สินทรัพย์ไม่มีตัวตน คืออะไร ? ทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ สำหรับธุรกิจ

สินทรัพย์ไม่มีตัวตน คืออะไร ? ทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ สำหรับธุรกิจ

สินทรัพย์ไม่มีตัวตน คืออะไร ?

สินทรัพย์ไม่มีตัวตน มีลักษณะอย่างไร ?

1. ไม่มีตัวตนทางกายภาพ : ไม่สามารถจับต้อง หรือมองเห็นเป็นรูปร่างได้เหมือนที่ดิน อาคาร หรือเครื่องจักร
2. สามารถระบุได้ : ต้องแยกแยะออกจากกิจการได้ เช่น สามารถนำไปขาย โอน ให้สิทธิ ให้เช่า หรือแลกเปลี่ยนได้ หรือเกิดจากสิทธิตามกฎหมายและสัญญา
3. อยู่ภายใต้การควบคุมของกิจการ : กิจการมีสิทธิในการรับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจจากสินทรัพย์นั้น และสามารถกันบุคคลอื่นไม่ให้เข้ามาใช้ประโยชน์ได้
4. ให้ประโยชน์ในอนาคต : ช่วยเพิ่มรายได้ หรือลดต้นทุนให้แก่ธุรกิจในระยะยาวเกินกว่า 1 ปี

ประเภทของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน

ประเภทของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน

1. สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่สามารถระบุได้

สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่สามารถระบุได้ เป็นสินทรัพย์ที่แยกแยะหรือ ระบุตัวตนได้อย่างชัดเจน สามารถนำไปขาย โอน ให้สิทธิ ให้เช่า หรือแลกเปลี่ยนได้ หรือเกิดจากสิทธิตามสัญญาและสิทธิด้านกฎหมาย เช่น

1. สิทธิบัตร : สิทธิทางกฎหมายที่คุ้มครองการประดิษฐ์คิดค้น หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์
2. ลิขสิทธิ์ : สิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการทำงานด้านวรรณกรรม ศิลปะ หรือดนตรี
3. เครื่องหมายการค้าและตราสินค้า : สัญลักษณ์ หรือชื่อที่ใช้แยกแยะสินค้าหรือบริการออกจากคู่แข่ง
4. สิทธิการเช่า : สิทธิในการใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ตามสัญญาเช่า
5. สัมปทาน : สิทธิที่ได้รับจากรัฐหรือ บริษัทแม่ในการดำเนินธุรกิจเฉพาะอย่าง
6. เทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ : โปรแกรมคอมพิวเตอร์ สูตรการผลิต หรือความรู้ความชำนาญ
7. รายชื่อลูกค้า : ข้อมูลหรือฐานข้อมูลลูกค้าที่ได้มาและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ

2. สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ไม่สามารถระบุได้

สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ไม่สามารถระบุได้ เป็นสินทรัพย์ที่ไม่สามารถแยกออกจากกิจการ ระบุตัวตน หรือแยกย่อยได้อิสระ มักเกิดขึ้นเมื่อมีการซื้อกิจการ

สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ไม่สามารถระบุได้หลัก ๆ มีเพียงรายการเดียวตามมาตรฐานการบัญชี คือ ค่าความนิยม

ค่าความนิยม คือ มูลค่าส่วนเกินที่เกิดขึ้นเมื่อราคาซื้อกิจการสูงกว่ามูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิที่สามารถระบุได้ของกิจการนั้น ซึ่งสะท้อนถึงชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ หรือฐานลูกค้าที่ดี

ความสำคัญของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน

1. สร้างความแตกต่าง : ช่วยให้ผู้บริโภคจดจำ และแยกแยะสินค้า หรือบริการออกจากคู่แข่งได้ผ่านเครื่องหมายการค้า
2. ปกป้องนวัตกรรม : สิทธิบัตร และลิขสิทธิ์ช่วยคุ้มครองความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี หรือสูตรการผลิตไม่ให้ถูกลอกเลียนแบบ
3. เพิ่มมูลค่ากิจการ : เพิ่มมูลค่าโดยรวม และเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ฐานะทางการเงินในระยะยาว
4. สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า : สร้างความภักดี และกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำผ่านชื่อเสียง และความน่าเชื่อถือของแบรนด์

หลักเกณฑ์การรับรู้สินทรัพย์ไม่มีตัวตน

กิจการจะรับรู้รายการเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนตามมาตรฐานการบัญชี ก็ต่อเมื่อเป็นไปตามคำนิยามและเข้าเกณฑ์การรับรู้รายการทั้ง ดังนี้

1. ความสามารถในการระบุตัวตน : สินทรัพย์นั้นต้องสามารถแยกแยะได้ชัดเจน ไม่มีลักษณะทางกายภาพ และสามารถแยกออกจากกิจการได้ เช่น นำไปขาย โอน สิทธิ์ให้เช่า หรือแลกเปลี่ยน หรือเกิดจากสิทธิตามสัญญาหรือสิทธิด้านกฎหมาย
2. ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต : มีความเป็นไปได้ที่กิจการจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตอันเกิดจากสินทรัพย์นั้น
3. ความน่าเชื่อถือของต้นทุน : ต้นทุนของสินทรัพย์นั้นสามารถวัดมูลค่าได้อย่างน่าเชื่อถือ

คุณแป้ง-สีตลา ดีโพธิ์รัมย์ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพบัญชี ของ Chob Accounting ได้แชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับการตรวจสอบคุณภาพบัญชีว่า “ก่อนจะดูว่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตนควรบันทึกมูลค่าเท่าไร เราต้องตอบให้ได้ก่อนว่า บริษัทได้รับและควบคุม ‘สิทธิอะไร’ อยู่จริง ๆ เพราะการจ่ายเงินซื้อซอฟต์แวร์ หรือระบบ ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นในลักษณะเดียวกันทุกกรณี”

การวัดมูลค่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตนด้วยราคาทุน

ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 38 (TAS 38) กิจการต้องวัดมูลค่าเริ่มแรกของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนด้วย ราคาทุน ซึ่งรวมถึงราคาซื้อ และต้นทุนทางตรงทั้งหมดที่จำเป็นในการจัดเตรียมสินทรัพย์ให้พร้อมใช้งาน แบ่งออกเป็น 2 วิธี คือ

1. การวัดมูลค่าเมื่อเริ่มแรก

ราคาทุนของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนจะขึ้นอยู่กับวิธีการได้มา ดังนี้

  • กรณีซื้อแยกต่างหาก : ประกอบด้วยราคาซื้อสุทธิจากส่วนลดทางการค้า ภาษีนำเข้า และภาษีที่ไม่สามารถขอคืนได้ รวมทั้งค่าใช้จ่ายทางตรง เช่น ค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย หรือค่าจดทะเบียน
  • กรณีพัฒนาขึ้นภายในกิจการ : บันทึกเป็นต้นทุนเฉพาะรายจ่ายในขั้นตอนการพัฒนาที่ตรงตามเกณฑ์ทางเทคนิคและความเป็นไปได้ที่จะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจแล้วเท่านั้น ส่วนรายจ่ายในขั้นตอนการวิจัยให้ถือเป็นค่าใช้จ่ายทันที

2. การวัดมูลค่าภายหลังการรับรู้รายการ

กิจการส่วนใหญ่เลือกใช้วิธีราคาทุนในการแสดงมูลค่าต่อเนื่อง โดยการนำราคาทุนหักด้วย ค่าตัดจำหน่ายสะสม และผลขาดทุนจากการด้อยค่าสะสม

การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน

การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน คือการปันส่วนจำนวนที่คิดค่าตัดจำหน่ายอย่างมีระบบตลอดอายุการใช้งาน โดยมีหลักเกณฑ์ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 38 (TAS 38) ดังนี้

  • สิทธิ์เฉพาะอายุจำกัด : กิจการต้องคิดค่าตัดจำหน่ายเฉพาะสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่มี อายุการใช้งานจำกัดเท่านั้น
  • อายุไม่จำกัด : สินทรัพย์ที่มีอายุการใช้งานไม่จำกัด เช่น เครื่องหมายการค้าที่มีการต่ออายุได้ตลอด ห้ามคิดค่าตัดจำหน่าย แต่ต้องทดสอบการด้อยค่าทุกปี
  • มูลค่าคงเหลือ : โดยทั่วไปกำหนดให้มูลค่าคงเหลือ เท่ากับ ศูนย์ ยกเว้นมีข้อตกลงจากบุคคลภายนอกว่าจะซื้อต่อ หรือมีตลาดซื้อขายรองรับตอนสิ้นสุดอายุ
  • Dr. ค่าตัดจำหน่าย-สิทธิบัตร 20,000 บาท
  • Cr. ค่าตัดจำหน่ายสะสม-สิทธิบัตร 20,000 บาท

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสินทรัพย์ไม่มีตัวตน

สินทรัพย์ไม่มีตัวตน เป็นสินทรัพย์หมุนเวียนหรือไม่ ?

โดยทั่วไป สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ธุรกิจถือไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในระยะยาวจะอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เช่น Software ที่ใช้หลายปี ลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตร

เว็บไซต์ถือเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนหรือไม่ ?

เว็บไซต์อาจเข้าเกณฑ์เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนได้ในบางกรณี แต่ค่าใช้จ่ายในการสร้างเว็บไซต์ทุกประเภทไม่ได้บันทึกเป็นสินทรัพย์ได้ทั้งหมด

สินทรัพย์ไม่มีตัวตนคิดค่าเสื่อมราคาหรือไม่ ?

โดยทั่วไปจะไม่เรียกว่าค่าเสื่อมราคา แต่ใช้คำว่าค่าตัดจำหน่าย สำหรับสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่มีอายุการใช้ประโยชน์ทราบได้แน่นอน

แนวคิดมีลักษณะคล้ายกัน คือ ทยอยรับรู้ต้นทุนของสินทรัพย์ตามช่วงเวลาที่กิจการได้รับประโยชน์ แต่ศัพท์ทางบัญชีที่ใช้กับสินทรัพย์ไม่มีตัวตนคือ ค่าตัดจำหน่าย

สรุป

สินทรัพย์ไม่มีตัวตน คือ สินทรัพย์ที่ไม่มีลักษณะทางกายภาพ แต่สามารถระบุได้ อยู่ภายใต้การควบคุมของกิจการ และสามารถสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้ธุรกิจในอนาคตได้ แต่สิ่งสำคัญที่เจ้าของธุรกิจควรจำไว้คือ ไม่ใช่สิ่งที่จับต้องไม่ได้ทุกอย่างจะสามารถบันทึกเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนได้

ก่อนบันทึกรายการ ควรพิจารณาอย่างน้อยว่า

  • รายการหรือสิทธินั้นสามารถระบุได้หรือไม่
  • ธุรกิจมีสิทธิหรือสามารถควบคุมประโยชน์จากรายการนั้นหรือไม่
  • คาดว่าจะสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจในอนาคตหรือไม่
  • สามารถวัดต้นทุนได้อย่างน่าเชื่อถือหรือไม่
  • มีระยะเวลาของสิทธิหรืออายุการใช้ประโยชน์เท่าใด

หากยังไม่แน่ใจว่ารายจ่ายที่ธุรกิจจ่ายไปควรบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายหรือสินทรัพย์ การส่งรายละเอียดให้ชอบการบัญชีช่วยตรวจสอบตั้งแต่ต้น จะช่วยลดปัญหาการแก้ไขรายการย้อนหลัง และทำให้งบการเงินสะท้อนข้อมูลของธุรกิจได้เหมาะสมมากขึ้นค่ะ

อ้างอิง :

บทความที่เกี่ยวข้อง

ค่าเสื่อมราคา คืออะไร ? รู้ก่อนซื้อทรัพย์สินเข้ามาใช้ในกิจการ

เวลาซื้อของเข้ามาใช้งานในกิจการ เช่น คอมพิวเตอร์ รถยนต์ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์สำนักงาน เจ้าของธุรกิจหลายคนมักมองว่า เราจ่ายเงินไปแล้ว ก็น่าจะบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้เลยทั้งหมด แต่ในทางบัญชี สินทรัพย์บางอย่างไม่ได้ถูกนำไปใช้งานทั้งหมดภายในครั้งเดียว เนื่องจากยังต้องนำไปใช้ทำงาน สร้างรายได้ หรือช่วยดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่องอีกหลายปี นี่จึงเป็นเหตุผลที่ต้องมีเรื่องค่าเสื่อมราคา เข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อทยอยรับรู้ต้นทุนของสินทรัพย์ให้เหมาะสมกับระยะเวลาที่ธุรกิจใช้งานจริงค่ะ ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาไปทำความเข้าใจแบบง่าย

บัญชี มีกี่ประเภท ควรเริ่มทำบัญชีประเภทไหนก่อน ?

บัญชี มีกี่ประเภท ควรเริ่มทำบัญชีประเภทไหนก่อน ?

เมื่อเริ่มทำธุรกิจ หลายคนมักเข้าใจว่าการทำบัญชีคือแค่การบันทึกรายรับ–รายจ่าย แต่เมื่อเริ่มทำบัญชีจริง ๆ กลับพบว่า บัญชีมีหลายประเภท และยังไม่เข้าใจว่าบัญชีแต่ละประเภทมีไว้เพื่ออะไร รวมถึงไม่แน่ใจว่า ธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นควรเริ่มทำบัญชีประเภทไหนก่อน ในบทความนี้ ชอบการบัญชีจะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าบัญชีมีกี่ประเภท แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร พร้อมแนะนำแนวทางสำหรับธุรกิจใหม่ว่าควรเริ่มจากบัญชีประเภทใด เพื่อช่วยให้วางระบบบัญชีได้ถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวค่ะ การทำบัญชี คืออะไร ? การทำบัญชี

การทำบัญชี คืออะไร ?

การทำบัญชี คืออะไร สำคัญต่อการทำธุรกิจยังไง ?

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจได้ไม่นาน ไม่ว่าจะเป็นการขายของออนไลน์ เปิดคาเฟ่ เปิดร้านค้าเล็ก ๆ หรือการให้บริการฟรีแลนซ์ต่าง ๆ อาจกำลังมีข้อสงสัยว่าจำเป็นที่จะต้องทำบัญชีไหม ? แม้ว่าจะไม่ได้จดบริษัท หรือมีรายได้น้อย แต่การทำบัญชีถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะคือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นผลการดำเนินการของกิจการ หากทำถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น ก็จะทำให้รู้ว่ายอดเงินที่เข้ามา หรือยอดเงินที่จ่ายออกไปอยู่ตรงไหนบ้าง ใช้จ่ายอะไรมากเกินไป หรือมีกำไรเป็นอย่างไรบ้าง และในบทความนี้ ชอบการบัญชี