ผู้สอบบัญชี คือใคร ? สรุปหน้าที่ และความสำคัญ ที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้

ผู้สอบบัญชี คือใคร ?

ผู้สอบบัญชี คือ ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบงบการเงิน และมีหน้าที่แสดงความเห็นว่างบการเงินของกิจการถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่ เพื่อให้ผู้ถือหุ้น เจ้าหนี้ นักลงทุน หรือหน่วยงานรัฐนำข้อมูลทางการเงินไปใช้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ในทางปฏิบัติ ผู้สอบบัญชีมีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจ ดังนี้

  • ช่วยเพิ่มความเชื่อถือให้งบการเงิน
  • ช่วยสะท้อนความเสี่ยง หรือจุดอ่อนของระบบบัญชี
  • ช่วยให้การยื่นงบการเงินเป็นไปตามข้อกำหนดของรัฐ
  • ช่วยให้ผู้บริหาร และผู้ถือหุ้น ได้รับข้อมูลทางการเงินของธุรกิจที่มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

หน้าที่ของผู้สอบบัญชี

2. ประเมินความถูกต้อง และความสมเหตุสมผล
นอกจากการตรวจสอบแล้ว ผู้สอบบัญชียังต้องดูว่ารายการรับรู้รายการนั้น ถูกต้องตามหลักบัญชีภาษีหรือไม่ เช่น รับรู้รายได้ถูกงวดหรือเปล่า มีหนี้ค้างจ่ายที่ยังไม่บันทึกหรือไม่ หรือมีรายการที่ไม่ได้เปิดเผยเพิ่มเติมหรือไม่

3. แสดงความเห็นในรายงานผู้สอบบัญชี
ผลลัพธ์สำคัญของงานสอบบัญชีคือ รายงานของผู้สอบบัญชี ซึ่งจะระบุความเห็นต่องบการเงิน เช่น ไม่มีเงื่อนไข, มีเงื่อนไข, ไม่แสดงความเห็น หรือเห็นว่างบไม่ถูกต้องตามสมควร โดยระบบ DBD e-Filing จะมีช่องให้กรอกข้อมูลผู้สอบบัญชีรับอนุญาต วันที่รับรองงบ และเงื่อนไขการแสดงความเห็นในรายงานการสอบบัญชีโดยตรง

4. รักษาความเป็นอิสระ และจรรยาบรรณ
ผู้สอบบัญชีต้องเป็นอิสระจากกิจการที่ตนเองตรวจสอบ เพราะถ้ามีผลประโยชน์ทับซ้อน ความน่าเชื่อถือของรายงานทางการเงินจะลดลงทันที

คุณสมบัติของผู้สอบบัญชี

โดยทั่วไป ผู้สอบบัญชีที่ลงลายมือชื่อรับรองงบการเงิน ต้องมีคุณสมบัติตามกฎหมาย และหลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับของสภาวิชาชีพบัญชี ดังนี้

  • ต้องมีใบอนุญาต หรือสถานะวิชาชีพถูกต้องตามประเภทงาน
  • ต้องผ่านหลักเกณฑ์การฝึกหัดงาน/ฝึกอบรมตามที่กำหนด
  • ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย หรือข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับ
  • หากเป็นผู้สอบบัญชีตลาดทุน ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. เพิ่มเติมจากการเป็นผู้สอบบัญชีทั่วไป
ประเภทของผู้สอบบัญชี

ประเภทของผู้สอบบัญชี

ผู้สอบบัญชี สามารถแบ่งประเภทตามสังกัดหน้าที่การทำงาน ขอบเขตงาน และกลุ่มกิจการที่ตรวจสอบได้ ดังนี้

1. ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA)

2. ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทั่วไป (CPA)

3. ผู้สอบบัญชีตลาดทุน (List of auditors approved by the office of SEC)

ผู้สอบบัญชีตลาดทุน คือ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ที่ได้รับความเห็นชอบเพิ่มเติมจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้สามารถสอบบัญชี และลงนามรับรองงบการเงินของกิจการในตลาดทุน หรือกิจการที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ได้ โดยมีการกำหนดคุณสมบัติรายบุคคล และคุณสมบัติของสำนักงานสอบบัญชีเพิ่มเติมจากผู้สอบบัญชีทั่วไป และความเห็นชอบมีอายุคราวละไม่เกิน 5 ปี

4. ผู้ตรวจสอบภายใน (IA)

ผู้ตรวจสอบภายใน (IA) คือ ผู้ที่ช่วยตรวจสอบระบบควบคุมภายใน กระบวนการทำงาน ความเสี่ยง และการปฏิบัติตามนโยบายขององค์กรจากมุมภายใน ไม่ใช่ผู้สอบบัญชีที่มารับรองงบการเงินต่อหน่วยงานภายนอก

เคล็ดลับการเลือกผู้สอบบัญชี

1. ตรวจสอบคุณสมบัติขั้นพื้นฐาน
ผู้สอบบัญชีต้องเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) หรือผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง และตรวจสอบว่าใบอนุญาตยังใช้งานได้ปกติเท่านั้น

2. พิจารณาประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ
เลือกผู้สอบบัญชีที่มีประสบการณ์ตรงในธุรกิจประเภทเดียวกัน เพราะจะมีเข้าใจในธุรกิจ และความเสี่ยงเฉพาะกลุ่มได้ดีกว่า

3. ประเมินความเป็นอิสระ และจรรยาบรรณ
ผู้สอบบัญชีต้องมีความเป็นอิสระ ไม่มีส่วนได้เสีย หรือความสัมพันธ์ส่วนตัวกับบริษัทที่ว่าจ้าง เพื่อความโปร่งใสในการทำงาน

4. ตรวจสอบหลักฐานการรับงาน (หนังสือตอบรับ)
ต้องจัดทำหนังสือตอบรับงานการตรวจสอบ และรับรองบัญชี (Engagement Letter) เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อยืนยันขอบเขตการทำงาน

5. ประเมินทีมงาน และแนวทางการทำงาน
ทีมงานของผู้สอบบัญชี ต้องมีความรู้เรื่องมาตรฐานรายงานทางการเงิน และผู้สอบบัญชีต้องลงมาตรวจสอบจริง

6. การพิจารณาค่าตอบแทน
ค่าสอบบัญชีควรสมเหตุสมผลตามขอบเขตงาน ไม่ควรเลือกเพราะราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว

สรุป

ผู้สอบบัญชี คือ ผู้เชี่ยวชาญอิสระที่ช่วยตรวจสอบ และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้งบการเงินของธุรกิจ แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้การรู้ความหมาย คือการรู้ว่าธุรกิจของคุณต้องใช้ผู้สอบบัญชีประเภทไหน เพราะผู้สอบบัญชีแต่ละประเภท มีอำนาจหน้าที่ และขอบเขตงานไม่เหมือนกัน หากเลือกให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ก็จะทำให้การปิดงบการเงินดำเนินไปอย่างถูกต้อง และช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาเรื่องบัญชีและภาษีในระยะยาวได้เป็นอย่างมาก

สำหรับเจ้าของธุรกิจทั่วไป โดยเฉพาะบริษัทจำกัด ประเด็นที่ควรโฟกัสคือการเลือกผู้สอบบัญชีที่มีสถานะถูกต้อง ตรวจสอบได้ สื่อสารได้ดี และเข้าใจธุรกิจของคุณจริง เพราะผู้สอบบัญชีที่ดีไม่ใช่แค่ผู้ลงลายมือชื่อในงบการเงิน แต่เป็นหนึ่งในคนสำคัญที่ช่วยให้ข้อมูลทางการเงินของธุรกิจน่าเชื่อถือนั่นเองค่ะ

อ้างอิง :

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย !

บทความที่เกี่ยวข้อง

มูลค่าตามบัญชี คืออะไร ?

มูลค่าตามบัญชี คืออะไร ? คำนวณยังไง ต่างจากราคาทุนอย่างไร

เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่คุ้นเคยกับคำว่าราคาทุนของเครื่องจักร รถยนต์ หรืออุปกรณ์ในกิจการเป็นอย่างดี แต่เมื่อถึงเวลาต้องยื่นขอสินเชื่อจากธนาคาร ขายสินทรัพย์มือสอง หรือดูงบการเงินตอนปิดบัญชีประจำปี มักสับสนกับตัวเลขอีกตัวที่เรียกว่ามูลค่าตามบัญชี ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่เท่ากับราคาทุนตอนซื้อ ในบทความนี้ชอบการบัญชี จะอธิบายอย่างละเอียดว่ามูลค่าตามบัญชีคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร คำนวณอย่างไร และแตกต่างจากราคาทุนกับมูลค่าตลาดตรงไหนบ้าง เพื่อให้เจ้าของธุรกิจนำไปใช้ในการตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง มูลค่าตามบัญชี คืออะไร ? มูลค่าตามบัญชี (Book Value)

ธุรกิจใหม่ เริ่มทำบัญชีเมื่อไหร่ดี ?

ธุรกิจใหม่ ควรเริ่มทำบัญชีตอนไหน ?

สำหรับกิจการที่เพิ่งเริ่มขายสินค้า รับงานแรก หรือให้บริการได้ไม่นาน หลายคนมักสงสัยว่าต้องเริ่มทำบัญชีทันทีเลยไหม หรือรอให้มีรายได้มากกว่านี้ก่อนก็ได้ ? คำตอบคือ ควรเริ่มบันทึกรายรับ รายจ่าย และเก็บเอกสารตั้งแต่มีรายการทางธุรกิจครั้งแรก ไม่ต้องรอให้ยอดขายสูง ไม่ต้องรอให้ธุรกิจมีกำไร และไม่ต้องรอให้เอกสารเยอะ เพราะการเริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่ต้นนั้นง่ายกว่าการย้อนกลับมาไล่หาเอกสารทีหลังมาก ๆ แต่ก่อนจะไปดูรายละเอียด อยากให้แยก 2 เรื่องนี้ออกจากกันก่อน 1.

จะจ้างสำนักงานบัญชีทำไม หากทำบัญชีด้วยตัวเองได้

จะจ้างสำนักงานบัญชีทำไม ในเมื่อทำบัญชีเองได้ ?

เจ้าของธุรกิจหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ หรือขนาดเล็ก อาจจะมีโปรแกรมบัญชีที่ใช้งานอยู่ นอกจากนั้นแล้ว ยังมีระบบการบันทึกบัญชีที่ดี ทั้งยังสามารถทำบัญชีได้เองทุกขั้นตอน ก็อาจจะมีคำถามเกิดขึ้นมาในใจว่า “จะจ้างสำนักงานบัญชีทำไม ในเมื่อเราสามารถทำบัญชีได้เอง” อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะสามารถทำบัญชีได้เองทุกขั้นตอน ก็ยังต้องจ้างสำนักงานบัญชี หรือนักบัญชีเพื่อลงนามในรายงานก่อนที่จะทำการยื่นภาษี ตามข้อกำหนดของกรมสรรพากรนั่นเอง นอกจากนั้นแล้ว ยังเป็นการลดความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาดได้ด้วยค่ะ ทำไมต้องจ้างสำนักงานบัญชี ? ช่วยลดภาระงานเอกสารและงานบัญชี