ใบเพิ่มหนี้ คืออะไร ? ออกเมื่อไหร่ ใช้อย่างไรให้ถูกต้อง

ใบเพิ่มหนี้ คืออะไร

ออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าไปแล้ว แต่ภายหลังกลับพบว่าคิดราคาสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริง ใส่ส่วนลดเกินมากเกินไป ส่งสินค้าให้ลูกค้ามากกว่าจำนวนที่ตกลงกันไว้ หรือให้บริการเพิ่มเติมนอกเหนือจากข้อตกลงเดิม

เมื่อเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ ผู้ประกอบการควรแก้ไขเอกสารอย่างไร ต้องยกเลิกใบกำกับภาษีเดิมแล้วออกใหม่ หรือสามารถเรียกเก็บเฉพาะยอดส่วนต่างเพิ่มเติมได้ เอกสารที่เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้คือ ใบเพิ่มหนี้ ซึ่งใช้สำหรับแสดงมูลค่าสินค้าหรือบริการ รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องเรียกเก็บเพิ่มจากใบกำกับภาษีเดิม

ใบเพิ่มหนี้ คืออะไร ?

กรมสรรพากรจัดให้ใบเพิ่มหนี้เป็นหนึ่งในเอกสารอื่นที่ถือเป็นใบกำกับภาษี จึงต้องจัดทำให้มีรายการสำคัญครบถ้วนตามหลักเกณฑ์

ต้องออกใบเพิ่มหนี้ตอนไหน ?

กิจการจะออกใบเพิ่มหนี้ได้ก็ต่อเมื่อได้ขายสินค้า หรือให้บริการ และออกใบกำกับภาษีแล้ว จากนั้นจึงเกิดเหตุที่ทำให้ภาษีขายจากมูลค่าสินค้าหรือบริการเพิ่มขึ้นทั้งหมดหรือบางส่วน แบ่งออกเป็น 3 กรณี คือ

1. กรณีขายสินค้าหรือบริการในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริง

กรณีนี้พบได้บ่อยเมื่อออกใบกำกับภาษีโดยใช้ข้อมูลราคาที่ไม่เป็นปัจจุบัน เช่น

  • กรอกราคาสินค้าต่อหน่วยไม่ครบ
  • ใช้ราคาจากใบเสนอราคาเก่า
  • ใส่ส่วนลดมากกว่าที่อนุมัติ
  • ไม่ได้รวมค่าบริการบางรายการ
  • คำนวณจำนวนสินค้าและราคาต่อหน่วยผิด
  • ฝ่ายขายกับฝ่ายบัญชีใช้ข้อมูลคนละเวอร์ชัน

ตัวอย่าง

  • มูลค่าบริการเดิม 10,000 บาท
  • VAT 7% จำนวน 700 บาท
  • ยอดรวม 10,700 บาท

ภายหลังพบว่ามูลค่าบริการที่ถูกต้องคือ 12,000 บาท

สามารถคำนวณมูลค่าบริการที่เพิ่มขึ้นในใบเพิ่มหนี้ได้ดังนี้

  • มูลค่าตามใบกำกับภาษีเดิม 10,000 บาท
  • มูลค่าที่ถูกต้อง 12,000 บาท
  • มูลค่าส่วนต่าง 2,000 บาท
  • VAT 7% ของส่วนต่าง 140 บาท
  • ยอดเรียกเก็บเพิ่มรวม 2,140 บาท

2. กรณีส่งสินค้าเกินกว่าจำนวนที่ตกลงหรือเรียกเก็บไว้

กรณีที่จัดส่งสินค้าให้ลูกค้ามากกว่าจำนวนที่ระบุในใบกำกับภาษีเดิม และคู่ค้ายอมรับสินค้าส่วนเกินนั้น ผู้ขายต้องออกใบเพิ่มหนี้เพื่อเรียกเก็บมูลค่าส่วนต่าง เช่น

  • ใบกำกับภาษีเดิมระบุสินค้า 100 ชิ้น
  • คลังสินค้าส่งสินค้า 110 ชิ้น
  • ลูกค้าตรวจรับและตกลงซื้อสินค้าทั้ง 110 ชิ้น
  • ผู้ขายต้องเรียกเก็บมูลค่าของสินค้าเพิ่มอีก 10 ชิ้น

ก่อนออกใบเพิ่มหนี้ ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าสินค้าส่วนเกินไม่ได้เกิดจากการส่งสินค้าผิดและต้องรับคืน แต่เป็นสินค้าที่ลูกค้ายอมรับและตกลงชำระเงินจริง โดยตรวจสอบจากเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ใบส่งของ ใบรับสินค้า ใบสั่งซื้อ หลักฐานการตรวจรับ และอีเมลหรือข้อความยืนยันจากลูกค้า

3. กรณีให้บริการเกินกว่าข้อตกลงเดิม

หากออกใบกำกับภาษีตามข้อตกลงเดิมไปแล้ว และมีงานเพิ่มที่ทำให้ค่าบริการสูงขึ้นภายหลัง ผู้ให้บริการอาจออกใบเพิ่มหนี้สำหรับยอดส่วนต่างได้

ธุรกิจบริการมักพบในกรณีที่ขอบเขตงานเพิ่มขึ้นระหว่างดำเนินงาน เช่น

  • เอเจนซี่ได้รับมอบหมายให้จัดทำสื่อเพิ่มเติม
  • บริษัทซอฟต์แวร์พัฒนาฟังก์ชันนอกเหนือจากขอบเขตเดิม
  • บริษัทขนส่งมีเที่ยวขนส่งหรือค่ารอสินค้าเพิ่มเติม
  • ที่ปรึกษาทำงานเกินจำนวนชั่วโมงในสัญญา
  • ผู้ให้บริการรายเดือนมีค่าใช้งานเกินแพ็กเกจ
  • ผู้รับเหมามีงานเพิ่มที่ไม่ได้รวมอยู่ในใบเสนอราคาเดิม

ก่อนออกใบเพิมหนี้ ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง ?

1. ใบกำกับภาษีฉบับเดิม

ใบเพิ่มหนี้ต้องเชื่อมโยงกลับไปยังใบกำกับภาษีเดิม โดยระบุหมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีเดิม รวมถึงเลขที่เล่ม (ถ้ามี) และไม่ควรออกใบเพิ่มหนี้โดยไม่มีเอกสารต้นทาง หรือใช้เพื่อเรียกเก็บรายการใหม่ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับใบกำกับภาษีเดิม

2. สาเหตุที่ต้องออกใบเพิ่มหนี้

ใบเพิ่มหนี้ต้องมีคำอธิบายถึงสาเหตุในการออกเอกสาร โดยระบุเฉพาะเหตุและรายการสินค้าหรือบริการที่คลาดเคลื่อน เช่น

  • คำนวณราคาสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริง
  • ใช้ราคาต่อหน่วยไม่ตรงตามใบสั่งซื้อ
  • ส่งสินค้าเพิ่มจำนวน 10 ชิ้นตามการยืนยันของลูกค้า
  • เรียกเก็บค่าบริการต่ำกว่าข้อตกลง
  • ให้บริการเพิ่มเติมตามใบสั่งงานเลขที่…
  • ปรับเพิ่มค่าบริการตามจำนวนการใช้งานจริง

พร้อมหลีกเลี่ยงคำอธิบายกว้าง ๆ เช่น

  • ปรับปรุงยอด
  • แก้ไขเอกสาร
  • เพิ่มยอด
  • คิดเงินเพิ่ม
  • แก้ไขตามตกลง

3. เดือนที่ต้องออกใบเพิ่มหนี้

ตามแนวทางของกรมสรรพากร ผู้ประกอบการสามารถออกใบเพิ่มหนี้ในเดือนที่เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้มูลค่าสินค้าหรือบริการเพิ่มขึ้นเกิดขึ้น

หากมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถออกได้ทันในเดือนนั้น สามารถออกในเดือนภาษีถัดจากเดือนที่เหตุการณ์เกิดขึ้นได้

ตัวอย่าง

  • วันที่ 5 มกราคม: ออกใบกำกับภาษีเดิม
  • วันที่ 20 มกราคม: พบว่าคำนวณราคาต่ำกว่าความเป็นจริง
  • ภายในเดือนมกราคม: ควรออกใบเพิ่มหนี้
  • หากมีเหตุจำเป็นที่ทำให้ออกไม่ทัน: ออกในเดือนกุมภาพันธ์

จากตัวอย่าง จะเห็นได้ว่าวันที่พบข้อผิดพลาด วันที่ได้รับอนุมัติ และวันที่เกิดเหตุเพิ่มมูลค่าอาจไม่ใช่วันเดียวกันทุกกรณี จึงควรเก็บหลักฐานที่ช่วยอธิบายลำดับเหตุการณ์ไว้อย่างชัดเจนสำหรับการตรวจสอบในอนาคต

ก่อนออกใบเพิมหนี้ ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง ?

  • ผู้ขายหรือผู้ให้บริการ : เป็นฝ่ายตรวจพบว่ามูลค่าที่เรียกเก็บเดิมต่ำกว่ามูลค่าที่ถูกต้อง และมีหน้าที่จัดทำใบเพิ่มหนี้ ส่งให้ลูกค้า และเรียกเก็บเงินส่วนต่าง
  • ผู้ซื้อหรือผู้รับบริการ : ต้องตรวจสอบว่ายอดที่เรียกเก็บเพิ่มมีที่มาถูกต้องหรือไม่ ตรงกับสินค้า บริการ หรือข้อตกลงเพิ่มเติมที่ได้รับจริงหรือไม่
  • ฝ่ายขายหรือฝ่ายปฏิบัติงาน : มักเป็นฝ่ายที่มีข้อมูลต้นทาง เช่น ราคาขายล่าสุด จำนวนสินค้าที่ส่งจริง งานเพิ่มเติม หรือข้อตกลงกับลูกค้า จึงควรส่งหลักฐานให้ฝ่ายบัญชีก่อนออกเอกสาร
  • ฝ่ายบัญชี : มีหน้าที่ตรวจสอบใบกำกับภาษีเดิม คำนวณยอดส่วนต่างและ VAT จัดทำใบเพิ่มหนี้ ตลอดจนนำยอดไปลงรายงานภาษีให้ตรงกับเดือนที่กำหนด
  • ผู้สอบบัญชีหรือผู้ตรวจสอบ : อาจตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างใบเพิ่มหนี้ ใบกำกับภาษีเดิม รายได้ ภาษีขาย ลูกหนี้ และเอกสารประกอบ เพื่อพิจารณาว่ารายการเกิดขึ้นจริงและบันทึกอย่างเหมาะสมหรือไม่
ตัวอย่าง ใบเพิ่มหนี้

รายละเอียดที่ต้องระบุใบเพิ่มหนี้

1. คำว่า “ใบเพิ่มหนี้” แสดงในตำแหน่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน
2. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ประกอบการที่ออกเอกสาร
3. ข้อมูลของตัวแทน กรณีตัวแทนเป็นผู้ออกเอกสารแทนตามหลักเกณฑ์
4. ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ
5. วัน เดือน ปี ที่ออกใบเพิ่มหนี้
6. เลขที่ใบเพิ่มหนี้
7. หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีเดิม
8. หมายเลขเล่มของใบกำกับภาษีเดิม ถ้ามี
9. มูลค่าสินค้าหรือบริการตามใบกำกับภาษีเดิม
10. มูลค่าสินค้าหรือบริการที่ถูกต้อง
11. ผลต่างระหว่างมูลค่าเดิมกับมูลค่าที่ถูกต้อง
12. จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บเพิ่มจากส่วนต่าง
13. คำอธิบายสั้น ๆ ถึงสาเหตุที่ออกใบเพิ่มหนี้
14. รายละเอียดสินค้าหรือบริการที่เกิดความคลาดเคลื่อน

กรมสรรพากรอธิบายว่า มูลค่าที่แสดงในใบเพิ่มหนี้ หมายถึง มูลค่ารวมตามใบกำกับภาษีที่เป็นเหตุให้เพิ่มหนี้ มูลค่ารวมที่ถูกต้อง มูลค่ารวมของส่วนต่าง และ VAT ที่เรียกเก็บเพิ่มจากส่วนต่างนั้น

ผู้ประกอบการสามารถออกใบเพิ่มหนี้หนึ่งฉบับโดยอ้างอิงใบกำกับภาษีเดิมมากกว่าหนึ่งฉบับได้ และสามารถจัดทำเอกสารแนบเพื่อแจกแจงการอ้างอิงเป็นรายใบกำกับภาษีได้ แต่ข้อมูลต้องชัดเจนและตรวจสอบความเกี่ยวข้องกันได้

ขั้นตอนการออกใบเพิ่มหนี้

ใช้ใบเพิ่มหนี้อย่างไรให้ถูกต้องในงานบัญชีและภาษี ?

หลังจากออกใบเพิ่มหนี้แล้ว ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อต้องนำเอกสารไปบันทึกบัญชีและภาษีให้ถูกต้องตามส่วนต่างที่เพิ่มขึ้น

  • ฝั่งผู้ขายต้องบันทึกยอดขายหรือรายได้ ลูกหนี้ และภาษีขายเพิ่มเฉพาะจำนวนที่เพิ่มจากใบกำกับภาษีเดิม พร้อมนำภาษีขายไปลงในรายงานภาษีขายของเดือนที่ออกใบเพิ่มหนี้

โดยบันทึกเฉพาะส่วนต่างตามใบเพิ่มหนี้ และควรเก็บหลักฐานวันที่ออกหรือวันที่ได้รับเอกสารไว้ให้ตรวจสอบย้อนหลังได้

สรุป

ใบเพิ่มหนี้เป็นเอกสารที่ใช้เมื่อเคยออกใบกำกับภาษีแล้ว แต่ภายหลังพบว่ามูลค่าสินค้าหรือบริการที่ถูกต้องเพิ่มขึ้น เช่น คำนวณราคาต่ำไป ส่งสินค้าเกินจำนวน หรือให้บริการเพิ่มเติมจากข้อตกลงเดิม

หากมีขั้นตอนตรวจสอบเอกสารต้นทาง ขออนุมัติก่อนออกใบเพิ่มหนี้ และจัดเก็บหลักฐานอย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยลดปัญหาการเรียกเก็บเงินผิด ลดความคลาดเคลื่อนของภาษี และทำให้ตอบคำถามได้เมื่อลูกค้า ผู้สอบบัญชี หรือเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง

อ้างอิง :

บทความที่เกี่ยวข้อง

ค่าเสื่อมราคา คืออะไร ? รู้ก่อนซื้อทรัพย์สินเข้ามาใช้ในกิจการ

เวลาซื้อของเข้ามาใช้งานในกิจการ เช่น คอมพิวเตอร์ รถยนต์ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์สำนักงาน เจ้าของธุรกิจหลายคนมักมองว่า เราจ่ายเงินไปแล้ว ก็น่าจะบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้เลยทั้งหมด แต่ในทางบัญชี สินทรัพย์บางอย่างไม่ได้ถูกนำไปใช้งานทั้งหมดภายในครั้งเดียว เนื่องจากยังต้องนำไปใช้ทำงาน สร้างรายได้ หรือช่วยดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่องอีกหลายปี นี่จึงเป็นเหตุผลที่ต้องมีเรื่องค่าเสื่อมราคา เข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อทยอยรับรู้ต้นทุนของสินทรัพย์ให้เหมาะสมกับระยะเวลาที่ธุรกิจใช้งานจริงค่ะ ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาไปทำความเข้าใจแบบง่าย

ใบลดหนี้

ใบลดหนี้ คืออะไร ? ออกอย่างไรให้ถูกต้อง พร้อมตัวอย่าง

เวลาขายสินค้าหรือให้บริการไปแล้ว หลายธุรกิจอาจเจอสถานการณ์ที่ต้องลดยอดหนี้ให้ลูกค้าในภายหลัง เช่น ออกใบกำกับภาษีไปแล้ว แต่ภายหลังพบว่าสินค้าบางส่วนถูกส่งคืน มีการให้ส่วนลดเพิ่มเติม หรือคิดราคาสินค้าสูงเกินจริง คำถามที่ตามมาคือ ธุรกิจควรแก้ไขเอกสารอย่างไรให้ถูกต้อง ? คำตอบคือ ต้องออก ใบลดหนี้ เพื่อปรับยอดขาย ยอดหนี้ และภาษีมูลค่าเพิ่มให้ตรงกับความเป็นจริง ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาไปทำความเข้าใจแบบว่า ใบลดหนี้คืออะไร

ทำไมธุรกิจ ถึงต้องทำบัญชี

ทำไมธุรกิจ ถึงต้องทำบัญชี ?

การทำธุรกิจในปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการทำบัญชี คือสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือธุรกิจขนาดใหญ่ การทำบัญชีถือว่ามีส่วนสำคัญต่อการติดตามตัวเลขต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรายรับ รายจ่าย หรือกำไรของบริษัท ซึ่งหลายคนอาจมองว่าเป็นงานเอกสารที่น่าเบื่อ แต่ความเป็นจริงนั้น การทำบัญชี คือ สิ่งที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตไปข้างหน้าอย่างมั่นคงค่ะ และในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาไปทำความเข้าใจว่าทำไมการทำบัญชี ถึงเป็นสิ่งที่ธุรกิจทุกขนาด ควรให้ความสำคัญ และช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างไรค่ะ