ประกันสังคม คืออะไร ? เกี่ยวข้องกับงานบัญชี และภาษีอย่างไร ?

ประกันสังคม คืออะไร? เกี่ยวข้องกับงานบัญชี และภาษีอย่างไร

ประกันสังคม คืออะไร ?

ประกันสังคม หรือกองทุนประกันสังคม คือ ระบบสวัสดิการภาครัฐที่สร้างหลักประกันในการดำเนินชีวิตให้แก่คนทำงาน โดยลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐบาล ร่วมกันส่งเงินสมทบเข้ากองทุน เพื่อเฉลี่ยความเสี่ยงและดูแลผู้ประกันตน

โดยหลักแล้ว เงินสมทบประกันสังคมจะถูกนำไปใช้เป็นสิทธิประโยชน์เมื่อเกิดเหตุสำคัญ เช่น เจ็บป่วย หรือคลอดบุตร ซึ่งจำนวนสิทธิและเงื่อนไขจะแตกต่างกันตามประเภทของผู้ประกันตน

ในมุมของเจ้าของธุรกิจ ประกันสังคมเป็นหนึ่งในหน้าที่พื้นฐานของกิจการเมื่อมีการจ้างงาน เพราะนายจ้างต้องขึ้นทะเบียนลูกจ้าง หักเงินสมทบจากค่าจ้าง และนำส่งเงินสมทบทั้งส่วนของลูกจ้างและนายจ้างให้ถูกต้องตามกำหนดเวลา

ผู้ประกันตน มีกี่ประเภท ?

ผู้ประกันตน ในระบบประกันสังคมแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

ผู้ประกันตนมาตรา

1. ผู้ประกันตนมาตรา 33

ผู้ประกันตนมาตรา 33 คือ ลูกจ้างในสถานประกอบการเอกชน หรือพนักงานทั่วไป ที่อยู่ในระบบประกันสังคม โดยนายจ้างมีหน้าที่ขึ้นทะเบียนให้ลูกจ้างภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน และต้องนำส่งเงินสมทบ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

เงินสมทบมาตรา 33 เป็นเงินที่นายจ้างและลูกจ้าง ต้องนำส่งเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือน โดยคำนวณจากค่าจ้างตามอัตราที่กฎหมายกำหนด และได้รับความคุ้มครอง 7 กรณี ได้แก่

  1. เจ็บป่วย
  2. คลอดบุตร
  3. ทุพพลภาพ
  4. เสียชีวิต
  5. สงเคราะห์บุตร
  6. ชราภาพ
  7. ว่างงาน

วิธีคำนวณประกันสังคม มาตรา 33

เงินสมทบจะคำนวณจากค่าจ้างรายเดือน โดยมีฐานค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 1,650 บาท และฐานค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท ในอัตราปกติที่ใช้ทั่วไปคือ ฝั่งลูกจ้าง 5% และฝั่งนายจ้าง 5% โดยคำนวณตามสูตร

“เงินสมทบประกันสังคม = ฐานค่าจ้าง × อัตราเงินสมทบ”

ตัวอย่าง บริษัท A จ่ายเงินเดือนพนักงาน 20,000 บาท แบ่งออกเป็น

  • ลูกจ้างจ่าย = 20,000 × 5% = 750 บาท
  • นายจ้างจ่าย = 20,000 × 5% = 750 บาท

ต้องนำส่งเงินประกันสังคมทั้งสิ้น 1,500 บาท

ผู้ประกันตนมาตรา 39

2. ผู้ประกันตนมาตรา 39

ผู้ประกันตนมาตรา 39 คือ ผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาก่อน แล้วลาออกจากงาน แต่ต้องการรักษาสิทธิประกันสังคมต่อ

โดยต้องยื่นสมัครภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่ลาออกจากงาน และส่งเงินสมทบเองเดือนละ 432 บาท ซึ่งคำนวณจากฐานคำนวณคงที่ 4,800 บาท และอัตราเงินสมทบ 9% โดยต้องนำส่งเงินสมทบ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

เหมาะสำหรับผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วออกมาเป็นฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการ หรืออยู่ระหว่างเปลี่ยนงาน แต่ยังต้องการมีสิทธิรักษาพยาบาลและสิทธิประโยชน์ต่อเนื่องจากระบบเดิม ได้รับความคุ้มครอง 6 กรณี ได้แก่

  1. เจ็บป่วย
  2. คลอดบุตร
  3. ทุพพลภาพ
  4. เสียชีวิต
  5. สงเคราะห์บุตร
  6. ชราภาพ

3. ผู้ประกันตนมาตรา 40

ผู้ประกันตนมาตรา 40 คือ ผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือแรงงานนอกระบบที่สมัครใจเข้าสู่ระบบประกันสังคมด้วยตนเอง เช่น พ่อค้าแม่ค้า ฟรีแลนซ์ ไรเดอร์ ช่างอิสระ หรือเจ้าของกิจการขนาดเล็กที่ไม่ได้เป็นลูกจ้างในบริษัท

ผู้สมัครสามารถเลือกแผนเงินสมทบได้ตามสิทธิประโยชน์ที่ต้องการ และไม่ได้มีนายจ้างนำส่งแทนเหมือนมาตรา 33 โดยนำส่งเงินสมทบภายในสิ้นเดือนนั้น ๆ ด้วยตัวเอง สามารถจ่ายล่วงหน้าได้สูงสุด 12 งวด หากหักผ่านบัญชีธนาคาร จะทำการหักเงินทุกวันที่ 20 ของเดือน

ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ต้องนำส่งเงินสบทบตามทางเลือกที่ได้สมัครไว้กับทางสำนักงานประกันสังคม ดังนี้

  1. จ่ายเงินสมทบ 70 บาทต่อเดือน
  2. จ่ายเงินสมทบ 100 บาทต่อเดือน
  3. จ่ายเงินสมทบ 300 บาทต่อเดือน

ประกันสังคมเกี่ยวข้องกับบัญชีอย่างไร ?

1. การคำนวณเงินเดือนและเงินสมทบ
เมื่อกิจการมีลูกจ้าง นายจ้างต้องหักเงินสมทบจากค่าจ้างของลูกจ้าง และนายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบในส่วนของนายจ้างด้วย โดยนายจ้างมีหน้าที่หักเงินสมทบส่วนของลูกจ้างทุกครั้งที่จ่ายค่าจ้าง และร่วมจ่ายสมทบในฝั่งนายจ้างตามอัตราที่กฎหมายกำหนด

3. การนำส่งแบบและเงินสมทบ
นายจ้างต้องนำส่งเงินสมทบส่วนของนายจ้าง และส่วนของผู้ประกันตนมาตรา 33 พร้อมเอกสารแบบ สปส.1-10 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หรือจัดทำผ่านระบบ e-service ภายในวันที่ 22 ของเดือนถัดไป

4. การจัดเก็บเอกสารประกอบบัญชี
กิจการต้องเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้สำหรับการตรวจสอบ เช่น

  • รายงานเงินเดือน
  • รายละเอียดการหักเงินสมทบ
  • แบบ สปส.1-10
  • หลักฐานการชำระเงิน
  • เอกสารแจ้งเข้า-ออกพนักงาน
  • เอกสารเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้ประกันตน

โดยจัดเก็บไว้อย่างน้อย 5 ปี ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543

ประกันสังคมเกี่ยวข้องกับภาษีอย่างไร ?

ประกันสังคมเกี่ยวข้องกับภาษีทั้งฝั่งพนักงานและนายจ้าง โดยพนักงานสามารถนำเงินสมทบประกันสังคมไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไข ส่วนฝั่งนายจ้าง เงินสมทบที่กิจการจ่ายในส่วนของนายจ้างสามารถใช้เป็นค่าใช้จ่ายของกิจการได้ หากมีเอกสารและการบันทึกบัญชีถูกต้อง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการทำบัญชีประกันสังคม

1. ไม่ขึ้นทะเบียนพนักงานใหม่ภายในกำหนด: สำนักงานประกันสังคมกำหนดให้นายจ้างขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนภายใน 30 วันนับแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน
2. ไม่แจ้งพนักงานลาออก: กรณีลูกจ้างลาออกหรือเลิกจ้าง นายจ้างต้องแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป โดยใช้แบบ สปส.6-09
3. ส่งเงินสมทบล่าช้า: หากนายจ้างหรือผู้ประกันตนมาตรา 39 ไม่นำส่งเงินสมทบหรือนำส่งไม่ครบภายในเวลาที่กำหนด ต้องจ่ายเงินเพิ่มตามกฎหมายในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือนของเงินสมทบที่ค้างชำระ
4. บันทึกบัญชีรวมผิดหมวด: ไม่ควรนำเงินสมทบส่วนลูกจ้างและส่วนนายจ้างไปรวมเป็นค่าใช้จ่ายเดียวกันทั้งหมด เพราะส่วนของลูกจ้างเป็นเงินที่หักไว้เพื่อนำส่ง ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายของกิจการ
5. ไม่ตรวจสอบฐานค่าจ้างและอัตราเงินสมทบล่าสุด: ฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบมีผลต่อยอดเงินที่ต้องนำส่ง โดยสำนักงานประกันสังคมระบุฐานค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้คำนวณเงินสมทบมาตรา 33 ไว้ในระบบข้อมูลเงินสมทบ และมีการปรับฐานค่าจ้างเป็นระยะ ดังนั้น ก่อนที่จะคำนวณควรตรวจสอบประกาศล่าสุดจากสำนักงานประกันสังคมหรือราชกิจจานุเบกษาให้ชัดเจนก่อน

เจ้าของกิจการ ควรจ้างสำนักงานบัญชีช่วยจัดการเงินประกันสังคมหรือไม่ ?

เจ้าของกิจการควรจ้างสำนักงานบัญชีช่วยจัดการประกันสังคม หากพนักงานประจำมีการเข้า-ออกบ่อย หรือไม่มีทีมจัดการระบบเงินเดือนภายใน เพราะประกันสังคมมีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายแรงงาน การทำบัญชี ภาษี และเอกสารราชการ

สำหรับกิจการขนาดเล็ก เจ้าของมักมองว่าประกันสังคมเป็นงานง่าย แต่ในทางปฏิบัติ กลับมีรายละเอียดหลายจุดที่ต้องตรวจสอบตลอด เช่น

ถ้ากิจการมีพนักงานตั้งแต่ 3–5 คนขึ้นไป หรือมีการจ่ายเงินเดือนหลายรูปแบบ เช่น เงินเดือน ค่าคอมมิชชัน เบี้ยเลี้ยง โบนัส ควรมีผู้ดูแลระบบบริหารจัดการเงินเดือน และประกันสังคมอย่างเป็นระบบ เพราะความผิดพลาดเล็ก ๆ ในแต่ละเดือนจะสะสมเป็นปัญหาใหญ่ในตอนปิดงบการเงินค่ะ

โดยสรุปแล้ว ประกันสังคมเป็นระบบคุ้มครองผู้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับทั้งลูกจ้าง นายจ้าง งานบัญชี และภาษีโดยตรง ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย ส่วนเจ้าของกิจการต้องดูแลการขึ้นทะเบียน การคำนวณเงินสมทบ การนำส่ง และการบันทึกบัญชีให้ถูกต้อง สำหรับธุรกิจที่มีพนักงาน การจัดการประกันสังคมให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องค่าปรับ เงินเพิ่ม เอกสารไม่ครบ และปัญหาตอนปิดบัญชีปลายปี

อ้างอิง : 

เขียนโดย

Picture of Chob Accounting Team

Chob Accounting Team

คัดสรรบทความเรื่องภาษี บัญชี และธุรกิจ โดย Chob Accounting Team

เขียนโดย

Picture of Chob Accounting Team

Chob Accounting Team

คัดสรรบทความเรื่องภาษี บัญชี และธุรกิจ โดย Chob Accounting Team