ส่วนของผู้ถือหุ้น คืออะไร มีความสำคัญต่อธุรกิจอย่างไร ?

ส่วนของผู้ถือหุ้น คืออะไร ?

เวลาที่อ่านงบการเงิน แล้วเจอคำว่าส่วนของผู้ถือหุ้น หลาย ๆ คนอาจยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร และเกี่ยวข้องกับธุรกิจอย่างไรบ้าง ในบทความนี้ ชอบการบัญชีจะขอพาไปทำความรู้จักส่วนของผู้ถือหุ้น พร้อมอธิบายว่ามันมีความสำคัญต่อธุรกิจอย่างไรค่ะ

ส่วนของผู้ถือหุ้น และส่วนของเจ้าของ คืออะไร ?

ส่วนของผู้ถือหุ้น คืออะไร ?

ส่วนของผู้ถือหุ้น = สินทรัพย์ – หนี้สินทั้งหมด

หากจะเปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย ๆ

ส่วนของเจ้าของ หรือส่วนของผู้ถือหุ้น เกี่ยวข้องกับงบการเงินอย่างไร ?

องค์ประกอบของส่วนของผู้ถือหุ้น

1. ทุนเรือนหุ้น

  • ทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท หุ้นละ 100 บาท
  • ผู้ถือหุ้นจ่ายเงินครบ 1,000,000 บาท
  • งบจะแสดงทุนชำระแล้ว 1,000,000 บาท อยู่ในส่วนของผู้ถือหุ้น

2. ส่วนเกินมูลค่าหุ้น

ส่วนเกินมูลค่าหุ้น (Share Premium) คือ ส่วนที่บริษัทขายหุ้นได้ในราคาที่สูงกว่า หรือน้อยกว่ามูลค่าที่ตั้งไว้ เช่น

  • ขายหุ้นมูลค่าหุ้นละ 100
  • ขายให้นักลงทุนใหม่ในราคา 150 บาท

ส่วนที่เกินมา 50 บาทต่อหุ้นนั้น จะถือว่าเป็นส่วนเกินมูลค่าหุ้น ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของส่วนของผู้ถือหุ้นเช่นกันค่ะ

3. กำไร (ขาดทุน) สะสม

กำไรสะสม (Retained Earnings) คือ กำไรสุทธิที่บริษัททำได้จากการดำเนินงานในอดีต และเลือกที่จะเก็บไว้ โดยที่ไม่จ่ายเป็นเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น เช่น

  • ปี 2566 ทำธุรกิจแล้วได้กำไร 300,000 บาท ไม่ได้จ่ายเงินปันผล
  • ปี 2567 ทำธุรกิจแล้วได้กำไร 200,000 บาท รวมเป็นกำไรสะสม 500,000 บาท

ในกรณีที่ขาดทุน ก็จะกลายเป็นขาดทุนสะสม ซึ่งจะนำไปหักออกจากส่วนของผู้ถือหุ้น
โดยที่กำไร (ขาดทุน) สะสม คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าตลอดเวลาที่ประกอบกิจการมานั้น กิจการทำกำไรได้จริงไหม และมีกำไรสะสมเท่าไหร่แล้วนั่นเองค่ะ

ส่วนของผู้ถือหุ้น สำคัญต่อเจ้าของธุรกิจอย่างไร ?

1. บ่งบอกมูลค่าที่แท้จริงของกิจการ
การหักหนี้สินรวมออกจากสินทรัพย์รวม จะทำให้เจ้าของกิจการเห็นมูลค่าเงินทุนที่เจ้าของมีอยู่จริงในบริษัท หากตัวเลขนี้สูง แสดงว่ากิจการมีสินทรัพย์มากกว่าหนี้สิน มีฐานะการเงินที่มั่นคง

2. ช่วยในการตัดสินใจเรื่องการลงทุน หรือขยายธุรกิจ
ส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้น (จากกำไรสะสม) บ่งบอกว่าบริษัทมีเงินทุนภายในที่พร้อมนำไปลงทุนต่อยอดธุรกิจโดยไม่ต้องกู้ยืมเพิ่มมากนัก ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการเติบโต

3. เป็นตัวเลขที่สถาบันการเงินให้ความสำคัญ
ธนาคาร และสถาบันการเงิน มักใช้ส่วนของผู้ถือหุ้นเป็นตัวชี้วัดความมั่นคงทางการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ และความเสี่ยงของธุรกิจก่อนพิจารณาปล่อยสินเชื่อ

4. ใช้วัดผลตอบแทนของเจ้าของได้
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมถึงกำไรสะสมที่บริษัททำได้ เจ้าของสามารถได้รับผลตอบแทนในรูปของเงินปันผล และมูลค่ากิจการที่เพิ่มขึ้น เมื่อบริษัทมีกำไรต่อเนื่อง

ส่วนของผู้ถือหุ้น เพิ่มขึ้น หรือลดลง เกิดจากอะไร ?

ส่วนของผู้ถือหุ้น เพิ่มขึ้น หรือลดลง เกิดจากอะไร ?

1. กำไร (ขาดทุน) สุทธิ
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ มีผลโดยตรงต่อส่วนของผู้ถือหุ้น โดยกำไรสุทธิจะไปเพิ่มในส่วนของกำไรสะสม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของส่วนของผู้ถือหุ้น ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น และถ้าเป็นขาดทุนสุทธิก็จะไปลดกำไรสะสม ทำให้ส่วนของผู้ถือถือหุ้นลดลง

2. การเพิ่มทุน หรือลดทุน
การเพิ่มทุน และลดทุน เป็นการปรับโครงสร้างเงินทุน ทำให้จำนวนหุ้นเปลี่ยนแปลง ซึ่งส่งผลต่อมูลค่า และสัดส่วนของผู้ถือหุ้นแต่ละคน และกระทบต่อตัวชี้วัดสำคัญอย่างกำไรต่อหุ้น (EPS) และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น

3. ส่วนเกินมูลค่าหุ้น
ส่วนเกินมูลค่าหุ้นจะถูกบันทึกเป็นส่วนหนึ่งในงบฐานะการเงิน โดยเพิ่มเข้าไปในส่วนของส่วนของผู้ถือหุ้น เพราะเป็นเงินทุนที่บริษัทได้รับเพิ่มจากการขายหุ้นในราคาที่สูงกว่ามูลค่าที่ตั้งเอาไว้ ซึ่งเป็นทุนสำรองที่ไม่สามารถจ่ายเป็นเงินปันผลได้โดยตรง

4. การปรับมูลค่าสินทรัพย์
การปรับมูลค่าสินทรัพย์ มีผลโดยตรงต่อส่วนของผู้ถือหุ้น โดยเฉพาะในส่วนต่างจากการปรับมูลค่าสินทรัพย์ ซึ่งจะเพิ่มขึ้นเมื่อสินทรัพย์มีมูลค่าสูงขึ้น และลดลงเมื่อมูลค่าลดลง หรือถูกโอนไปยังกำไรสะสม ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเปลี่ยนแปลงตามมูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์ที่ปรับปรุงใหม่นั้น

5. การซื้อหุ้นคืน หรือถอนหุ้นคืน
การที่เจ้าของกิจการซื้อหุ้นคืน หรือถอนหุ้นคืน ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง เนื่องจากหุ้นที่ถูกซื้อคืนจะถูกนำออกไปจากระบบ หรือบันทึกเป็นบัญชีหักลบ ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นที่เหลืออยู่ของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น และทำให้อัตราส่วนสำคัญต่าง ๆ เช่น ROE และ EPS สูงขึ้นด้วย แต่ก็เป็นการคืนเงินทุนให้กับผู้ถือหุ้นในอีกรูปแบบหนึ่ง

โดยสรุปแล้วนะคะ ส่วนของผู้ถือหุ้น คือ ทรัพย์สินสุทธิของเจ้าของกิจการ ที่ได้จากการนำสินทรัพย์ทั้งหมดลบด้วยหนี้สินทั้งหมด ซึ่งภายในตัวเลขนี้ประกอบด้วยทุนที่ผู้ถือหุ้นใส่เข้ามา กำไรสะสม ทุนสำรอง และรายการอื่น ๆ จึงเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าธุรกิจมีความมั่นคงมากแค่ไหน ยิ่งเข้าใจ และติดตามตัวเลขนี้อย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้วางแผนธุรกิจได้มั่นใจมากขึ้นค่ะ

รับปิดงบการเงิน

รับปิดงบการเงิน ยื่นงบการเงินตรงเวลา โดยชอบการบัญชี

บทความที่เกี่ยวข้อง

งบฐานะการเงิน คืออะไร ? มีประโยชน์ต่อธุรกิจอย่างไร ?

การทำธุรกิจในปัจจุบัน เจ้าของกิจการส่วนใหญ่มักโฟกัสที่ยอดขาย และกำไรเป็นหลัก โดยที่ไม่ได้สนใจเรื่องสุขภาพการเงินของกิจการจริง ๆ ซึ่งตัวชี้วัดที่แม่นยำที่สุดก็คือ งบฐานะการเงิน หรืองบแสดงฐานะการเงิน เพราะมันคือภาพรวมสถานะการเงินของบริษัท ณ เวลาใด เวลาหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นว่ากิจการถือครองทรัพย์มากเท่าไหร่ เป็นหนี้ใครบ้าง และมีส่วนที่เป็นของเจ้าของจริง ๆ เหลือเท่าไร ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะขอพาผู้ประกอบการไปทำความเข้าใจว่างบฐานะการเงิน

การปิดงบการเงิน คืออะไร ? เจ้าของกิจการทุกคนต้องรู้ !

การทำธุรกิจในฐานะนิติบุคคลอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่การขายของให้ได้กำไร หรือแค่มีเงินหมุนเวียนในบัญชีเท่านั้น แต่สิ่งที่เจ้าของกิจการต้องให้ความสำคัญคือเรื่องของการปิดงบการเงิน เพราะเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้รู้ว่าธุรกิจมีกำไร และขาดทุนมากแค่ไหน หรือมีภาษีที่ต้องจ่ายเท่าไหร่ แต่ก่อนที่จะทำความเข้าใจเรื่องการปิดงบ เราต้องรู้ก่อนว่า งบการเงิน คืออะไรค่ะ งบการเงิน คือ รายงานที่สรุปผลทางการเงินของกิจการในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งจัดทำขึ้นจากข้อมูลทางบัญชี เพื่อให้เจ้าของกิจการ นักลงทุน สถาบันการเงิน หน่วยงานรัฐ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง

งบการเงิน คืออะไร ?

งบการเงิน คืออะไร ทำไมธุรกิจต้องปิดงบการเงิน ?

หลาย ๆ ธุรกิจ อาจมองว่าการจัดทำงบการเงิน เป็นเพียงแค่เรื่องของเอกสาร หรืออาจมองว่าเป็นภาระทางกฎหมายที่ต้องแบกรับ แต่อันที่จริงแล้ว งบการเงินมีบทบาทมากกว่านั้นมาก เพราะเป็นหนึ่งในสิ่งที่ช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผน และตัดสินใจเรื่องธุรกิจได้ดีขึ้น ทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน หรือสถาบันการเงินได้อีกด้วยค่ะ งบการเงิน คืออะไร ? งบการเงิน (Financial Statement) คือ รายงานทางบัญชีที่แสดงผลการดำเนินงาน