รอบระยะเวลาบัญชี คืออะไร ธุรกิจใหม่ต้องเข้าใจเรื่องนี้ก่อนเริ่มทำบัญชี ?

รอบระยะเวลาบัญชี คืออะไร

“จากประสบการณ์ในการจัดการด้านบัญชี และภาษี ให้กับกิจการหลายรูปแบบ ธุรกิจควรให้ความสำคัญกับการกำหนดรอบระยะเวลาบัญชี เพราะเป็นเส้นแบ่งเวลาที่ทำให้รู้ว่าส่วนไหนคือรายได้ หรือค่าใช้จ่ายของปีนี้ และส่วนไหนคือรายได้ หรือค่าใช้จ่ายของปีหน้า ซึ่งส่งผลต่อการวางแผนเอกสาร การปิดงบการเงิน และการยื่นภาษี หากมีการกำหนดรอบบัญชีที่ไม่ชัดเจน อาจทำให้เกิดปัญหาตามมา เช่น ปิดงบการเงินไม่ทัน เอกสารไม่ครบ หรือยื่นภาษีไม่ถูกต้องค่ะ”

รอบระยะเวลาบัญชี คืออะไร ?

รอบบัญชี หรือรอบระยะเวลาบัญชี แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้

1. รอบระยะเวลาบัญชีโดยทั่วไป

รอบระยะเวลาบัญชีโดยทั่วไป ตามที่ได้ระบุไว้ในมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร คือ รอบบัญชีที่มีระยะเวลา 12 เดือนเต็ม โดยสามารถเลือกวันเริ่มต้นรอบระยะเวลาบัญชีได้ตามความเหมาะสม โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้

1. รอบบัญชีตามปีปฏิทิน เริ่มต้นในวันที่ 1 มกราคม สิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม
2. รอบบัญชีที่ไม่ตรงตามปีปฏิทิน เช่น เริ่มต้นในวันที่ 1 เมษายน สิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม หรือเริ่มต้นในวันที่ 1 ตุลาคม สิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน เป็นต้น

2. รอบระยะเวลาบัญชีน้อยกว่า 12 เดือน

รอบระยะเวลาบัญชีซึ่งน้อยกว่า 12 เดือน อนุญาตให้ใช้ในบางเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

1. บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จดทะเบียนใหม่
สามารถเริ่มต้นรอบระยะเวลาบัญชีน้อยกว่า 12 เดือนได้ แต่ในรอบระยะเวลาบัญชีถัดไป ต้องเท่ากับ 12 เดือนตามปกติ

2. บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ยื่นคำร้องขอเปลี่ยนวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี
ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ต้องการเปลี่ยนวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี และต้องได้รับการอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร และรอบระยะเวลาบัญชีที่เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านหลังได้รับการอนุมัติ อาจน้อยกว่า 12 เดือนได้ ตัวอย่างเช่น บริษัท A ต้องการเปลี่ยนวันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีจากวันที่ 31 ธันวาคม เป็นวันที่ 31 มีนาคม ทำให้อาจต้องปิดงบการเงินในช่วงเปลี่ยนผ่าน

3. บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เลิกกิจการ
ในกรณีที่บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เลิกกิจการ ให้ถือว่าวันที่จดทะเบียนเลิกกิจการเป็นวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ตัวอย่างเช่น บริษัท B เดิมวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีคือวันที่ 31 ธันวาคม ได้จดทะเบียนเลิกกิจการในวันที่ 30 มิถุนายน ก็ให้ถือว่าวันสิ้นเวลารอบระยะเวลาบัญชีคือวันที่ 30 มิถุนายน

3. รอบระยะเวลาบัญชีมากกว่า 12 เดือน

ในกรณีที่บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จดทะเบียนเลิกกิจการ แต่ไม่สามารถปิดงบการเงิน และยื่นภาษีได้ภายใน 150 วัน นับตั้งแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ถ้าได้ยื่นคำร้องต่ออธิบดีภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนเลิกกิจการ อาจได้รับการอนุมัติให้ขยายวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ซึ่งอาจมากกว่า 12 เดือนได้

การตรวจสอบรอบระยะเวลาบัญชี

หากต้องการตรวจสอบว่ารอบระยะเวลาบัญชีของกิจการเริ่มต้น และสิ้นสุดเมื่อไหร่ สามารถตรวจสอบได้จาก 3 ช่องทาง ดังนี้

รอบระยะเวลาบัญชี มีผลต่อการทำบัญชี และการยื่นภาษีอย่างไร ?

รอบระยะเวลาบัญชี มีผลต่อการทำบัญชี และการยื่นภาษีอย่างไร ?

รอบระยะเวลาบัญชี มีผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานทางบัญชี และธุรกิจ ดังนี้

1. กำหนดช่วงเวลาที่ต้องปิดงบการเงิน เมื่อสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี กิจการต้องสรุปผลกำไรขาดทุน และจัดทำงบการเงินภายใน 150 วัน นับจากวันสิ้นสุดรอบบัญชี เช่น หากวันสิ้นรอบบัญชีคือวันที่ 31 ธันวาคม ต้องจัดทำงบการเงินให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 พฤษภาคม ของปีถัดไป เป็นต้น
2. กำหนดการยื่นภาษี หลังจากที่ปิดงบการเงินแล้ว ต้องทำการยื่น ภ.ง.ด. 50 ภายใน 150 วัน หากยื่นเกินกำหนด จะต้องเสียค่าปรับตามที่กฎหมายกำหนดไว้
3. การวางแผนงบประมาณ รอบบัญชีช่วยให้ผู้บริหารวางแผนงบประมาณประจำปีได้อย่างเป็นระบบ และเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับปีที่แล้วได้
4. การจ่ายเงินปันผล กิจการสามารถจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการปิดงบการเงิน และมีกำไรสะสม ซึ่งต้องรอให้การจัดทำงบการเงินประจำรอบบัญชีนั้น ๆ เสร็จเรียบร้อยก่อน

สรุป

โดยสรุปแล้ว รอบระยะเวลาบัญชี ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการเลือกวันเริ่มต้น และวันสิ้นสุดในการทำบัญชีเท่านั้น แต่เป็นกรอบเวลาสำคัญที่กำหนดว่ากิจการต้องทำบัญชี ปิดงบการเงิน และยื่นภาษีตอนไหน หากเข้าใจ และกำหนดรอบบัญชีได้อย่างเหมาะสม ก็จะช่วยให้การบริหารจัดการด้านบัญชี และภาษี ได้อย่างไม่มีปัญหาค่ะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย !

บทความที่เกี่ยวข้อง

สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน คืออะไร ? มีอะไรบ้าง เรื่องที่เจ้าของธุรกิจควรรู้

สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน คืออะไร ? มีอะไรบ้าง เรื่องที่เจ้าของธุรกิจควรรู้

เวลาทำธุรกิจ เรามักต้องซื้อทรัพย์สินหลายอย่างมาใช้ในการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ รถยนต์ เครื่องจักร อาคาร หรือซอฟต์แวร์ ซึ่งทรัพย์สินบางรายการไม่ได้มีไว้ขายหรือเปลี่ยนเป็นเงินสดในระยะสั้น แต่มีไว้ใช้สร้างประโยชน์ให้กิจการต่อเนื่องในระยะยาว โดยทางบัญชีเรียกสินทรัพย์เหล่านี้ว่า “สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน” สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน คืออะไร ? สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (Non-current Assets) คือ สินทรัพย์ของกิจการที่ไม่เข้าเกณฑ์การจัดประเภทเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน โดยทั่วไปมักเป็นทรัพยากรที่กิจการถือไว้เพื่อใช้ประโยชน์หรือสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจในระยะยาว

หลักการบัญชีเดี่ยว คืออะไร ?

หลักการบัญชีเดี่ยว คืออะไร เหมาะสำหรับธุรกิจรูปแบบใดบ้าง ?

หลายคนที่เริ่มทำธุรกิจ หรือเพิ่งเริ่มทำบัญชีด้วยตัวเอง มักได้ยินคำว่า “บัญชีเดี่ยว” หรือ “หลักการบัญชีเดี่ยว” อยู่บ่อย ๆ แล้วต่างก็สงสัยว่าหลักการบัญชีเดี่ยวคืออะไร แตกต่างจากบัญชีคู่อย่างไร และสามารถนำระบบบัญชีเดี่ยวมาปรับใช้ในธุรกิจได้หรือไม่ จริง ๆ แล้ว หลักการบัญชีเดี่ยว เป็นรูปแบบการบันทึกบัญชีที่เข้าใจง่าย เน้นการจดบันทึกรายรับ–รายจ่ายเป็นหลัก เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก หรือกิจการที่มีรายการทางการเงินไม่ซับซ้อน อย่างไรก็ตาม

หมายเหตุประกอบงบการเงิน คืออะไร ? สำคัญต่อธุรกิจอย่างไร ?

การอ่านงบการเงินให้เข้าใจจริง ๆ ไม่ได้ดูแค่ตัวเลขในงบฐานะการเงิน งบกำไรขาดทุน หรืองบกระแสเงินสดเท่านั้น แต่ต้องดูอีกหนึ่งส่วนที่สำคัญอย่างหมายเหตุประกอบงบการเงิน ซึ่งเป็นเอกสารที่ช่วยตีความ ทำความเข้าใจ และอธิบายตัวเลขทั้งหมดในงบการเงินให้ชัดเจนขึ้น ผู้ประกอบการจำนวนใหญ่มักละเลยส่วนนี้ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องเทคนิคของฝ่ายบัญชีเท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว หมายเหตุประกอบงบการเงิน คือเครื่องมือสำคัญที่แสดงความโปร่งใส และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ โดยเฉพาะกิจการที่ต้องการขอสินเชื่อ เจรจาทางธุรกิจ หรือเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายกิจการ หมายเหตุประกอบงบการเงิน คืออะไร