายคือแยกเอกสารตาม ปี เดือน และประเภทของรายการ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>แฟ้มรายรับ</li>



<li>แฟ้มรายจ่าย</li>



<li>แฟ้มธนาคาร</li>



<li>แฟ้มภาษี</li>



<li>แฟ้มเงินเดือน</li>



<li>แฟ้มสัญญา</li>



<li>แฟ้มเอกสารบริษัท</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น เอกสารของเดือนมกราคมอาจแบ่งเป็นแฟ้มรายรับเดือนมกราคม แฟ้มรายจ่ายเดือนมกราคม และแฟ้มภาษีเดือนมกราคม โดยเรียงเอกสารตามวันที่หรือเลขที่เอกสาร เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับเอกสารที่เกี่ยวข้องกับรายการเดียวกัน ควรจัดเก็บไว้ด้วยกัน เช่น การจ่ายค่าบริการให้ผู้รับจ้างหนึ่งราย ควรมีทั้งใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ สลิปโอนเงิน สัญญาบริการ และสำเนาหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายอยู่ในชุดเดียวกัน ไม่ควรแยกกระจายอยู่คนละแฟ้ม</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong>2. </strong></strong></strong>ไฟล์ดิจิทัล</h3>



<p class="wp-block-paragraph">แม้จะเก็บเอกสารต้นฉบับไว้อย่างดี แต่ธุรกิจก็ควรมีไฟล์ดิจิทัลสำรองควบคู่กัน เพราะเอกสารกระดาษอาจซีดจาง สูญหาย เปียกน้ำ หรือชำรุดได้ นอกจากนี้ ไฟล์ดิจิทัลยังช่วยให้การส่งเอกสารให้นักบัญชีหรือผู้เกี่ยวข้องได้รวดเร็ว โดยไม่ต้องรอรวบรวมเอกสารเป็นชุดใหญ่ ควรสแกนหรือถ่ายภาพให้ชัดเจนทันที โดยตรวจสอบว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เห็นเอกสารครบทั้งหน้า</li>



<li>ตัวอักษรและจำนวนเงินอ่านได้ชัดเจน</li>



<li>ไม่มีเงามือหรือแสงสะท้อน</li>



<li>ไม่ตัดส่วนชื่อบริษัท วันที่ หรือเลขที่เอกสาร</li>



<li>เอกสารหลายหน้าถูกรวมอยู่ในไฟล์เดียวกัน</li>



<li>ไฟล์เปิดใช้งานได้ก่อนอัปโหลด</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">หลังจากสแกนแล้ว ควรตั้งชื่อไฟล์ให้ค้นหาได้ง่าย โดยใช้รูปแบบเดียวกันทั้งองค์กร เช่น ปี-เดือน-วันที่_ประเภทเอกสารรายละเอียด_คู่ค้า_จำนวนเงิน</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ตัวอย่างชื่อไฟล์</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>2025-01-05_รายจ่าย_ค่าโฆษณา_Facebook_3500บาท.pdf</li>



<li>2025-01-08_รายรับ_ค่าบริการ_บริษัทABC_25000บาท.pdf</li>



<li>2025-01-15_ธนาคาร_โอนค่าเช่าสำนักงาน_20000บาท.pdf</li>



<li>2025-01_ภพ30_หลักฐานยื่นและชำระ.pdf</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-top:20px;margin-bottom:20px"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="540" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-78.webp" alt="" class="wp-image-21945" style="width:800px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-78.webp 960w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-78-300x169.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/07/chob-78-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>การกำหนดลำดับเอกสารรายเดือน</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหาเอกสารบัญชีจำนวนมากไม่ได้เกิดจากการไม่มีแฟ้มหรือไม่มีพื้นที่เก็บไฟล์ แต่เกิดจากไม่มีขั้นตอนที่ชัดเจนว่าใครต้องรวบรวม ใครต้องตรวจ และต้องส่งให้นักบัญชีเมื่อไร หากพนักงานแต่ละคนเก็บบิลไว้กับตัวเอง บางคนส่งเอกสารทาง LINE บางคนส่งทางอีเมล และบางคนเก็บไว้ในลิ้นชัก ทำให้มีโอกาสที่เอกสารจะตกหล่นหรือถูกส่งซ้ำได้ง่าย</p>



<p class="wp-block-paragraph">จึงควรกำหนดลำดับเอกสารรายเดือนให้ชัดเจน โดยแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. วันที่รวบรวมเอกสาร<br>2. วันที่ตรวจความถูกต้องครบถ้วน<br>3. วันที่ส่งสำนักงานบัญชี<br>4. วันที่ติดตามเอกสารที่ตกหล่น หรือได้รับมาไม่ครบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">พร้อมกำหนดผู้ประสานงานหลักเพียง 1 คน หรือ 1 ตำแหน่ง เพื่อเป็นศูนย์กลางในการส่งเอกสารและตอบคำถามของผู้ทำบัญชี เพราะหากสำนักงานบัญชีต้องประสานงานกับพนักงานหลายคน อาจได้รับข้อมูลไม่ตรงกัน หรือไม่สามารถติดตามได้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบรายการนั้น</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>สรุป</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">การจัดเก็บเอกสารบัญชีและภาษีไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงการเก็บบิลลงแฟ้ม แต่ควรถูกออกแบบให้เป็นระบบที่ช่วยให้ธุรกิจรู้ว่ารายการขาย และรายการซื้อของธุรกิจเป็นอย่างไร โดยเก็บทั้งเอกสารต้นฉบับและไฟล์ดิจิทัล แยกเอกสารตามเหตุการณ์ทางธุรกิจ กำหนดผู้รับผิดชอบ และมีรอบส่งเอกสารให้นักบัญชีอย่างชัดเจนทุกเดือน</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเอกสารถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ เจ้าของธุรกิจจะไม่ต้องเสียเวลาตามหาบิลย้อนหลัง นักบัญชีสามารถทำงานได้เร็วขึ้น การยื่นภาษีมีความถูกต้องมากขึ้น และข้อมูลทางบัญชีก็สามารถนำมาใช้วางแผนธุรกิจได้จริง</p>



<p class="has-link-color wp-elements-200 wp-block-paragraph">การจัดเก็บเอกสารบัญชีและภาษีให้ครบตั้งแต่ต้น จะช่วยให้การปิดบัญชีและยื่นภาษีเป็นเรื่องง่ายขึ้น แต่หากคุณไม่มีเวลาตรวจเอกสารเองทุกเดือน หรือไม่แน่ใจว่าเอกสารที่มีครบถ้วนและถูกต้องหรือไม่ ทีมงานชอบการบัญชี พร้อมช่วยดูแลตั้งแต่การตรวจเอกสาร <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeping/" data-type="post" data-id="13830">บันทึกบัญชี</a> ยื่นภาษี ไปจนถึงให้คำแนะนำด้านบัญชีที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ ปรึกษา<a href="https://chobaccountingonline.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5/" data-type="page" data-id="140">บริการรับทำบัญชี</a>กับชอบการบัญชีได้เลยค่ะ</p>



<p class="has-link-color wp-elements-201 wp-block-paragraph">ติดต่อ Chob Accounting<br>โทร : <a href="tel:0941594561" target="_blank" rel="noreferrer noopener">094-159-4561</a><br>Facebook : <a href="https://www.facebook.com/chobaccounting/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สำนักงานบัญชีคุณภาพ ชอบการบัญชี ออนไลน์</a><br>Line : <a href="https://lin.ee/HoBCNbLj" target="_blank" rel="noreferrer noopener">@chobaccounting</a></p>



<p class="has-link-color wp-elements-202 wp-block-paragraph">อ้างอิง : <a href="https://www.rd.go.th/3464.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 71/2540 เรื่อง การเก็บและรักษารายงาน ใบกำกับภาษี สำเนาใบกำกับภาษี พร้อมทั้งเอกสารประกอบการลงรายงานไว้ ณ สถานที่อื่นที่อธิบดีกำหนด</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/accounting-tax-document-storage-guide/">เจ้าของธุรกิจ ควรจัดเก็บเอกสารบัญชีและภาษีอย่างไร ?</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
