ก่อนที่จะทำความเข้าใจเรื่องงบการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ (ส่วนของผู้ถือหุ้น) เราต้องเข้าใจก่อนนะคะว่า “ส่วนของเจ้าของ” คืออะไร ?
ส่วนของเจ้าของ หรือ ส่วนของผู้ถือหุ้น (Owners’ Equity หรือ Shareholders’ Equity) คือ มูลค่าสุทธิของสินทรัพย์ที่เหลืออยู่หลังจากหักหนี้สินทั้งหมดแล้ว ซึ่งเป็นสัดส่วนความเป็นเจ้าของในกิจการ โดยคำนวณจากสูตร ส่วนของเจ้าของ = สินทรัพย์ทั้งหมด – หนี้สินทั้งหมด ส่วนของเจ้าของ จะแสดงถึงสิทธิ์ที่เจ้าของ หรือผู้ถือหุ้นสามารถเรียกร้องได้ในบริษัท
งบการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ คืออะไร ?
งบการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ (Statement of changes in equity) คือ รายงานทางการเงินที่แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของส่วนของเจ้าของ และส่วนของผู้ถือหุ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยมีจุดประสงค์เพื่อกระทบยอดรายการต่าง ๆ ในส่วนของเจ้าของ เช่น ทุนที่ออก และชำระแล้ว, กำไร (ขาดทุน) สะสม และกำไรสุทธิในแต่ละงวด

งบการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ และงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น คืองบเดียวกันใช่ไหม ?
งบการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ และ งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น คืองบเดียวกันค่ะ โดยที่ “งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น” ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “งบการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ” ตามประกาศของสภาวิชาชีพบัญชี ให้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2567 เป็นต้นไป
ในการจัดทำงบการเงินตาม TFRS for NPAEs หากเลือกใช้คำใหม่ หรือเลือกใช้คำเดิม ให้ถือว่างบการเงินนั้น ๆ จัดทำขึ้นตาม TFRS for NPAEs
ทำไมต้องมีงบการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ ?
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องแยกงบการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของออกมาต่างหาก ในเมื่อข้อมูลบางส่วนก็ปรากฏอยู่ในงบฐานะการเงินอยู่แล้ว คำตอบก็คืองบฐานะการเงินแสดงยอดคงเหลือสุดท้ายของส่วนของเจ้าของในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่ได้บอกว่าตัวเลขนั้น มีการเปลี่ยนแปลง หรือมีที่มาที่ไปอย่างไร
ตัวอย่างงบการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ แบบเข้าใจง่าย
สำหรับตัวอย่าง เราขอยกงบการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของของบริษัท ชอบการบัญชี จำกัด ในปี 2567 มาประกอบการอธิบาย โดยการจำแนกออกเป็นส่วนต่าง ๆ ดังนี้

1. ยอดยกมา ณ ต้นงวด
ยอดยกมา ณ ต้นงวด คือ ยอดส่วนของเจ้าของ หรือผู้ถือหุ้นที่มีอยู่ก่อนเริ่มงวดบัญชีใหม่ เช่น เงินลงทุนของเจ้าของ กำไรสะสม และส่วนเกินทุน
ตัวอย่าง
ปี 2566
- ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 200,000 บาท
- กำไร (ขาดทุน) สะสม 800,022.25 บาท
- รวมส่วนของเจ้าของ 600,022.25 บาท
ปี 2567
- ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 200,000 บาท (ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากปีที่แล้ว)
- กำไร (ขาดทุน) สะสม 1,070,784.38 บาท
- รวมส่วนของเจ้าของ 870,784.38 บาท
ทุนจดทะเบียนที่อยู่ในงบการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ คือทุนจดทะเบียนที่ได้รับการชำระแล้ว ซึ่งหมายถึงเงินทุนที่ผู้ถือหุ้นได้ชำระให้กับบริษัทแล้ว
2. รายการเปลี่ยนแปลงระหว่างงวด
รายการเปลี่ยนแปลงระหว่างงวด คือ ส่วนที่แสดงว่าตลอดปีมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง เช่น มีกำไรเพิ่ม ถอนทุน หรือจ่ายปันผล
ตัวอย่าง
ปี 2566
- กำไร (ขาดทุน) สุทธิ = 270,762.13 บาท
- ไม่มีการเพิ่ม หรือถอนทุนจดทะเบียน
ปี 2567
- กำไร (ขาดทุน) สุทธิ = 1,031,942.79 บาท
- ไม่มีการเพิ่มทุน หรือถอนทุนจดทะเบียน
3. ยอดคงเหลือ ณ สิ้นงวด
ยอดคงเหลือ ณ สิ้นงวด คือ ผลรวมของส่วนของเจ้าของ หลังจากนำการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดมาคำนวณแล้ว
ตัวอย่าง
ปี 2566
- ทุนที่ชำระแล้ว 200,000 บาท
- กำไร (ขาดทุน) สะสม 1,070,784.38 บาท
- รวมส่วนของเจ้าของ 870,784.38 บาท
ปี 2567
- ทุนที่ชำระแล้ว 200,000 บาท
- กำไร (ขาดทุน) สะสม 38,841.59 บาท
- รวมส่วนของเจ้าของ 161,158.41 บาท
งบการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ ใช้ทำอะไรได้บ้าง ?
1. ประเมินนโยบายทางการเงิน
งบการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของช่วยให้ผู้บริหาร และผู้ถือหุ้นเห็นว่าบริษัทมีนโยบายในการจัดสรรกำไรอย่างไร ไม่ว่าจะเป็น เก็บสะสมไว้ในธุรกิจเพื่อขยายการลงทุน (เพิ่มกำไรสะสม) หรือจ่ายปันผลออกไปให้ผู้ถือหุ้น
2. วิเคราะห์คุณภาพของกำไร
งบการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ ทำหน้าที่เปิดเผยว่าการเปลี่ยนแปลงในส่วนของเจ้าของนั้น มาจากกำไรสุทธิจากการดำเนินงานหลัก หรือมาจาก รายการที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโดยตรง เช่น รายการกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (OCI) ที่มาจากการตีราคาสินทรัพย์ใหม่ ซึ่งช่วยให้ประเมินความยั่งยืนของมูลค่ากิจการได้
3. ตรวจสอบความสอดคล้องของงบการเงิน
งบการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างงบกำไรขาดทุน (นำกำไรสุทธิมาใช้) กับงบฐานะการเงิน (ยืนยันยอดรวมส่วนของเจ้าของปลายงวด) ทำให้มั่นใจได้ว่างบการเงินทั้งชุด มีความสอดคล้อง และถูกต้อง
4. การตัดสินใจของนักลงทุน
นักลงทุนใช้ข้อมูลในงบการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ เพื่อวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงของมูลค่าที่แท้จริงที่เป็นของตนเอง และประเมินว่าการบริหารเงินทุนของบริษัท มีความสมเหตุสมผล และเอื้อต่อการเติบโตในอนาคตหรือไม่
สรุป – ทำไมเจ้าของธุรกิจ ควรเข้าใจงบการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ
งบการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ คือ การสรุปความเคลื่อนไหวของเงินทุนที่เจ้าของใส่เข้ามาในธุรกิจ รวมถึงกำไร หรือขาดทุนที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง และเงินที่เจ้าของถอนออกไป หากเทียบกับชีวิตประจำวัน มันก็เหมือนบัญชีสะสมทรัพย์ของเจ้าของธุรกิจที่แสดงให้เห็นว่าตลอดปีที่ผ่านมา เจ้าของใส่เงินเข้าไปเท่าไร ได้กำไรจากการดำเนินงานมากน้อยแค่ไหน และถอนเงินออกมาใช้มากน้อยแค่ไหนนั่นเองค่ะ

บริการปิดงบการเงิน ทำบัญชี และยื่นภาษี โดยทีมงานมากประสบการณ์
สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการผู้ช่วยดูแลงานบัญชีให้ถูกต้อง ทั้งงานปิดงบการเงิน ทำบัญชีรายเดือน และยื่นภาษีให้ครบถ้วนตามกฎหมาย ทีมงานของเราพร้อมดูแลให้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดระบบเอกสาร บันทึกบัญชี ไปจนถึงยื่นงบต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมสรรพากร
ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มทำธุรกิจ หรือเคยมีประสบการณ์ด้านบัญชีมาก่อนหรือไม่ เรายินดีช่วยวางระบบบัญชีที่ใช้งานง่าย ตรวจสอบได้จริง และให้คำแนะนำด้านภาษีที่เหมาะกับธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ หากต้องการที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้เรื่องการปิดงบการเงิน ทำบัญชี และยื่นภาษี ติดต่อเข้ามาที่ชอบการบัญชีได้ค่ะ
อ้างอิง :





