ภาษีมูลค่าเพิ่ม คืออะไร จำเป็นต้องจดไหม ?

การเริ่มต้นทำธุรกิจ หรือเปิดกิจการเป็นของตัวเองนั้น จำเป็นที่จะต้องอาศัยการบูรณาการความรู้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจนั้น ๆ ให้รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเข้าใจความต้องการของลูกค้า การวางแผนเรื่องเงินทุน หรือการศึกษาคู่แข่งทั้งทางตรง และทางอ้อม นอกจากนั้นแล้ว ยังมีสิ่งหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง นั่นก็คือเรื่อง “ภาษีมูลค่าเพิ่ม”

และในวันนี้ ชอบการบัญชี จะขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมกับค้นหาคำตอบของคำถามที่ว่า จำเป็นที่จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ทุกกิจการไหม ? ให้เข้าใจง่ายที่สุดค่ะ

ภาษีมูลค่าเพิ่ม คืออะไร ?

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax) หรือ VAT คือ ภาษีทางอ้อมที่เก็บจากการขายสินค้า หรือการให้บริการในแต่ละขั้นตอนการผลิตและจำหน่าย ทั้งภายในประเทศและนำเข้า ปัจจุบันจัดเก็บในอัตรา 7% โดยผู้บริโภคเป็นผู้จ่าย และผู้ประกอบการที่จดทะเบียน (รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี) มีหน้าที่เรียกเก็บภาษี และนำส่งให้กรมสรรพากร

อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม

การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม แบ่งออกเป็น 2 อัตรา ดังนี้

1. อัตราภาษี 10 %

ตามมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ใช้อัตราภาษี 10 % ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการประกอบกิจการ ดังต่อไปนี้

1. การขายสินค้า
2. การให้บริการ
3. การนำเข้า

ในปัจจุบัน จัดเก็บในอัตราภาษี 7 % ตามพระราชกฤษฎีกาลดภาษีมูลค่าเพิ่ม ในปี 2540 เพื่อลดภาระเรื่องค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนในช่วงที่ประเทศต้องเผชิญกับ “วิกฤตต้มยำกุ้ง”

2. อัตราภาษี 0 %

ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ใช้อัตราภาษี 0 % ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการประกอบกิจการประเภทต่างๆ ดังต่อไปนี้

1. การส่งออกสินค้าของผู้ประกอบการจดทะเบียน
2. การให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักร และได้มีการใช้บริการนั้น ในต่างประเทศตามประเภท หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
3. การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศโดยอากาศยาน หรือเรือเดินทะเล ที่กระทำโดยผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคล
4. การขายสินค้า หรือการให้บริการกับกระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ ตามโครงการเงินกู้ หรือเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ
5. การขายสินค้า หรือการให้บริการกับองค์การสหประชาชาติ ทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ สถานเอกอัครราชทูต สถานทูต สถานกงสุลใหญ่ สถานกงสุล
6. การขายสินค้า หรือการให้บริการระหว่างคลังสินค้าทัณฑ์บนกับคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือระหว่างผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการอยู่ในเขตปลอดอากร ไม่ว่าจะอยู่ในเขตเดียวกันหรือไม่ หรือระหว่างคลังสินค้าทัณฑ์บนกับผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการอยู่ในเขตปลอดอากร

จำเป็นต้องจดทะเบียน VAT ทุกกิจการไหม ?

สำหรับผู้ประกอบการ หรือเจ้าของธุรกิจ ที่สงสัยว่าจำเป็นที่จะต้องจด VAT หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะของธุรกิจ หรือรายได้ที่ได้รับ ตามกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม ในกรณีที่ผู้ประกอบการมีรายได้มากกว่า 1.8 ล้านบาท / ปี ต้องจดทะเบียน VAT ยกเว้นอยู่ในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับการยกเว้น เช่น การขายสินค้าเกษตรกรรม การให้บริการด้านการศึกษา หรือการรักษาพยาบาล เป็นต้น

VAT เก็บจากใคร ใครคือผู้จ่ายที่แท้จริง

VAT คือภาษีที่เรียกเก็บจากผู้บริโภค โดยที่ผู้ขาย หรือผู้ให้บริการ ไม่ต้องจ่าย VAT โดยตรง ฉะนั้นแล้ว ผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นบุคคลทั่วไป พนักงานออฟฟิศ รวมถึงร้านค้า หรือบริษัทต่าง ๆ คือผู้จ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มที่แท้จริง

จะรู้ได้ยังไง ว่าต้องจ่าย VAT เท่าไหร่ ?

ภาษีขาย – ภาษีซื้อ = ภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่ต้องจ่าย

การยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่เจ้าของธุรกิจ หรือผู้ประกอบการทุกคนควรให้ความสำคัญ โดยเฉพาะธุรกิจหน้าใหม่ ที่มีโอกาสเติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

บทความที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจใดบ้าง ที่ไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

รู้ไว้ใช่ว่า ! ธุรกิจใดบ้างที่ไม่ต้องจด VAT ?

เมื่อพูดถึง “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” หรือ VAT หลาย ๆ คน อาจจะคิดว่าผู้ประกอบการ หรือธุรกิจทุกประเภท จำเป็นต้องจดทะเบียน VAT ให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่า มีธุรกิจบางประเภทที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือที่เรียกว่า “Non Vat” นั่นเองค่ะ โดยทั่วไปแล้ว ผู้ประกอบการ

ข้อดี-ข้อเสียของการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อดี-ข้อเสียของการจด VAT ที่ธุรกิจใหม่ต้องรู้

สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจ หนึ่งในคำถามที่ได้ยินบ่อยมากก็คือ ต้องจด VAT ไหม จดแล้วดีกว่ายังไง หรือต้องเสียภาษีเพิ่มหรือเปล่า ซึ่งก่อนที่จะตอบคำถามเหล่านี้ได้ จะต้องทำความรู้จักภาษีมูลค่าเพิ่มกันก่อนนะคะ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT : Value Added Tax) คือ ภาษีทางอ้อมที่เรียกเก็บจากการขายสินค้าและให้บริการในประเทศไทย อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทยปัจจุบันอยู่ที่ 7% ของราคาสินค้า

e-Tax Invoice คืออะไร ?

e-Tax Invoice คืออะไร ต่างจากใบกำกับภาษีปกติอย่างไร ?

ทุกกิจการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ย่อมคุ้นเคยกับใบกำกับภาษีที่ต้องออกให้ลูกค้าเมื่อมีการขายสินค้า หรือให้บริการเป็นอย่างดี แต่ในปัจจุบันนีั กรมสรรพากรได้พัฒนาระบบ e-Tax Invoice หรือใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อช่วยให้การออกและส่งเอกสารภาษีสะดวกขึ้น ลดการใช้เอกสารกระดาษ และเพิ่มความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูล e-Tax Invoice คืออะไร ? e-Tax Invoice หรือ ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ คือ