เดบิต เครดิต คืออะไร ? เกี่ยวข้องกับการบันทึกบัญชีอย่างไร ?

เดบิต เครดิต คืออะไร ?

หลายคนที่เพิ่งเริ่มทำบัญชี มักสับสนกับเรื่องของการเดบิต เครดิต ทำไมบางรายการต้องเดบิต บางรายการต้องเครดิต และต้องจำสูตรแบบไหนถึงจะลงบัญชีได้ถูกต้อง ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า เดบิต เครดิต คืออะไร พร้อมอธิบายหลักคิดของระบบบัญชีคู่แบบเข้าใจง่ายที่ช่วยให้บันทึกบัญชีได้ถูกต้อง และไม่งงอีกต่อไปค่ะ

เดบิต คืออะไร ?

เดบิต (Debit) ในบริบททางบัญชี คือ การบันทึกรายการทางด้านซ้ายของบัญชี ซึ่งส่งผลให้สินทรัพย์ / ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และหนี้สิน / ส่วนของเจ้าของ / รายได้ลดลง โดยใช้ตัวย่อว่า Dr.

เครดิต คืออะไร ?

เครดิต (Credit) ในบริบทางบัญชี คือ การบันทึกรายการด้านขวาของบัญชี ซึ่งส่งผลให้สินทรัพย์ / ค่าใช้จ่ายลดลง และหนี้สิน / ส่วนของเจ้าของ / รายได้เพิ่มขึ้น โดยใช้ตัวย่อว่า Cr.

สมการเดบิต เครดิต

หลักการบัญชีคู่ ที่ทำให้เดบิต-เครดิตไม่มั่ว

โดยที่ยอดรวมฝั่งเดบิต และเครดิต ต้องมีความสอดคล้อง และมีความสมดุล ตามสมการ ดังนี้ สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ

ขั้นตอนการลงบันทึกบัญชีโดยการเดบิต เครดิต

สำหรับการลงบันทึกบัญชี ตามหลักการเดบิต เครดิต สามารถทำได้ง่าย ๆ ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. วิเคราะห์รายการ
ทำความเข้าใจว่ารายการที่เกิดขึ้นนั้น มีผลกระทบต่อบัญชีอย่างไร เช่น ซื้อของด้วยเงินสด รับเงินจากการขาย หรือการจ่ายค่าเช่า

2. ระบุบัญชี
แยกแยะว่ารายการนั้น เพิ่มขึ้น หรือลดลงในบัญชีหมวดใดบ้าง

3. บันทึกบัญชี
ลงบันทึกบัญชีในแต่ละหมวด โดยการบันทึกรายการเดบิตด้านซ้าย และลงบันทึกรายการเครดิตด้านขวา

4. ลงบัญชีแยกประเภท
นำรายการจากสมุดรายวันไปบันทึกบัญชีแยกประเภทในแต่ละบัญชี

ตัวอย่างการลงบันทึกบัญชีเดบิต เครดิต แบบเข้าใจง่าย

ตัวอย่างการบันทึกบัญชี เดบิต เครดิต

1. เจ้าของนำเงินสดมาลงทุนในกิจการ 50,000 บาท

  • เงินสด เป็นสินทรัพย์ของกิจการ เมื่อได้รับเงินสดทำให้สินทรัพย์เพิ่ม = เดบิต เงินสด
  • ทุน เป็นส่วนของเจ้าของ เมื่อเจ้าของนำเงินมาลงทุนทำให้ทุนเพิ่ม = เครดิต ทุน

บักทึกบัญชีโดยการ

  • เพิ่มเดบิต เงินสด 50,000
  • เพิ่มเครดิต ทุน 50,000
ตัวอย่างการลงรายการบัญชีเดบิต เครดิต-1

2. ซื้อวัสดุ หรือวัตถุดิบเป็นเงินสด 10,000 บาท

  • ซื้อวัตถุดิบ เมื่อซื้อมาทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่ม = เดบิต ค่าใช้จ่าย
  • เงินสดลดลง = เครดิต เงินสด

บันทึกบัญชีโดยการ

  • เพิ่มเดบิต ซื้อวัตถุดิบ 10,000
  • ลดเครดิต เงินสด 10,000
ตัวอย่างการลงรายการบัญชีเดบิต เครดิต-2

3. ซื้อของด้วยเงินเชื่อ (ยังไม่จ่ายเงิน) 15,000 บาท

  • ซื้อวัตถุดิบ เมื่อซื้อมาทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่ม = เดบิต ค่าใช้จ่าย
  • เกิดเจ้าหนี้การค้า เมื่อซื้อเชื่อ หนี้สินเพิ่ม = เครดิต เจ้าหนี้การค้า

บันทึกบัญชีโดยการ

  • เพิ่มเดบิต ซื้อวัตถุดิบ 15,000
  • เพิ่มเครดิต เจ้าหนี้การค้า 15,000
ตัวอย่างการลงรายการบัญชีเดบิต เครดิต-3

4. จ่ายค่าน้ำ/ค่าไฟ 8,000 บาท

  • ค่าเช่า เป็นค่าใช้จ่าย เมื่อเกิดค่าใช้จ่าย ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่ม = เดบิต ค่าเช่า
  • เมื่อนำเงินไปจ่ายค่าเช่า ทำให้เงินสดลดลง = เครดิต เงินสด

บันทึกบัญชีโดยการ

  • เพิ่มเดบิต ค่าเช่า 8,000
  • เพิ่มเครดิต เงินสด 8,000
ตัวอย่างการลงรายการบัญชีเดบิต เครดิต-7

5. ขายสินค้า (รับเงินสด) 20,000 บาท

  • เงินสด ถือเป็นสินทรัพย์ เมื่อรับเงินทำให้สินทรัพย์เพิ่ม = เดบิต เงินสด
  • รายได้จากการขายเพิ่ม = เครดิต รายได้จากการขาย

บันทึกบัญชีโดยการ

  • เพิ่มเดบิต เงินสด 20,000
  • เพิ่มเครดิต รายได้จากการขาย 20,000
ตัวอย่างการลงรายการบัญชีเดบิต เครดิต-8

6. ขายสินค้าแบบขายเชื่อ (ยังไม่ได้รับเงิน) 30,000 บาท

  • ลูกหนี้การค้า เป็นสินทรัพย์ เมื่อขายเชื่อ ลูกหนี้เพิ่ม = เดบิต ลูกหนี้การค้า
  • รายได้ จากการขายเพิ่มขึ้น = เครดิต รายได้จากการขาย

บันทึกบัญชีโดยการ

  • เพิ่มเดบิต ลูกหนี้การค้า 30,000
  • เพิ่มเครดิต รายได้จากการขาย 30,000
ตัวอย่างการลงรายการบัญชีเดบิต เครดิต-9

การเข้าใจเรื่องเดบิต เครดิต ช่วยให้ทำบัญชีอย่างเป็นระบบมากขึ้น

โดยสรุปแล้ว การทำความเข้าใจเรื่องการเดบิต เครดิต จะช่วยให้เข้าใจหลักการบันทึกบัญชีที่ถูกต้อง อ่านงบการเงินได้เข้าใจง่ายขึ้น ลดข้อผิดพลาดด้านบัญชี และภาษี ซึ่งทำให้เจ้าของกิจการวิเคราะห์ข้อมูลทางบัญชี และการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ

รับทำบัญชี ยื่นภาษี

รับทำบัญชี วางระบบบัญชีให้ถูกต้อง โดยชอบการบัญชี สำนักงานบัญชีคุณภาพ

หากต้องการพาร์ทเนอร์ที่ช่วยดูแลงานด้านบัญชี ชอบการบัญชี สำนักงานบัญชีคุณภาพ ยินดีให้บริการค่ะ บริการของเราครอบคลุมตั้งแต่การวางระบบบัญชีให้เดบิต เครดิตถูกต้องตามหมวดบัญชี บันทึกรายการทางการเงินครบถ้วน จัดทำงบการเงินที่ตัวเลขสมดุล พร้อมยื่นภาษีจากข้อมูลบัญชีที่ถูกต้อง ให้เรื่องบัญชี ภาษี และงบการเงิน เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญ ช่วยให้บริหารธุรกิจได้อย่างเต็มที่ โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องบัญชี และภาษีค่ะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย !

บทความที่เกี่ยวข้อง

ราคาทุนของสินทรัพย์

ราคาทุนของสินทรัพย์ คืออะไร ? มีอะไรบ้าง และต้องคำนวณอย่างไร

เวลาธุรกิจซื้อรถยนต์ เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ หลายคนอาจเข้าใจว่าราคาที่จ่ายในตอนที่ซื้อคือราคาทุนของสินทรัพย์ แต่ในทางบัญชีอาจไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป เพราะกว่าที่สินทรัพย์หนึ่งชิ้นจะพร้อมนำมาใช้งาน อาจต้องจ่ายทั้งค่าขนส่ง ค่าติดตั้ง ค่าเตรียมสถานที่ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรง และค่าใช้จ่ายบางรายการเหล่านี้อาจต้องนำมารวมเป็นราคาทุนของสินทรัพย์ด้วย ราคาทุนของสินทรัพย์ คืออะไร ? ราคาทุนของสินทรัพย์ (Cost

ใบลดหนี้

ใบลดหนี้ คืออะไร ? ออกอย่างไรให้ถูกต้อง พร้อมตัวอย่าง

เวลาขายสินค้าหรือให้บริการไปแล้ว หลายธุรกิจอาจเจอสถานการณ์ที่ต้องลดยอดหนี้ให้ลูกค้าในภายหลัง เช่น ออกใบกำกับภาษีไปแล้ว แต่ภายหลังพบว่าสินค้าบางส่วนถูกส่งคืน มีการให้ส่วนลดเพิ่มเติม หรือคิดราคาสินค้าสูงเกินจริง คำถามที่ตามมาคือ ธุรกิจควรแก้ไขเอกสารอย่างไรให้ถูกต้อง ? คำตอบคือ ต้องออก ใบลดหนี้ เพื่อปรับยอดขาย ยอดหนี้ และภาษีมูลค่าเพิ่มให้ตรงกับความเป็นจริง ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาไปทำความเข้าใจแบบว่า ใบลดหนี้คืออะไร

เอกสารทางบัญชีและภาษี ที่ควรจัดเก็บ มีอะไรบ้าง ?

เจ้าของธุรกิจ ควรจัดเก็บเอกสารบัญชีและภาษีอย่างไร ?

หลายคนอาจมองว่าการจัดเก็บเอกสารบัญชีและภาษี เป็นเพียงงานหลังบ้านที่เก็บไว้ให้นักบัญชีตรวจสอบ แต่ในความเป็นจริง เอกสารเหล่านี้คือหลักฐานของทุกความเคลื่อนไหวในธุรกิจ ตั้งแต่ขายสินค้า ซื้อวัตถุดิบ จ่ายค่าโฆษณา รับชำระเงิน ไปจนถึงการจ่ายเงินเดือนและยื่นภาษี การจัดเก็บเอกสารบัญชีและภาษีที่ดี จึงไม่ใช่แค่การนำเอกสารใส่แฟ้มให้ครบ แต่ต้องทำให้เจ้าของธุรกิจสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นกลับมาใช้ได้ พูดง่าย ๆ คือ เอกสารบัญชีที่ดีไม่ควรถูกเก็บไว้เพียงเพื่อรอการตรวจสอบ แต่ควรช่วยให้เจ้าของธุรกิจตัดสินใจได้ง่ายขึ้นด้วย ทำไมต้องจัดเก็บเอกสารบัญชีและภาษีให้เป็นระบบ ? 1.