<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Chob Accounting</title>
	<atom:link href="https://chobaccountingonline.co.th/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://chobaccountingonline.co.th/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 18 Sep 2026 03:42:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.3</generator>

<image>
	<url>https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2025/01/cropped-Chob-Accounting-Logo-120x120.webp</url>
	<title>Chob Accounting</title>
	<link>https://chobaccountingonline.co.th/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>หนี้สินหมุนเวียน คืออะไร ? มีอะไรบ้าง พร้อมตัวอย่างสำหรับธุรกิจ</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-current-liabilities/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chob Accounting Team]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Sep 2026 03:01:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=22791</guid>

					<description><![CDATA[<p>เวลาดูงบการเงิน เจ้าของธุรกิจหลายคนมักให้ความสำคัญกับยอดขาย กำไร หรือเงินสดในบัญชีเป็นอันดับแรก แต่มีอีกตัวเลขหนึ่งที่ควรดูควบคู่กัน นั่นก็คือ “หนี้สินหมุนเวียน” เพราะตัวเลขนี้ช่วยบอกได้ว่า ในระยะสั้นธุรกิจมีภาระต้องนำเงินไปชำระมากน้อยแค่ไหน บางกิจการมียอดขายสูงและมีกำไร แต่หากมีเจ้าหนี้การค้า เงินกู้ระยะสั้น ภาษีค้างจ่าย หรือหนี้ที่กำลังครบกำหนดจำนวนมาก ก็อาจเกิดปัญหาสภาพคล่องได้เช่นกัน ดังนั้น การเข้าใจว่าหนี้สินรายการไหนถือเป็นหนี้สินหมุนเวียน และรายการไหนควรเป็นหนี้สินไม่หมุนเวียน ไม่ได้มีประโยชน์เพียงเพื่อจัดทำงบการเงินให้ถูกต้อง แต่ยังช่วยให้เจ้าของธุรกิจเห็นภาระทางการเงินที่กำลังจะเกิดขึ้นและวางแผนเงินสดได้ดีขึ้นด้วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-current-liabilities/">หนี้สินหมุนเวียน คืออะไร ? มีอะไรบ้าง พร้อมตัวอย่างสำหรับธุรกิจ</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">เวลาดูงบการเงิน เจ้าของธุรกิจหลายคนมักให้ความสำคัญกับยอดขาย กำไร หรือเงินสดในบัญชีเป็นอันดับแรก แต่มีอีกตัวเลขหนึ่งที่ควรดูควบคู่กัน นั่นก็คือ “หนี้สินหมุนเวียน” เพราะตัวเลขนี้ช่วยบอกได้ว่า ในระยะสั้นธุรกิจมีภาระต้องนำเงินไปชำระมากน้อยแค่ไหน บางกิจการมียอดขายสูงและมีกำไร แต่หากมีเจ้าหนี้การค้า เงินกู้ระยะสั้น ภาษีค้างจ่าย หรือหนี้ที่กำลังครบกำหนดจำนวนมาก ก็อาจเกิดปัญหาสภาพคล่องได้เช่นกัน</p>



<p class="has-link-color wp-elements-7 wp-block-paragraph">ดังนั้น การเข้าใจว่า<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-liabilities/" data-type="post" data-id="13675">หนี้สิน</a>รายการไหนถือเป็นหนี้สินหมุนเวียน และรายการไหนควรเป็นหนี้สินไม่หมุนเวียน ไม่ได้มีประโยชน์เพียงเพื่อจัดทำงบการเงินให้ถูกต้อง แต่ยังช่วยให้เจ้าของธุรกิจเห็นภาระทางการเงินที่กำลังจะเกิดขึ้นและวางแผนเงินสดได้ดีขึ้นด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">หนี้สินหมุนเวียน คืออะไร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>หนี้สินหมุนเวียน (Current Liabilities)</strong> คือ ภาระผูกพันของกิจการที่คาดว่าจะต้องชำระภายในรอบการดำเนินงานตามปกติ หรือมีกำหนดชำระภายในระยะเวลาอันใกล้ โดยทั่วไปมักพิจารณาระยะเวลา 12 เดือนนับจากวันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน</p>



<p class="has-link-color wp-elements-8 wp-block-paragraph">พูดง่าย ๆ คือ หนี้สินหมุนเวียน เป็น &#8220;หนี้ระยะสั้น&#8221; ที่ธุรกิจต้องเตรียมเงินไว้จ่ายในอนาคตอันใกล้ เช่น เจ้าหนี้การค้า เงินกู้ยืมระยะสั้น ภาษีค้างจ่าย และเงินเดือนค้างจ่าย รายการเหล่านี้จะถูกแสดงไว้ใน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-statement-of-financial-position/" data-type="post" data-id="11688">งบฐานะการเงิน</a> (งบดุล) ฝั่งหนี้สิน ภายใต้หมวดหนี้สินหมุนเวียน</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">หนี้สินหมุนเวียนมีลักษณะอย่างไร ? ดูจากอะไรว่าเป็นหนี้สินหมุนเวียน</h2>



<p class="wp-block-paragraph">หนี้สินรายการหนึ่งจะถูกจัดเป็นหนี้สินหมุนเวียนเมื่อเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ตามแนวทางมาตรฐานการรายงานทางการเงินดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. คาดว่าจะชำระภายในรอบการดำเนินงานปกติของธุรกิจ<br>2. มีกำหนดชำระภายใน 12 เดือน<br>3. เป็นหนี้ที่เกิดจากการดำเนินงาน หรือถือไว้เพื่อชำระในระยะสั้น<br>4. กิจการไม่มีสิทธิ ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงานที่จะเลื่อนการชำระหนี้ออกไปอย่างน้อย 12 เดือน</p>



<p class="wp-block-paragraph">แป้ง &#8211; สีตลา ดีโพธิ์รัมย์ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพบัญชี ของชอบการบัญชี ได้แบ่งปันประสบกาณ์จากการตรวจสอบบัญชีว่า</p>



<p class="has-link-color wp-elements-9 wp-block-paragraph"><em>“เคสหนึ่งที่เคยพบตอนตรวจสอบบัญชีก่อน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-closing-financial-statement/" data-type="post" data-id="11805">ปิดงบ</a> คือกิจการมีเงินกู้ธนาคารระยะยาว และบันทึกยอดเงินกู้คงเหลือทั้งหมดไว้เป็นหนี้สินไม่หมุนเวียน แต่เมื่อเปิดดูตารางการชำระเงินกู้จริง พบว่ามีเงินต้นส่วนหนึ่งที่จะครบกำหนดชำระภายใน 12 เดือนหลังวันสิ้นงวด หากไม่ตรวจรายละเอียดตรงนี้ งบการเงินอาจแสดงหนี้สินหมุนเวียนต่ำกว่าภาระที่กิจการต้องจ่ายจริงในระยะสั้น เราจึงต้องแยกเงินกู้ส่วนที่กำลังจะครบกำหนดออกมาแสดงเป็นหนี้สินหมุนเวียนให้เหมาะสม”</em></p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:20px"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/What-are-current-liabilities.webp" alt="หนี้สินหมุนเวียน มีอะไรบ้าง " class="wp-image-22829" style="width:800px;height:auto" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/What-are-current-liabilities.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/What-are-current-liabilities-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/What-are-current-liabilities-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">หนี้สินหมุนเวียน มีอะไรบ้าง ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">รายการหนี้สินหมุนเวียนที่พบบ่อยในธุรกิจทั่วไป ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>เจ้าหนี้การค้า</strong> เช่น ค้างจ่ายค่าสินค้า/วัตถุดิบให้ซัพพลายเออร์</li>



<li><strong>เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน</strong> เช่น วงเงิน O/D, ตั๋วสัญญาใช้เงินระยะสั้น</li>



<li><strong>ส่วนของหนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี</strong> เช่น เงินกู้ยืมระยะยาวงวดที่ต้องผ่อนในปีถัดไป</li>



<li><strong>ภาษีเงินได้ค้างจ่าย / ภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่าย</strong> ที่คำนวณแล้วแต่ยังไม่ถึงกำหนดนำส่งกรมสรรพากร</li>



<li><strong>ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย</strong> เช่น เงินเดือนค้างจ่าย ดอกเบี้ยค้างจ่าย ค่าสาธารณูปโภคค้างจ่าย</li>



<li><strong>เงินปันผลค้างจ่าย</strong></li>



<li><strong>รายได้รับล่วงหน้า</strong> ที่รับมาก่อนแต่ยังไม่ได้ส่งมอบสินค้า/บริการ</li>



<li><strong>เจ้าหนี้อื่น ๆ</strong> เช่น เงินประกันสังคมค้างนำส่ง เจ้าหนี้กรมสรรพากร</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">หนี้สินหมุนเวียนกับหนี้สินไม่หมุนเวียน ต่างกันอย่างไร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ความแตกต่างหลักอยู่ที่ช่วงเวลาหรือวงจรที่ธุรกิจต้องชำระภาระนั้น หนี้สินหมุนเวียนเกี่ยวข้องกับภาระระยะสั้น ส่วนหนี้สินไม่หมุนเวียนโดยทั่วไปเป็นภาระที่ธุรกิจมีสิทธิเลื่อนการชำระออกไปในระยะยาวตามเกณฑ์ของมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เปรียบเทียบง่าย ๆ ได้ดังนี้</p>



<style>
.liability-table-wrapper {
  width: 100%;
  overflow-x: auto;
  margin: 24px 0;
}

.liability-table {
  width: 100%;
  min-width: 700px;
  border-collapse: separate;
  border-spacing: 0;
  font-family: inherit;
  font-size: 16px;
  color: #111827;
  border: 1px solid #cfcfcf;
  background: #ffffff;
}

.liability-table thead th {
  background: #0E54E8;
  color: #ffffff;
  font-weight: 700;
  text-align: center;
  padding: 16px 18px;
  border-right: 1px solid rgba(255, 255, 255, 0.7);
  vertical-align: middle;
  line-height: 1.4;
}

.liability-table thead th:last-child {
  border-right: none;
}

.liability-table tbody td {
  padding: 14px 18px;
  text-align: center;
  vertical-align: middle;
  line-height: 1.6;
  border-top: 1px solid #cfcfcf;
  border-right: 1px solid #cfcfcf;
}

.liability-table tbody td:last-child {
  border-right: none;
}

.liability-table th:nth-child(1) {
  width: 24%;
}

.liability-table th:nth-child(2),
.liability-table th:nth-child(3) {
  width: 38%;
}

/* Mobile */
@media (max-width: 768px) {
  .liability-table {
    min-width: 680px;
    font-size: 15px;
  }

  .liability-table thead th,
  .liability-table tbody td {
    padding: 12px;
  }
}
</style>

<div class="liability-table-wrapper">
  <table class="liability-table">

    <thead>
      <tr>
        <th>หัวข้อ</th>
        <th>หนี้สินหมุนเวียน</th>
        <th>หนี้สินไม่หมุนเวียน</th>
      </tr>
    </thead>

    <tbody>
      <tr>
        <td>ระยะเวลาชำระ</td>
        <td>ภายใน 1 ปี หรือ 1 รอบดำเนินงาน</td>
        <td>มากกว่า 1 ปี</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>ตัวอย่าง</td>
        <td>เจ้าหนี้การค้า, เงินกู้, ภาษีค้างจ่าย</td>
        <td>เงินกู้ยืมระยะยาว, หุ้นกู้, หนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>ผลต่อสภาพคล่อง</td>
        <td>กระทบทันทีในระยะสั้น</td>
        <td>กระทบระยะยาว วางแผนได้มากกว่า</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>การวิเคราะห์</td>
        <td>ใช้คู่กับสินทรัพย์หมุนเวียนดูสภาพคล่อง</td>
        <td>ใช้ดูโครงสร้างเงินทุนและความเสี่ยงระยะยาว</td>
      </tr>
    </tbody>

  </table>
</div>



<p class="wp-block-paragraph">จุดที่ต้องระวังคือหนี้สินระยะยาวบางก้อนอาจกลายป็นหนี้สินหมุนเวียนบางส่วนทุกปี เช่น เงินกู้ยืมระยะยาว 5 ปี งวดที่ต้องผ่อนในปีหน้าจะถูกย้ายมาแสดงเป็นหนี้สินหมุนเวียน (ส่วนของหนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี) รายการนี้เป็นหนึ่งในจุดที่ควรตรวจสอบเป็นพิเศษตอนปิดงบ เพราะหากไม่ได้ปรับส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี อาจทำให้ตัวเลขหนี้สินหมุนเวียนและการวิเคราะห์สภาพคล่องคลาดเคลื่อนได้</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">หนี้สินหมุนเวียนอยู่ตรงไหนในงบการเงิน ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">หนี้สินหมุนเวียนแสดงอยู่ในงบฐานะการเงิน ภายใต้หมวดหนี้สิน โดยจะแยกออกจากหนี้สินไม่หมุนเวียนเพื่อให้ผู้ใช้งบเห็นภาระระยะสั้นและระยะยาวได้ชัดเจน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภาพรวมของงบฐานะการเงิน มีดังนี้</p>



<p class="has-link-color wp-elements-10 wp-block-paragraph">1. <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset/" data-type="post" data-id="13653">สินทรัพย์</a></p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-11">
<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-current-assets/" data-type="post" data-id="22309">สินทรัพย์หมุนเวียน</a></li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-non-current-assets/" data-type="post" data-id="22359">สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน</a></li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">2. หนี้สิน</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>หนี้สินหมุนเวียน</li>



<li>หนี้สินไม่หมุนเวียน</li>
</ul>



<p class="has-link-color wp-elements-12 wp-block-paragraph">3. <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-shareholders-equity/" data-type="post" data-id="13022">ส่วนของเจ้าของ/ผู้ถือหุ้น</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">มาตรฐานกำหนดให้กิจการต้องแยกหนี้สินหมุนเวียน และหนี้สินไม่หมุนเวียน ออกจากกันอย่างชัดเจนในงบการเงิน เว้นแต่การนำเสนอตามสภาพคล่องจะให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือและเกี่ยวข้องกว่า (พบได้ในบางธุรกิจ เช่น สถาบันการเงิน)</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">หนี้สินหมุนเวียนบอกอะไรเกี่ยวกับสภาพคล่องของธุรกิจ ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">หนี้สินหมุนเวียนคือตัวแปรสำคัญในการวัดสภาพคล่อง นั่นคือความสามารถของธุรกิจในการหาเงินสดมาชำระหนี้ระยะสั้นได้ทันเวลา อัตราส่วนที่นิยมใช้คือ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio)</strong> = สินทรัพย์หมุนเวียน / หนี้สินหมุนเวียน หาก Current Ratio ต่ำกว่า 1 เท่า หมายความว่า ณ ขณะนั้นกิจการมีสินทรัพย์หมุนเวียนน้อยกว่าหนี้สินหมุนเวียน จึงควรตรวจสอบกระแสเงินสดและกำหนดรับ–จ่ายเพิ่มเติม เพราะอาจสะท้อนความเสี่ยงด้านสภาพคล่องได้</li>



<li><strong>อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว (Quick Ratio)</strong> = (สินทรัพย์หมุนเวียน − สินค้าคงเหลือ) / หนี้สินหมุนเวียน เข้มงวดกว่า เพราะตัดสินค้าคงเหลือที่แปลงเป็นเงินสดได้ช้ากว่าออก</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">เจ้าของธุรกิจควรตรวจสอบอะไรเกี่ยวกับหนี้สินหมุนเวียนก่อนปิดงบ ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ก่อนปิดงบประจำปี แนะนำให้เจ้าของธุรกิจ (หรือฝ่ายบัญชี) ตรวจสอบประเด็นต่อไปนี้ให้ครบ</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-13">
<li><strong>กระทบยอดเจ้าหนี้การค้า</strong> กับ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-are-invoice-and-billing-note/" data-type="post" data-id="7035">ใบแจ้งหนี้</a>และ Statement จากซัพพลายเออร์ทุกราย ป้องกันยอดตกหล่นหรือบันทึกซ้ำ</li>



<li><strong>ตรวจสอบการจัดประเภทหนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดใน 1 ปี</strong> ว่าได้ย้ายมาแสดงในหนี้สินหมุนเวียนถูกต้องหรือไม่</li>



<li><strong>คำนวณค่าใช้จ่ายค้างจ่ายให้ครบ</strong> เช่น ดอกเบี้ยค้างจ่าย เงินเดือนค้างจ่าย โบนัสค้างจ่าย ที่มักลืมตั้งยอด ณ วันสิ้นงวด</li>



<li><strong>เช็กภาษีค้างจ่ายและประกันสังคมค้างนำส่ง</strong> ให้ตรงกับแบบยื่นจริง ป้องกันปัญหาถูกประเมินภาษีย้อนหลัง</li>



<li><strong>ทบทวนรายได้รับล่วงหน้า</strong> ว่าส่วนที่ส่งมอบสินค้า/บริการแล้วถูกรับรู้เป็นรายได้ครบถ้วนหรือยัง</li>



<li><strong>ประเมินอัตราส่วนสภาพคล่อง และอัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว</strong> เทียบกับปีก่อนหน้า เพื่อดูแนวโน้มสภาพคล่องและวางแผนกระแสเงินสดล่วงหน้า</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">หนี้สินหมุนเวียนไม่ใช่แค่ตัวเลขในงบการเงิน แต่สะท้อนสุขภาพทางการเงินระยะสั้นของธุรกิจโดยตรง หากปล่อยให้หนี้สินหมุนเวียนสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียนต่อเนื่องหลายปี อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสภาพคล่องที่ควรรีบแก้ไขก่อนลุกลามเป็นปัญหาใหญ่</p>



<p class="has-link-color wp-elements-14 wp-block-paragraph">หากไม่มั่นใจว่าธุรกิจจัดประเภทหนี้สินหมุนเวียนถูกต้องหรือไม่ หรืออยากมีข้อมูลบัญชีที่พร้อมใช้ติดตามฐานะและสภาพคล่องของกิจการ ผู้เชี่ยวชาญในการให้<a href="https://chobaccountingonline.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5/" data-type="page" data-id="140">บริการรับทำบัญชี</a>ของเราพร้อมช่วยตรวจสอบ วางระบบ และปิดงบให้ถูกต้องตามมาตรฐาน ปรึกษาได้ตั้งแต่วันนี้เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างมั่นคง</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-current-liabilities/">หนี้สินหมุนเวียน คืออะไร ? มีอะไรบ้าง พร้อมตัวอย่างสำหรับธุรกิจ</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การด้อยค่าของสินทรัพย์ คืออะไร ? รับรู้ตอนไหน ต้องบันทึกบัญชีอย่างไร</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset-impairment/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chob Accounting Team]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Sep 2026 04:32:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=22743</guid>

					<description><![CDATA[<p>การซื้อเครื่องจักร รถยนต์ อาคาร หรืออุปกรณ์เข้ามาใช้ในกิจการ ไม่ได้หมายความว่าสินทรัพย์เหล่านั้นจะมีมูลค่าลดลงจากค่าเสื่อมราคาเพียงอย่างเดียว เพราะในระหว่างที่ใช้งานอาจเกิดเหตุการณ์บางอย่าง เช่น เครื่องจักรล้าสมัย สินทรัพย์ได้รับความเสียหาย ตลาดเปลี่ยนแปลง หรือธุรกิจไม่สามารถสร้างรายได้จากสินทรัพย์ได้อย่างที่เคยคาดไว้ เมื่อเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ มูลค่าที่แสดงอยู่ในบัญชีอาจสูงกว่าประโยชน์ที่กิจการสามารถได้รับกลับคืนจากสินทรัพย์ จึงอาจต้องพิจารณาเรื่องการด้อยค่าของสินทรัพย์เพื่อทำให้งบการเงินสะท้อนมูลค่าของสินทรัพย์ได้เหมาะสมยิ่งขึ้น การด้อยค่าของสินทรัพย์ คืออะไร ? การด้อยค่าของสินทรัพย์ (Impairment of [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset-impairment/">การด้อยค่าของสินทรัพย์ คืออะไร ? รับรู้ตอนไหน ต้องบันทึกบัญชีอย่างไร</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-link-color wp-elements-26 wp-block-paragraph">การซื้อเครื่องจักร รถยนต์ อาคาร หรืออุปกรณ์เข้ามาใช้ในกิจการ ไม่ได้หมายความว่า<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset/" data-type="post" data-id="13653">สินทรัพย์</a>เหล่านั้นจะมีมูลค่าลดลงจากค่าเสื่อมราคาเพียงอย่างเดียว เพราะในระหว่างที่ใช้งานอาจเกิดเหตุการณ์บางอย่าง เช่น เครื่องจักรล้าสมัย สินทรัพย์ได้รับความเสียหาย ตลาดเปลี่ยนแปลง หรือธุรกิจไม่สามารถสร้างรายได้จากสินทรัพย์ได้อย่างที่เคยคาดไว้</p>



<p class="has-link-color wp-elements-27 wp-block-paragraph">เมื่อเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ มูลค่าที่แสดงอยู่ในบัญชีอาจสูงกว่าประโยชน์ที่กิจการสามารถได้รับกลับคืนจากสินทรัพย์ จึงอาจต้องพิจารณาเรื่องการด้อยค่าของสินทรัพย์เพื่อทำให้<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-financial-statement/" data-type="post" data-id="4954">งบการเงิน</a>สะท้อนมูลค่าของสินทรัพย์ได้เหมาะสมยิ่งขึ้น</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">การด้อยค่าของสินทรัพย์ คืออะไร ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-28 wp-block-paragraph"><strong>การด้อยค่าของสินทรัพย์ (Impairment of Assets)</strong> คือ สถานการณ์ที่<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-book-value/" data-type="post" data-id="22701">มูลค่าตามบัญชี</a>ของสินทรัพย์ สูงกว่ามูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน ทำให้กิจการต้องปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ลงให้เท่ากับมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน และรับรู้ส่วนต่างเป็นผลขาดทุนจากการด้อยค่าใน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-profit-and-loss-statement/" data-type="post" data-id="11750">งบกำไรขาดทุน</a>ทันที</p>



<p class="has-link-color wp-elements-29 wp-block-paragraph">หลักการนี้อยู่ภายใต้<a href="https://eservice.tfac.or.th/get_file/index.php?file=TAS_36_revised_2566.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 36 เรื่อง การด้อยค่าของสินทรัพย์ (ปรับปรุงตามประกาศสภาวิชาชีพบัญชี ที่ 23/2566)</a> ซึ่งอ้างอิงมาจากมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศฉบับที่ 36 (IAS 36) เจตนารมณ์หลักคือการป้องกันไม่ให้งบการเงินแสดงมูลค่าสินทรัพย์สูงเกินจริงกว่าประโยชน์เชิงเศรษฐกิจที่กิจการจะได้รับคืนจากสินทรัพย์นั้น ไม่ว่าจะผ่านการใช้งานต่อเนื่องหรือการขาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างที่พบบ่อยในทางปฏิบัติ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เครื่องจักรที่ล้าสมัยจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ทำให้กำลังการผลิตสร้างรายได้ต่ำกว่าต้นทุนที่บันทึกไว้</li>



<li>สาขาหรือหน่วยธุรกิจที่ขาดทุนต่อเนื่องจนมูลค่าสินทรัพย์ที่ลงทุนไปไม่คุ้มค่าที่จะได้คืน</li>



<li>ค่าความนิยม (Goodwill) จากการซื้อกิจการ ที่ผลประกอบการของกิจการที่ซื้อมาต่ำกว่าประมาณการตอนซื้อขายอย่างมีนัยสำคัญ</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ธุรกิจต้องพิจารณาการด้อยค่าของสินทรัพย์ตอนไหน ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ธุรกิจต้องพิจารณาการด้อยค่าของสินทรัพย์ เมื่อมีข้อบ่งชี้หรือสัญญาณเตือนว่าสินทรัพย์นั้นอาจมีมูลค่าลดลงต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชี หากพบข้อบ่งชี้แม้เพียงข้อเดียว ต้องดำเนินการทดสอบการด้อยค่าทันที ส่วนสินทรัพย์บางประเภทต้องทดสอบทุกปีโดยไม่ต้องรอข้อบ่งชี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่ควรแยกให้ชัดคือ การประเมินข้อบ่งชี้กับการทดสอบการด้อยค่าเต็มรูปแบบเป็นคนละขั้นตอนกัน</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ต้องประเมินข้อบ่งชี้ทุกสิ้นงวด สำหรับสินทรัพย์ทั่วไป</strong> เช่น ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่มีอายุการใช้งานจำกัด หากไม่พบข้อบ่งชี้ ไม่จำเป็นต้องทดสอบเต็มรูปแบบ</li>



<li><strong>ต้องทดสอบการด้อยค่าอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งเสมอ</strong> ไม่ว่าจะมีข้อบ่งชี้หรือไม่ สำหรับค่าความนิยม และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ไม่มีอายุการใช้งานแน่นอน (เช่น เครื่องหมายการค้าบางประเภทที่ยังไม่ได้กำหนดวันสิ้นสุดการใช้ประโยชน์)</li>
</ul>



<p class="has-link-color wp-elements-30 wp-block-paragraph">คุณน้ำ &#8211; พัทธนันท์ วัชรโชติธาดาพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร ของ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/" data-type="link" data-id="https://chobaccountingonline.co.th/">ชอบการบัญชี</a> ได้แบ่งปันประสบการณ์ในการตรวจสอบบัญชีให้กับหลายกิจการว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>“กิจการจำนวนมากมองข้ามการประเมินข้อบ่งชี้ในระหว่างปี และไปนึกถึงเรื่องการด้อยค่าตอนใกล้ปิดงบเท่านั้น ทำให้ผู้สอบบัญชีอาจตั้งข้อสังเกตหรือขอปรับปรุงงบย้อนหลัง ทางที่ดีควรมีการทบทวนสัญญาณเหล่านี้เป็นระยะ อย่างน้อยไตรมาสละครั้ง โดยเฉพาะธุรกิจที่มีสินทรัพย์มูลค่าสูงหรือมีค่าความนิยมจากการควบรวมกิจการ”</em></p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ข้อบ่งชี้ว่าสินทรัพย์อาจเกิดการด้อยค่า มีอะไรบ้าง ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อบ่งชี้การด้อยค่าสามารถเกิดได้ทั้งจากปัจจัยภายนอกกิจการ และปัจจัยภายในกิจการ ดังนั้น การตรวจสอบจึงไม่ควรมองเพียงสภาพทางกายภาพของสินทรัพย์ แต่ต้องพิจารณาสภาพตลาด เทคโนโลยี และผลประกอบการที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ร่วมด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. ปัจจัยภายนอก</strong></p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-31">
<li>ราคาตลาดของสินทรัพย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มากกว่าที่ควรจะเป็นจากการใช้งานตามปกติหรือการผ่านเวลา</li>



<li>มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ตลาด เศรษฐกิจ หรือกฎหมาย ที่ส่งผลกระทบต่อกิจการอย่างมีนัยสำคัญ</li>



<li>อัตราดอกเบี้ยในตลาดหรืออัตราผลตอบแทนที่ใช้เป็นอัตราคิดลดเพิ่มขึ้น จนกระทบต่อการคำนวณมูลค่าจากการใช้สินทรัพย์</li>



<li>มูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์สุทธิของกิจการ สูงกว่ามูลค่าตลาดของหุ้นกิจการ (กรณี<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-company/" data-type="post" data-id="6498">บริษัท</a>จดทะเบียน)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>2. ปัจจัยภายในกิจการ</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>มีหลักฐานว่าสินทรัพย์ล้าสมัยหรือเกิดความเสียหายทางกายภาพ</li>



<li>มีการเปลี่ยนแปลงแผนการใช้สินทรัพย์ในทางลบ เช่น แผนหยุดใช้งาน เลิกผลิต ปรับโครงสร้างธุรกิจ หรือกำหนดวันเลิกใช้เร็วกว่าเดิม</li>



<li>ผลประกอบการเชิงเศรษฐกิจของสินทรัพย์ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างต่อเนื่อง หรือกระแสเงินสดจริงแย่กว่าประมาณการตั้งแต่แรก</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">หากพบข้อบ่งชี้เพียงข้อเดียว กิจการมีหน้าที่ต้องประมาณมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนของสินทรัพย์นั้นทันที และไม่สามารถเลื่อนการพิจารณาไปยังงวดถัดไปได้</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:20px"><img decoding="async" width="960" height="540" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Asset-impairment.webp" alt="การด้อยค่าของสินทรัพย์" class="wp-image-22789" style="width:800px;height:auto" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Asset-impairment.webp 960w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Asset-impairment-300x169.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Asset-impairment-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สินทรัพย์แบบไหนที่ต้องพิจารณาการด้อยค่า ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-32 wp-block-paragraph">การด้อยค่าสามารถเกี่ยวข้องกับสินทรัพย์หลายประเภท ไม่ได้จำกัดเฉพาะเครื่องจักรหรืออาคารเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ เช่น <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-isintangible-assets/" data-type="post" data-id="22426">สินทรัพย์ไม่มีตัวตน</a> (เช่น ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร ค่าความนิยม) หรือเงินลงทุน โดยต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ตามประเภทของสินทรัพย์นั้น ๆ และยึดตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 36 (TAS 36) หรือมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างสินทรัพย์ที่อาจพบประเด็นเรื่องการด้อยค่า ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อาคาร</li>



<li>เครื่องจักร</li>



<li>รถยนต์</li>



<li>อุปกรณ์สำนักงาน</li>



<li>อุปกรณ์การผลิต</li>



<li>สินทรัพย์ไม่มีตัวตน</li>



<li>โปรแกรมคอมพิวเตอร์</li>



<li>สิทธิบัตรหรือลิขสิทธิ์</li>



<li>ค่าความนิยม</li>



<li>สินทรัพย์ที่อยู่ภายในหน่วยสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดเงินสด</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ในบางกรณี สินทรัพย์หนึ่งรายการอาจไม่ได้สร้างกระแสเงินสดโดยอิสระ เช่น เครื่องจักร A ไม่สามารถผลิตสินค้าได้หากไม่มีเครื่องจักร B และ C ทำงานร่วมกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">การพิจารณาการด้อยค่าจึงอาจต้องประเมินในระดับหน่วยสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดเงินสด แทนที่จะประเมินเครื่องจักรแต่ละเครื่องแยกจากกัน</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ธุรกิจจะรู้ได้อย่างไรว่าสินทรัพย์ด้อยค่าเท่าไหร่ ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">มูลค่าที่สินทรัพย์ด้อยค่าคำนวณจากส่วนต่างระหว่างมูลค่าตามบัญชี กับมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน ซึ่งคือค่าที่สูงกว่าระหว่างสองมูลค่านี้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. มูลค่ายุติธรรมหักต้นทุนในการจำหน่าย</strong> คือ จำนวนเงินที่คาดว่าจะได้รับจากการขายสินทรัพย์ในราคาตลาดที่เป็นธรรม หักด้วยต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่าย<br><strong>2. มูลค่าจากการใช้</strong> คือ มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดในอนาคตที่คาดว่าจะได้รับจากการใช้สินทรัพย์ต่อเนื่อง คำนวณด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด</p>



<p class="wp-block-paragraph">สมมติว่ากิจการมีเครื่องจักรหนึ่งเครื่อง โดยมีข้อมูลดังนี้</p>



<style>
.asset-value-table-wrapper {
  width: 100%;
  overflow-x: auto;
  margin: 24px 0;
}

.asset-value-table {
  width: 100%;
  min-width: 600px;
  border-collapse: separate;
  border-spacing: 0;
  font-family: inherit;
  font-size: 16px;
  color: #111827;
  border: 1px solid #cfcfcf;
  background: #ffffff;
}

/* หัวตาราง */
.asset-value-table thead th {
  background: #0E54E8;
  color: #ffffff;
  font-weight: 700;
  text-align: center;
  padding: 16px 18px;
  border-right: 1px solid rgba(255, 255, 255, 0.7);
  vertical-align: middle;
  line-height: 1.4;
}

.asset-value-table thead th:last-child {
  border-right: none;
}

/* เนื้อหาตาราง */
.asset-value-table tbody td {
  padding: 14px 18px;
  text-align: center;
  vertical-align: middle;
  line-height: 1.6;
  border-top: 1px solid #cfcfcf;
  border-right: 1px solid #cfcfcf;
}

.asset-value-table tbody td:last-child {
  border-right: none;
}

/* ความกว้างคอลัมน์ */
.asset-value-table th:nth-child(1) {
  width: 50%;
}

.asset-value-table th:nth-child(2) {
  width: 50%;
}

/* Mobile */
@media (max-width: 768px) {
  .asset-value-table {
    min-width: 560px;
    font-size: 15px;
  }

  .asset-value-table thead th,
  .asset-value-table tbody td {
    padding: 12px;
  }
}
</style>

<div class="asset-value-table-wrapper">
  <table class="asset-value-table">

    <thead>
      <tr>
        <th>รายการ</th>
        <th>จำนวนเงิน</th>
      </tr>
    </thead>

    <tbody>
      <tr>
        <td>มูลค่าตามบัญชี</td>
        <td>1,000,000 บาท</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>มูลค่ายุติธรรมหักต้นทุนในการจำหน่าย</td>
        <td>650,000 บาท</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>มูลค่าจากการใช้</td>
        <td>720,000 บาท</td>
      </tr>
    </tbody>

  </table>
</div>



<p class="wp-block-paragraph">มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนต้องเลือกจำนวนที่สูงกว่า ระหว่าง 650,000 บาท กับ 720,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนเท่ากับ 720,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">จึงคำนวณผลขาดทุนจากการด้อยค่าได้ดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">1,000,000 &#8211; 720,000 = 280,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">หมายความว่า กิจการมีผลขาดทุนจากการด้อยค่าจำนวน 280,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">มูลค่าจากการใช้ ในที่นี้ ไม่ใช่การประมาณว่าสินทรัพย์นี้น่าจะขายได้กี่บาท แต่เป็นการประเมินกระแสเงินสดในอนาคตที่คาดว่าจะได้รับจากการใช้สินทรัพย์และการจำหน่ายเมื่อสิ้นสุดการใช้งาน แล้วนำมาคิดลดเป็นมูลค่าปัจจุบัน</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">การด้อยค่าของสินทรัพย์บันทึกบัญชีอย่างไร ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-33 wp-block-paragraph">เมื่อพบว่าสินทรัพย์ด้อยค่า กิจการสามารถ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeping/" data-type="post" data-id="13830">บันทึกบัญชี</a>โดยการเดบิต ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ (<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-profit-and-loss-statement/" data-type="post" data-id="11750">งบกำไรขาดทุน</a>) และเครดิต ค่าเผื่อการด้อยค่าสะสม หรือปรับลดมูลค่าสินทรัพย์โดยตรง ทำให้มูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์ลดลงเท่ากับมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น บริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่งมีเครื่องจักรมูลค่าตามบัญชี 5,000,000 บาท หลังพบข้อบ่งชี้จากการเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิต จึงประเมินมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนได้ 3,500,000 บาท ส่วนต่าง 1,500,000 บาท ต้องบันทึกเป็นขาดทุนจากการด้อยค่าทันที ดังนี้</p>



<style>
.impairment-entry-table-wrapper {
  width: 100%;
  overflow-x: auto;
  margin: 24px 0;
}

.impairment-entry-table {
  width: 100%;
  min-width: 600px;
  border-collapse: separate;
  border-spacing: 0;
  font-family: inherit;
  font-size: 16px;
  color: #111827;
  border: 1px solid #cfcfcf;
  background: #ffffff;
}

/* หัวตาราง */
.impairment-entry-table thead th {
  background: #0E54E8;
  color: #ffffff;
  font-weight: 700;
  text-align: center;
  padding: 16px 18px;
  border-right: 1px solid rgba(255, 255, 255, 0.7);
  vertical-align: middle;
  line-height: 1.4;
}

.impairment-entry-table thead th:last-child {
  border-right: none;
}

/* เนื้อหาตาราง */
.impairment-entry-table tbody td {
  padding: 14px 18px;
  text-align: center;
  vertical-align: middle;
  line-height: 1.6;
  border-top: 1px solid #cfcfcf;
  border-right: 1px solid #cfcfcf;
}

.impairment-entry-table tbody td:last-child {
  border-right: none;
}

/* ความกว้างคอลัมน์ */
.impairment-entry-table th:nth-child(1) {
  width: 34%;
}

.impairment-entry-table th:nth-child(2),
.impairment-entry-table th:nth-child(3) {
  width: 33%;
}

/* Mobile */
@media (max-width: 768px) {
  .impairment-entry-table {
    min-width: 560px;
    font-size: 15px;
  }

  .impairment-entry-table thead th,
  .impairment-entry-table tbody td {
    padding: 12px;
  }
}
</style>

<div class="impairment-entry-table-wrapper">
  <table class="impairment-entry-table">

    <thead>
      <tr>
        <th>รายการ</th>
        <th>เดบิต (บาท)</th>
        <th>เครดิต (บาท)</th>
      </tr>
    </thead>

    <tbody>
      <tr>
        <td>ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์</td>
        <td>1,500,000</td>
        <td>&#8211;</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>ค่าเผื่อการด้อยค่าสะสม – เครื่องจักร</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>1,500,000</td>
      </tr>
    </tbody>

  </table>
</div>



<p class="wp-block-paragraph">หลังบันทึกรายการนี้ กิจการต้องคำนวณค่าเสื่อมราคาในงวดถัดไปจากมูลค่าตามบัญชีใหม่ (3,500,000 บาท) หารด้วยอายุการใช้งานที่เหลืออยู่ที่ประเมินใหม่ ไม่ใช่มูลค่าเดิมก่อนการด้อยค่า ซึ่งเป็นจุดที่ธุรกิจส่วนใหญ่มักมองข้ามการปรับปรุงหลังบันทึกการด้อยค่าไปแล้ว</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">การด้อยค่าของสินทรัพย์ต่างจากค่าเสื่อมราคาอย่างไร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ค่าเสื่อมราคาคือการปันส่วนต้นทุนสินทรัพย์อย่างเป็นระบบตามอายุการใช้งานที่วางแผนไว้ล่วงหน้า ส่วนการด้อยค่าคือการปรับลดมูลค่าแบบไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า ซึ่งเกิดจากเหตุการณ์ผิดปกติที่ทำให้มูลค่าสินทรัพย์ลดลงเกินกว่าการเสื่อมสภาพตามปกติ</p>



<style>
.depreciation-impairment-table-wrapper {
  width: 100%;
  overflow-x: auto;
  margin: 24px 0;
}

.depreciation-impairment-table {
  width: 100%;
  min-width: 700px;
  border-collapse: separate;
  border-spacing: 0;
  font-family: inherit;
  font-size: 16px;
  color: #111827;
  border: 1px solid #cfcfcf;
  background: #ffffff;
}

.depreciation-impairment-table thead th {
  background: #0E54E8;
  color: #ffffff;
  font-weight: 700;
  text-align: center;
  padding: 16px 18px;
  border-right: 1px solid rgba(255, 255, 255, 0.7);
  vertical-align: middle;
  line-height: 1.4;
}

.depreciation-impairment-table thead th:last-child {
  border-right: none;
}

.depreciation-impairment-table tbody td {
  padding: 14px 18px;
  text-align: center;
  vertical-align: middle;
  line-height: 1.6;
  border-top: 1px solid #cfcfcf;
  border-right: 1px solid #cfcfcf;
}

.depreciation-impairment-table tbody td:last-child {
  border-right: none;
}

/* ความกว้างคอลัมน์ */
.depreciation-impairment-table th:nth-child(1) {
  width: 24%;
}

.depreciation-impairment-table th:nth-child(2),
.depreciation-impairment-table th:nth-child(3) {
  width: 38%;
}

/* Mobile */
@media (max-width: 768px) {
  .depreciation-impairment-table {
    min-width: 680px;
    font-size: 15px;
  }

  .depreciation-impairment-table thead th,
  .depreciation-impairment-table tbody td {
    padding: 12px;
  }
}
</style>

<div class="depreciation-impairment-table-wrapper">
  <table class="depreciation-impairment-table">

    <thead>
      <tr>
        <th>ประเด็น</th>
        <th>ค่าเสื่อมราคา</th>
        <th>การด้อยค่าของสินทรัพย์</th>
      </tr>
    </thead>

    <tbody>
      <tr>
        <td>ลักษณะ</td>
        <td>เป็นส่วนต้นทุนอย่างเป็นระบบและสม่ำเสมอ</td>
        <td>ปรับลดมูลค่าเมื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติ</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>ความถี่</td>
        <td>บันทึกทุกงวดตามอายุการใช้งาน</td>
        <td>บันทึกเฉพาะเมื่อพบข้อบ่งชี้ หรือทุกปีสำหรับ Goodwill</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>สาเหตุ</td>
        <td>การใช้งานตามปกติ อายุ และเทคโนโลยีที่คาดการณ์ไว้</td>
        <td>เหตุการณ์ผิดปกติ เช่น ตลาดเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยนกะทันหัน</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>การกลับรายการ</td>
        <td>ไม่มีการกลับรายการ</td>
        <td>สามารถกลับรายการได้ในบางกรณี (ยกเว้น Goodwill)</td>
      </tr>
    </tbody>

  </table>
</div>



<p class="wp-block-paragraph">การรับรู้ค่าเสื่อมราคาเป็นเรื่องที่กิจการคาดไว้ตั้งแต่เริ่มต้นว่าสินทรัพย์จะถูกใช้และมีประโยชน์ลดลงตามเวลาแต่หากมีปัจจัยที่ทำให้เครื่องจักรเดิมแทบไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิม และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากเครื่องจักรลดลงอย่างมาก เหตุการณ์ดังกล่าวอาจนำไปสู่การพิจารณาการด้อยค่าเพิ่มเติมจากค่าเสื่อมราคาตามปกติ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">การด้อยค่าของสินทรัพย์มีผลต่องบการเงินอย่างไร ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-34 wp-block-paragraph">การด้อยค่าของสินทรัพย์ส่งผลกระทบโดยตรงต่องบกำไรขาดทุน และ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-statement-of-financial-position/" data-type="post" data-id="11688">งบฐานะการเงิน</a> โดยทำให้กำไรสุทธิลดลงทันทีในงวดที่บันทึก และมูลค่าสินทรัพย์รวมในงบฐานะการเงินลดลงตามไปด้วย</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>งบกำไรขาดทุน</strong> : กำไรสุทธิลดลงทันทีเต็มจำนวนขาดทุนจากการด้อยค่า แม้จะเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสดก็ตาม</li>



<li><strong>งบฐานะการเงิน</strong> : มูลค่าสินทรัพย์รวมลดลง ส่งผลต่ออัตราส่วนทางการเงิน เช่น อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่อาจดูแย่ลงหรือดีขึ้นแล้วแต่มุมมอง</li>



<li><strong>เงื่อนไขสัญญาเงินกู้</strong> : กิจการที่มีเงื่อนไขสัญญากู้ยืมผูกกับอัตราส่วนทางการเงินบางตัว อาจผิดเงื่อนไข ได้หากขาดทุนจากการด้อยค่ามีมูลค่าสูง</li>



<li><strong>ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและคู่ค้า</strong> : การด้อยค่าจำนวนมากอาจถูกตีความว่าเป็นสัญญาณของปัญหาเชิงโครงสร้างธุรกิจ จึงควรมีคำอธิบายประกอบในหมายเหตุประกอบงบการเงินอย่างชัดเจน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนนี้ผู้ประกอบการหลายรายกังวลว่าการรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าจะทำให้งบการเงินดูแย่ จึงเลือกไม่บันทึกหรือบันทึกล่าช้า ซึ่งเป็นความเสี่ยงสูงในมุมกฎหมายและมาตรฐานการบัญชี เพราะถือเป็นการแสดงมูลค่าสินทรัพย์เกินจริง อาจถูกผู้สอบบัญชีให้ความเห็นแบบมีเงื่อนไขหรือไม่แสดงความเห็น ซึ่งกระทบต่อความน่าเชื่อถือของงบการเงินมากกว่าตัวเลขขาดทุนเสียอีก</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สามารถกลับรายการผลขาดทุนจากการด้อยค่าได้หรือไม่ ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ผลขาดทุนจากการด้อยค่าสามารถกลับรายการได้ในบางกรณี หากสถานการณ์หรือประมาณการที่ใช้ในการกำหนดมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนเปลี่ยนแปลงไป แต่การกลับรายการมีข้อจำกัด และไม่สามารถทำได้กับสินทรัพย์ทุกประเภท</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>หลักการกลับรายการที่ต้องรู้</strong></p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-35">
<li>กิจการต้องประเมินทุกสิ้นงวดว่ามีข้อบ่งชี้ที่แสดงว่าขาดทุนจากการด้อยค่าที่เคยรับรู้ไปแล้ว อาจไม่มีอยู่อีกต่อไป หรือลดลงหรือไม่</li>



<li>มูลค่าที่กลับรายการได้ ต้องไม่เกินมูลค่าตามบัญชีที่ควรจะเป็น (สุทธิจากค่าเสื่อมราคาหรือ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-amortization/" data-type="post" data-id="22575">ค่าตัดจำหน่าย</a>) หากไม่เคยรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่ามาก่อน</li>



<li>การกลับรายการต้องรับรู้เป็น<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-revenue/" data-type="post" data-id="14589">รายได้</a>ในงบกำไรขาดทุนทันที (ยกเว้นกรณีสินทรัพย์ที่บันทึกด้วยวิธีตีราคาใหม่ซึ่งมีหลักการเฉพาะ)</li>



<li>ค่าความนิยม เป็นข้อยกเว้นเดียวที่ห้ามกลับรายการ เนื่องจากมาตรฐานถือว่าการเพิ่มขึ้นของมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนภายหลัง อาจเป็นค่าความนิยมที่เกิดขึ้นใหม่ภายในกิจการซึ่งมาตรฐานการบัญชีไม่อนุญาตให้รับรู้เป็นสินทรัพย์</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สรุป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">การด้อยค่าของสินทรัพย์เป็นเรื่องของการตรวจสอบว่า มูลค่าที่กิจการแสดงไว้ในบัญชียังสอดคล้องกับประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากสินทรัพย์หรือไม่ หากมูลค่าในบัญชีสูงเกินกว่าจำนวนที่สามารถได้รับคืน ก็อาจต้องรับรู้ผลขาดทุนและปรับมูลค่าสินทรัพย์ตามมาตรฐานที่กิจการใช้</p>



<p class="has-link-color wp-elements-36 wp-block-paragraph">ช่วงก่อนปิดงบจึงเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับการทบทวน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-fixed-asset-register/" data-type="post" data-id="22382">ทะเบียนสินทรัพย์</a> ตรวจสอบสินทรัพย์ที่เลิกใช้ ชำรุด ล้าสมัย หรือมีประโยชน์ลดลง เพื่อให้รายการที่แสดงในงบการเงินสะท้อนสภาพของกิจการได้อย่างเหมาะสม</p>



<p class="has-link-color wp-elements-37 wp-block-paragraph">หากใกล้ถึงรอบ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-closing-entries/" data-type="post" data-id="22184">ปิดบัญชี</a>แล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าสินทรัพย์ที่อยู่ในบัญชีควรคิดค่าเสื่อมราคา ปรับมูลค่า หรือต้องพิจารณาการด้อยค่าหรือไม่ ชอบการบัญชี สามารถช่วยตรวจสอบรายการบัญชีและสินทรัพย์ รวมถึง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/" data-type="page" data-id="1953">บริการปิดงบการเงิน</a> ให้ข้อมูลทางบัญชีได้รับการตรวจสอบอย่างเป็นระบบก่อนจัดทำและยื่นงบการเงินได้</p>



<p class="has-link-color wp-elements-38 wp-block-paragraph"><strong>ติดต่อ Chob Accounting</strong><br>โทร : <a href="tel:0941594561" target="_blank" rel="noreferrer noopener">094-159-4561</a><br>Facebook : <a href="https://www.facebook.com/chobaccounting/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สำนักงานบัญชีคุณภาพ ชอบการบัญชี ออนไลน์</a><br>Line : <a href="https://lin.ee/HoBCNbLj" target="_blank" rel="noreferrer noopener">@chobaccounting</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset-impairment/">การด้อยค่าของสินทรัพย์ คืออะไร ? รับรู้ตอนไหน ต้องบันทึกบัญชีอย่างไร</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มูลค่าตามบัญชี คืออะไร ? คำนวณยังไง ต่างจากราคาทุนอย่างไร</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-book-value/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chob Accounting Team]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Sep 2026 03:01:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=22701</guid>

					<description><![CDATA[<p>เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่คุ้นเคยกับคำว่าราคาทุนของเครื่องจักร รถยนต์ หรืออุปกรณ์ในกิจการเป็นอย่างดี แต่เมื่อถึงเวลาต้องยื่นขอสินเชื่อจากธนาคาร ขายสินทรัพย์มือสอง หรือดูงบการเงินตอนปิดบัญชีประจำปี มักสับสนกับตัวเลขอีกตัวที่เรียกว่ามูลค่าตามบัญชี ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่เท่ากับราคาทุนตอนซื้อ ในบทความนี้ชอบการบัญชี จะอธิบายอย่างละเอียดว่ามูลค่าตามบัญชีคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร คำนวณอย่างไร และแตกต่างจากราคาทุนกับมูลค่าตลาดตรงไหนบ้าง เพื่อให้เจ้าของธุรกิจนำไปใช้ในการตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง มูลค่าตามบัญชี คืออะไร ? มูลค่าตามบัญชี (Book Value) [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-book-value/">มูลค่าตามบัญชี คืออะไร ? คำนวณยังไง ต่างจากราคาทุนอย่างไร</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-link-color wp-elements-47 wp-block-paragraph">เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่คุ้นเคยกับคำว่าราคาทุนของเครื่องจักร รถยนต์ หรืออุปกรณ์ในกิจการเป็นอย่างดี แต่เมื่อถึงเวลาต้องยื่นขอสินเชื่อจากธนาคาร ขายสินทรัพย์มือสอง หรือดู<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-financial-statement/" data-type="post" data-id="4954">งบการเงิน</a>ตอน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-closing-entries/" data-type="post" data-id="22184">ปิดบัญชี</a>ประจำปี มักสับสนกับตัวเลขอีกตัวที่เรียกว่ามูลค่าตามบัญชี ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่เท่ากับราคาทุนตอนซื้อ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในบทความนี้ชอบการบัญชี จะอธิบายอย่างละเอียดว่ามูลค่าตามบัญชีคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร คำนวณอย่างไร และแตกต่างจากราคาทุนกับมูลค่าตลาดตรงไหนบ้าง เพื่อให้เจ้าของธุรกิจนำไปใช้ในการตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">มูลค่าตามบัญชี คืออะไร ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-48 wp-block-paragraph"><strong>มูลค่าตามบัญชี (Book Value)</strong> ของสินทรัพย์ คือ จำนวนเงินสุทธิของ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset/" data-type="post" data-id="13653">สินทรัพย์</a>ที่กิจการบันทึกไว้ในบัญชี ณ วันใดวันหนึ่ง ซึ่งได้จากการนำ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset-cost/" data-type="post" data-id="22681">ราคาทุนของสินทรัพย์</a> หักด้วย<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-depreciation/" data-type="post" data-id="18791">ค่าเสื่อมราคา</a>สะสม (และหักค่าเผื่อ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset-impairment/" data-type="post" data-id="22743">การด้อยค่า</a> หากมี)</p>



<p class="has-link-color wp-elements-49 wp-block-paragraph">พูดง่าย ๆ คือมูลค่าตามบัญชีเป็นมูลค่าคงเหลือของสินทรัพย์ที่ปรากฏใน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-statement-of-financial-position/" data-type="post" data-id="11688">งบฐานะการเงิน</a> (งบดุล) หลังจากหักส่วนที่ถูกใช้ประโยชน์ไปแล้วออกตามกาลเวลา ไม่ใช่ราคาที่ซื้อขายได้จริงในท้องตลาด และไม่ใช่ราคาทุนตอนซื้อที่คงที่ตลอดไป</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">มูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์เกิดขึ้นได้อย่างไร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">มูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์เกิดขึ้นจากต้นทุนเดิมที่กิจการจ่ายไปเพื่อได้มาซึ่งสินทรัพย์นั้น หักออกด้วยค่าเสื่อมราคาสะสม และผลขาดทุนจากการด้อยค่า (ถ้ามี)</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ต้นทุนเริ่มแรก</strong> : เมื่อกิจการซื้อหรือได้สินทรัพย์มา (เช่น อาคาร เครื่องจักร หรืออุปกรณ์) จะบันทึกมูลค่าตั้งต้นด้วยราคาที่จ่ายจริงรวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อให้สินทรัพย์นั้นพร้อมใช้งาน</li>



<li><strong>การหักค่าเสื่อมราคา</strong> : เมื่อเวลาผ่านไป และมีการใช้งาน สินทรัพย์จะเสื่อมสภาพลง กิจการจึงทยอยตัดมูลค่าของสินทรัพย์นั้นลงตามอายุการใช้งานในแต่ละรอบปีโดยบันทึกเป็นค่าเสื่อมราคา</li>



<li><strong>การปรับปรุงการด้อยค่า</strong> : หากมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนของสินทรัพย์ลดลงต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี เนื่องจากสภาพตลาดหรือความล้าสมัย กิจการต้องบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าเพื่อลดมูลค่าลงให้ถูกต้อง</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:20px"><img decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/How-to-calculate-book-value.webp" alt="วิธีคำนวณมูลค่าตามบัญชี" class="wp-image-22729" style="width:800px;height:auto" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/How-to-calculate-book-value.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/How-to-calculate-book-value-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/How-to-calculate-book-value-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">มูลค่าตามบัญชีคำนวณอย่างไร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">สูตรคำนวณมูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์ที่ใช้กันโดยทั่วไปคือ</p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph"><strong>มูลค่าตามบัญชี = ราคาทุนของสินทรัพย์ − ค่าเสื่อมราคาสะสม − ค่าเผื่อการด้อยค่า (ถ้ามี)</strong></p>



<p class="has-link-color wp-elements-50 wp-block-paragraph">ยกตัวอย่างเช่น <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-company/" data-type="post" data-id="6498">บริษัท</a>ซื้อเครื่องจักรมาในราคา 500,000 บาท และใช้งานมาแล้วระยะหนึ่ง โดยมีข้อมูลดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ราคาทุนของสินทรัพย์ = 500,000 บาท</li>



<li>ค่าเสื่อมราคาสะสม = 120,000 บาท</li>



<li>ค่าเผื่อการด้อยค่า = 30,000 บาท</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">มูลค่าตามบัญชี = 500,000 − 120,000 − 30,000 = 350,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">หมายความว่า แม้บริษัทจะซื้อเครื่องจักรมาในราคา 500,000 บาท แต่ ณ วันที่คำนวณ เครื่องจักรดังกล่าวจะมี มูลค่าตามบัญชีอยู่ที่ 350,000 บาท</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">มูลค่าตามบัญชีกับราคาทุนต่างกันอย่างไร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ราคาทุนของสินทรัพย์ คือตัวเลขคงที่ตายตัวที่บันทึกไว้ตั้งแต่วันแรกที่ได้สินทรัพย์มา และจะไม่เปลี่ยนแปลงไปตลอดอายุการถือครองสินทรัพย์ (ยกเว้นมีการตีราคาใหม่หรือปรับปรุงสินทรัพย์เพิ่มเติม)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่มูลค่าตามบัญชีจะทยอยลดลงทุกงวดบัญชีตามค่าเสื่อมราคาสะสมที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและสะท้อนสภาพปัจจุบันของสินทรัพย์ได้ดีกว่า</p>



<style>
.cost-bookvalue-table-wrapper {
  width: 100%;
  overflow-x: auto;
  margin: 24px 0;
}

.cost-bookvalue-table {
  width: 100%;
  min-width: 700px;
  border-collapse: separate;
  border-spacing: 0;
  font-family: inherit;
  font-size: 16px;
  color: #111827;
  border: 1px solid #cfcfcf;
  background: #ffffff;
}

.cost-bookvalue-table thead th {
  background: #0E54E8;
  color: #ffffff;
  font-weight: 700;
  text-align: center;
  padding: 16px 18px;
  border-right: 1px solid rgba(255, 255, 255, 0.7);
  vertical-align: middle;
  line-height: 1.4;
}

.cost-bookvalue-table thead th:last-child {
  border-right: none;
}

.cost-bookvalue-table tbody td {
  padding: 14px 18px;
  text-align: center;
  vertical-align: middle;
  line-height: 1.6;
  border-top: 1px solid #cfcfcf;
  border-right: 1px solid #cfcfcf;
}

.cost-bookvalue-table tbody td:last-child {
  border-right: none;
}

.cost-bookvalue-table tbody td:first-child {
  font-weight: 500;
}

.cost-bookvalue-table th:nth-child(1) {
  width: 24%;
}

.cost-bookvalue-table th:nth-child(2),
.cost-bookvalue-table th:nth-child(3) {
  width: 38%;
}

/* Mobile */
@media (max-width: 768px) {
  .cost-bookvalue-table {
    min-width: 680px;
    font-size: 15px;
  }

  .cost-bookvalue-table thead th,
  .cost-bookvalue-table tbody td {
    padding: 12px 12px;
  }
}
</style>

<div class="cost-bookvalue-table-wrapper">
  <table class="cost-bookvalue-table">

    <thead>
      <tr>
        <th>หัวข้อ</th>
        <th>ราคาทุน</th>
        <th>มูลค่าตามบัญชี</th>
      </tr>
    </thead>

    <tbody>
      <tr>
        <td>ที่มา</td>
        <td>จำนวนเงินที่จ่ายจริงตอนซื้อสินทรัพย์มา</td>
        <td>ราคาทุนหักค่าเสื่อมราคาสะสม</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>การเปลี่ยนแปลง</td>
        <td>คงที่ ไม่เปลี่ยนตามเวลา</td>
        <td>ลดลงทุกงวดบัญชีตามอายุการใช้งาน</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>แสดงในงบการเงิน</td>
        <td>เป็นข้อมูลอ้างอิงในหมายเหตุประกอบงบ</td>
        <td>แสดงเป็นยอดสุทธิในงบฐานะการเงิน</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>ใช้ประโยชน์หลัก</td>
        <td>คำนวณฐานภาษี, คำนวณค่าเสื่อมราคา</td>
        <td>ประเมินมูลค่ากิจการ, ใช้ค้ำประกันสินเชื่อ</td>
      </tr>
    </tbody>

  </table>
</div>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">มูลค่าตามบัญชีกับราคาทุนต่างกันอย่างไร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">มูลค่าตามบัญชีกับมูลค่าตลาดเป็นคนละตัวเลขกัน และแทบไม่มีทางเท่ากัน </p>



<p class="wp-block-paragraph">ในทางปฏิบัติ มูลค่าตามบัญชีจะคำนวณตามหลักบัญชีล้วน ๆ (ราคาทุนหักค่าเสื่อม) ในขณะที่มูลค่าตลาด (Market Value) คือราคาที่ผู้ซื้อผู้ขายตกลงซื้อขายกันจริงในตลาด ณ ขณะนั้น ซึ่งขึ้นอยู่กับอุปสงค์-อุปทาน สภาพการใช้งานจริง เทคโนโลยีที่ล้าสมัยหรือไม่ และปัจจัยภายนอกอื่น ๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น รถกระบะของกิจการที่มีมูลค่าตามบัญชีเหลือ 200,000 บาทตามตารางค่าเสื่อมราคา แต่เมื่อนำไปประเมินราคาขายจริงในตลาดรถมือสอง อาจขายได้เพียง 150,000 บาท หากสภาพรถทรุดโทรมกว่าค่าเฉลี่ย หรืออาจขายได้ถึง 280,000 บาท หากเป็นรุ่นที่ตลาดยังต้องการสูง ความคลาดเคลื่อนนี้เป็นเรื่องปกติ และเป็นสิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องเข้าใจก่อนใช้ตัวเลขจากบัญชีไปอ้างอิงราคาขายจริง</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">มูลค่าตามบัญชีดูได้จากที่ไหน ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">เจ้าของธุรกิจสามารถตรวจสอบมูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์ได้จาก 3 แหล่งข้อมูลหลักในกิจการของตนเอง ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-51">
<li>งบฐานะการเงิน (งบดุล) : ในส่วนของ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-non-current-assets/" data-type="post" data-id="22359">สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน</a> ซึ่งจะแสดงยอดสุทธิของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์หลังหักค่าเสื่อมราคาสะสม</li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-fixed-asset-register/" data-type="post" data-id="22382">ทะเบียนสินทรัพย์</a> : ที่ฝ่ายบัญชีจัดทำแยกเป็นรายชิ้น ระบุราคาทุน อัตราค่าเสื่อม และมูลค่าตามบัญชีคงเหลือของสินทรัพย์แต่ละรายการ</li>



<li>รายงานจากโปรแกรมบัญชี ที่กิจการใช้งานอยู่ : ซึ่งส่วนใหญ่จะมีรายงานสรุปค่าเสื่อมราคาและมูลค่าคงเหลือให้ดึงออกมาได้ทันที</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ทำไมเจ้าของธุรกิจ ต้องรับรู้มูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์ ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-52 wp-block-paragraph">การรู้มูลค่าตามบัญชีที่ถูกต้องมีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจทางธุรกิจหลายเรื่อง ไม่ใช่แค่ตัวเลขใน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting-book/" data-type="post" data-id="16095">สมุดบัญชี</a>เท่านั้น</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-53">
<li><strong>ใช้ประกอบการขอสินเชื่อ</strong> : ธนาคารมักพิจารณามูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินหลักประกัน</li>



<li><strong>ใช้วางแผนภาษี</strong> : เพราะค่าเสื่อมราคาที่บันทึกถูกต้องมีผลต่อกำไรสุทธิและ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/corporate-income-tax/" data-type="post" data-id="4012">ภาษีเงินได้นิติบุคคล</a>ที่ต้องชำระ</li>



<li><strong>ใช้ตัดสินใจซื้อขายหรือเปลี่ยนสินทรัพย์</strong> : เพื่อเปรียบเทียบว่าคุ้มค่ากว่าการซ่อมแซมต่อหรือไม่</li>



<li><strong>สะท้อนความน่าเชื่อถือของงบการเงิน</strong> : เมื่อ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting-auditor/" data-type="post" data-id="16629">ผู้สอบบัญชี</a>หรือนักลงทุนเข้ามาตรวจสอบกิจการ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">คุณแป้ง – สีตลา ดีโพธิ์รัมย์ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพบัญชี ชอบการบัญชี ได้แบ่งปันประสบการณ์ในการตรวจสอบงานบัญชีของธุรกิจว่า</p>



<p class="has-link-color wp-elements-54 wp-block-paragraph"><em>“ผู้ประกอบการ <a href="https://chobaccountingonline.co.th/sme-vs-non-sme-differences/" data-type="post" data-id="4602">SME</a> จำนวนไม่น้อยมักตั้งอายุการใช้งานสินทรัพย์ตามอัตราที่กรมสรรพากรกำหนดไว้เพื่อประโยชน์ทางภาษีเท่านั้น โดยไม่ได้สะท้อนอายุการใช้งานจริงของเครื่องจักร ทำให้มูลค่าตามบัญชีในงบการเงินต่ำกว่าความเป็นจริงมาก เมื่อถึงเวลานำไปยื่นขอสินเชื่อหรือประเมินมูลค่ากิจการเพื่อหาผู้ร่วมทุน ตัวเลขที่ดูต่ำเกินจริงอาจทำให้กิจการเสียเปรียบในการเจรจาต่อรอง จึงควรแยกบัญชีค่าเสื่อมราคาเพื่อภาษีกับเพื่อการบริหารจัดการภายในออกจากกันตั้งแต่ต้น”</em></p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สรุป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">มูลค่าตามบัญชีไม่ใช่แค่ตัวเลขทางบัญชีที่อยู่ในงบการเงินเท่านั้น แต่เป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจมองเห็น “มูลค่าคงเหลือ” ของสินทรัพย์ในกิจการอย่างเป็นระบบ โดยคำนวณจากราคาทุนหักด้วยค่าเสื่อมราคาสะสมและค่าเผื่อการด้อยค่า (ถ้ามี) จึงแตกต่างจากราคาทุนที่เป็นมูลค่าตั้งต้น และแตกต่างจากมูลค่าตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพจริงและความต้องการของตลาด การเข้าใจความต่างของตัวเลขทั้ง 3 แบบนี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการอ่านงบได้ชัดขึ้น และนำข้อมูลไปใช้ตัดสินใจเรื่องภาษี การลงทุน การขอสินเชื่อ หรือการเปลี่ยนทรัพย์สินในธุรกิจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น</p>



<p class="has-link-color wp-elements-55 wp-block-paragraph">ในอีกมุมหนึ่ง หากข้อมูลสินทรัพย์ ค่าเสื่อมราคา หรือทะเบียนสินทรัพย์ของกิจการบันทึกไว้ไม่ถูกต้อง มูลค่าตามบัญชีที่แสดงในงบการเงินก็อาจคลาดเคลื่อนไปด้วย และอาจส่งผลต่อการตัดสินใจทางธุรกิจโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นการมีระบบบัญชีที่ดีตั้งแต่ต้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ หากธุรกิจของคุณต้องการผู้ช่วยดูแลบัญชีให้เป็นระบบมากขึ้น ทั้งในเรื่องการบันทึกสินทรัพย์ การคำนวณค่าเสื่อมราคา และการจัดทำงบการเงิน สามารถดูรายละเอียด<a href="https://chobaccountingonline.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5/" data-type="page" data-id="140">บริการรับทำบัญชี</a> ของชอบการบัญชีได้ เพื่อให้ตัวเลขทางบัญชีถูกต้อง น่าเชื่อถือ และพร้อมใช้ในการบริหารธุรกิจจริง</p>



<p class="has-link-color wp-elements-56 wp-block-paragraph"><strong>ติดต่อ Chob Accounting</strong><br>โทร : <a href="tel:0941594561" target="_blank" rel="noreferrer noopener">094-159-4561</a><br>Facebook : <a href="https://www.facebook.com/chobaccounting/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สำนักงานบัญชีคุณภาพ ชอบการบัญชี ออนไลน์</a><br>Line : <a href="https://lin.ee/HoBCNbLj" target="_blank" rel="noreferrer noopener">@chobaccounting</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-book-value/">มูลค่าตามบัญชี คืออะไร ? คำนวณยังไง ต่างจากราคาทุนอย่างไร</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ราคาทุนของสินทรัพย์ คืออะไร ? มีอะไรบ้าง และต้องคำนวณอย่างไร</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset-cost/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ลินิล - ศิรินทร์ทิพย์ ช่องรัตน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Sep 2026 07:59:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=22681</guid>

					<description><![CDATA[<p>เวลาธุรกิจซื้อรถยนต์ เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ หลายคนอาจเข้าใจว่าราคาที่จ่ายในตอนที่ซื้อคือราคาทุนของสินทรัพย์ แต่ในทางบัญชีอาจไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป เพราะกว่าที่สินทรัพย์หนึ่งชิ้นจะพร้อมนำมาใช้งาน อาจต้องจ่ายทั้งค่าขนส่ง ค่าติดตั้ง ค่าเตรียมสถานที่ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรง และค่าใช้จ่ายบางรายการเหล่านี้อาจต้องนำมารวมเป็นราคาทุนของสินทรัพย์ด้วย ราคาทุนของสินทรัพย์ คืออะไร ? ราคาทุนของสินทรัพย์ (Cost [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset-cost/">ราคาทุนของสินทรัพย์ คืออะไร ? มีอะไรบ้าง และต้องคำนวณอย่างไร</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">เวลาธุรกิจซื้อรถยนต์ เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ หลายคนอาจเข้าใจว่าราคาที่จ่ายในตอนที่ซื้อคือราคาทุนของสินทรัพย์ แต่ในทางบัญชีอาจไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป เพราะกว่าที่สินทรัพย์หนึ่งชิ้นจะพร้อมนำมาใช้งาน อาจต้องจ่ายทั้งค่าขนส่ง ค่าติดตั้ง ค่าเตรียมสถานที่ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรง และค่าใช้จ่ายบางรายการเหล่านี้อาจต้องนำมารวมเป็นราคาทุนของสินทรัพย์ด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ราคาทุนของสินทรัพย์ คืออะไร ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-65 wp-block-paragraph"><strong>ราคาทุนของสินทรัพย์ (Cost of assets)</strong> คือ จำนวนเงินหรือมูลค่าของสิ่งตอบแทนที่กิจการจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่ง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset/" data-type="post" data-id="13653">สินทรัพย์</a> รวมถึงต้นทุนที่เกี่ยวข้องโดยตรงในการทำให้สินทรัพย์อยู่ในสถานที่และสภาพที่พร้อมใช้งานตาม<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-are-company-objectives/" data-type="post" data-id="18867">วัตถุประสงค์ของกิจการ</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">ถ้าไม่ชำระเงินในรายการเหล่านี้ สินทรัพย์จะสามารถอยู่ในสถานที่ และสภาพที่พร้อมใช้งานตามที่กิจการต้องการได้หรือไม่ ?</p>



<p class="has-link-color wp-elements-66 wp-block-paragraph">ถ้าคำตอบคือ ไม่ได้ <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-expense/" data-type="post" data-id="14630">ค่าใช้จ่าย</a>นั้นมีโอกาสเป็นต้นทุนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสินทรัพย์ แต่ยังต้องพิจารณารายละเอียดและเงื่อนไขทางบัญชีของแต่ละรายการประกอบด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ราคาทุนของสินทรัพย์ประกอบด้วยอะไรบ้าง ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-67 wp-block-paragraph">สำหรับสินทรัพย์ประเภทที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ราคาทุนไม่ได้ดูเฉพาะราคาบน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-quotation/" data-type="post" data-id="21535">ใบเสนอราคา</a>หรือ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-tax-invoice/" data-type="post" data-id="6409">ใบกำกับภาษี</a> แต่ต้องพิจารณาต้นทุนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการได้มาและการทำให้สินทรัพย์พร้อมใช้งานด้วย ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>1. ราคาซื้อสินทรัพย์</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">องค์ประกอบแรกและมักเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุด คือ ราคาที่กิจการจ่ายเพื่อซื้อสินทรัพย์ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ซื้อเครื่องจักร 500,000 บาท</li>



<li>ซื้อคอมพิวเตอร์ 40,000 บาท</li>



<li>ซื้อเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน 80,000 บาท</li>



<li>ซื้ออุปกรณ์สำหรับใช้ในการผลิต 200,000 บาท</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ราคาซื้อที่นำมาใช้คำนวณราคาทุนจะต้องพิจารณารายการอื่นประกอบ เช่น ส่วนลดการค้า อากรขาเข้า และภาษีที่ไม่สามารถเรียกคืนได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น หากเครื่องจักรมีราคาป้าย 550,000 บาท แต่ผู้ขายให้ส่วนลด 50,000 บาท ราคาที่นำมาพิจารณาจะไม่ใช่ 550,000 บาทโดยอัตโนมัติ แต่ต้องพิจารณาราคาหลังหักส่วนลดตามเงื่อนไขที่เกิดขึ้นจริง</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>2. ค่าขนส่งสินทรัพย์</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากการซื้อสินทรัพย์จำเป็นต้องมีการขนส่งจากผู้ขายมายังโรงงาน สำนักงาน หรือสถานที่ที่จะนำสินทรัพย์ไปใช้งาน ค่าขนส่งเริ่มแรกที่เกี่ยวข้องโดยตรง อาจรวมเป็นส่วนหนึ่งของราคาทุนได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยกตัวอย่างเช่น กิจการซื้อเครื่องจักรจากกรุงเทพฯ ราคา 800,000 บาท และต้องจ่ายค่าขนส่งมายังโรงงานอีก 20,000 บาท หากค่าขนส่งดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อให้เครื่องจักรมาถึงสถานที่ที่กิจการจะใช้งาน ราคาทุนเบื้องต้นจึงอาจเป็น 800,000 + 20,000 = 820,000 บาท</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>3. ค่าติดตั้งและเตรียมสถานที่</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์บางประเภทซื้อมาแล้วไม่สามารถนำมาใช้งานได้ทันที เช่น เครื่องจักรขนาดใหญ่ ระบบผลิต หรืออุปกรณ์ที่ต้องมีการติดตั้งเฉพาะทาง กิจการอาจต้องมีค่าใช้จ่าย เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ค่าเตรียมพื้นที่สำหรับติดตั้ง</li>



<li>ค่าแรงติดตั้ง</li>



<li>ค่าประกอบเครื่องจักร</li>



<li>ค่าเดินระบบที่จำเป็นสำหรับการติดตั้ง</li>



<li>ค่าปรับพื้นที่เพื่อรองรับเครื่องจักร</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">หากต้นทุนเหล่านี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำให้สินทรัพย์อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ก็อาจนำมารวมเป็นราคาทุนได้ เช่น ซื้อเครื่องจักร 1,000,000 บาท และต้องเสียค่าติดตั้ง 100,000 บาทก่อนจึงจะสามารถเริ่มผลิตสินค้าได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ราคาทุนเบื้องต้นจึงอาจเป็น 1,000,000 + 100,000 = 1,100,000 บาท ต้นทุนการเตรียมสถานที่ รวมถึงต้นทุนการติดตั้งและการประกอบ เป็นตัวอย่างต้นทุนทางตรงที่ระบุไว้ในมาตรฐานการบัญชีเช่นกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>4. ค่าทดสอบก่อนนำสินทรัพย์มาใช้งาน</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์บางชนิด โดยเฉพาะเครื่องจักรหรือระบบการผลิต จำเป็นต้องมีการทดสอบก่อนใช้งานจริง เช่น โรงงานซื้อเครื่องจักรสำหรับผลิตสินค้า และต้องทดลองเดินเครื่องเพื่อดูว่าเครื่องจักรสามารถทำงานได้ตามกำลังการผลิตและมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการทดสอบว่า สินทรัพย์สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมหรือไม่ อาจถือเป็นต้นทุนทางตรงที่รวมอยู่ในราคาทุนของสินทรัพย์ได้ ตัวอย่างเช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ค่าใช้จ่ายในการทดลองเดินเครื่อง</li>



<li>ค่าบริการผู้เชี่ยวชาญในการทดสอบระบบ</li>



<li>ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบประสิทธิภาพก่อนเปิดใช้งาน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">โดยต้องเป็นต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการทำให้สินทรัพย์พร้อมใช้งานจริง ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตามปกติหลังจากเริ่มใช้งานแล้ว</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>5. ต้นทุนอื่นที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำให้สินทรัพย์พร้อมใช้งาน</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากรายการข้างต้นแล้ว ยังอาจมีค่าใช้จ่ายอื่นที่สามารถรวมเป็นราคาทุนได้ หากพิสูจน์ได้ว่า เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำให้สินทรัพย์อยู่ในสถานที่และสภาพที่พร้อมใช้งานตามวัตถุประสงค์ของฝ่ายบริหาร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ค่าบริการวิศวกรที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้ง</li>



<li>ค่าธรรมเนียมผู้เชี่ยวชาญ</li>



<li>ค่าออกแบบเฉพาะที่จำเป็นต่อการติดตั้งสินทรัพย์</li>



<li>ต้นทุนพนักงานบางส่วนที่เกิดขึ้นโดยตรงจากการก่อสร้างหรือได้มาซึ่งสินทรัพย์</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ความเกี่ยวข้องโดยตรงจึงเป็นหัวใจสำคัญ เพราะไม่ใช่ว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดในช่วงเวลาเดียวกับการซื้อสินทรัพย์จะสามารถนำมารวมเป็นราคาทุนได้</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ราคาทุนของสินทรัพย์คำนวณอย่างไร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ในกรณีทั่วไป สามารถคำนวณราคาทุนของสินทรัพย์เบื้องต้นได้ตามสูตรดังนี้</p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph"><strong>ราคาทุนของสินทรัพย์ = ราคาซื้อสุทธิ + ต้นทุนทางตรงที่จำเป็นเพื่อทำให้สินทรัพย์พร้อมใช้งาน + ต้นทุนอื่นที่เข้าเกณฑ์</strong></p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>ตัวอย่างการคำนวณราคาทุนของสินทรัพย์</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">บริษัทซื้อเครื่องจักรสำหรับใช้ในโรงงาน โดยมีค่าใช้จ่ายดังนี้</p>



<style>
.asset-cost-table-wrapper {
  width: 100%;
  overflow-x: auto;
  margin: 24px 0;
}

.asset-cost-table {
  width: 100%;
  min-width: 600px;
  border-collapse: separate;
  border-spacing: 0;
  font-family: inherit;
  font-size: 16px;
  color: #111827;
  border: 1px solid #cfcfcf;
  background: #ffffff;
}

/* หัวตาราง */
.asset-cost-table thead th {
  background: #0E54E8;
  color: #ffffff;
  font-weight: 700;
  text-align: center;
  padding: 16px 18px;
  border-right: 1px solid rgba(255, 255, 255, 0.7);
  vertical-align: middle;
  line-height: 1.4;
}

.asset-cost-table thead th:last-child {
  border-right: none;
}

/* เนื้อหาตาราง */
.asset-cost-table tbody td {
  padding: 14px 18px;
  text-align: center;
  vertical-align: middle;
  line-height: 1.6;
  border-top: 1px solid #cfcfcf;
  border-right: 1px solid #cfcfcf;
}

.asset-cost-table tbody td:last-child {
  border-right: none;
}

/* ความกว้างคอลัมน์ */
.asset-cost-table th:nth-child(1) {
  width: 50%;
}

.asset-cost-table th:nth-child(2) {
  width: 50%;
}

/* Mobile */
@media (max-width: 768px) {
  .asset-cost-table {
    min-width: 560px;
    font-size: 15px;
  }

  .asset-cost-table thead th,
  .asset-cost-table tbody td {
    padding: 12px 12px;
  }
}
</style>

<div class="asset-cost-table-wrapper">
  <table class="asset-cost-table">

    <thead>
      <tr>
        <th>รายการ</th>
        <th>จำนวนเงิน (บาท)</th>
      </tr>
    </thead>

    <tbody>
      <tr>
        <td>ราคาเครื่องจักร</td>
        <td>800,000</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>ค่าขนส่ง</td>
        <td>20,000</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>ค่าเตรียมพื้นที่</td>
        <td>30,000</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>ค่าติดตั้ง</td>
        <td>50,000</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>ค่าทดสอบเครื่องจักร</td>
        <td>10,000</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>ค่าอบรมพนักงาน</td>
        <td>15,000</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>ค่าโฆษณาเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่</td>
        <td>25,000</td>
      </tr>
    </tbody>

  </table>
</div>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาแล้วว่าค่าขนส่ง ค่าเตรียมพื้นที่ ค่าติดตั้ง และค่าทดสอบเป็นต้นทุนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำให้เครื่องจักรพร้อมใช้งาน ราคาทุนจะคำนวณได้เป็น 800,000 + 20,000 + 30,000 + 50,000 + 10,000 = 910,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของค่าอบรมพนักงาน 15,000 บาท และค่าโฆษณา 25,000 บาท ไม่ได้นำมารวมเป็นราคาทุนของเครื่องจักร แต่พิจารณาบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น ถึงแม้ว่าธุรกิจจะมีเงินจ่ายออกจากเหตุการณ์ครั้งนี้รวม 950,000 บาท แต่ไม่ได้หมายความว่าเครื่องจักรต้องถูกบันทึกเป็นสินทรัพย์ 950,000 บาททั้งหมด</p>



<p class="has-link-color wp-elements-68 wp-block-paragraph">เป็นเหตุผลว่าทำไมการแยกประเภทค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ซื้อสินทรัพย์จึงสำคัญต่อ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting/" data-type="post" data-id="6916">การทำบัญชี</a>ค่ะ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">VAT ต้องรวมเป็นราคาทุนของสินทรัพย์หรือไม่ ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-69 wp-block-paragraph">ในกรณีนี้ขึ้นอยู่ที่ว่า <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-vat/" data-type="post" data-id="3825">VAT</a> หรือ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-input-output-tax/" data-type="post" data-id="6609">ภาษีซื้อ</a>นั้นกิจการสามารถเรียกคืนหรือนำไปหักในการ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/vat-calculate/" data-type="post" data-id="4560">คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม</a>ได้หรือไม่ ตามหลักการของมาตรฐานการบัญชีกำหนดให้ราคาซื้อรวม ภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้ เป็นส่วนหนึ่งของราคาทุน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จึงสามารถทำความเข้าใจได้ 2 กรณี ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>กรณีที่ 1 กิจการสามารถนำ VAT ไปเป็นภาษีซื้อได้</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ราคาสินทรัพย์ก่อน VAT = 100,000 บาท<br>VAT 7% = 7,000 บาท<br>ยอดที่จ่ายจริง = 107,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากกิจการมีสิทธินำภาษีซื้อ 7,000 บาทไปใช้ในการคำนวณ VAT ได้ตามปกติ ราคาทุนในส่วนของราคาซื้อจึงโดยทั่วไปพิจารณาจาก 100,000 บาท ไม่ใช่ 107,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">เพราะ VAT 7,000 บาทไม่ได้เป็นต้นทุนที่กิจการต้องรับภาระในที่สุดในลักษณะเดียวกับราคาสินทรัพย์</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>กรณีที่ 2 VAT ไม่สามารถนำไปเป็นภาษีซื้อได้หรือเรียกคืนไม่ได้</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากกิจการไม่สามารถนำ VAT ดังกล่าวไปหักหรือเรียกคืนได้ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ภาษีนั้นอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของราคาทุนของสินทรัพย์</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ราคาสินทรัพย์ = 100,000 บาท<br>VAT ที่เรียกคืนไม่ได้ = 7,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ราคาทุนในส่วนดังกล่าวอาจเท่ากับ 107,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยกรมสรรพากรมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้นในทางปฏิบัติต้องพิจารณาทั้งสถานะ VAT ของกิจการ ลักษณะสินทรัพย์ เอกสาร และสิทธิในการใช้ภาษีซื้อของแต่ละกรณีประกอบกัน</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สรุป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">หัวใจสำคัญของราคาทุนของสินทรัพย์ คือ การหาว่าแท้จริงแล้วกิจการต้องใช้ต้นทุนเท่าไรเพื่อให้ได้สินทรัพย์มาอยู่ในสถานที่ และสภาพที่พร้อมใช้งานตามวัตถุประสงค์ ดังนั้น เวลาซื้อสินทรัพย์ ไม่ควรมองเฉพาะตัวเลขในใบเสนอราคาหรือราคาหน้าใบกำกับภาษีเท่านั้น สิ่งที่ควรพิจารณาประกอบ ได้แก่ ราคาซื้อหลังหักส่วนลด อากรและภาษีที่เรียกคืนไม่ได้ ค่าขนส่งเริ่มแรก ค่าเตรียมสถานที่ ค่าติดตั้งและประกอบ ค่าทดสอบก่อนพร้อมใช้งาน ต้นทุนทางตรงอื่นที่จำเป็น</p>



<p class="has-link-color wp-elements-70 wp-block-paragraph">ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายอย่างค่าบริหารทั่วไป ค่าอบรมพนักงาน ค่าโฆษณา และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานหลังจากสินทรัพย์พร้อมใช้งานแล้ว โดยทั่วไปไม่ควรนำมารวมเป็นราคาทุนเพียงเพราะเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน การแยกรายการเหล่านี้ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นสำคัญมาก เพราะราคาทุนของสินทรัพย์จะเป็นฐานสำคัญในการบันทึกบัญชีและคำนวณ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-depreciation/" data-type="post" data-id="18791">ค่าเสื่อมราคา</a>ในงวดต่อ ๆ ไป หากบันทึกราคาทุนผิด ผลกระทบจึงอาจไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเดือนที่ซื้อสินทรัพย์ แต่สามารถต่อเนื่องไปยังงบการเงินในอนาคตได้</p>



<p class="has-link-color wp-elements-71 wp-block-paragraph">หากธุรกิจของคุณมีการซื้อเครื่องจักร รถยนต์ คอมพิวเตอร์ หรือสินทรัพย์หลายรายการ และไม่แน่ใจว่าค่าใช้จ่ายใดควรบันทึกเป็นสินทรัพย์หรือค่าใช้จ่าย ชอบการบัญชี มี<a href="https://chobaccountingonline.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5/" data-type="page" data-id="140">บริการรับทำบัญชีรายเดือน</a> ช่วยตรวจสอบและจัดหมวดหมู่รายการให้ถูกต้อง พร้อมดูแลข้อมูลบัญชีให้พร้อมสำหรับการ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-closing-financial-statement/" data-type="post" data-id="11805">ปิดงบการเงิน</a></p>



<p class="has-link-color wp-elements-72 wp-block-paragraph"><strong>ติดต่อ Chob Accounting</strong><br>โทร : <a href="tel:0941594561" target="_blank" rel="noreferrer noopener">094-159-4561</a><br>Facebook : <a href="https://www.facebook.com/chobaccounting/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สำนักงานบัญชีคุณภาพ ชอบการบัญชี ออนไลน์</a><br>Line : <a href="https://lin.ee/HoBCNbLj" target="_blank" rel="noreferrer noopener">@chobaccounting</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset-cost/">ราคาทุนของสินทรัพย์ คืออะไร ? มีอะไรบ้าง และต้องคำนวณอย่างไร</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เกณฑ์การรับรู้สินทรัพย์ พร้อมตัวอย่างที่เจ้าของธุรกิจควรรู้</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/asset-recognition-criteria/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chob Accounting Team]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Sep 2026 03:39:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=22642</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในการทำธุรกิจ เรามักมีค่าใช้จ่ายหลายอย่างที่เกิดจากการซื้อของมาใช้ในกิจการ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ เครื่องจักร รถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ หรือโปรแกรมต่าง ๆ ซึ่งหลายครั้งเจ้าของธุรกิจอาจสงสัยว่า รายการเหล่านี้ควรบันทึกเป็นสินทรัพย์ทั้งหมดหรือไม่ หรือบางรายการควรรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายตั้งแต่ตอนที่เกิดขึ้น คำตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ราคาของสิ่งที่ซื้อ แต่ต้องพิจารณาทั้งลักษณะของรายการ ประโยชน์ที่กิจการจะได้รับ และหลักเกณฑ์ทางบัญชีที่เกี่ยวข้อง การทำความเข้าใจ เกณฑ์การรับรู้สินทรัพย์ จึงช่วยให้เจ้าของธุรกิจเห็นภาพได้ชัดขึ้นว่า รายการแบบไหนควรรับรู้เป็นสินทรัพย์ และมีเรื่องอะไรบ้างที่ควรตรวจสอบก่อนนำไปบันทึกบัญชี [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/asset-recognition-criteria/">เกณฑ์การรับรู้สินทรัพย์ พร้อมตัวอย่างที่เจ้าของธุรกิจควรรู้</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-link-color wp-elements-85 wp-block-paragraph">ในการทำธุรกิจ เรามักมี<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-expense/" data-type="post" data-id="14630">ค่าใช้จ่าย</a>หลายอย่างที่เกิดจากการซื้อของมาใช้ในกิจการ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ เครื่องจักร รถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ หรือโปรแกรมต่าง ๆ ซึ่งหลายครั้งเจ้าของธุรกิจอาจสงสัยว่า รายการเหล่านี้ควรบันทึกเป็นสินทรัพย์ทั้งหมดหรือไม่ หรือบางรายการควรรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายตั้งแต่ตอนที่เกิดขึ้น</p>



<p class="has-link-color wp-elements-86 wp-block-paragraph">คำตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ราคาของสิ่งที่ซื้อ แต่ต้องพิจารณาทั้งลักษณะของรายการ ประโยชน์ที่กิจการจะได้รับ และหลักเกณฑ์ทางบัญชีที่เกี่ยวข้อง การทำความเข้าใจ เกณฑ์การรับรู้สินทรัพย์ จึงช่วยให้เจ้าของธุรกิจเห็นภาพได้ชัดขึ้นว่า รายการแบบไหนควรรับรู้เป็นสินทรัพย์ และมีเรื่องอะไรบ้างที่ควรตรวจสอบก่อนนำไป<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeping/" data-type="post" data-id="13830">บันทึกบัญชี</a></p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">การรับรู้สินทรัพย์ คืออะไร ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-87 wp-block-paragraph"><strong>การรับรู้สินทรัพย์ (Asset Recognition)</strong> คือ การนำรายการที่เข้าเงื่อนไขของ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset/" data-type="post" data-id="13653">สินทรัพย์</a>มาบันทึก และแสดงเป็นสินทรัพย์ในงบการเงินด้วยจำนวนเงินที่เหมาะสม ไม่ใช่เพียงการที่ธุรกิจซื้อหรือครอบครองทรัพย์สินชิ้นหนึ่งเท่านั้น</p>



<p class="has-link-color wp-elements-88 wp-block-paragraph">กรอบแนวคิดสำหรับการรายงานทางการเงินอธิบายว่า การรับรู้รายการ คือกระบวนการนำรายการที่เป็นไปตามคำนิยามขององค์ประกอบในงบการเงิน เช่น สินทรัพย์ <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-liabilities/" data-type="post" data-id="13675">หนี้สิน</a> <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-revenue/" data-type="post" data-id="14589">รายได้</a> หรือค่าใช้จ่าย เข้ามาแสดงใน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-financial-statement/" data-type="post" data-id="4954">งบการเงิน</a> และจำนวนเงินที่รับรู้เป็นสินทรัพย์ใน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-statement-of-financial-position/" data-type="post" data-id="11688">งบฐานะการเงิน</a>จะกลายเป็น<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-book-value/" data-type="post" data-id="22701">มูลค่าตามบัญชี</a>ของสินทรัพย์นั้น</p>



<p class="has-link-color wp-elements-89 wp-block-paragraph">ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-company/" data-type="post" data-id="6498">บริษัท</a>ซื้อเครื่องจักรราคา 500,000 บาท การจ่ายเงิน 500,000 บาทไม่ได้หมายความว่า 500,000 บาททั้งหมดจะต้องกลายเป็นค่าใช้จ่ายของเดือนที่ซื้อ หากเครื่องจักรเข้าเกณฑ์การรับรู้สินทรัพย์ กิจการอาจบันทึกเครื่องจักรเป็นสินทรัพย์ก่อน แล้วจึงทยอยรับรู้ต้นทุนผ่าน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-depreciation/" data-type="post" data-id="18791">ค่าเสื่อมราคา</a>ตามระยะเวลาที่เกี่ยวข้อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นการซื้อของกับการรับรู้สินทรัพย์จึงไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสมอไป</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:20px"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Asset-recognition-criteria-1.webp" alt="เกณฑ์การรับรู้สินทรัพย์" class="wp-image-22667" style="width:800px;height:auto" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Asset-recognition-criteria-1.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Asset-recognition-criteria-1-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Asset-recognition-criteria-1-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">เกณฑ์การรับรู้สินทรัพย์ ต้องพิจารณาอะไรบ้าง ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ก่อนจะรับรู้สินทรัพย์ ควรเริ่มจากตรวจสอบก่อนว่ารายการนั้นเป็นไปตามคำนิยามของสินทรัพย์หรือไม่ จากนั้นจึงพิจารณาว่าการรับรู้รายการจะให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจและเป็นตัวแทนอันเที่ยงธรรม รวมถึงต้องตรวจสอบข้อกำหนดของมาตรฐานที่ใช้กับสินทรัพย์ประเภทนั้นโดยเฉพาะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับเจ้าของธุรกิจ สามารถใช้คำถามต่อไปนี้ช่วยพิจารณาเบื้องต้นได้</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong>1. กิจการมีสิทธิหรือควบคุมทรัพยากรนั้นหรือไม่ ?</strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือ กิจการสามารถควบคุมสิทธิหรือประโยชน์ที่เกิดจากทรัพยากรนั้นได้หรือไม่ เพราะการมีเอกสารซื้อขายหรือการจ่ายเงินเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอสำหรับการสรุปทางบัญชีในทุกกรณี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น บริษัทซื้อคอมพิวเตอร์มาใช้ในสำนักงาน บริษัทมีสิทธิใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องดังกล่าว และสามารถจำกัดไม่ให้บุคคลอื่นนำไปใช้ประโยชน์ได้ จึงมีลักษณะของการควบคุมทรัพยากร</p>



<p class="has-link-color wp-elements-90 wp-block-paragraph">ในทางกลับกัน หากบริษัทจ่ายค่าบริการระบบออนไลน์รายเดือน บริษัทอาจมีเพียงสิทธิในการใช้บริการ ตามระยะเวลาของสัญญา ไม่ได้หมายความว่าบริษัทควบคุมตัวโปรแกรมหรือระบบนั้น ในลักษณะเดียวกับการเป็นเจ้าของ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-isintangible-assets/" data-type="post" data-id="22426">สินทรัพย์ไม่มีตัวตน</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม Software ที่ซื้อสิทธิขาด กับ Software แบบ Subscription จึงไม่ควรถูกสรุปทางบัญชีจากคำว่า “โปรแกรม” เพียงอย่างเดียว</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>2. รายการดังกล่าวเกิดจากเหตุการณ์ในอดีตหรือไม่ ?</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์ต้องเกี่ยวข้องกับสิทธิหรือทรัพยากรที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่เพียงแผนงาน หรือความตั้งใจที่จะซื้อในอนาคต</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น บริษัทอนุมัติงบประมาณ 1 ล้านบาทเพื่อซื้อเครื่องจักรในปีหน้า การอนุมัติงบดังกล่าวไม่ได้ทำให้เกิดเครื่องจักรเป็นสินทรัพย์ของกิจการทันที เพราะบริษัทยังไม่ได้รับสิทธิ หรือควบคุมทรัพยากรจากเหตุการณ์นั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่เมื่อเกิดธุรกรรม และเงื่อนไขที่ทำให้กิจการได้รับสิทธิหรือการควบคุมแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนพิจารณาว่าจะรับรู้สินทรัพย์อย่างไรต่อไป</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>3. สินทรัพย์สามารถสร้างประโยชน์ให้กิจการได้อย่างไร ?</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ทรัพยากรที่กิจการควบคุมควรมีศักยภาพในการสร้างประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าต้องสร้างรายได้โดยตรงเสมอไป ประโยชน์อาจเกิดได้หลายรูปแบบ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ใช้ผลิตสินค้าหรือให้บริการ</li>



<li>ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน</li>



<li>เพิ่มกำลังการผลิต</li>



<li>ใช้บริหารงานภายใน</li>



<li>ให้ผู้อื่นเช่า</li>



<li>สามารถขายหรือแลกเปลี่ยนได้</li>



<li>ช่วยให้กิจการสามารถใช้สินทรัพย์อื่นสร้างรายได้ต่อไป</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น เวลาพิจารณาว่ารับรู้สินทรัพย์ได้หรือไม่ อย่าถามเพียงว่าของชิ้นนี้ทำเงินหรือเปล่า แต่ควรถามว่าสิทธิหรือทรัพยากรนี้สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้ธุรกิจในรูปแบบใด</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>4. มูลค่าของรายการสามารถนำมาบันทึกบัญชีได้หรือไม่ ?</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อรายการมีลักษณะเป็นสินทรัพย์แล้ว อีกประเด็นหนึ่งคือ กิจการจะนำมูลค่าใดมาใช้ในการบันทึกบัญชี</p>



<p class="has-link-color wp-elements-91 wp-block-paragraph">วิธีวัดมูลค่าไม่ได้เหมือนกันสำหรับสินทรัพย์ทุกประเภท จึงต้องดูมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่น สำหรับที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ TAS 16 กำหนดว่ารายการที่จะรับรู้เป็นสินทรัพย์ต้องสามารถวัดมูลค่าต้นทุนได้อย่างน่าเชื่อถือ และเมื่อเข้าเกณฑ์แล้วให้วัดมูลค่าเมื่อรับรู้รายการด้วย<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset-cost/" data-type="post" data-id="22681">ราคาทุนของสินทรัพย์</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">จุดที่เจ้าของธุรกิจควรระวังคือ อย่านำราคาที่จ่ายทั้งหมดมาเป็นราคาทุนโดยอัตโนมัติ เพราะบางค่าใช้จ่ายสามารถรวมเป็นต้นทุนสินทรัพย์ได้ ขณะที่บางรายการต้องบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในงวดนั้น</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>5. ต้องพิจารณามาตรฐานบัญชีเฉพาะประเภทเพิ่มเติมหรือไม่ ?</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">แม้จะเรียกรวมกันว่าสินทรัพย์ แต่สินทรัพย์แต่ละประเภทอาจใช้หลักเกณฑ์การรับรู้และการวัดมูลค่าที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ใช้ TAS 16</li>



<li>สินทรัพย์ไม่มีตัวตน ใช้ TAS 38</li>



<li>สินค้าคงเหลือ ใช้ TAS 2</li>



<li>สินทรัพย์ทางการเงิน ใช้ TFRS 9</li>



<li>อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ใช้ TAS 40</li>
</ul>



<p class="has-link-color wp-elements-92 wp-block-paragraph">แม้สินทรัพย์หลายประเภท เช่น ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร หรือสินทรัพย์ไม่มีตัวตน จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-non-current-assets/" data-type="post" data-id="22359">สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน</a> แต่หลักเกณฑ์ในการรับรู้และการวัดมูลค่าอาจแตกต่างกันตามลักษณะของสินทรัพย์และมาตรฐานบัญชีที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ก่อนบันทึกรายการควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าสินทรัพย์นั้นอยู่ในประเภทใด</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะหรือ NPAEs ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ภายใต้ TFRS for NPAEs ที่กิจการใช้อยู่ด้วย โดยฉบับปรับปรุง 2565 มีผลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นไป และยังเป็นมาตรฐานที่สภาวิชาชีพบัญชีเผยแพร่ใช้อยู่ ณ ปี 2569</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นคำถามว่ารายการนี้รับรู้เป็นสินทรัพย์ได้ไหม ? บางครั้งยังตอบไม่ได้จนกว่าจะรู้ก่อนว่าเป็นสินทรัพย์ประเภทใด และกิจการใช้กรอบมาตรฐานใด</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ตัวอย่างการรับรู้สินทรัพย์ในธุรกิจ</h2>



<p class="wp-block-paragraph">เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ลองพิจารณารายการตัวอย่างที่พบบ่อย</p>



<style>
.asset-guide-table-wrapper {
  width: 100%;
  overflow-x: auto;
  margin: 24px 0;
}

.asset-guide-table {
  width: 100%;
  min-width: 700px;
  border-collapse: separate;
  border-spacing: 0;
  font-family: inherit;
  font-size: 16px;
  color: #111827;
  border: 1px solid #cfcfcf;
  background: #ffffff;
}

/* หัวตาราง */
.asset-guide-table thead th {
  background: #0E54E8;
  color: #ffffff;
  font-weight: 700;
  text-align: center;
  padding: 16px 18px;
  border-right: 1px solid rgba(255, 255, 255, 0.7);
  vertical-align: middle;
  line-height: 1.4;
}

.asset-guide-table thead th:last-child {
  border-right: none;
}

/* เนื้อหาตาราง */
.asset-guide-table tbody td {
  padding: 14px 18px;
  text-align: center;
  vertical-align: middle;
  line-height: 1.6;
  border-top: 1px solid #cfcfcf;
  border-right: 1px solid #cfcfcf;
}

.asset-guide-table tbody td:last-child {
  border-right: none;
}

/* ความกว้างคอลัมน์ */
.asset-guide-table th:nth-child(1) {
  width: 34%;
}

.asset-guide-table th:nth-child(2) {
  width: 66%;
}

/* Mobile */
@media (max-width: 768px) {
  .asset-guide-table {
    min-width: 680px;
    font-size: 15px;
  }

  .asset-guide-table thead th,
  .asset-guide-table tbody td {
    padding: 12px 12px;
  }
}
</style>

<div class="asset-guide-table-wrapper">
  <table class="asset-guide-table">

    <thead>
      <tr>
        <th>รายการ</th>
        <th>แนวทางพิจารณาเบื้องต้น</th>
      </tr>
    </thead>

    <tbody>
      <tr>
        <td>คอมพิวเตอร์สำนักงาน</td>
        <td>
          หากกิจการควบคุม ใช้งานในธุรกิจ และเข้าเกณฑ์ตามนโยบายบัญชี
          อาจรับรู้เป็นที่ดิน อาคารและอุปกรณ์
        </td>
      </tr>

      <tr>
        <td>เครื่องจักรผลิตสินค้า</td>
        <td>
          โดยทั่วไปพิจารณาเป็นที่ดิน อาคารและอุปกรณ์
          หากเข้าเกณฑ์การรับรู้
        </td>
      </tr>

      <tr>
        <td>รถยนต์ของกิจการ</td>
        <td>
          พิจารณาสิทธิ/การควบคุม วัตถุประสงค์ใช้งาน
          และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
        </td>
      </tr>

      <tr>
        <td>โปรแกรมคอมพิวเตอร์</td>
        <td>
          อาจเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน หากเข้าเงื่อนไข
          แต่ต้องดูรูปแบบสิทธิและสัญญา
        </td>
      </tr>

      <tr>
        <td>ค่าสมาชิก Software รายเดือน</td>
        <td>
          ไม่ควรสรุปว่าเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนโดยอัตโนมัติ
          ต้องดูว่ากิจการได้สิทธิหรือเพียงรับบริการ
        </td>
      </tr>

      <tr>
        <td>ค่าซ่อมบำรุงทั่วไป</td>
        <td>
          โดยทั่วไปเป็นค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดขึ้น
        </td>
      </tr>

      <tr>
        <td>ปรับปรุงสำนักงาน</td>
        <td>
          ต้องดูว่ารายจ่ายนั้นก่อให้เกิดหรือเพิ่มประโยชน์ของสินทรัพย์อย่างไร
          และสิทธิในสถานที่เป็นแบบใด
        </td>
      </tr>
    </tbody>

  </table>
</div>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ตัวอย่างที่ 1: ซื้อคอมพิวเตอร์</strong><br>บริษัทซื้อคอมพิวเตอร์ราคา 45,000 บาทเพื่อให้ทีมบัญชีใช้งาน หากบริษัทควบคุมอุปกรณ์ดังกล่าว ใช้เพื่อดำเนินธุรกิจ และรายการเข้าเงื่อนไขตามมาตรฐานและนโยบายบัญชี บริษัทอาจบันทึกเป็นสินทรัพย์และคิดค่าเสื่อมราคาตามอายุการใช้ประโยชน์</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ตัวอย่างที่ 2: ซื้อเครื่องจักรพร้อมค่าติดตั้ง</strong><br>สมมติซื้อเครื่องจักร 800,000 บาท และมีค่าขนส่งกับติดตั้งที่จำเป็นอีก 50,000 บาท ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำให้เครื่องจักรอยู่ในสถานที่และสภาพพร้อมใช้งานอาจรวมเป็นราคาทุนของเครื่องจักรได้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ตัวอย่างที่ 3: ซื้อ Software</strong><br>โปรแกรมคอมพิวเตอร์สามารถเป็นตัวอย่างหนึ่งของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนภายใต้ TFRS for NPAEs แต่ไม่ได้หมายความว่า Software ทุกชนิดจะต้องรับรู้เป็นสินทรัพย์ เพราะต้องพิจารณาทั้งสิทธิ การควบคุม เงื่อนไขของสัญญา และเกณฑ์การรับรู้ที่เกี่ยวข้อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยเฉพาะปัจจุบันที่ธุรกิจใช้ระบบแบบ Cloud หรือ Subscription มากขึ้น ควรแยกให้ออกก่อนว่าบริษัท “ได้สินทรัพย์” หรือ “ได้รับบริการ”</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สินทรัพย์ต้องมีมูลค่าเท่าไหร่ถึงจะต้องรับรู้เป็นสินทรัพย์ ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">มาตรฐานการบัญชีไม่ได้กำหนดตัวเลขมูลค่าขั้นต่ำตายตัวว่าต้องกี่บาท แต่ละบริษัทสามารถกำหนดนโยบายเองได้ตามความเหมาะสมหรือที่เรียกว่าเกณฑ์ที่มีสาระสำคัญ</p>



<p class="has-link-color wp-elements-93 wp-block-paragraph">คุณแป้ง – สีตลา ดีโพธิ์รัมย์ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพบัญชี <a href="https://chobaccountingonline.co.th/" data-type="link" data-id="https://chobaccountingonline.co.th/">ชอบการบัญชี</a> ได้แชร์จากประสบการณ์ในการตรวจสอบงานบัญชีของธุรกิจว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>“เคสที่เจอบ่อยคือเจ้าของธุรกิจจะถามก่อนเลยว่า ของราคาเท่านี้ต้องลงเป็นสินทรัพย์ไหม แต่จริง ๆ ราคาอย่างเดียวตอบไม่ได้ค่ะ เราต้องย้อนกลับมาดูว่าของชิ้นนั้นซื้อมาเพื่ออะไร กิจการได้สิทธิหรือควบคุมอะไรจากมัน ใช้งานได้นานแค่ไหน และรายการนั้นเข้าเงื่อนไขของสินทรัพย์ประเภทไหน เพราะถ้าจัดประเภทผิดตั้งแต่ต้น ผลที่ตามมาก็อาจต่อเนื่องไปถึงค่าเสื่อมราคาและตัวเลขในงบการเงินได้”</em></p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยทั่วไปกิจการมักจะกำหนดแนวทางไว้ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (เช่น 5,000 บาท)</strong> : หากมีมูลค่าเล็กน้อย แม้จะใช้งานได้นานเกิน 1 ปี กิจการนิยมบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทันทีในงวดนั้น เพื่อความสะดวก และลดความซับซ้อนทางบัญชี</li>



<li><strong>มากกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (เช่น 5,000 บาทขึ้นไป)</strong> : และมีอายุการใช้งานนานกว่า 1 ปี จึงจะบันทึกเป็นสินทรัพย์ถาวร แล้วนำมาทยอยคิดค่าเสื่อมราคา</li>



<li><strong>เกณฑ์มาตรฐานการรายงานทางการเงิน (TFRS)</strong> : ราคาทุนของสินทรัพย์ต้องสามารถวัดมูลค่าได้อย่างน่าเชื่อถือ และกิจการคาดว่าจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">รับรู้สินทรัพย์แล้ว ต้องคิดค่าเสื่อมราคาทันทีหรือไม่ ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่จำเป็นต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาในวันที่จ่ายเงิน หรือวันที่ได้รับใบกำกับสินค้า แต่สำหรับที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ค่าเสื่อมราคาจะเริ่มเมื่อสินทรัพย์อยู่ในสถานที่และสภาพที่พร้อมใช้งานตามความประสงค์ของฝ่ายบริหาร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น บริษัทซื้อเครื่องจักรวันที่ 1 มิถุนายน แต่เครื่องจักรต้องติดตั้งและทดสอบจนพร้อมใช้งานวันที่ 20 มิถุนายน จุดเริ่มต้นที่ต้องพิจารณาสำหรับค่าเสื่อมราคาคือช่วงที่เครื่องจักรพร้อมใช้งาน ไม่ใช่แค่วันที่โอนเงินให้ผู้ขาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีกกรณีหนึ่งคือเครื่องจักรติดตั้งเรียบร้อย และพร้อมใช้งานแล้ว แต่บริษัทตัดสินใจว่าจะเริ่มผลิตจริงเดือนหน้า การที่ยังไม่ได้เดินเครื่องเต็มกำลังไม่ได้หมายความว่าจะเลื่อนการคิดค่าเสื่อมราคาออกไปได้โดยอัตโนมัติ เพราะมาตรฐานพิจารณาสภาพที่พร้อมใช้งานเป็นสำคัญ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สรุป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">การรับรู้สินทรัพย์ ไม่ได้พิจารณาจากราคาของสิ่งที่ซื้อเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากทำความเข้าใจว่ากิจการมีทรัพยากรเชิงเศรษฐกิจหรือสิทธิที่ควบคุมอยู่จริงหรือไม่ สิทธินั้นเกิดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วหรือยัง มีศักยภาพสร้างประโยชน์ให้กิจการอย่างไร และต้องใช้หลักเกณฑ์ของมาตรฐานบัญชีฉบับใด</p>



<p class="has-link-color wp-elements-94 wp-block-paragraph">โดยเฉพาะธุรกิจที่มีการซื้ออุปกรณ์ เครื่องจักร รถ โปรแกรม หรือมีการปรับปรุงทรัพย์สินอยู่เป็นประจำ การกำหนดนโยบายบัญชีและจัดเก็บข้อมูลสินทรัพย์ให้เป็นระบบตั้งแต่ต้น จะช่วยให้<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting/" data-type="post" data-id="6916">การจัดทำบัญชี</a> ค่าเสื่อมราคา และงบการเงินในภายหลังมีความต่อเนื่องและตรวจสอบได้ง่ายขึ้น</p>



<p class="has-link-color wp-elements-95 wp-block-paragraph">หากธุรกิจของคุณมีการซื้อทรัพย์สินหลายประเภท และยังไม่แน่ใจว่ารายการใดควรรับรู้เป็นสินทรัพย์ รายการใดควรเป็นค่าใช้จ่าย หรือต้นทุนส่วนไหนควรรวมเป็นมูลค่าของสินทรัพย์ การมีระบบบัญชีที่ชัดเจนตั้งแต่ต้นจะช่วยให้การบันทึกรายการต่าง ๆ เป็นไปอย่างถูกต้อง และลดปัญหาเมื่อถึงช่วง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-closing-entries/" data-type="post" data-id="22184">ปิดบัญชี</a>หรือจัดทำงบการเงิน</p>



<p class="has-link-color wp-elements-96 wp-block-paragraph">สำหรับธุรกิจที่ต้องการให้มีผู้ช่วยดูแลเรื่องเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง สามารถดูรายละเอียดบริการ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5/" data-type="page" data-id="140">รับทำบัญชีรายเดือน</a> ของชอบการบัญชีได้ โดยเราช่วยดูแลตั้งแต่การบันทึกรายการ ตรวจสอบเอกสารทางบัญชี ไปจนถึงการจัดทำข้อมูลให้เป็นระบบ เพื่อให้เจ้าของธุรกิจติดตามสถานะทางการเงินของกิจการได้ง่ายขึ้นค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/asset-recognition-criteria/">เกณฑ์การรับรู้สินทรัพย์ พร้อมตัวอย่างที่เจ้าของธุรกิจควรรู้</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สินทรัพย์กับค่าใช้จ่าย ต่างกันอย่างไร ? แยกให้ออกก่อนบันทึกบัญชี</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-the-difference-between-assets-and-expenses/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chob Accounting Team]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 12 Sep 2026 03:19:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[งบการเงิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=22603</guid>

					<description><![CDATA[<p>เวลาธุรกิจจ่ายเงินออกไป หลายคนอาจเข้าใจว่าเงินที่จ่ายทั้งหมดคือค่าใช้จ่ายของบริษัท แต่ในทางบัญชีไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป เพราะเงินบางส่วนที่จ่ายออกไปอาจทำให้กิจการได้สินทรัพย์ ซึ่งยังสามารถสร้างประโยชน์ให้ธุรกิจต่อไปได้ในอนาคต ดังนั้น จุดสำคัญไม่ได้อยู่แค่ว่าบริษัทจ่ายเงินไปแล้วหรือยังแต่อยู่ที่ว่า สิ่งที่กิจการได้รับจากเงินที่จ่ายไปนั้นมีลักษณะอย่างไร และประโยชน์ทางเศรษฐกิจของรายการดังกล่าวถูกใช้ไปแล้วหรือยัง สินทรัพย์ คืออะไร ? สินทรัพย์ คือ ทรัพยากรเชิงเศรษฐกิจในปัจจุบันที่กิจการควบคุมอยู่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต โดยทรัพยากรนั้นมีศักยภาพที่จะสร้างประโยชน์เชิงเศรษฐกิจให้กิจการ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรายได้ ช่วยในการผลิตสินค้า ให้บริการ หรือช่วยสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-the-difference-between-assets-and-expenses/">สินทรัพย์กับค่าใช้จ่าย ต่างกันอย่างไร ? แยกให้ออกก่อนบันทึกบัญชี</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-link-color wp-elements-108 wp-block-paragraph">เวลาธุรกิจจ่ายเงินออกไป หลายคนอาจเข้าใจว่าเงินที่จ่ายทั้งหมดคือค่าใช้จ่ายของ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-company/" data-type="post" data-id="6498">บริษัท</a> แต่ในทางบัญชีไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป เพราะเงินบางส่วนที่จ่ายออกไปอาจทำให้กิจการได้สินทรัพย์ ซึ่งยังสามารถสร้างประโยชน์ให้ธุรกิจต่อไปได้ในอนาคต</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น จุดสำคัญไม่ได้อยู่แค่ว่าบริษัทจ่ายเงินไปแล้วหรือยังแต่อยู่ที่ว่า สิ่งที่กิจการได้รับจากเงินที่จ่ายไปนั้นมีลักษณะอย่างไร และประโยชน์ทางเศรษฐกิจของรายการดังกล่าวถูกใช้ไปแล้วหรือยัง</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สินทรัพย์ คืออะไร ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-109 wp-block-paragraph"><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset/" data-type="post" data-id="13653">สินทรัพย์</a> คือ ทรัพยากรเชิงเศรษฐกิจในปัจจุบันที่กิจการควบคุมอยู่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต โดยทรัพยากรนั้นมีศักยภาพที่จะสร้างประโยชน์เชิงเศรษฐกิจให้กิจการ ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-revenue/" data-type="post" data-id="14589">รายได้</a> ช่วยในการผลิตสินค้า ให้บริการ หรือช่วยสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ค่าใช้จ่าย คืออะไร ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-110 wp-block-paragraph"><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-expense/" data-type="post" data-id="14630">ค่าใช้จ่าย</a> คือ การลดลงของสินทรัพย์ หรือการเพิ่มขึ้นของ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-liabilities/" data-type="post" data-id="13675">หนี้สิน</a> ซึ่งส่งผลให้ส่วนของเจ้าของลดลง โดยไม่รวมรายการที่เป็นการแบ่งปันให้เจ้าของกิจการ กล่าวอย่างง่ายคือ เป็นผลของทรัพยากรหรือประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่กิจการใช้ไปในการดำเนินงานหรือในกิจกรรมต่าง ๆ ของธุรกิจ</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:20px"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Assets-vs.-Expenses.webp" alt="สินทรัพย์ vs ค่าใช้จ่าย" class="wp-image-22639" style="width:800px;height:auto" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Assets-vs.-Expenses.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Assets-vs.-Expenses-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Assets-vs.-Expenses-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สินทรัพย์กับค่าใช้จ่าย ต่างกันอย่างไร ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-111 wp-block-paragraph">ความแตกต่างสำคัญของสินทรัพย์กับค่าใช้จ่ายอยู่ที่ลักษณะของทรัพยากรและผลกระทบที่รายการนั้นมีต่อ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-financial-statement/" data-type="post" data-id="4954">งบการเงิน</a> สินทรัพย์แสดงถึงทรัพยากรเชิงเศรษฐกิจที่กิจการยังควบคุมอยู่ ส่วนค่าใช้จ่ายสะท้อนการลดลงของทรัพยากรหรือการเพิ่มขึ้นของภาระที่ส่งผลให้<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-shareholders-equity/">ส่วนของเจ้าของ</a>ลดลง</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ทำไมจ่ายเงินแล้ว ถึงไม่ได้แปลว่าเป็นค่าใช้จ่ายเสมอไป ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">เพราะการจ่ายเงินเป็นเรื่องของกระแสเงินสด ส่วนการรับรู้ค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องของการบัญชี เงินจึงสามารถออกจากบริษัทไปแล้ว แต่สิ่งที่กิจการได้รับกลับมายังเป็นสินทรัพย์อยู่ก็ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนนี้จะขอยกตัวอย่าง 2 กรณีค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>กรณีที่ 1 : บริษัทจ่ายค่าไฟสำนักงาน</strong><br>บริษัทใช้ไฟฟ้าไปเพื่อดำเนินงานในช่วงเวลานั้น ประโยชน์จากไฟฟ้าถูกใช้ไปแล้ว จึงรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง</p>



<p class="has-link-color wp-elements-112 wp-block-paragraph"><strong>กรณีที่ 2 : บริษัทจ่ายเงินเพื่อซื้ออุปกรณ์สำหรับใช้งานในกิจการ</strong><br>แม้เงินสดจะลดลงเหมือนกัน แต่กิจการได้รับทรัพยากรอีกอย่างหนึ่งเข้ามาแทน หากรายการนั้นเข้า<a href="https://chobaccountingonline.co.th/asset-recognition-criteria/" data-type="post" data-id="22642">เงื่อนไขการรับรู้เป็นสินทรัพย์</a> ก็ไม่ได้หมายความว่าจำนวนเงินทั้งหมดจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายทันที</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีกตัวอย่างหนึ่งคือ ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า เช่น กิจการจ่ายค่าบริการล่วงหน้าสำหรับหลายเดือน เงินอาจออกจากบัญชีไปเรียบร้อยแล้ว แต่ส่วนของบริการที่กิจการยังไม่ได้รับอาจยังสะท้อนสิทธิที่จะได้รับประโยชน์ในอนาคต จึงต้องพิจารณาการรับรู้ตามลักษณะของรายการนั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในทางกลับกัน ค่าใช้จ่ายก็สามารถเกิดขึ้นได้ก่อนเงินจะถูกจ่ายออกจริง เช่น ค่าแรงหรือค่าสาธารณูปโภคที่เกิดขึ้นแล้วแต่ยังไม่ได้ชำระ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตรงนี้เป็นจุดที่เจ้าของธุรกิจมักสับสน เพราะหากดูเฉพาะ Statement ของธนาคาร เราจะเห็นเพียงว่าเงินเข้า หรือเงินออก แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ทันทีว่ารายการนั้นเป็นรายได้ ค่าใช้จ่าย สินทรัพย์ หรือหนี้สิน</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ดูอย่างไรว่ารายการไหนเป็นสินทรัพย์หรือค่าใช้จ่าย ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">การแยกสินทรัพย์กับค่าใช้จ่ายไม่ควรดูจากราคาหรือการจ่ายเงินเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาเนื้อหาทางเศรษฐกิจของรายการ และหลักเกณฑ์การรับรู้ตามมาตรฐานบัญชีที่กิจการใช้</p>



<p class="wp-block-paragraph">คุณแป้ง – สีตลา ดีโพธิ์รัมย์ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพบัญชี ชอบการบัญชี ให้ความเห็นว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>“เวลาพิจารณาว่ารายการหนึ่งควรเป็นสินทรัพย์หรือค่าใช้จ่าย สิ่งที่ไม่ควรดูเพียงอย่างเดียวคือราคาของสิ่งที่ซื้อค่ะ เพราะรายการที่มีราคาใกล้กันอาจบันทึกบัญชีต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับว่ากิจการซื้อมาเพื่ออะไร ใช้งานในลักษณะไหน และยังได้รับประโยชน์จากรายการนั้นต่อไปหรือไม่ ในทางปฏิบัติ จึงควรพิจารณาทั้งลักษณะของรายการ เอกสารประกอบ และนโยบายบัญชีของกิจการร่วมกันก่อนบันทึกบัญชี”</em></p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยเบื้องต้นสามารถตั้งคำถามเพื่อช่วยพิจารณาได้ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong>1. หลังจากรายการเกิดขึ้น กิจการยังมีทรัพยากรหรือสิทธิอยู่หรือไม่ ?</strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากกิจการยังมีทรัพยากรหรือสิทธิที่สามารถควบคุมและมีศักยภาพสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ก็มีเหตุให้พิจารณาว่ารายการนั้นอาจเป็นสินทรัพย์</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่หากประโยชน์นั้นถูกใช้ไปในการดำเนินงานแล้ว ก็อาจเกี่ยวข้องกับการรับรู้เป็นค่าใช้จ่าย</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>2. กิจการควบคุมทรัพยากรนั้นได้หรือไม่ ?</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">การมีสินทรัพย์ในทางบัญชีไม่ได้ดูเพียงว่ามีของชิ้นนั้นอยู่ในสำนักงาน แต่ต้องพิจารณาว่ากิจการสามารถควบคุมทรัพยากรหรือสิทธิที่เกี่ยวข้องได้หรือไม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมสินทรัพย์บางประเภทจึงไม่จำเป็นต้องมีรูปร่าง เช่น สิทธิหรือสินทรัพย์ไม่มีตัวตนบางประเภท</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>3. รายการนั้นเข้าเกณฑ์การรับรู้ตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ?</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">แม้รายการหนึ่งจะดูเหมือนสร้างประโยชน์ให้กิจการในอนาคต แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถบันทึกเป็นสินทรัพย์ได้ทุกกรณี ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์การรับรู้ การวัดมูลค่า และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ประเภทนั้นด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่น ในกรณี ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ มาตรฐานการบัญชี TAS 16 กำหนดหลักปฏิบัติเฉพาะเกี่ยวกับการรับรู้ ราคาทุน การคิดค่าเสื่อมราคา และการวัดมูลค่าภายหลังการรับรู้</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>4. นโยบายการบัญชีของกิจการกำหนดไว้อย่างไร ?</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในทางปฏิบัติ กิจการอาจมีนโยบายเกี่ยวกับการรับรู้และจัดประเภทสินทรัพย์ แต่ไม่ควรใช้ตัวเลขเพียงอย่างเดียวมาตัดสินโดยไม่ดูธรรมชาติของรายการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น การกล่าวว่า “ต่ำกว่า 5,000 บาทต้องเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด” หรือ “เกิน 10,000 บาทต้องเป็นสินทรัพย์เสมอ”</p>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นการสรุปที่ง่ายเกินไป เพราะการบันทึกรายการยังต้องพิจารณาข้อเท็จจริง นโยบายบัญชี ความมีสาระสำคัญ และมาตรฐานที่กิจการถือปฏิบัติด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับกรณีที่ต้องการพิจารณาเป็นรายชิ้น เช่น ซื้อคอมพิวเตอร์ โต๊ะทำงาน โทรศัพท์ รถยนต์ หรืออุปกรณ์เข้าบริษัทแล้วควรบันทึกอย่างไร ควรแยกพิจารณาตามประเภทและข้อเท็จจริงของรายการ ซึ่งเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ควรศึกษาโดยเฉพาะ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สินทรัพย์สามารถกลายเป็นค่าใช้จ่ายได้หรือไม่ ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-113 wp-block-paragraph">สินทรัพย์สามารถกลายเป็นค่าใช้จ่ายได้ โดยผ่านกระบวนการทยอยรับรู้มูลค่าตามอายุการใช้งานหรือการใช้ประโยชน์ เช่น <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-depreciation/" data-type="post" data-id="18791">ค่าเสื่อมราคา</a>และ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-amortization/" data-type="post" data-id="22575">ค่าตัดจำหน่าย</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนนี้เราจะขอยกตัวอย่างของการนำค่าเสื่อมราคาของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์บางประเภท</p>



<p class="wp-block-paragraph">สมมติบริษัทซื้อเครื่องจักรมาเพื่อใช้ในการดำเนินงานหลายปี หากเครื่องจักรเข้าเกณฑ์การรับรู้เป็นสินทรัพย์ ก็ไม่ได้หมายความว่าราคาทุนทั้งหมดจะเป็นค่าใช้จ่ายในวันซื้อ</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ต้นทุนของสินทรัพย์ส่วนที่คิดค่าเสื่อมราคาจะถูกปันส่วนอย่างเป็นระบบตลอดอายุการใช้ประโยชน์ของสินทรัพย์</p>



<p class="has-link-color wp-elements-114 wp-block-paragraph">ตามคู่มืออธิบายมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 ของสภาวิชาชีพบัญชี กิจการต้องรับรู้ค่าเสื่อมราคาที่เกิดขึ้นในแต่ละงวดในกำไรหรือขาดทุน เว้นแต่ค่าเสื่อมราคานั้นต้องนำไปรวมเป็น<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-book-value/" data-type="post" data-id="22701">มูลค่าตามบัญชี</a>ของสินทรัพย์รายการอื่น และจำนวนที่คิดค่าเสื่อมราคาต้องถูกปันส่วนอย่างเป็นระบบตลอดอายุการใช้ประโยชน์</p>



<p class="has-link-color wp-elements-115 wp-block-paragraph">ในส่วนของ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeping/" data-type="post" data-id="13830">การบันทึกบัญชี</a>ตามหลักการ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-debit-and-credit-in-accounting/" data-type="post" data-id="13763">เดบิต เครดิต</a>นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. วันที่ซื้อสินทรัพย์ด้วยเงินสด</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>Dr. สินทรัพย์ → สินทรัพย์เพิ่ม</li>



<li>Cr. เงินสด / เงินฝากธนาคาร → เงินสดลดลง</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>2. บันทึกค่าเสื่อมราคา</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>Dr. ค่าเสื่อมราคา → ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น</li>



<li>Cr. ค่าเสื่อมราคาสะสม → ค่าเสื่อมราคาสะสมเพิ่มขึ้น</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่าสินทรัพย์กับค่าใช้จ่ายไม่ใช่สองสิ่งที่แยกขาดจากกันเสมอไป เพราะต้นทุนของสินทรัพย์บางประเภทสามารถถูกทยอยรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายตามรูปแบบการใช้ประโยชน์ได้</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สินทรัพย์และค่าใช้จ่าย อยู่ตรงไหนในงบการเงิน ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-116 wp-block-paragraph">ตามหลักแล้ว สินทรัพย์จะแสดงอยู่ใน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-statement-of-financial-position/" data-type="post" data-id="11688">งบฐานะการเงิน</a> ส่วนค่าใช้จ่ายเกี่ยวข้องกับผลการดำเนินงานและแสดงใน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-profit-and-loss-statement/" data-type="post" data-id="11750">งบกำไรขาดทุน</a>ตามรูปแบบที่มาตรฐานกำหนด นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการแยกสองรายการนี้ผิดจึงสามารถทำให้งบการเงินคลาดเคลื่อนได้หลายส่วนพร้อมกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>สินทรัพย์ : งบฐานะการเงิน</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">งบฐานะการเงินช่วยให้กิจการเห็นฐานะของกิจการ ณ วันหนึ่ง ตามสมการบัญชีที่ว่าด้วย</p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph"><strong>สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">จึงช่วยให้เจ้าของธุรกิจเห็นว่า ณ วันสิ้นรอบรายงาน กิจการมีทรัพยากรและภาระผูกพันอยู่เท่าใด</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>ค่าใช้จ่าย : งบกำไรขาดทุน</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ค่าใช้จ่ายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ใช้สะท้อนผลการดำเนินงานของกิจการในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ตามแนวคิดที่ว่าด้วย</p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph"><strong>รายได้ &#8211; ค่าใช้จ่าย = กำไรหรือขาดทุน</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น หากบันทึกรายการที่ควรเป็นสินทรัพย์ไปเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด ผลกำไรของงวดนั้นอาจลดลงมากกว่าที่ควร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในทางกลับกัน หากนำรายการที่ควรเป็นค่าใช้จ่ายไปบันทึกเป็นสินทรัพย์ ก็อาจทำให้ค่าใช้จ่ายต่ำกว่าความเป็นจริง และทำให้กำไรสูงเกินจริงได้</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ถ้าบันทึกสินทรัพย์และค่าใช้จ่ายผิด จะเกิดอะไรขึ้น ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">การบันทึกสินทรัพย์กับค่าใช้จ่ายผิดไม่ได้กระทบแค่ชื่อบัญชี แต่อาจทำให้มูลค่าสินทรัพย์ ค่าใช้จ่าย กำไร และข้อมูลในงบการเงินคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงได้ และในบางกรณียังอาจส่งผลต่อการคำนวณทางภาษีด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. ค่าใช้จ่ายของกิจการไม่ถูกต้อง</strong> : หากรายการที่ควรเป็นสินทรัพย์ถูกบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดทันที ค่าใช้จ่ายในงวดนั้นอาจสูงเกินจริง<br><strong>2. กำไรหรือขาดทุนคลาดเคลื่อน</strong> : เพราะค่าใช้จ่ายเป็นองค์ประกอบโดยตรงของการคำนวณผลประกอบการ หากค่าใช้จ่ายผิด กำไรหรือขาดทุนก็อาจผิดตามไปด้วย<br><strong>3. สินทรัพย์ในงบการเงินไม่ครบถ้วน</strong> : กิจการอาจมีเครื่องจักร อุปกรณ์ หรือทรัพยากรที่ยังใช้งานอยู่ แต่หากถูกบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด งบฐานะการเงินอาจไม่สะท้อนสินทรัพย์ที่ควรแสดง<br><strong>4. ค่าเสื่อมราคาอาจคำนวณผิด</strong> : เมื่อสินทรัพย์ไม่ได้ถูกบันทึกหรือจัดประเภทอย่างถูกต้อง การคำนวณค่าเสื่อมราคาในงวดต่อ ๆ ไปก็อาจผิดตามไปด้วย<br><strong>5. ผู้บริหารอาจตัดสินใจจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อน</strong> : งบการเงินไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อยื่นหน่วยงานภายนอก แต่ยังช่วยให้เจ้าของธุรกิจดูต้นทุน กำไร ทรัพย์สิน และฐานะของกิจการ หากข้อมูลต้นทางผิด การวิเคราะห์ธุรกิจก็อาจผิดตามไปด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยสรุปแล้ว สินทรัพย์กับค่าใช้จ่ายต่างกันตรงที่สินทรัพย์เป็นทรัพยากรเชิงเศรษฐกิจที่กิจการยังควบคุมอยู่ ส่วนค่าใช้จ่ายสะท้อนการลดลงของสินทรัพย์หรือเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่ทำให้ส่วนของเจ้าของลดลง ดังนั้น การจ่ายเงินออกจากบริษัทจึงไม่ได้หมายความว่าจะต้องบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดทันที</p>



<p class="has-link-color wp-elements-117 wp-block-paragraph">การแยกสินทรัพย์และค่าใช้จ่ายให้ถูกตั้งแต่ต้น จึงช่วยให้งบการเงินสะท้อนฐานะ และผลการดำเนินงานของธุรกิจได้เหมาะสมมากขึ้น และช่วยลดปัญหาเมื่อต้องตรวจสอบบัญชี <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-closing-financial-statement/" data-type="post" data-id="11805">ปิดงบ</a> หรือคำนวณภาษีในภายหลัง</p>



<p class="wp-block-paragraph">อ้างอิง :</p>



<p class="has-link-color wp-elements-118 wp-block-paragraph">1. <a href="https://acpro-std.tfac.or.th/standard/2/NPAEs" target="_blank" rel="noreferrer noopener">มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (TFRS for NPAEs) ปรับปรุง 2565</a><br>2. <a href="https://www.rd.go.th/2369.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 — กรมสรรพากร</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-the-difference-between-assets-and-expenses/">สินทรัพย์กับค่าใช้จ่าย ต่างกันอย่างไร ? แยกให้ออกก่อนบันทึกบัญชี</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค่าตัดจำหน่าย คืออะไร ? คำนวณยังไง ใช้กับสินทรัพย์แบบไหนบ้าง</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-amortization/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chob Accounting Team]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Sep 2026 03:28:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=22575</guid>

					<description><![CDATA[<p>เวลาที่กิจการซื้อโปรแกรม จ่ายค่าลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือสิทธิในการใช้งานบางอย่าง เจ้าของกิจการหลายท่านมักมีคำถามคล้ายกันว่า รายจ่ายเหล่านี้ควรลงเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดในปีที่จ่ายเลยหรือไม่ หรือจำเป็นต้องทยอยรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละปี ตรงนี้เองที่เรื่องของ “ค่าตัดจำหน่าย” เข้ามามีบทบาท เพราะเป็นหลักการที่ใช้กับสินทรัพย์ไม่มีตัวตนบางประเภท และมีผลต่อค่าใช้จ่าย กำไร รวมถึงตัวเลขในงบการเงินของธุรกิจ ค่าตัดจำหน่าย คืออะไร ? ค่าตัดจำหน่าย (Amortization) คือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-amortization/">ค่าตัดจำหน่าย คืออะไร ? คำนวณยังไง ใช้กับสินทรัพย์แบบไหนบ้าง</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-link-color wp-elements-126 wp-block-paragraph">เวลาที่กิจการซื้อโปรแกรม จ่ายค่าลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือสิทธิในการใช้งานบางอย่าง เจ้าของกิจการหลายท่านมักมีคำถามคล้ายกันว่า รายจ่ายเหล่านี้ควรลงเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดในปีที่จ่ายเลยหรือไม่ หรือจำเป็นต้องทยอยรับรู้เป็น<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-expense/" data-type="post" data-id="14630">ค่าใช้จ่าย</a>ในแต่ละปี ตรงนี้เองที่เรื่องของ “ค่าตัดจำหน่าย” เข้ามามีบทบาท เพราะเป็นหลักการที่ใช้กับสินทรัพย์ไม่มีตัวตนบางประเภท และมีผลต่อค่าใช้จ่าย กำไร รวมถึงตัวเลขใน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-financial-statement/" data-type="post" data-id="4954">งบการเงินของธุรกิจ</a></p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ค่าตัดจำหน่าย คืออะไร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ค่าตัดจำหน่าย (Amortization)</strong> คือ การปันส่วนจำนวนที่คิดค่าตัดจำหน่ายของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนอย่างเป็นระบบตลอดช่วงอายุการให้ประโยชน์ของสินทรัพย์นั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากกิจการมีสินทรัพย์ที่คาดว่าจะช่วยสร้างประโยชน์ให้ธุรกิจมากกว่า 1 รอบบัญชี การรับรู้ต้นทุนทั้งหมดเป็นค่าใช้จ่ายทันทีอาจไม่สะท้อนช่วงเวลาที่ธุรกิจได้รับประโยชน์จากสินทรัพย์นั้น จึงต้องทยอยรับรู้ต้นทุนเป็นค่าใช้จ่ายตามอายุการให้ประโยชน์</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>ทำไมต้องมีค่าตัดจำหน่าย</strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ธุรกิจต้องมีค่าตัดจำหน่ายเพื่อกระจายต้นทุนของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน เช่น สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือสิทธิบางประเภทที่เข้าเกณฑ์เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ไปตามอายุการใช้งานที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ แทนที่จะบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในงวดเดียวที่ซื้อมา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ลองนึกภาพว่าธุรกิจจ่ายเงิน 300,000 บาท เพื่อให้ได้สินทรัพย์ที่สามารถใช้สร้างประโยชน์ได้ต่อเนื่องหลายปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากนำเงิน 300,000 บาทไปบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดในปีแรก ทั้งที่ธุรกิจยังได้รับประโยชน์จากสินทรัพย์นั้นในปีถัด ๆ ไป ตัวเลขค่าใช้จ่ายของแต่ละปีอาจไม่สะท้อนลักษณะการใช้ประโยชน์ของสินทรัพย์อย่างเหมาะสม</p>



<p class="wp-block-paragraph">การตัดจำหน่ายจึงช่วยให้ต้นทุนถูกทยอยรับรู้ตามช่วงเวลาที่กิจการได้รับประโยชน์ และทำให้งบการเงินสะท้อนผลการดำเนินงานของกิจการได้เหมาะสมขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">จุดสำคัญไม่ได้อยู่แค่การหารว่าปีละเท่าไร แต่ต้องเริ่มตั้งแต่การพิจารณาว่า รายจ่ายนั้นเข้าเกณฑ์เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนหรือควรเป็นค่าใช้จ่ายตั้งแต่แรก</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ค่าตัดจำหน่ายใช้กับสินทรัพย์แบบไหนบ้าง ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-127 wp-block-paragraph">โดยทั่วไปค่าตัดจำหน่ายจะเกี่ยวข้องกับ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-isintangible-assets/" data-type="post" data-id="22426">สินทรัพย์ไม่มีตัวตน</a> ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีลักษณะทางกายภาพ แต่กิจการสามารถระบุตัวสินทรัพย์และคาดว่าจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจจากสินทรัพย์นั้นได้</p>



<p class="has-link-color wp-elements-128 wp-block-paragraph">สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่กิจการถือไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในระยะยาว มักจัดอยู่ในกลุ่ม<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-non-current-assets/" data-type="post" data-id="22359">สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน</a> และอาจต้องทยอยรับรู้ต้นทุนผ่านค่าตัดจำหน่ายตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างสินทรัพย์ที่อาจเกี่ยวข้องกับค่าตัดจำหน่าย เช่น</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-129">
<li>โปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือ Software บางประเภท</li>



<li>สิทธิบัตร</li>



<li>ลิขสิทธิ์</li>



<li>ใบอนุญาตหรือสิทธิในการประกอบกิจการบางประเภท</li>



<li>สิทธิที่เกิดจากสัญญา</li>



<li>สิทธิในการใช้ทรัพย์สินหรือเทคโนโลยีบางประเภท</li>



<li>เครื่องหมายการค้าในกรณีที่เข้า<a href="https://chobaccountingonline.co.th/asset-recognition-criteria/" data-type="post" data-id="22642">เกณฑ์การรับรู้เป็นสินทรัพย์</a></li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินเกี่ยวกับรายการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถบันทึกเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนได้ทุกกรณี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น ค่าใช้บริการซอฟต์แวร์แบบรายเดือนทั่วไป อาจมีลักษณะเป็นค่าใช้จ่ายตามบริการที่ได้รับ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องตั้งเป็นสินทรัพย์แล้วนำมาตัดจำหน่ายเสมอไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นก่อนคิดค่าตัดจำหน่าย ต้องตอบคำถามแรกให้ได้ก่อนว่า รายการนี้เข้าเกณฑ์รับรู้เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนหรือไม่</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ค่าตัดจำหน่ายใช้กับสินทรัพย์แบบไหนบ้าง ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">กิจการจะเริ่มคิดค่าตัดจำหน่ายเมื่อสินทรัพย์ไม่มีตัวตนนั้น ๆ อยู่ในสภาพพร้อมให้กิจการใช้ประโยชน์ และจะตัดจำหน่ายตามอายุการให้ประโยชน์ที่กำหนดไว้</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>เริ่มคิดเมื่อไหร่ ?</strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">โดยหลัก กิจการจะเริ่มคิดค่าตัดจำหน่ายเมื่อสินทรัพย์อยู่ในสภาพ พร้อมให้ประโยชน์ตามที่ฝ่ายบริหารตั้งใจ ไม่ได้พิจารณาเพียงวันที่ซื้อหรือวันที่จ่ายเงิน เช่น หากซื้อ Software มาแล้วต้องติดตั้งและทดสอบระบบก่อน ก็ต้องพิจารณาว่าสินทรัพย์พร้อมใช้งานจริงเมื่อใดจึงเริ่มตัดจำหน่าย</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>ต้องคิดกี่ปี ?</strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ระยะเวลาตัดจำหน่ายไม่ได้กำหนดเหมือนกันสำหรับสินทรัพย์ทุกประเภท แต่ต้องพิจารณาจากอายุการให้ประโยชน์ของสินทรัพย์นั้น เช่น ระยะเวลาของสิทธิ สัญญา การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และช่วงเวลาที่กิจการคาดว่าจะได้รับประโยชน์</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับกิจการที่ใช้มาตรฐาน TFRS for NPAEs หากทราบอายุการให้ประโยชน์ที่แน่นอน ให้ตัดจำหน่ายตามอายุนั้น แต่หากไม่สามารถกำหนดอายุการให้ประโยชน์ได้แน่นอน มาตรฐานกำหนดให้ใช้อายุการให้ประโยชน์ ไม่เกิน 10 ปี</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ค่าตัดจำหน่ายคำนวณอย่างไร ?</h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:20px"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/How-to-calculate-amortization.webp" alt="วิธีคำนวณค่าตัดจำหน่าย" class="wp-image-22599" style="width:800px;height:auto" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/How-to-calculate-amortization.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/How-to-calculate-amortization-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/How-to-calculate-amortization-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ค่าตัดจำหน่ายสามารถคำนวณได้หลายวิธี โดยต้องเลือกวิธีที่สะท้อนรูปแบบการได้รับประโยชน์จากสินทรัพย์ สำหรับตัวอย่างในบทความนี้จะใช้วิธีเส้นตรง ซึ่งคำนวณได้ดังนี้</p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph"><strong>ค่าตัดจำหน่ายต่อปี = (ราคาทุน − มูลค่าคงเหลือ) / อายุการให้ประโยชน์</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">องค์ประกอบสำคัญจึงมี 3 เรื่อง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ราคาทุน</strong> คือ ต้นทุนของสินทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์นำมารับรู้เป็นสินทรัพย์</li>



<li><strong>มูลค่าคงเหลือ</strong> คือ มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับจากสินทรัพย์เมื่อสิ้นสุดอายุการให้ประโยชน์ โดยหลักให้มูลค่าคงเหลือของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่มีอายุการใช้ประโยชน์ทราบได้แน่นอนเป็นศูนย์ เว้นแต่เข้าเงื่อนไขข้อยกเว้น เช่น มีบุคคลที่สามผูกพันจะซื้อ หรือมีตลาดที่มีสภาพคล่องรองรับ</li>



<li><strong>อายุการให้ประโยชน์</strong> คือ ระยะเวลาที่กิจการคาดว่าจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจจากสินทรัพย์ ซึ่งต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงของสินทรัพย์นั้น ไม่ควรกำหนดจำนวนปีขึ้นมาเพียงเพราะเป็นแนวปฏิบัติที่เคยใช้</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>ตัวอย่างการคำนวณค่าตัดจำหน่าย</strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">บริษัท A ซื้อสิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการดำเนินงาน</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ราคาทุน 300,000 บาท</li>



<li>พิจารณาแล้วว่าเข้าเกณฑ์เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน</li>



<li>คาดว่าจะให้ประโยชน์ 5 ปี</li>



<li>มูลค่าคงเหลือ 0 บาท</li>



<li>กิจการใช้วิธีเส้นตรง</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น<br>ค่าตัดจำหน่ายต่อปี = (300,000 − 0) / 5 = 60,000 บาทต่อปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากตัดจำหน่ายเต็มปี ตัวเลขจะเป็นดังนี้</p>



<style>
.depreciation-table-wrapper {
  width: 100%;
  overflow-x: auto;
  margin: 24px 0;
}

.depreciation-table {
  width: 100%;
  min-width: 720px;
  border-collapse: separate;
  border-spacing: 0;
  font-family: inherit;
  font-size: 16px;
  color: #111827;
  border: 1px solid #cfcfcf;
  background: #ffffff;
}

/* หัวตาราง */
.depreciation-table thead th {
  background: #0E54E8;
  color: #ffffff;
  font-weight: 700;
  text-align: center;
  padding: 16px 14px;
  border-right: 1px solid rgba(255, 255, 255, 0.7);
  vertical-align: middle;
  line-height: 1.4;
}

.depreciation-table thead th:last-child {
  border-right: none;
}

/* เนื้อหาตาราง */
.depreciation-table tbody td {
  padding: 14px 16px;
  text-align: center;
  vertical-align: middle;
  line-height: 1.6;
  border-top: 1px solid #cfcfcf;
  border-right: 1px solid #cfcfcf;
}

.depreciation-table tbody td:last-child {
  border-right: none;
}

/* ความกว้างคอลัมน์ */
.depreciation-table th:nth-child(1) {
  width: 20%;
}

.depreciation-table th:nth-child(2) {
  width: 25%;
}

.depreciation-table th:nth-child(3) {
  width: 25%;
}

.depreciation-table th:nth-child(4) {
  width: 30%;
}

/* Mobile */
@media (max-width: 768px) {
  .depreciation-table {
    min-width: 700px;
    font-size: 15px;
  }

  .depreciation-table thead th,
  .depreciation-table tbody td {
    padding: 12px 10px;
  }
}
</style>

<div class="depreciation-table-wrapper">
  <table class="depreciation-table">

    <thead>
      <tr>
        <th>ปี</th>
        <th>ค่าเสื่อมราคาของปี</th>
        <th>ค่าเสื่อมราคาสะสม</th>
        <th>มูลค่าตามบัญชีปลายปี</th>
      </tr>
    </thead>

    <tbody>
      <tr>
        <td>เริ่มต้น</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>300,000</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>ปีที่ 1</td>
        <td>60,000</td>
        <td>60,000</td>
        <td>240,000</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>ปีที่ 2</td>
        <td>60,000</td>
        <td>120,000</td>
        <td>180,000</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>ปีที่ 3</td>
        <td>60,000</td>
        <td>180,000</td>
        <td>120,000</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>ปีที่ 4</td>
        <td>60,000</td>
        <td>240,000</td>
        <td>60,000</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>ปีที่ 5</td>
        <td>60,000</td>
        <td>300,000</td>
        <td>0</td>
      </tr>
    </tbody>

  </table>
</div>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นว่าไม่ได้มีเงินสดจ่ายออก 60,000 บาทใหม่ทุกปี เพราะเงินอาจจ่ายไปตั้งแต่วันที่ได้สินทรัพย์มาแล้ว แต่ตัวเลข 60,000 บาท เป็นการทยอยรับรู้ต้นทุนของสินทรัพย์เป็นค่าใช้จ่ายตามช่วงเวลาที่กิจการได้รับประโยชน์</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ค่าตัดจำหน่ายบันทึกบัญชีอย่างไร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">การบันทึกบัญชีค่าตัดจำหน่าย จะบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายประจำงวดโดยทยอยตัดมูลค่าตามอายุการใช้งาน</p>



<p class="has-link-color wp-elements-130 wp-block-paragraph">จากตัวอย่างก่อนหน้า บริษัทมีค่าตัดจำหน่าย Software ปีละ 60,000 บาท เมื่อถึงกำหนดเวลา (เช่น สิ้นเดือนหรือสิ้นปี) ให้บันทึกรายการตาม<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-debit-and-credit-in-accounting/" data-type="post" data-id="13763">หลักการเดบิต เครดิต</a> ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เดบิต ค่าตัดจำหน่าย 60,000 บาท</li>



<li>เครดิต ค่าตัดจำหน่ายสะสม 60,000 บาท</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ผลที่เกิดขึ้นคือ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ค่าตัดจำหน่าย จะเป็นค่าใช้จ่ายที่มีผลต่อผลการดำเนินงานของกิจการในงวดนั้น</li>



<li>ส่วนค่าตัดจำหน่ายสะสม จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนที่สินทรัพย์ถูกตัดจำหน่ายไป และใช้ประกอบการคำนวณมูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>ค่าตัดจำหน่ายสะสม คืออะไร ?</strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ค่าตัดจำหน่ายสะสม (Accumulated Amortization) คือ ผลรวมของค่าตัดจำหน่ายทั้งหมดของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่บันทึกสะสมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ค่าตัดจำหน่ายคำนวณอย่างไร ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-131 wp-block-paragraph"><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-depreciation/" data-type="post" data-id="18791">ค่าเสื่อมราคา</a> และค่าตัดจำหน่าย ต่างกันที่ประเภทของสินทรัพย์ที่นำมาคำนวณ โดยค่าเสื่อมราคาใช้กับสินทรัพย์ที่มีตัวตน ส่วนค่าตัดจำหน่ายใช้กับสินทรัพย์ไม่มีตัวตน เปรียบเทียบได้จากตารางด้านล่าง</p>



<style>
.accounting-compare-table-wrapper {
  width: 100%;
  overflow-x: auto;
  margin: 24px 0;
}

.accounting-compare-table {
  width: 100%;
  min-width: 700px;
  border-collapse: separate;
  border-spacing: 0;
  font-family: inherit;
  font-size: 16px;
  color: #111827;
  border: 1px solid #cfcfcf;
  background: #ffffff;
}

/* หัวตาราง */
.accounting-compare-table thead th {
  background: #0E54E8;
  color: #ffffff;
  font-weight: 700;
  text-align: center;
  padding: 16px 18px;
  border-right: 1px solid rgba(255, 255, 255, 0.7);
  vertical-align: middle;
  line-height: 1.4;
}

.accounting-compare-table thead th:last-child {
  border-right: none;
}

/* เนื้อหาตาราง */
.accounting-compare-table tbody td {
  padding: 14px 18px;
  text-align: center;
  vertical-align: middle;
  line-height: 1.6;
  border-top: 1px solid #cfcfcf;
  border-right: 1px solid #cfcfcf;
}

.accounting-compare-table tbody td:last-child {
  border-right: none;
}

/* คอลัมน์หัวข้อ */
.accounting-compare-table tbody td:first-child {
  font-weight: 500;
}

/* ความกว้างคอลัมน์ */
.accounting-compare-table th:nth-child(1) {
  width: 26%;
}

.accounting-compare-table th:nth-child(2),
.accounting-compare-table th:nth-child(3) {
  width: 37%;
}

/* Mobile */
@media (max-width: 768px) {
  .accounting-compare-table {
    min-width: 680px;
    font-size: 15px;
  }

  .accounting-compare-table thead th,
  .accounting-compare-table tbody td {
    padding: 12px 12px;
  }
}
</style>

<div class="accounting-compare-table-wrapper">
  <table class="accounting-compare-table">

    <thead>
      <tr>
        <th>หัวข้อ</th>
        <th>ค่าเสื่อมราคา</th>
        <th>ค่าตัดจำหน่าย</th>
      </tr>
    </thead>

    <tbody>
      <tr>
        <td>มักใช้กับ</td>
        <td>
          สินทรัพย์ที่มีตัวตน เช่น อาคาร<br>
          เครื่องจักร ยานพาหนะ และ<br>
          อุปกรณ์สำนักงาน
        </td>
        <td>
          สินทรัพย์ไม่มีตัวตน เช่น<br>
          โปรแกรมคอมพิวเตอร์บางประเภท สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ หรือ<br>
          สิทธิในการประกอบ
        </td>
      </tr>

      <tr>
        <td>วัตถุประสงค์</td>
        <td>ปันส่วนต้นทุนตลอดอายุการให้ประโยชน์</td>
        <td>ปันส่วนต้นทุนตลอดอายุการให้ประโยชน์</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>รายการสะสม</td>
        <td>ค่าเสื่อมราคาสะสม</td>
        <td>ค่าตัดจำหน่ายสะสม</td>
      </tr>
    </tbody>

  </table>
</div>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ค่าตัดจำหน่ายทางบัญชีกับทางภาษีเหมือนกันหรือไม่ ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ค่าตัดจำหน่ายทางบัญชีกับทางภาษี ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เนื่องจากมีหลักเกณฑ์และวัตถุประสงค์ในการคำนวณที่แตกต่างกัน ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ค่าตัดจำหน่ายทางบัญชี</strong> : อ้างอิงตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน โดยประเมินอายุการให้ประโยชน์ และอัตราการตัดจำหน่ายตามความเหมาะสมทางเศรษฐกิจของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนนั้นจริง ๆ</li>



<li><strong>ค่าตัดจำหน่ายทางภาษี</strong> : ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ตามประมวลรัษฎากรและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกำหนดอัตราและเงื่อนไขการหักค่าสึกหรอ และค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินแต่ละประเภทไว้แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ต้นทุนเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิบางประเภท กรณีไม่จำกัดอายุการใช้ สามารถหักได้ในอัตราไม่เกิน 10% ส่วนกรณีจำกัดอายุการใช้ จะคำนวณตามจำนวนปีของอายุการใช้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">หากจำนวนค่าตัดจำหน่ายทางบัญชีกับจำนวนที่หักได้ทางภาษีแตกต่างกัน กิจการอาจต้องนำความแตกต่างมาปรับปรุงในการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษี เช่น การบวกกลับหรือหักออกตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สรุป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ค่าตัดจำหน่าย เป็นการทยอยรับรู้ต้นทุนของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนเป็นค่าใช้จ่ายตามช่วงเวลาที่ธุรกิจได้รับประโยชน์ เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือสิทธิในการใช้งานบางประเภท</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งสำคัญคือ เจ้าของธุรกิจควรพิจารณาให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นว่า รายการนั้นเป็นสินทรัพย์หรือค่าใช้จ่าย ต้องตัดจำหน่ายกี่ปี เริ่มคิดเมื่อไหร่ และหลักทางบัญชีกับภาษีแตกต่างกันหรือไม่ เพราะทั้งหมดนี้มีผลต่อค่าใช้จ่าย กำไร และตัวเลขในงบการเงิน</p>



<p class="has-link-color wp-elements-132 wp-block-paragraph">หากไม่แน่ใจว่าสินทรัพย์ของธุรกิจควรบันทึกและตัดจำหน่ายอย่างไร ชอบการบัญชี พร้อมช่วยดูแลและตรวจสอบการบันทึกบัญชีให้เหมาะสม สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่<a href="https://chobaccountingonline.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5/" data-type="page" data-id="140">บริการรับทำบัญชี</a> ได้เลยค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อ้างอิง :</p>



<p class="has-link-color wp-elements-133 wp-block-paragraph">1. <a href="https://acpro-std.tfac.or.th/test_std/uploads/files/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1/TFRS%20for%20NPAEs_Revise%202565.pdf?" target="_blank" rel="noreferrer noopener">มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (TFRS for NPAEs) ปรับปรุง 2565 สภาวิชาชีพบัญชีฯ</a><br>2. <a href="https://acpro-std.tfac.or.th/test_std/uploads/files/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%206/2%20%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20TFRS%2018.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">คู่มืออธิบายมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 38 เรื่อง สินทรัพย์ไม่มีตัวตน ซึ่งหน้าเว็บไซต์ของสภาฯ ระบุคู่มือฉบับอัปเดตวันที่ 30 เมษายน 2568 สภาวิชาชีพบัญชีฯ</a><br>3. <a href="https://www.rd.go.th/2369.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 เรื่องอัตราการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน กรมสรรพากร</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-amortization/">ค่าตัดจำหน่าย คืออะไร ? คำนวณยังไง ใช้กับสินทรัพย์แบบไหนบ้าง</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สินทรัพย์มีตัวตน คืออะไร ? พร้อมตัวอย่างที่เข้าใจได้ทันที</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-tangible-assets/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chob Accounting Team]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Sep 2026 03:42:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=22557</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึงสินทรัพย์มีตัวตน หลายคนอาจนึกถึงทรัพย์สินที่มองเห็นและจับต้องได้ เช่น ที่ดิน อาคาร รถยนต์ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในธุรกิจ แต่ในทางบัญชี การเป็นสินทรัพย์มีตัวตนไม่ได้พิจารณาเพียงแค่ว่าจับต้องได้หรือไม่ เพราะยังต้องดูถึงสิทธิในการควบคุม ประโยชน์ที่กิจการจะได้รับ และวัตถุประสงค์ของการถือสินทรัพย์นั้นด้วย สินทรัพย์มีตัวตน คืออะไร ? สินทรัพย์มีตัวตน (Tangible [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-tangible-assets/">สินทรัพย์มีตัวตน คืออะไร ? พร้อมตัวอย่างที่เข้าใจได้ทันที</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-link-color wp-elements-139 wp-block-paragraph">เมื่อพูดถึงสินทรัพย์มีตัวตน หลายคนอาจนึกถึงทรัพย์สินที่มองเห็นและจับต้องได้ เช่น ที่ดิน อาคาร รถยนต์ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในธุรกิจ แต่ในทางบัญชี การเป็นสินทรัพย์มีตัวตนไม่ได้พิจารณาเพียงแค่ว่าจับต้องได้หรือไม่ เพราะยังต้องดูถึงสิทธิในการควบคุม ประโยชน์ที่กิจการจะได้รับ และวัตถุประสงค์ของการถือ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset/" data-type="post" data-id="13653">สินทรัพย์</a>นั้นด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สินทรัพย์มีตัวตน คืออะไร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>สินทรัพย์มีตัวตน (Tangible Asset)</strong> คือ สินทรัพย์ที่มีลักษณะทางกายภาพ สามารถมองเห็น สัมผัส หรือตรวจสอบการมีอยู่ได้ เช่น ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร รถยนต์ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สำนักงาน หรือสินค้าคงเหลือ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จับต้องได้ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นสินทรัพย์ของกิจการเสมอไป เพราะยังต้องพิจารณาด้วยว่ากิจการมีสิทธิหรือสามารถควบคุมทรัพยากรนั้นได้หรือไม่ และทรัพยากรดังกล่าวสามารถสร้างประโยชน์ให้กับกิจการได้อย่างไร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น เวลาพิจารณาว่าสิ่งใดเป็นสินทรัพย์มีตัวตน จึงไม่ควรดูเพียงว่า “จับต้องได้หรือไม่” แต่ควรพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากรนั้นกับกิจการประกอบด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สินทรัพย์มีตัวตน มีลักษณะอย่างไร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. มีลักษณะทางกายภาพ</strong> : เป็นสิ่งที่มองเห็นและจับต้องได้ เป็นรูปธรรม เช่น ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร ยานพาหนะ หรือสินค้าคงเหลือ<br><strong>2. กิจการต้องมีสิทธิหรือสามารถควบคุมทรัพยากรนั้นได้</strong> : กิจการได้รับประโยชน์จากสินทรัพย์นั้น และสามารถกันบุคคลอื่นไม่ให้เข้ามาใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต<br><strong>3. มีศักยภาพในการสร้างประโยชน์ให้กิจการ</strong> : สามารถนำมาใช้ผลิตสินค้า ให้บริการ สนับสนุนการดำเนินงาน ลดต้นทุน หรือช่วยสร้างประโยชน์เชิงเศรษฐกิจให้กับกิจการได้<br><strong>4. ต้องพิจารณาวัตถุประสงค์ของการถือสินทรัพย์ด้วย</strong> : เช่น ถือไว้เพื่อใช้ในการดำเนินงานระยะยาว (เช่น อุปกรณ์ เครื่องจักร) หรือถือไว้เพื่อขายในรอบระยะเวลาปกติ (เช่น สินค้าคงเหลือ) ซึ่งจะส่งผลต่อการจัดหมวดหมู่ทางบัญชีว่าเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนหรือสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากลักษณะข้างต้น จะเห็นว่าสินทรัพย์มีตัวตนไม่ได้พิจารณาเพียงแค่ว่าจับต้องได้หรือไม่ แต่ยังต้องดูวัตถุประสงค์ในการถือครองและลักษณะการใช้งานของสินทรัพย์นั้นด้วย เพราะสินทรัพย์ที่มีตัวตนเหมือนกัน อาจถูกจัดอยู่คนละประเภททางบัญชีได้</p>



<p class="has-link-color wp-elements-140 wp-block-paragraph">สินทรัพย์มีตัวตน จึงไม่ได้หมายถึง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-fixed-assets/" data-type="post" data-id="22255">สินทรัพย์ถาวร</a>เสมอไป เช่น สินค้าคงเหลือก็เป็นสินทรัพย์ที่มีลักษณะทางกายภาพและจับต้องได้ แต่โดยทั่วไปจัดเป็น<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-current-assets/" data-type="post" data-id="22309">สินทรัพย์หมุนเวียน</a> เนื่องจากกิจการถือไว้เพื่อขายในรอบการดำเนินงาน ขณะที่เครื่องจักร อาคาร หรืออุปกรณ์ที่มีไว้ใช้งานต่อเนื่องหลายงวด มักอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:10px"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/What-are-tangible-assets.webp" alt="สินทรัพย์มีตัวตน มีอะไรบ้าง ?" class="wp-image-22572" style="width:800px;height:auto" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/What-are-tangible-assets.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/What-are-tangible-assets-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/09/What-are-tangible-assets-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สินทรัพย์มีตัวตน มีอะไรบ้าง ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเข้าใจหลักแล้ว เรามาดูตัวอย่างที่พบได้จริงในธุรกิจกันค่ะ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ที่ดิน</strong> : พื้นดินที่ใช้ตั้งอาคารหรือดำเนินกิจการ</li>



<li><strong>อาคารและสิ่งปลูกสร้าง</strong> : เช่น สำนักงาน โกดัง โรงงาน หรือร้านค้า</li>



<li><strong>เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต</strong> : เช่น เครื่องมือหนักในโรงงาน สายพานการผลิต</li>



<li><strong>ยานพาหนะ</strong> : เช่น รถยนต์ รถบรรทุก หรือรถขนส่งสินค้าของกิจการ</li>



<li><strong>เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ไอที</strong> : เช่น โน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ หรืออุปกรณ์ที่กิจการนำมาใช้ในการดำเนินงาน</li>



<li><strong>เฟอร์นิเจอร์และเครื่องตกแต่ง</strong> : เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ตู้เอกสาร ชั้นวางสินค้า</li>



<li><strong>สินค้าคงเหลือ</strong> : เช่น วัตถุดิบ และสินค้าสำเร็จรูปที่รอการขาย</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สินทรัพย์มีตัวตน กับสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ต่างกันอย่างไร ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-141 wp-block-paragraph">สินทรัพย์มีตัวตนและ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-isintangible-assets/" data-type="post" data-id="22426">สินทรัพย์ไม่มีตัวตน</a> แตกต่างกันหลัก ๆ ตรงที่ลักษณะการจับต้องได้และประเภทของมูลค่าทางธุรกิจ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ลองเปรียบเทียบจากธุรกิจเดียวกันจะเห็นภาพง่ายขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">สมมติว่าบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์แห่งหนึ่ง มีสินทรัพย์ดังต่อไปนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>คอมพิวเตอร์สำหรับพนักงาน</li>



<li>โต๊ะและเก้าอี้สำนักงาน</li>



<li>รถยนต์บริษัท</li>



<li>ซอฟต์แวร์หรือสิทธิการใช้งานบางประเภท</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่าคอมพิวเตอร์ โต๊ะ เก้าอี้ และรถยนต์มีลักษณะทางกายภาพ แต่ซอฟต์แวร์หรือสิทธิบางอย่างไม่มีลักษณะทางกายภาพ แม้จะสามารถสร้างประโยชน์ให้กิจการได้เช่นเดียวกัน</p>



<style>
.asset-table-wrapper {
  width: 100%;
  overflow-x: auto;
  margin: 24px 0;
}

.asset-table {
  width: 100%;
  min-width: 680px;
  border-collapse: separate;
  border-spacing: 0;
  font-family: inherit;
  font-size: 16px;
  color: #111827;
  border: 1px solid #cfcfcf;
  background: #ffffff;
}

/* หัวตาราง */
.asset-table thead th {
  background: #0E54E8;
  color: #ffffff;
  font-weight: 700;
  text-align: center;
  padding: 16px 20px;
  border-right: 1px solid rgba(255, 255, 255, 0.7);
  vertical-align: middle;
}

.asset-table thead th:last-child {
  border-right: none;
}

/* เนื้อหาตาราง */
.asset-table tbody td {
  padding: 16px 20px;
  text-align: center;
  vertical-align: middle;
  line-height: 1.6;
  border-top: 1px solid #cfcfcf;
  border-right: 1px solid #cfcfcf;
}

.asset-table tbody td:last-child {
  border-right: none;
}

/* คอลัมน์หัวข้อ */
.asset-table tbody td:first-child {
  font-weight: 700;
  width: 24%;
}

/* ความกว้างคอลัมน์ */
.asset-table thead th:nth-child(1) {
  width: 24%;
}

.asset-table thead th:nth-child(2),
.asset-table thead th:nth-child(3) {
  width: 38%;
}

/* Mobile */
@media (max-width: 768px) {
  .asset-table {
    font-size: 15px;
    min-width: 650px;
  }

  .asset-table thead th,
  .asset-table tbody td {
    padding: 13px 14px;
  }
}
</style>

<div class="asset-table-wrapper">
  <table class="asset-table">

    <thead>
      <tr>
        <th>หัวข้อ</th>
        <th>สินทรัพย์มีตัวตน</th>
        <th>สินทรัพย์ไม่มีตัวตน</th>
      </tr>
    </thead>

    <tbody>
      <tr>
        <td>ลักษณะทางกายภาพ</td>
        <td>มี</td>
        <td>ไม่มี</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>การตรวจสอบ</td>
        <td>เห็นหรือตรวจนับได้</td>
        <td>มักต้องดูสิทธิ สัญญา หรือเอกสาร</td>
      </tr>

      <tr>
        <td>วิธีปฏิบัติทางบัญชี</td>
        <td>ขึ้นอยู่กับประเภทสินทรัพย์</td>
        <td>พิจารณาตามหลักสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่เกี่ยวข้อง</td>
      </tr>
    </tbody>

  </table>
</div>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สินทรัพย์มีตัวตน ต้องคิดค่าเสื่อมราคาหรือไม่ ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-142 wp-block-paragraph">สินทรัพย์มีตัวตน ต้องคิด<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-depreciation/" data-type="post" data-id="18791">ค่าเสื่อมราคา</a> หากเป็นสินทรัพย์ถาวรที่มีอายุการใช้งานจำกัดและมีไว้เพื่อใช้งานในกิจการ แบ่งออกเป็นประเด็นดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. ต้องคิดค่าเสื่อมราคา</strong><br>เช่น อาคาร เครื่องจักร ยอดรถยนต์ หรืออุปกรณ์สำนักงาน เนื่องจากมูลค่าจะลดลงตามการใช้งาน ระยะเวลา หรือความเสื่อมสภาพ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>2. ไม่ต้องคิดค่าเสื่อมราคา</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ที่ดิน</strong> : เพราะไม่มีอายุการใช้งานจำกัดและไม่เสื่อมสภาพตามการใช้งาน</li>



<li><strong>สินทรัพย์ที่ไม่ได้มีไว้ใช้งาน</strong> : เช่น สินค้าคงเหลือ (ซื้อมาเพื่อขายต่อ) จะไม่คิดค่าเสื่อมราคาแต่จะบันทึกเป็นต้นทุนขาย</li>



<li><strong>สินทรัพย์มีตัวตนที่ยังไม่พร้อมใช้งาน</strong> : หรือสินทรัพย์ระหว่างก่อสร้าง/ติดตั้ง</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ทำไมเจ้าของธุรกิจต้องรู้ว่าสินทรัพย์มีตัวตนของตัวเองมีอะไรบ้าง ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. ทำให้เห็นโครงสร้างสินทรัพย์และฐานะทางการเงินชัดขึ้น</strong> : ทำให้เจ้าของธุรกิจเห็นว่ากิจการมีทรัพย์สินประเภทใดอยู่บ้าง และสินทรัพย์เหล่านั้นมีบทบาทต่อการดำเนินงานอย่างไร<br><strong>2. เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน</strong> : สินทรัพย์มีตัวตนบางประเภท เช่น ที่ดิน อาคาร หรือเครื่องจักร อาจนำมาประกอบการพิจารณาหรือใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสถาบันการเงิน<br><strong>3. บริหารจัดการต้นทุนและค่าเสื่อมราคาได้ดีขึ้น</strong> : การรู้ว่ากิจการมีสินทรัพย์อะไรบ้าง ช่วยให้ติดตามต้นทุน อายุการใช้งาน และค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องได้อย่างเป็นระบบ<br><strong>4. ป้องกันการสูญหายและช่วยควบคุมทรัพย์สิน</strong> : การจัดทำทะเบียนสินทรัพย์ช่วยให้ตรวจสอบตำแหน่งและการใช้งานของสินทรัพย์ ลดความเสี่ยงจากการสูญหาย หรือการเคลื่อนย้ายโดยไม่ได้รับอนุญาต</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สรุป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์มีตัวตน คือสินทรัพย์ที่มีลักษณะทางกายภาพ มองเห็นหรือจับต้องได้ เช่น ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร รถยนต์ หรือสินค้าคงเหลือ แต่การพิจารณาไม่ได้จบแค่ว่าจับต้องได้หรือไม่ เพราะยังต้องดูด้วยว่ากิจการมีสิทธิหรือควบคุมสินทรัพย์นั้นได้หรือไม่ มีไว้เพื่ออะไร และสามารถสร้างประโยชน์ให้ธุรกิจได้อย่างไร โดยสิ่งสำคัญที่ควรจำคือ สินทรัพย์มีตัวตนไม่ได้หมายถึงสินทรัพย์ถาวรเสมอไป</p>



<p class="has-link-color wp-elements-143 wp-block-paragraph">หากธุรกิจมีการซื้อเครื่องจักร รถยนต์ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ หรือทรัพย์สินหลายรายการ และไม่แน่ใจว่าควรบันทึกเป็นสินทรัพย์หรือ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-expense/" data-type="post" data-id="14630">ค่าใช้จ่าย</a>อย่างไร การมี<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeper/" data-type="post" data-id="16698">ผู้ทำบัญชี</a>ช่วยตรวจสอบตั้งแต่ต้นจะช่วยให้การจัดประเภทและ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeping/" data-type="post" data-id="13830">บันทึกบัญชี</a>เป็นระบบมากขึ้น ซึ่งชอบการบัญชี มี<a href="https://chobaccountingonline.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5/" data-type="page" data-id="140">บริการรับทำบัญชีรายเดือน</a>ที่ช่วยดูแลตั้งแต่การตรวจเอกสาร การบันทึกรายการ ไปจนถึงการจัดทำข้อมูลบัญชีให้สอดคล้องกับการดำเนินงานของธุรกิจค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-tangible-assets/">สินทรัพย์มีตัวตน คืออะไร ? พร้อมตัวอย่างที่เข้าใจได้ทันที</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>RBA คืออะไร ? ระบบประเมินความเสี่ยงของสรรพากรที่ธุรกิจควรรู้</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-risk-based-audit/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chob Accounting Team]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Aug 2026 07:28:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=22482</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึงการตรวจสอบภาษี เจ้าของธุรกิจหลายคนอาจนึกถึงการถูกเรียกตรวจสอบเอกสารจากเจ้าหน้าที่โดยตรง แต่ปัจจุบันกรมสรรพากรมีการนำข้อมูลของผู้เสียภาษีจากหลายด้านมาประกอบการประเมินความเสี่ยงมากขึ้น หนึ่งในแนวทางที่มักถูกพูดถึงคือ RBA หรือ Risk Based Audit ซึ่งช่วยให้การคัดกรองและตรวจสอบภาษีมีเป้าหมายมากขึ้น สำหรับเจ้าของธุรกิจ การเข้าใจว่า RBA สรรพากร ทำงานอย่างไร จึงมีประโยชน์มากกว่าการกังวลว่าจะถูกตรวจสอบหรือไม่ เพราะช่วยให้มองย้อนกลับมาที่การทำบัญชีและการจัดการภาษีของตัวเองได้ว่า ข้อมูลที่ยื่นไปสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจจริงหรือเปล่า มีเอกสารรองรับครบไหม และมีจุดไหนที่ควรตรวจสอบหรือแก้ไขตั้งแต่เนิ่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-risk-based-audit/">RBA คืออะไร ? ระบบประเมินความเสี่ยงของสรรพากรที่ธุรกิจควรรู้</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพูดถึงการตรวจสอบภาษี เจ้าของธุรกิจหลายคนอาจนึกถึงการถูกเรียกตรวจสอบเอกสารจากเจ้าหน้าที่โดยตรง แต่ปัจจุบันกรมสรรพากรมีการนำข้อมูลของผู้เสียภาษีจากหลายด้านมาประกอบการประเมินความเสี่ยงมากขึ้น หนึ่งในแนวทางที่มักถูกพูดถึงคือ RBA หรือ Risk Based Audit ซึ่งช่วยให้การคัดกรองและตรวจสอบภาษีมีเป้าหมายมากขึ้น</p>



<p class="has-link-color wp-elements-149 wp-block-paragraph">สำหรับเจ้าของธุรกิจ การเข้าใจว่า RBA สรรพากร ทำงานอย่างไร จึงมีประโยชน์มากกว่าการกังวลว่าจะถูกตรวจสอบหรือไม่ เพราะช่วยให้มองย้อนกลับมาที่<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting/" data-type="post" data-id="6916">การทำบัญชี</a>และการจัดการภาษีของตัวเองได้ว่า ข้อมูลที่ยื่นไปสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจจริงหรือเปล่า มีเอกสารรองรับครบไหม และมีจุดไหนที่ควรตรวจสอบหรือแก้ไขตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนจะกลายเป็นปัญหาในภายหลัง</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ระบบ <strong><strong>RBA ของกรมสรรพากร คืออะไร ?</strong></strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>Risk Based Audit</strong> หรือ <strong>RBA</strong> คือ ระบบคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กรมสรรพากรใช้ประเมินและคัดกรองความเสี่ยงของผู้เสียภาษี เพื่อเลือกธุรกิจหรือบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงในการหลบเลี่ยงภาษีเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบภาษีแบบเจาะลึก โดยไม่ต้องตรวจสอบทุกรายในทางปฏิบัติ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในเอกสารของกรมสรรพากรเกี่ยวกับ RBA มีการแสดงกระบวนการตั้งแต่การนำข้อมูลเข้าสู่การวิเคราะห์ การประเมินประเด็นความเสี่ยง การจำแนกผู้เสียภาษี หรือ Taxpayer Classification ไปจนถึงการเลือก Tax Audit Tool ที่เหมาะกับระดับความเสี่ยงนั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ลองนึกภาพง่าย ๆ ว่า บริษัท A และบริษัท B อาจมีขนาดใกล้เคียงกัน และอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน แต่ข้อมูลทางบัญชี ประวัติการยื่นแบบ และลักษณะข้อมูลของทั้งสองบริษัทอาจแตกต่างกัน การประเมินโดยใช้ความเสี่ยงจึงช่วยให้สามารถพิจารณาแต่ละกรณีได้เหมาะสมมากขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>ทำไมกรมสรรพากรถึงนำระบบ Risk Based Audit มาใช้ ?</strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เหตุผลสำคัญของแนวคิด Risk Based Audit คือการใช้ข้อมูลช่วยให้กระบวนการกำกับ และตรวจสอบภาษีมีเป้าหมายมากขึ้น แทนที่จะใช้ทรัพยากรในการตรวจสอบทุกกิจการด้วยวิธีเดียวกัน ระบบสามารถนำข้อมูลที่มีอยู่มาช่วยพิจารณาก่อนว่า ผู้เสียภาษีแต่ละรายมีลักษณะ หรือประเด็นใดที่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับเจ้าของธุรกิจ สิ่งที่ควรสนใจจึงไม่ใช่การพยายามคาดเดาว่าต้องทำอย่างไรถึงจะไม่ถูกตรวจสอบโดยระบบ RBA แต่ควรกลับมาถามว่าข้อมูลที่ธุรกิจยื่นออกไปแต่ละส่วน สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของกิจการหรือไม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">เพราะต่อให้ไม่รู้รายละเอียดเกณฑ์ภายในทั้งหมด การมีข้อมูลบัญชี และภาษีที่ถูกต้อง ตรวจสอบย้อนกลับได้ และมีเอกสารรองรับ ก็เป็นพื้นฐานสำคัญของการบริหารความเสี่ยงทางภาษีอยู่แล้ว</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:10px"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/How-the-RBA-system-works.webp" alt="การทำงานของระบบ RBA" class="wp-image-22511" style="width:800px;height:auto" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/How-the-RBA-system-works.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/How-the-RBA-system-works-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/How-the-RBA-system-works-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>ระบบ RBA ของสรรพากรทำงานอย่างไร ?</strong></strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong>1. รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียภาษี</strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ขั้นแรกคือการนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียภาษีมาประกอบกัน เพื่อให้เห็นภาพของกิจการมากกว่าการตรวจสอบข้อมูลเพียงจุดเดียว เช่น</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-150">
<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-financial-statement/" data-type="post" data-id="4954">งบการเงิน</a></li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-pnd/" data-type="post" data-id="6160">แบบแสดงรายการภาษี</a></li>



<li>ประวัติการตรวจและการประเมินสถานะ</li>



<li>ประวัติ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeper/" data-type="post" data-id="16698">ผู้ทำบัญชี</a>และ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting-auditor/" data-type="post" data-id="16629">ผู้สอบบัญชี</a></li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อข้อมูลหลายส่วนถูกนำมาพิจารณาร่วมกัน ก็จะช่วยทำให้เห็นความสอดคล้อง หรือประเด็นที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติมได้มากกว่าการตรวจสอบเอกสารแยกเป็นรายฉบับ</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>2. วิเคราะห์และประเมินประเด็นความเสี่ยง</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อมีข้อมูลแล้ว ขั้นต่อมาคือการวิเคราะห์ว่ามีประเด็นใดที่อาจมีความเสี่ยง หรือควรได้รับการพิจารณาเพิ่มเติม</p>



<p class="wp-block-paragraph">จุดนี้เจ้าของธุรกิจควรระวังการตีความว่ามีสูตรลับ เพียงชุดเดียวที่สามารถนำมาเช็กได้เองแล้วรู้ทันทีว่าจะถูกตรวจสอบหรือไม่ เพราะรายละเอียดภายในของ RBA ไม่ได้เปิดเผยทั้งหมดต่อสาธารณะ และแนวทางการกำกับตรวจสอบสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูล และนโยบายในแต่ละช่วงเวลา</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่ทำได้จริงมากกว่าคือกลับมาตรวจสอบความถูกต้อง ความสมเหตุสมผล และความสอดคล้องของข้อมูลธุรกิจ ซึ่งเป็นสิ่งที่กิจการควรทำอยู่แล้วไม่ว่าจะมี RBA หรือไม่ก็ตาม</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>3. จำแนกความเสี่ยงของผู้เสียภาษี</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">หลังจากวิเคราะห์ข้อมูลแล้ว กรอบการทำงานของระบบ RBA ที่กรมสรรพากรเผยแพร่แสดงถึงการทำ Taxpayer Classification หรือการจำแนกผู้เสียภาษีตามระดับความเสี่ยง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นสำคัญคือ การจำแนกความเสี่ยงมีหน้าที่ช่วยในการบริหารการตรวจสอบ ไม่ควรนำไปตีความทันทีว่าผู้เสียภาษีที่มีความเสี่ยงสูงเท่ากับเป็นผู้กระทำผิด เพราะความเสี่ยงกับการพิสูจน์ว่ามีความผิดเป็นคนละเรื่องกันค่ะ</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>4. เลือกแนวทางหรือเครื่องมือตรวจสอบให้เหมาะสม</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อทราบระดับความเสี่ยงแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนเลือกแนวทางหรือ Tax Audit Tool ที่เหมาะสม โดยมีทั้งแนวทางด้านการให้ความรู้ การป้องกัน การตรวจสอบ และการบังคับใช้ที่แตกต่างกันไปตามลักษณะของผู้เสียภาษีและประเด็นที่พบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">จึงสามารถมองเป็นภาพรวมการทำงานของระบบ RBA ได้ว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. ข้อมูลของผู้เสียภาษี<br>2. วิเคราะห์ประเด็นความเสี่ยง<br>3. จำแนกระดับความเสี่ยง<br>4. เลือกวิธีดำเนินการที่เหมาะสม</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:10px"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="540" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/chob-85.webp" alt="" class="wp-image-22518" style="width:800px;height:auto" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/chob-85.webp 960w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/chob-85-300x169.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/chob-85-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>เจ้าของธุรกิจควรเตรียมตัวอย่างไรเกี่ยวกับระบบ RBA ?</strong></strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">แนวทางที่ดีที่สุดในการรับมือกับความเสี่ยงทางภาษี ไม่ใช่รอให้มีหนังสือจากสรรพากรแล้วค่อยเริ่มจัดเอกสาร แต่คือการดูแลข้อมูลของธุรกิจให้เรียบร้อยตั้งแต่กระบวนการทำงานในแต่ละเดือน</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>1. ตรวจว่าบัญชีสะท้อนธุรกิจจริง</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เริ่มจากคำถามง่ายที่สุดว่าสิ่งที่อยู่ในบัญชี ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในธุรกิจหรือไม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยกตัวอย่างเช่น หากกิจการมีเงินสด 500,000 บาทในบัญชี แต่ตรวจแล้วไม่มีเงินจริง หรือมีลูกหนี้ค้างจำนวนมากแต่ไม่ทราบว่าเป็นลูกค้ารายใด สิ่งเหล่านี้ควรได้รับการตรวจสอบและหาสาเหตุ</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>2. กระทบยอดข้อมูลบัญชีกับแบบภาษีเป็นประจำ</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่ควรรอถึงปลายปีแล้วค่อยนำตัวเลขทุกอย่างมาเทียบกันทีเดียว ธุรกิจควรตรวจความสัมพันธ์ของข้อมูลเป็นระยะ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-151">
<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-revenue/" data-type="post" data-id="14589">รายได้</a>ในระบบบัญชี</li>



<li>รายได้ที่นำไปยื่นภาษี</li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-vat/" data-type="post" data-id="3825">ภาษีมูลค่าเพิ่ม</a></li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-withholding-tax/" data-type="post" data-id="4109">ภาษีหัก ณ ที่จ่าย</a></li>



<li>รายการรับ-จ่ายผ่านธนาคาร</li>



<li>ลูกหนี้และเจ้าหนี้</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">การตรวจสอบเป็นประจำจะทำให้พบเห็นความผิดปกติได้รวดเร็ว และตรวจสอบย้อนกลับได้ง่ายกว่าการปล่อยให้เกิดปัญหาสะสมเป็นระยะเวลานาน</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>3. เก็บเอกสารและหลักฐานของรายการสำคัญให้ครบ</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวเลขในบัญชีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่สามารถอธิบายได้ว่ารายการนั้นเกิดจากอะไร จึงต้องจัดเก็บเอกสารให้เป็นระบบ และสามารถค้นหาได้เมื่อต้องการ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-152">
<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-tax-invoice/" data-type="post" data-id="6409">ใบกำกับภาษี</a></li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-receipt/" data-type="post" data-id="10092">ใบเสร็จรับเงิน</a></li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-are-invoice-and-billing-note/" data-type="post" data-id="7035">ใบแจ้งหนี้</a></li>



<li>สัญญา</li>



<li>หลักฐานการโอนเงิน</li>



<li>Bank Statement</li>



<li>รายงานสต๊อกสินค้า</li>



<li>เอกสารเกี่ยวกับรายการระหว่าง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-company/" data-type="post" data-id="6498">บริษัท</a>กับ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-company-director/" data-type="post" data-id="8792">กรรมการ</a></li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>4. ตรวจรายการผิดปกติก่อนยื่นภาษีและปิดงบ</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="has-link-color wp-elements-153 wp-block-paragraph">ก่อนยื่นภาษีหรือ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-closing-financial-statement/" data-type="post" data-id="11805">ปิดงบการเงิน</a> ควรดูว่ามีรายการใดแตกต่างจากปกติอย่างเห็นได้ชัดหรือไม่ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รายได้เพิ่มขึ้นหรือลดลงแบบผิดปกติ</li>



<li>รายจ่ายบางประเภทสูงผิดปกติ</li>



<li>สินค้าคงเหลือจำนวนมาก</li>



<li>ลูกหนี้ค้างนาน</li>



<li>เงินสดสูงผิดปกติ</li>



<li>มีรายการกับกรรมการจำนวนมาก</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">การพบตัวเลขผิดปกติไม่ได้หมายความว่ารายการนั้นผิด แต่เป็นสัญญาณว่าควรเข้าใจสาเหตุให้ได้ก่อนยื่นข้อมูลออกไป</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong><strong>5. พบข้อผิดพลาดควรแก้ไขตั้งแต่เนิ่น ๆ</strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่อันตรายกว่าการพบข้อผิดพลาด คือพบแล้วปล่อยไว้เพราะคิดว่าเดี๋ยวค่อยแก้ไขตอนปิดงบ ยิ่งพบปัญหาเร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสตรวจสอบที่มา และวางแนวทางแก้ไขได้ง่ายขึ้นเท่านั้น</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>สรุป RBA เรื่องที่เจ้าของธุรกิจควรรู้</strong></strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">RBA หรือ Risk Based Audit เป็นแนวทางที่นำข้อมูลและความเสี่ยงมาใช้ประกอบการจำแนกผู้เสียภาษีและเลือกแนวทางตรวจสอบที่เหมาะสม โดยกรอบที่กรมสรรพากรเคยเผยแพร่แสดงให้เห็นถึงการใช้ข้อมูลหลายด้าน เช่น งบการเงิน แบบแสดงรายการ ประวัติการตรวจและประเมินสถานะ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่สิ่งสำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจไม่ใช่การพยายามหาคำตอบว่าต้องทำอย่างไรถึงจะไม่ถูกตรวจสอบโดยระบบ RBA</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่ควรถามมากกว่าคือ วันนี้ข้อมูลบัญชีและภาษีของธุรกิจเราถูกต้อง สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และมีหลักฐานรองรับมากพอหรือยัง เพราะไม่ว่าระบบการตรวจสอบภาษีจะพัฒนาไปในรูปแบบใด การมีรายการบัญชีที่สะท้อนธุรกิจจริง ยื่นภาษีอย่างถูกต้อง และจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบ ก็ยังเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">หลายครั้งปัญหาทางบัญชีไม่ได้เกิดจากการตั้งใจทำผิด แต่อาจเริ่มจากเอกสารที่ตกหล่น การบันทึกรายการไม่ครบ หรือข้อมูลที่ไม่ได้กระทบยอดเป็นเวลานาน จนกลายเป็นปัญหาเมื่อถึงเวลายื่นภาษีหรือปิดงบ</p>



<p class="has-link-color wp-elements-154 wp-block-paragraph">ชอบการบัญชี พร้อมช่วยดูแลการทำบัญชีและภาษีให้เป็นระบบ ด้วยบริการ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5/" data-type="page" data-id="140">รับทำบัญชี</a>รายเดือน พร้อมช่วยตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูล เพื่อให้เจ้าของธุรกิจรู้สถานะบัญชีของตัวเอง และจัดการสิ่งที่ควรแก้ไขได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ปรึกษาเรื่องบัญชี และภาษีกับเราได้เลยค่ะ</p>



<p class="has-link-color wp-elements-155 wp-block-paragraph"><strong>ติดต่อ Chob Accounting</strong><br>โทร : <a href="tel:0941594561" target="_blank" rel="noreferrer noopener">094-159-4561</a><br>Facebook : <a href="https://www.facebook.com/chobaccounting/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สำนักงานบัญชีคุณภาพ ชอบการบัญชี ออนไลน์</a><br>Line : <a href="https://lin.ee/HoBCNbLj" target="_blank" rel="noreferrer noopener">@chobaccounting</a></p>



<p class="has-link-color wp-elements-156 wp-block-paragraph">อ้างอิง : <a href="https://www.rd.go.th/publish/seminar/180921_FinancialTransaction.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เอกสาร ก้าวสำคัญ ธุรกรรมการเงิน ด้วยบัญชีชุดเดียว / Risk Based Audit : RBA กรมสรรพากร</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-risk-based-audit/">RBA คืออะไร ? ระบบประเมินความเสี่ยงของสรรพากรที่ธุรกิจควรรู้</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สินทรัพย์ไม่มีตัวตน คืออะไร ? ทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ สำหรับธุรกิจ</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-isintangible-assets/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chob Accounting Team]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Aug 2026 04:23:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=22426</guid>

					<description><![CDATA[<p>เวลาพูดถึงสินทรัพย์ของบริษัท หลายคนอาจนึกถึงเงินสด รถยนต์ เครื่องจักร อาคาร หรือคอมพิวเตอร์ เพราะเป็นสิ่งที่มองเห็นและจับต้องได้ แต่ในความเป็นจริง ธุรกิจยังอาจมีสินทรัพย์อีกกลุ่มหนึ่งที่มองไม่เห็นเป็นชิ้นเป็นอัน แต่สามารถสร้างประโยชน์ให้กิจการได้ในระยะยาว เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือสิทธิในการใช้งานบางประเภท สินทรัพย์เหล่านี้เรียกว่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ซึ่งแม้จะไม่มีรูปร่างทางกายภาพ แต่ก็สามารถมีมูลค่า และส่งผลต่องบการเงินของธุรกิจได้ สินทรัพย์ไม่มีตัวตน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-isintangible-assets/">สินทรัพย์ไม่มีตัวตน คืออะไร ? ทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ สำหรับธุรกิจ</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-link-color wp-elements-169 wp-block-paragraph">เวลาพูดถึง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-fixed-assets/" data-type="post" data-id="22255">สินทรัพย์</a>ของ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-company/" data-type="post" data-id="6498">บริษัท</a> หลายคนอาจนึกถึงเงินสด รถยนต์ เครื่องจักร อาคาร หรือคอมพิวเตอร์ เพราะเป็นสิ่งที่มองเห็นและจับต้องได้ แต่ในความเป็นจริง ธุรกิจยังอาจมีสินทรัพย์อีกกลุ่มหนึ่งที่มองไม่เห็นเป็นชิ้นเป็นอัน แต่สามารถสร้างประโยชน์ให้กิจการได้ในระยะยาว เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือสิทธิในการใช้งานบางประเภท</p>



<p class="has-link-color wp-elements-170 wp-block-paragraph">สินทรัพย์เหล่านี้เรียกว่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ซึ่งแม้จะไม่มีรูปร่างทางกายภาพ แต่ก็สามารถมีมูลค่า และส่งผลต่อ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-financial-statement/" data-type="post" data-id="4954">งบการเงิน</a>ของธุรกิจได้</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>สินทรัพย์ไม่มีตัวตน คืออะไร ?</strong></strong></h2>



<p class="has-link-color wp-elements-171 wp-block-paragraph">ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน (TFRS) <strong>สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Assets)</strong> คือ สินทรัพย์ที่ไม่เป็นตัวเงิน ไม่มีลักษณะทางกายภาพ หรือรูปร่างที่มองเห็นและสัมผัสได้ แต่สามารถระบุตัวตน และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งกิจการถือครองไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการผลิต การให้บริการ หรือการบริหารงาน และสามารถสร้าง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-revenue/" data-type="post" data-id="14589">รายได้</a>หรือประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p class="has-link-color wp-elements-172 wp-block-paragraph"><em>สินทรัพย์ไม่มีตัวตน ถือเป็น<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-non-current-assets/" data-type="post" data-id="22359">สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน</a>ใน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-statement-of-financial-position/" data-type="post" data-id="11688">งบฐานะการเงิน</a>ของกิจการ</em></p>
</blockquote>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>สินทรัพย์ไม่มีตัวตน มีลักษณะอย่างไร ?</strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. ไม่มีตัวตนทางกายภาพ</strong> : ไม่สามารถจับต้อง หรือมองเห็นเป็นรูปร่างได้เหมือนที่ดิน อาคาร หรือเครื่องจักร<br><strong>2. สามารถระบุได้</strong> : ต้องแยกแยะออกจากกิจการได้ เช่น สามารถนำไปขาย โอน ให้สิทธิ ให้เช่า หรือแลกเปลี่ยนได้ หรือเกิดจากสิทธิตามกฎหมายและสัญญา<br><strong>3. อยู่ภายใต้การควบคุมของกิจการ</strong> : กิจการมีสิทธิในการรับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจจากสินทรัพย์นั้น และสามารถกันบุคคลอื่นไม่ให้เข้ามาใช้ประโยชน์ได้<br><strong>4. ให้ประโยชน์ในอนาคต</strong> : ช่วยเพิ่มรายได้ หรือลดต้นทุนให้แก่ธุรกิจในระยะยาวเกินกว่า 1 ปี</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:10px"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Type-of-asset-Intangible.webp" alt="ประเภทของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน" class="wp-image-22447" style="width:800px;height:auto" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Type-of-asset-Intangible.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Type-of-asset-Intangible-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Type-of-asset-Intangible-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>ประเภทของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน</strong></strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>1. สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่สามารถระบุได้</strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่สามารถระบุได้ เป็นสินทรัพย์ที่แยกแยะหรือ ระบุตัวตนได้อย่างชัดเจน สามารถนำไปขาย โอน ให้สิทธิ ให้เช่า หรือแลกเปลี่ยนได้ หรือเกิดจากสิทธิตามสัญญาและสิทธิด้านกฎหมาย เช่น</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. สิทธิบัตร</strong> : สิทธิทางกฎหมายที่คุ้มครองการประดิษฐ์คิดค้น หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์<br><strong>2. ลิขสิทธิ์</strong> : สิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการทำงานด้านวรรณกรรม ศิลปะ หรือดนตรี<br><strong>3. เครื่องหมายการค้าและตราสินค้า</strong> : สัญลักษณ์ หรือชื่อที่ใช้แยกแยะสินค้าหรือบริการออกจากคู่แข่ง<br><strong>4. สิทธิการเช่า</strong> : สิทธิในการใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ตามสัญญาเช่า<br><strong>5. สัมปทาน</strong> : สิทธิที่ได้รับจากรัฐหรือ บริษัทแม่ในการดำเนินธุรกิจเฉพาะอย่าง<br><strong>6. เทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ </strong>: โปรแกรมคอมพิวเตอร์ สูตรการผลิต หรือความรู้ความชำนาญ<br><strong>7. รายชื่อลูกค้า </strong>: ข้อมูลหรือฐานข้อมูลลูกค้าที่ได้มาและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>2. <strong>สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ไม่สามารถระบุได้</strong></strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ไม่สามารถระบุได้ เป็นสินทรัพย์ที่ไม่สามารถแยกออกจากกิจการ ระบุตัวตน หรือแยกย่อยได้อิสระ มักเกิดขึ้นเมื่อมีการซื้อกิจการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ไม่สามารถระบุได้หลัก ๆ มีเพียงรายการเดียวตามมาตรฐานการบัญชี คือ ค่าความนิยม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ค่าความนิยม คือ มูลค่าส่วนเกินที่เกิดขึ้นเมื่อราคาซื้อกิจการสูงกว่ามูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิที่สามารถระบุได้ของกิจการนั้น ซึ่งสะท้อนถึงชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ หรือฐานลูกค้าที่ดี</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>ความสำคัญของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน</strong></strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. สร้างความแตกต่าง</strong> : ช่วยให้ผู้บริโภคจดจำ และแยกแยะสินค้า หรือบริการออกจากคู่แข่งได้ผ่านเครื่องหมายการค้า<br><strong>2. ปกป้องนวัตกรรม</strong> : สิทธิบัตร และลิขสิทธิ์ช่วยคุ้มครองความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี หรือสูตรการผลิตไม่ให้ถูกลอกเลียนแบบ<br><strong>3. เพิ่มมูลค่ากิจการ</strong> : เพิ่มมูลค่าโดยรวม และเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ฐานะทางการเงินในระยะยาว<br><strong>4. สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า</strong> : สร้างความภักดี และกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำผ่านชื่อเสียง และความน่าเชื่อถือของแบรนด์</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>หลักเกณฑ์การรับรู้สินทรัพย์ไม่มีตัวตน</strong></strong></h2>



<p class="has-link-color wp-elements-173 wp-block-paragraph">กิจการจะ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/asset-recognition-criteria/" data-type="post" data-id="22642">รับรู้รายการเป็นสินทรัพย์</a>ไม่มีตัวตนตามมาตรฐานการบัญชี ก็ต่อเมื่อเป็นไปตามคำนิยามและเข้าเกณฑ์การรับรู้รายการทั้ง ดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. ความสามารถในการระบุตัวตน</strong> : สินทรัพย์นั้นต้องสามารถแยกแยะได้ชัดเจน ไม่มีลักษณะทางกายภาพ และสามารถแยกออกจากกิจการได้ เช่น นำไปขาย โอน สิทธิ์ให้เช่า หรือแลกเปลี่ยน หรือเกิดจากสิทธิตามสัญญาหรือสิทธิด้านกฎหมาย<br><strong>2. ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต</strong> : มีความเป็นไปได้ที่กิจการจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตอันเกิดจากสินทรัพย์นั้น<br><strong>3. ความน่าเชื่อถือของต้นทุน</strong> : ต้นทุนของสินทรัพย์นั้นสามารถวัดมูลค่าได้อย่างน่าเชื่อถือ</p>



<p class="wp-block-paragraph">คุณแป้ง-สีตลา ดีโพธิ์รัมย์ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพบัญชี ของ Chob Accounting ได้แชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับการตรวจสอบคุณภาพบัญชีว่า <em>“ก่อนจะดูว่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตนควรบันทึกมูลค่าเท่าไร เราต้องตอบให้ได้ก่อนว่า บริษัทได้รับและควบคุม ‘สิทธิอะไร’ อยู่จริง ๆ เพราะการจ่ายเงินซื้อซอฟต์แวร์ หรือระบบ ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นในลักษณะเดียวกันทุกกรณี”</em></p>



<p class="has-link-color wp-elements-174 wp-block-paragraph">เมื่อรับรู้สินทรัพย์แล้ว ต้องวัดมูลค่าด้วยราคาทุน และทยอยบันทึกเป็น<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-expense/" data-type="post" data-id="14630">ค่าใช้จ่าย</a>ผ่านการตัดจำหน่ายตลอดอายุการใช้งาน</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>การวัดมูลค่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตนด้วยราคาทุน</strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 38 (TAS 38) กิจการต้องวัดมูลค่าเริ่มแรกของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนด้วย ราคาทุน ซึ่งรวมถึงราคาซื้อ และต้นทุนทางตรงทั้งหมดที่จำเป็นในการจัดเตรียมสินทรัพย์ให้พร้อมใช้งาน แบ่งออกเป็น 2 วิธี คือ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. การวัดมูลค่าเมื่อเริ่มแรก</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ราคาทุนของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนจะขึ้นอยู่กับวิธีการได้มา ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>กรณีซื้อแยกต่างหาก</strong> : ประกอบด้วยราคาซื้อสุทธิจากส่วนลดทางการค้า ภาษีนำเข้า และภาษีที่ไม่สามารถขอคืนได้ รวมทั้งค่าใช้จ่ายทางตรง เช่น ค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย หรือค่าจดทะเบียน</li>



<li><strong>กรณีพัฒนาขึ้นภายในกิจการ</strong> : บันทึกเป็นต้นทุนเฉพาะรายจ่ายในขั้นตอนการพัฒนาที่ตรงตามเกณฑ์ทางเทคนิคและความเป็นไปได้ที่จะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจแล้วเท่านั้น ส่วนรายจ่ายในขั้นตอนการวิจัยให้ถือเป็นค่าใช้จ่ายทันที</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>2. การวัดมูลค่าภายหลังการรับรู้รายการ</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">กิจการส่วนใหญ่เลือกใช้วิธีราคาทุนในการแสดงมูลค่าต่อเนื่อง โดยการนำราคาทุนหักด้วย ค่าตัดจำหน่ายสะสม และผลขาดทุนจากการด้อยค่าสะสม</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน</strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="has-link-color wp-elements-175 wp-block-paragraph">การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน คือการปันส่วนจำนวนที่คิด<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-amortization/" data-type="post" data-id="22575">ค่าตัดจำหน่าย</a>อย่างมีระบบตลอดอายุการใช้งาน โดยมีหลักเกณฑ์ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 38 (TAS 38) ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-176">
<li><strong>สิทธิ์เฉพาะอายุจำกัด</strong> : กิจการต้องคิดค่าตัดจำหน่ายเฉพาะสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่มี อายุการใช้งานจำกัดเท่านั้น</li>



<li><strong>อายุไม่จำกัด</strong> : สินทรัพย์ที่มีอายุการใช้งานไม่จำกัด เช่น เครื่องหมายการค้าที่มีการต่ออายุได้ตลอด ห้ามคิดค่าตัดจำหน่าย แต่ต้องทดสอบ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset-impairment/" data-type="post" data-id="22743">การด้อยค่า</a>ทุกปี</li>



<li><strong>มูลค่าคงเหลือ</strong> : โดยทั่วไปกำหนดให้มูลค่าคงเหลือ เท่ากับ ศูนย์ ยกเว้นมีข้อตกลงจากบุคคลภายนอกว่าจะซื้อต่อ หรือมีตลาดซื้อขายรองรับตอนสิ้นสุดอายุ</li>
</ul>



<p class="has-link-color wp-elements-177 wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น <a href="https://chobaccountingonline.co.th/" data-type="link" data-id="https://chobaccountingonline.co.th/">บริษัท ชอบการบัญชี จำกัด</a> ซื้อสิทธิบัตรราคา 100,000 บาท อายุการใช้งาน 5 ปี ไม่มีมูลค่าคงเหลือ เท่ากับว่าค่าตัดจำหน่ายจะอยู่ที่ปีละ 20,000 บาท</p>



<p class="has-link-color wp-elements-178 wp-block-paragraph">จากนั้น ให้<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeping/" data-type="post" data-id="13830">บันทึกบัญชี</a>ตาม<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-debit-and-credit-in-accounting/" data-type="post" data-id="13763">หลักการเดบิต-เครดิต</a> ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>Dr. ค่าตัดจำหน่าย-สิทธิบัตร 20,000 บาท</li>



<li>Cr. ค่าตัดจำหน่ายสะสม-สิทธิบัตร 20,000 บาท</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสินทรัพย์ไม่มีตัวตน</strong></strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>สินทรัพย์ไม่มีตัวตน เป็นสินทรัพย์หมุนเวียนหรือไม่ ?</strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">โดยทั่วไป สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ธุรกิจถือไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในระยะยาวจะอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เช่น Software ที่ใช้หลายปี ลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตร</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>เว็บไซต์ถือเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนหรือไม่ ?</strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เว็บไซต์อาจเข้าเกณฑ์เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนได้ในบางกรณี แต่ค่าใช้จ่ายในการสร้างเว็บไซต์ทุกประเภทไม่ได้บันทึกเป็นสินทรัพย์ได้ทั้งหมด</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong><strong><strong><strong>สินทรัพย์ไม่มีตัวตนคิดค่าเสื่อมราคาหรือไม่ ?</strong></strong></strong></strong></strong></h3>



<p class="has-link-color wp-elements-179 wp-block-paragraph">โดยทั่วไปจะไม่เรียกว่า<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-depreciation/" data-type="post" data-id="18791">ค่าเสื่อมราคา</a> แต่ใช้คำว่าค่าตัดจำหน่าย สำหรับสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่มีอายุการใช้ประโยชน์ทราบได้แน่นอน</p>



<p class="wp-block-paragraph">แนวคิดมีลักษณะคล้ายกัน คือ ทยอยรับรู้ต้นทุนของสินทรัพย์ตามช่วงเวลาที่กิจการได้รับประโยชน์ แต่ศัพท์ทางบัญชีที่ใช้กับสินทรัพย์ไม่มีตัวตนคือ ค่าตัดจำหน่าย</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong><strong>สรุป</strong></strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์ไม่มีตัวตน คือ สินทรัพย์ที่ไม่มีลักษณะทางกายภาพ แต่สามารถระบุได้ อยู่ภายใต้การควบคุมของกิจการ และสามารถสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้ธุรกิจในอนาคตได้ แต่สิ่งสำคัญที่เจ้าของธุรกิจควรจำไว้คือ ไม่ใช่สิ่งที่จับต้องไม่ได้ทุกอย่างจะสามารถบันทึกเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ก่อนบันทึกรายการ ควรพิจารณาอย่างน้อยว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รายการหรือสิทธินั้นสามารถระบุได้หรือไม่</li>



<li>ธุรกิจมีสิทธิหรือสามารถควบคุมประโยชน์จากรายการนั้นหรือไม่</li>



<li>คาดว่าจะสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจในอนาคตหรือไม่</li>



<li>สามารถวัดต้นทุนได้อย่างน่าเชื่อถือหรือไม่</li>



<li>มีระยะเวลาของสิทธิหรืออายุการใช้ประโยชน์เท่าใด</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">หากยังไม่แน่ใจว่ารายจ่ายที่ธุรกิจจ่ายไปควรบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายหรือสินทรัพย์ การส่งรายละเอียดให้ชอบการบัญชีช่วยตรวจสอบตั้งแต่ต้น จะช่วยลดปัญหาการแก้ไขรายการย้อนหลัง และทำให้งบการเงินสะท้อนข้อมูลของธุรกิจได้เหมาะสมมากขึ้นค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อ้างอิง :</p>



<p class="has-link-color wp-elements-180 wp-block-paragraph">1. <a href="https://acpro-std.tfac.or.th/test_std/uploads/files/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%206/13%20%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20TAS%2038%20up_post%20(1).pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">คู่มืออธิบายมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 38 เรื่อง สินทรัพย์ไม่มีตัวตน</a><br>2. <a href="https://www.tfac.or.th/upload/9414/mGr6h9D6ux.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ประกาศสภาวิชาชีพบัญชี เรื่องมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 38</a></p>



<p class="has-link-color wp-elements-181 wp-block-paragraph"><strong>ติดต่อ Chob Accounting</strong><br>โทร : <a href="tel:0941594561" target="_blank" rel="noreferrer noopener">094-159-4561</a><br>Facebook : <a href="https://www.facebook.com/chobaccounting/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สำนักงานบัญชีคุณภาพ ชอบการบัญชี ออนไลน์</a><br>Line : <a href="https://lin.ee/HoBCNbLj" target="_blank" rel="noreferrer noopener">@chobaccounting</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-isintangible-assets/">สินทรัพย์ไม่มีตัวตน คืออะไร ? ทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ สำหรับธุรกิจ</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
