สินทรัพย์หมุนเวียน คืออะไร ? ทำความเข้าใจก่อนวางแผนธุรกิจ

สินทรัพย์หมุนเวียน คืออะไร ? ทำความเข้าใจก่อนวางแผนธุรกิจ

ธุรกิจมียอดขายดี ลูกหนี้ก็เยอะ สินค้าในสต๊อกก็มีมูลค่าหลายล้านบาท แต่พอถึงเวลาจ่ายเงินเดือน จ่ายเจ้าหนี้ หรือเตรียมเงินลงทุนรอบใหม่ กลับรู้สึกว่าทำไมเงินสดถึงไม่เพียงพอ

หนึ่งในตัวเลขที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจเข้าใจเรื่องนี้ได้ดีขึ้น คือ สินทรัพย์หมุนเวียน เพราะตัวเลขนี้ไม่ได้บอกเพียงว่าธุรกิจมีทรัพย์สินเท่าไร แต่ยังช่วยให้เราเห็นว่า ทรัพยากรระยะสั้นของกิจการกำลังอยู่ในรูปของ เงินสด ลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ หรืออยู่ในรูปแบบสินทรัพย์ประเภทอื่น

สินทรัพย์หมุนเวียน คืออะไร ?

คำว่า “หมุนเวียน” ไม่ได้หมายความเพียงว่า สินทรัพย์นั้นต้องกลายเป็นเงินสดภายใน 1 ปีเสมอไป แต่ต้องพิจารณาว่า สินทรัพย์นั้นมีบทบาทอย่างไรในวงจรการทำธุรกิจ

ตัวอย่างเช่น ธุรกิจซื้อสินค้ามาเพื่อขาย เมื่อขายแล้วกลายเป็นลูกหนี้การค้า และเมื่อเก็บเงินจากลูกค้าได้จึงกลับมาเป็นเงินสด

กระบวนการตั้งแต่ซื้อสินทรัพย์มาใช้ในการดำเนินงานจนกลับมาเป็นเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสด เรียกว่า รอบระยะเวลาการดำเนินงาน หรือ Operating Cycle

คุณสมบัติของสินทรัพย์หมุนเวียน

สินทรัพย์หมุนเวียนแต่ละประเภท อาจมีลักษณะและความสามารถในการเปลี่ยนเป็นเงินสดแตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปจะเป็นทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในระยะสั้นของธุรกิจ และมีการหมุนเวียนไปตามกิจกรรมของกิจการ เช่น จากเงินสดเป็นสินค้า จากสินค้าเป็นลูกหนี้ และกลับมาเป็นเงินสดอีกครั้ง

1. มีสภาพคล่องสูง

สินทรัพย์หมุนเวียนโดยทั่วไปมี มีสภาพคล่องสูงกว่าสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เพราะสามารถนำมาใช้ ขาย หรือเปลี่ยนกลับมาเป็นเงินสดได้ค่อนข้างรวดเร็วตามลักษณะของธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม สินทรัพย์หมุนเวียนแต่ละรายการมีสภาพคล่องไม่เท่ากัน เช่น เงินสด สามารถนำไปใช้ได้ทันที ขณะที่ลูกหนี้การค้า ต้องรอเก็บเงินจากลูกค้า และ สินค้าคงเหลือ ต้องขายออกก่อนจึงจะเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

ดังนั้น หากต้องการดูสภาพคล่องของธุรกิจ ไม่ควรพิจารณาเพียงยอดรวมของสินทรัพย์หมุนเวียน แต่ควรดูด้วยว่าสินทรัพย์เหล่านั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง

2. ระยะเวลาจำกัด

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าสินทรัพย์หมุนเวียนทุกประเภทต้องเปลี่ยนเป็นเงินสดภายใน 1 ปีเสมอไป เพราะสินค้าคงเหลือหรือลูกหนี้บางรายการอาจยังเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน หากอยู่ภายในรอบการดำเนินงานตามปกติของกิจการ จึงควรมองทั้งระยะเวลา และลักษณะของวงจรธุรกิจประกอบกัน

3. วัตถุประสงค์ในการถือครอง

อีกคุณสมบัติสำคัญคือ กิจการไม่ได้ถือสินทรัพย์หมุนเวียนไว้เพื่อใช้งานระยะยาวเป็นหลัก แต่ถือไว้เพื่อใช้ในการดำเนินงาน ขาย ซื้อขาย หรือรับประโยชน์ในระยะสั้น

ตัวอย่างเช่น สินค้าที่กิจการซื้อมาเพื่อจำหน่ายให้ลูกค้า มีวัตถุประสงค์แตกต่างจากเครื่องจักรที่ซื้อมาเพื่อใช้ผลิตสินค้าเป็นเวลาหลายปี สินค้าจึงมักอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์หมุนเวียน ส่วนเครื่องจักรมักเป็นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน

ดังนั้น การพิจารณาว่าสินทรัพย์รายการหนึ่งเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนหรือไม่ จึงต้องดูด้วยว่า ธุรกิจถือสินทรัพย์นั้นไว้เพื่ออะไร ไม่ใช่พิจารณาเพียงจากชื่อของสินทรัพย์ หรือระยะเวลาอย่างเดียว

สินทรัพย์หมุนเวียน มีอะไรบ้าง

สินทรัพย์หมุนเวียน มีอะไรบ้าง ?

1. เงินสด และรายการเทียบเท่าเงินสด

เป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงที่สุด และสามารถนำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจได้ค่อนข้างรวดเร็ว เช่น

  • เงินสด
  • เงินฝากธนาคารประเภทกระแสรายวัน
  • เงินฝากออมทรัพย์
  • เช็คที่ถึงกำหนด
  • ธนาณัติ ตั๋วแลกเงิน หรือรายการที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่าย
  • เงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง และมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าต่ำ

โดยทั่วไป รายการเทียบเท่าเงินสดมักเป็นเงินลงทุนที่มีอายุคงเหลือสั้นมาก เช่น ประมาณ 3 เดือนหรือน้อยกว่านับจากวันที่ได้มา

2. เงินลงทุนชั่วคราว

คือเงินลงทุนที่กิจการตั้งใจถือไว้ในระยะสั้น โดยทั่วไปไม่เกิน 12 เดือน นับจากวันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน เช่น

  • หลักทรัพย์เพื่อค้า
  • เงินลงทุนในตราสารทางการเงินบางประเภท
  • เงินฝากประจำระยะสั้น
  • ตราสารหนี้ที่ใกล้ครบกำหนด

รายการเหล่านี้มักถือไว้เพื่อบริหารเงิน หรือรอเปลี่ยนเป็นเงินสดในระยะสั้น

3. ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น

ลูกหนี้ คือ สิทธิที่กิจการคาดว่าจะได้รับชำระเป็นเงิน หรือประโยชน์ทางเศรษฐกิจในอนาคต แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

2. ลูกหนี้หมุนเวียนอื่น
เป็นลูกหนี้ที่ไม่ได้เกิดจากการขายสินค้า หรือบริการโดยตรง เช่น

รายการเหล่านี้จะถูกจัดเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนเมื่อคาดว่าจะได้รับประโยชน์หรือได้รับชำระภายในรอบการดำเนินงานตามปกติ หรือภายในระยะเวลาที่เข้าเกณฑ์สินทรัพย์หมุนเวียน

4. มูลค่างานส่วนที่เสร็จแต่ยังไม่ถึงกำหนดเรียกชำระเงิน

หมายถึง มูลค่าของงานที่กิจการทำเสร็จไปแล้วบางส่วน และมีสิทธิได้รับค่าตอบแทน แต่ยังไม่ถึงรอบหรือเงื่อนไขที่จะออกใบเรียกเก็บเงินจากลูกค้า

พบได้บ่อยในธุรกิจบริการ ธุรกิจรับเหมา หรือธุรกิจที่ทำงานเป็นโครงการ เช่น บริษัทรับเหมาดำเนินงานไปแล้วตามความคืบหน้า แต่ตามสัญญายังไม่ถึงงวดที่สามารถออกใบแจ้งหนี้ได้

5. เงินให้กู้ยืมระยะสั้น

คือเงินที่กิจการให้บุคคลหรือกิจการอื่นกู้ยืม และคาดว่าจะได้รับคืนในระยะสั้น เช่น

  • เงินให้กู้ยืมแก่กรรมการ
  • เงินให้กู้ยืมแก่พนักงาน
  • เงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน
  • เงินให้กู้ยืมแก่บุคคลอื่นที่มีกำหนดชำระในระยะสั้น

หากมีกำหนดชำระคืนระยะยาว อาจต้องจัดประเภทเป็นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนแทน

6. สินค้าคงเหลือ

สินค้าคงเหลือ คือ สินทรัพย์ที่กิจการมีไว้เพื่อขาย ใช้ในการผลิต หรือใช้ในการให้บริการตามปกติของธุรกิจ เช่น

  • สินค้าสำเร็จรูป
  • งานระหว่างทำ
  • วัตถุดิบ
  • วัสดุที่ใช้ในการผลิต
  • ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้เพื่อขาย
  • ต้นทุนโครงการระหว่างพัฒนา

ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นร้านขายสินค้า สินค้าที่วางอยู่ในสต๊อกเพื่อรอขายก็ถือเป็นสินค้าคงเหลือ ส่วนโรงงานอาจมีทั้งวัตถุดิบ งานระหว่างผลิต และสินค้าสำเร็จรูป

7. สินทรัพย์ภาษีเงินได้ของงวดปัจจุบัน

คือจำนวนภาษีเงินได้ที่กิจการมีสิทธิได้รับคืนจากหน่วยงานภาษี เช่น กรณีที่กิจการชำระภาษีไว้มากกว่าจำนวนที่ต้องชำระจริง

8. สินทรัพย์ชีวภาพหมุนเวียน

สินทรัพย์ชีวภาพ คือ สัตว์หรือพืชที่กิจการถือครองเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ และคาดว่าจะขาย เก็บเกี่ยว หรือได้รับประโยชน์ภายในรอบการดำเนินงานตามปกติ เช่น

  • สัตว์ที่เลี้ยงไว้เพื่อจำหน่าย
  • พืชผลทางการเกษตรบางประเภท
  • สินทรัพย์ทางการเกษตรที่คาดว่าจะขายภายในระยะสั้น

รายการนี้จะพบมากในธุรกิจเกษตร ปศุสัตว์ หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิตจากสิ่งมีชีวิต

9. สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น

เป็นสินทรัพย์หมุนเวียนที่ไม่สามารถจัดอยู่ในหมวดหลักข้างต้นได้ แต่กิจการคาดว่าจะได้รับประโยชน์ในระยะสั้น เช่น

  • เงินฝากธนาคารที่มีข้อจำกัดบางประเภท
  • เงินประกัน
  • ภาษีซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนด
  • รายการจ่ายล่วงหน้าบางประเภท
  • สินทรัพย์ระยะสั้นอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน

รายละเอียดของรายการเหล่านี้ อาจแตกต่างกันไปตามประเภทของธุรกิจ

10. สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขาย

เมื่อเข้าเกณฑ์แล้ว รายการดังกล่าวสามารถนำมาแสดงในกลุ่มสินทรัพย์หมุนเวียนได้ เช่น กิจการมีอาคารที่เคยใช้ดำเนินงาน แต่ตัดสินใจเลิกใช้งานและมีแผนขายโดยเข้าเงื่อนไขตามมาตรฐานบัญชี

สินทรัพย์หมุนเวียน

สินทรัพย์หมุนเวียน สำคัญต่อธุรกิจอย่างไร ?

1. ช่วยประเมินสภาพคล่องของธุรกิจ
สินทรัพย์หมุนเวียนเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ใช้พิจารณาว่าธุรกิจมีความพร้อมในการรับมือกับค่าใช้จ่ายและหนี้สินระยะสั้นมากน้อยเพียงใด

ตัวอย่างเช่น หากบริษัทมีเงินสด และลูกหนี้ที่สามารถเก็บเงินได้ตามกำหนด ก็อาจมีความคล่องตัวในการจ่ายเจ้าหนี้ เงินเดือน ภาษี หรือค่าใช้จ่ายประจำได้ดีกว่าธุรกิจที่สินทรัพย์ส่วนใหญ่กระจุกอยู่ในสินค้าคงเหลือที่ขายได้ช้า

ดังนั้น การวิเคราะห์สินทรัพย์หมุนเวียนจึงช่วยให้เจ้าของธุรกิจมองเห็นว่า เงินที่กิจการมีอยู่ พร้อมนำไปใช้มากน้อยแค่ไหน

2. ช่วยวางแผนเงินทุนหมุนเวียน

ธุรกิจต้องใช้เงินหมุนเวียนอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้า จ่ายค่าจ้าง ชำระเจ้าหนี้ หรือรองรับค่าใช้จ่ายก่อนที่จะเก็บเงินจากลูกค้าได้

เมื่อรู้ว่าสินทรัพย์หมุนเวียนอยู่ในรูปใด เจ้าของกิจการจะสามารถวางแผนได้ว่า

  • ควรเก็บเงินสดสำรองไว้เท่าไร
  • ควรเร่งติดตามลูกหนี้หรือไม่
  • ควรลดหรือเพิ่มสินค้าคงเหลือ
  • มีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายรอบถัดไปหรือไม่

ข้อมูลเหล่านี้ ช่วยลดความเสี่ยงของสถานการณ์ที่ธุรกิจมียอดขาย แต่กลับขาดเงินสดสำหรับใช้ดำเนินงาน

3. ช่วยทำให้เห็นว่าเงินของธุรกิจกำลังอยู่ตรงไหน
ยอดสินทรัพย์หมุนเวียนเท่ากัน ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะมีสถานะทางการเงินเหมือนกัน

ตัวอย่างเช่น บริษัท A และบริษัท B ต่างมีสินทรัพย์หมุนเวียน 5 ล้านบาท

แต่บริษัท A อาจมีเงินสด 3 ล้านบาท ขณะที่บริษัท B มีเงินสดเพียง 500,000 บาท และอีก 4.5 ล้านบาทอยู่ในรูปของลูกหนี้และสินค้าคงเหลือ

แม้ยอดรวมเท่ากัน แต่ความสามารถในการนำเงินมาใช้ทันทีแตกต่างกันอย่างมาก

การดูองค์ประกอบของสินทรัพย์หมุนเวียน จึงช่วยให้เจ้าของกิจการตอบได้ว่า เงินกำลังค้างอยู่ที่ลูกหนี้ อยู่ในสต๊อก หรืออยู่ในรูปแบบของเงินสดที่พร้อมนำมาใช้แล้ว

4. ใช้ประกอบการตัดสินใจขยายธุรกิจ
เจ้าของธุรกิจควรประเมินก่อนว่าสินทรัพย์ระยะสั้นที่มีอยู่ สามารถรองรับค่าใช้จ่ายหลังจากลงทุนแล้วได้หรือไม่

เพราะแม้บริษัทจะมีสินทรัพย์จำนวนมาก แต่หากเงินส่วนใหญ่ยังเป็นลูกหนี้ที่เก็บไม่ได้ หรือเป็นสินค้าที่ขายออกช้า การนำเงินไปลงทุนเพิ่มอาจทำให้กิจการมีสภาพคล่องน้อยลง

5. ช่วยค้นหาสัญญาณที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติม
การเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์หมุนเวียนบางรายการเป็นสัญญาณที่ทำให้เจ้าของธุรกิจกลับไปตรวจสอบการบริหารงาน เช่น

  • ลูกหนี้เพิ่มขึ้น อาจต้องตรวจสอบว่าระยะเวลาเก็บเงินจากลูกค้ายาวนานขึ้นหรือไม่
  • สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อาจต้องดูว่าสินค้าขายออกได้ยาก หรือมีของค้างสต๊อกหรือไม่
  • เงินสดลดลง อาจต้องตรวจสอบว่ามีค่าใช้จ่าย หรือการลงทุนใดที่ใช้เงินเกินแผนหรือไม่

สรุป

สำหรับเจ้าของธุรกิจ การรู้ว่าสินทรัพย์หมุนเวียนมีเท่าไรเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งที่สำคัญกว่าคือการรู้ว่าเงินก้อนนั้น กำลังอยู่ในรูปของ เงินสด ลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ เงินลงทุน หรือสินทรัพย์ประเภทใด และสินทรัพย์เหล่านั้น พร้อมที่จะนำมาเปลี่ยนเป็นทรัพยากรที่ธุรกิจนำไปใช้งานได้มากน้อยเพียงใด

เพราะธุรกิจที่มีสินทรัพย์หมุนเวียนเยอะ ไม่ได้หมายความว่าจะมีเงินสด สำหรับนำไปลงทุนหรือชำระค่าใช้จ่ายทันที เมื่อเข้าใจองค์ประกอบเหล่านี้ เจ้าของธุรกิจก็จะสามารถอ่านงบการเงินได้ลึกขึ้น มองเห็นสภาพคล่องได้ชัดขึ้น และมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนเพิ่มสต๊อก ลงทุน เปิดสาขา หรือขยายธุรกิจได้รอบด้านกว่าเดิม

หากอ่านงบการเงินแล้วไม่แน่ใจว่า ตัวเลขสินทรัพย์ ลูกหนี้ สต๊อก หรือหนี้สินแต่ละรายการกำลังสะท้อนอะไรเกี่ยวกับธุรกิจ การพูดคุยกับผู้ทำบัญชีเพื่อวิเคราะห์รายละเอียดประกอบงบ จะช่วยให้มองเห็นภาพทางการเงินและวางแผนธุรกิจได้ง่ายขึ้น ติดต่อเข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยค่ะ

เขียนโดย

Picture of น้ำ - พัทธนันท์ วัชรโชติธาดาพงษ์

น้ำ - พัทธนันท์ วัชรโชติธาดาพงษ์

ผู้บริหารชอบการบัญชี ที่มุ่งมั่นพัฒนางานบัญชี และภาษีให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้ประกอบการ เชี่ยวชาญด้านการจัดทำบัญชี การปิดงบการเงิน และกระบวนการจดทะเบียนนิติบุคคล เชื่อมั่นว่าระบบบัญชีที่ดี คือรากฐานของการบริหารธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

บทความล่าสุด

บริการแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง

e-receipt คืออะไร ?

e-Receipt คืออะไร ต่างจากใบเสร็จรับเงินแบบกระดาษยังไง ?

ในทุกวันนี้ ธุรกิจส่วนใหญ่เปลี่ยนผ่านจากการทำงานในรูปแบบธรรมดา สู่การทำงานในรูปแบบออนไลน์ ไม่เว้นแม้แต่เอกสารบัญชี และภาษี ที่หลายกิจการเริ่มหันมาใช้ E-Receipt (ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์) แทนการออกใบเสร็จกระดาษแบบเดิม เพราะช่วยลดขั้นตอน ประหยัดต้นทุน และยังปลอดภัยต่อการจัดเก็บข้อมูลมากขึ้น แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่าE-Receipt คืออะไร และแตกต่างจากใบเสร็จปกติอย่างไร ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาคุณทำความเข้าใจในเรื่อง E-Receipt ว่ามีข้อดียังไง

สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย คืออะไร ? มีกี่ประเภท ใช้ทำอะไรในงานบัญชี

ในการทำบัญชีของธุรกิจ โดยเฉพาะกิจการที่มีรายการซื้อขายจำนวนมาก หากดูเฉพาะยอดรวมในบัญชีหลัก อาจยังไม่เพียงพอต่อการตรวจสอบรายละเอียด เช่น ยอดลูกหนี้รวมมาจากลูกค้ารายใดบ้าง หรือยอดเจ้าหนี้เกิดจากผู้ขายรายไหนบ้าง ด้วยเหตุนี้ สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยแยกรายละเอียดของบัญชีหลักให้ชัดเจนขึ้น ทำให้ผู้ทำบัญชีและเจ้าของธุรกิจสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ง่าย ลดความผิดพลาด และช่วยให้จัดการบัญชีได้เป็นระบบมากขึ้น สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย คืออะไร ? สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย (Subsidiary ledger) หรือ

ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) คือใคร ? สรุปหน้าที่ และวิธีเช็กรายชื่อล่าสุด

เวลาพูดถึงการตรวจสอบ และรับรองบัญชี เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่มักคุ้นเคยกับการใช้บริการผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือ CPA เป็นหลัก แต่ในบางกรณี โดยเฉพาะสำหรับห้างหุ้นส่วนจำกัดขนาดเล็ก อาจมีอีกตัวเลือกหนึ่งที่เรียกว่าผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ที่สามารถตรวจสอบบัญชีได้เหมือนกัน ทำให้หลายคนเริ่มสงสัยว่า TA คือใคร ต่างจาก CPA อย่างไร และกิจการของตัวเองสามารถเลือกใช้บริการ TA ได้หรือไม่