การปิดบัญชี คืออะไร ? ต้องปิดตอนไหน ทำไมธุรกิจถึงต้องปิดบัญชี

การปิดบัญชี คืออะไร

ทำธุรกิจมาทั้งปี แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าธุรกิจมีกำไรจริงเท่าไร ? เงินที่เห็นอยู่ในบัญชีธนาคารเป็นเงินของธุรกิจทั้งหมด หรือยังมีส่วนที่ต้องจ่ายให้เจ้าหนี้ ชำระภาษี หรือต้องคืนเงินกู้อีกหรือไม่ จึงต้องทำการปิดบัญชี เพื่อให้ทราบตัวเลขต่าง ๆ ของกิจการ

การปิดบัญชี คืออะไร ?

การปิดบัญชีแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

2. การปิดบัญชีถาวร คือ บัญชีที่แสดงฐานะการเงินของกิจการ โดยยอดคงเหลือจะไม่ถูกปิดให้เป็นศูนย์เมื่อสิ้นรอบบัญชี แต่จะยกยอดไปใช้เป็นยอดเริ่มต้นในรอบบัญชีถัดไป และสะสมต่อเนื่องไปจนกว่ารายการนั้นจะหมดไป หรือกิจการเลิกดำเนินงาน

การปิดบัญชีกับการจัดทำงบการเงิน ต่างกันอย่างไร ?

ดังนั้น หากรายการบัญชียังไม่ครบ หรือยังไม่ได้ตรวจสอบให้ถูกต้อง งบการเงินที่จัดทำขึ้นก็อาจไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงสถานะที่แท้จริงของธุรกิจ

ธุรกิจ ต้องปิดบัญชีตอนไหน ?

ต้องปิดบัญชีตอนไหน ?

การปิดบัญชีแบ่งตามช่วงเวลาการทำงานได้เป็น 3 ช่วงเวลา คือ การปิดบัญชีรายวัน รายเดือน และรายปี

ปิดบัญชีรายวัน

การปิดบัญชีรายวันเหมาะสำหรับธุรกิจที่มีรายการรับเงินและจ่ายเงินจำนวนมาก เช่น ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ธุรกิจออนไลน์ คลินิก หรือธุรกิจที่มีหลายสาขา

รายการที่ควรตรวจสอบในแต่ละวัน เช่น

  • ยอดขายเงินสด
  • ยอดรับผ่านบัตรหรือช่องทางออนไลน์
  • ยอดเงินโอนเข้าบัญชี
  • รายการคืนสินค้าและคืนเงิน
  • เงินสดย่อย
  • ค่าใช้จ่ายประจำวัน
  • ยอดขายจากระบบ POS หรือแพลตฟอร์มออนไลน์

ปิดบัญชีรายเดือน

การปิดบัญชีรายเดือนเป็นช่วงที่ธุรกิจนำรายการของทั้งเดือนมาตรวจสอบและสรุปผล เพื่อตรวจสอบว่าในเดือนนั้น ๆ มีรายได้ ค่าใช้จ่าย และผลประกอบการเป็นอย่างไร

รายการสำคัญที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

ปิดบัญชีรายปี

ทำไมต้องปิดบัญชี ?

1. รู้กำไรหรือขาดทุนที่แท้จริง

เงินคงเหลือในบัญชีธนาคารไม่ใช่กำไรทั้งหมด เพราะอาจรวมเงินกู้ เงินมัดจำ ภาษีที่ต้องนำส่ง หรือเงินที่ต้องจ่ายให้เจ้าหนี้ การปิดบัญชีจึงช่วยให้คำนวณกำไร หรือขาดทุนจากรายได้ ต้นทุน และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงได้

2. ทราบฐานะการเงินของกิจการ

การปิดบัญชีช่วยทำให้เห็นว่าธุรกิจมีเงินสด ลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ ทรัพย์สิน และหนี้สินเท่าไร ข้อมูลเหล่านี้ช่วยประเมินสภาพคล่อง ความสามารถในการชำระหนี้ และความพร้อมสำหรับการลงทุนหรือขยายกิจการ

3. คำนวณและยื่นภาษีได้อย่างถูกต้อง

ข้อมูลที่ได้จากการปิดบัญชีที่ครบถ้วนช่วยให้คำนวณภาษีได้ถูกต้อง และลดความเสี่ยงจากการบันทึกรายได้ไม่ครบ มีค่าใช้จ่ายที่ไม่มีหลักฐาน หรือบันทึกภาษีผิดรอบ นอกจากนี้ยังช่วยให้มีเวลาแก้ไขรายการก่อนถึงกำหนดยื่นภาษีอีกด้วย

4. ใช้วางแผนธุรกิจในปีถัดไป

ตัวเลขหลังปิดบัญชีช่วยให้เจ้าของธุรกิจรู้ว่าสินค้าหรือบริการใดสร้างรายได้ ต้นทุนส่วนใดสูงขึ้น และควรลดค่าใช้จ่ายในส่วนใด เมื่อนำข้อมูลมาเปรียบเทียบย้อนหลัง ก็จะช่วยวางแผนราคา งบประมาณ และการเติบโตได้แม่นยำขึ้น

5. สร้างความน่าเชื่อถือ

การปิดบัญชีที่ถูกต้อง จะทำให้งบการเงินมีความน่าเชื่อถือเมื่อติดต่อกับธนาคาร นักลงทุน คู่ค้า หรือหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะเมื่อต้องขอสินเชื่อ เพิ่มวงเงิน เข้าร่วมประมูลงาน หรือหาผู้ลงทุนเข้ามาร่วมธุรกิจ

หากไม่ปิดบัญชี หรือปิดบัญชีไม่ทัน จะเกิดอะไรขึ้น ?

1. ตัวเลขกำไรขาดทุนอาจไม่ถูกต้อง

หากบันทึกรายได้หรือค่าใช้จ่ายไม่ครบ ตัวเลขกำไรอาจสูงหรือต่ำกว่าความเป็นจริง ส่งผลให้เจ้าของธุรกิจประเมินผลประกอบการผิดพลาด ทำให้เข้าใจผิดว่ามีกำไรสูงเพราะมีเงินหมุนเวียนจำนวนมาก แต่เมื่อรวบรวมยอดเจ้าหนี้ ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย และต้นทุนทั้งหมดแล้ว อาจพบว่ากำไรที่ได้รับจริง ๆ มีน้อยกว่าที่คาดไว้

2. ไม่สามารถวางแผนภาษีได้ทัน

การวางแผนภาษีที่ถูกต้องควรเริ่มจากข้อมูลจริงและดำเนินการล่วงหน้า ไม่ใช่รอจนปิดรอบบัญชีแล้วจึงย้อนกลับมาแก้ไขรายการที่ผ่านมา หากข้อมูลมาถึงสำนักงานบัญชีใกล้วันยื่นภาษี อาจทำให้มีเวลาในการตรวจสอบเอกสาร และเตรียมกระแสเงินสดสำหรับชำระภาษีน้อยลง

3. เอกสารอาจตกหล่นหรือค้นหายาก

เมื่อเวลาผ่านไป ผู้เกี่ยวข้องอาจจำไม่ได้ว่ารายการโอนเงินเกิดขึ้นเพื่ออะไร ใบเสร็จอาจสูญหาย หรือพนักงานที่รับผิดชอบอาจลาออกไปแล้ว เอกสารที่ควรหาได้ภายในไม่กี่นาทีจึงอาจต้องใช้เวลาหลายวันในการติดตาม และบางรายการอาจไม่สามารถหาหลักฐานมารองรับได้เลย

4. ผู้สอบบัญชีอาจใช้เวลาตรวจสอบนานขึ้น

5. ยื่นงบการเงิน และยื่นภาษีล่าช้า

เมื่อบัญชียังไม่เรียบร้อย งบการเงินก็ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ตามกำหนด และอาจส่งผลต่อการประชุมอนุมัติงบ การยื่นงบการเงิน และการยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล

6. กระทบต่อการขอสินเชื่อหรือทำธุรกรรม

หากงบการเงินยังไม่เรียบร้อย ยื่นล่าช้า หรือมีตัวเลขที่ไม่สามารถอธิบายได้ ธุรกิจอาจประสบปัญหาเมื่อต้องใช้เอกสารประกอบการขอสินเชื่อ เพิ่มวงเงิน สมัครเป็นคู่ค้า หรือเข้าร่วมโครงการกับบริษัทขนาดใหญ่

การปิดบัญชีให้เรียบร้อยจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของฝ่ายบัญชี แต่เกี่ยวข้องกับโอกาสและความน่าเชื่อถือของธุรกิจโดยตรง

สรุป

สุดท้ายนี้ ธุรกิจควรตรวจสอบยอดรายรับรายจ่ายเป็นประจำทุกวัน รวมถึงการปิดบัญชีรายเดือนเพื่อดูผลประกอบการ และเตรียมข้อมูลสำหรับการปิดบัญชีรายปีอย่างต่อเนื่อง

เมื่อระบบบัญชีเป็นปัจจุบัน เจ้าของธุรกิจจะสามารถมองเห็นปัญหาได้เร็ว วางแผนภาษีได้ดีขึ้น บริหารกระแสเงินสดได้อย่างแม่นยำ และลดความเสี่ยงจากการยื่นงบการเงินล่าช้า สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่ามองการปิดบัญชีเป็นเพียงหน้าที่ที่ต้องทำปีละครั้ง แต่ควรมองเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจตัดสินใจจาก ตัวเลขจริง ไม่ใช่จากเงินคงเหลือหรือความรู้สึกเพียงอย่างเดียว

หากกิจการของคุณเริ่มมีเอกสารเยอะ ตัวเลขเริ่มไม่ตรง หรือใกล้ถึงเวลาปิดงบแล้ว ชอบการบัญชี ยินดีช่วยตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร จัดทำบัญชี ปิดงบการเงิน และดูแลขั้นตอนการยื่นงบและภาษีให้เป็นระบบ เพื่อให้เจ้าของธุรกิจเห็นตัวเลขจริงและวางแผนต่อได้อย่างมั่นใจ

เขียนโดย

Picture of น้ำ - พัทธนันท์ วัชรโชติธาดาพงษ์

น้ำ - พัทธนันท์ วัชรโชติธาดาพงษ์

ผู้บริหารชอบการบัญชี ที่มุ่งมั่นพัฒนางานบัญชี และภาษีให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้ประกอบการ เชี่ยวชาญด้านการจัดทำบัญชี การปิดงบการเงิน และกระบวนการจดทะเบียนนิติบุคคล เชื่อมั่นว่าระบบบัญชีที่ดี คือรากฐานของการบริหารธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

บทความล่าสุด

บริการแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใบแจ้งหนี้-ใบวางบิล คืออะไร ?

ใบแจ้งหนี้ ใบวางบิล คืออะไร สำคัญต่อธุรกิจอย่างไรบ้าง ?

ผู้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่ พอถึงเวลาที่ต้องเรียกเก็บเงินจากลูกค้า สิ่งหนึ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือ ใบแจ้งหนี้ และใบวางบิล ซึ่งเป็นเอกสารที่ใช้ในการแจ้งลูกค้าให้ทราบจำนวนเงินที่ต้องชำระ ซึ่งมักใช้ในธุรกิจขายสินค้า หรือการให้บริการ ที่มีรอบของการชำระให้เครดิต รวมถึงธุรกิจขายส่งของจำนวนเยอะ ๆ และในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาไปทำความรู้จักใบแจ้งหนี้ และใบวางบิล ใช้เอกสารไหนก่อน ใช้ทดแทนกันได้ไหม พร้อมอธิบายว่าเอกสารเหล่านี้สำคัญต่อการทำธุรกิจอย่างไรค่ะ

ผู้สอบบัญชี คือใคร ? สรุปหน้าที่ และความสำคัญ ที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้

ในกระบวนการจัดทำ และปิดงบการเงินของธุรกิจ ผู้สอบบัญชี ถือเป็นหนึ่งในคนสำคัญที่มีบทบาทโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลทางการเงิน แม้เจ้าของธุรกิจจำนวนมากจะคุ้นเคยกับคำนี้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังมีไม่น้อยที่ยังไม่เข้าใจชัดเจนว่า ผู้สอบบัญชีมีขอบเขตหน้าที่อย่างไร และเหตุใดการเลือกผู้สอบบัญชีที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญต่อธุรกิจ ความเป็นจริง ผู้สอบบัญชีไม่ได้เป็นเพียงผู้ที่เข้ามาตรวจสอบเอกสารในช่วงปลายปีเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญอิสระที่ช่วยตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงิน และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ข้อมูลทางการเงินของกิจการ ซึ่งมีผลต่อทั้งผู้ถือหุ้น นักลงทุน เจ้าหนี้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้สอบบัญชี คือใคร ? ผู้สอบบัญชี

หลักการบัญชีเดี่ยว คืออะไร ?

หลักการบัญชีเดี่ยว คืออะไร เหมาะสำหรับธุรกิจรูปแบบใดบ้าง ?

หลายคนที่เริ่มทำธุรกิจ หรือเพิ่งเริ่มทำบัญชีด้วยตัวเอง มักได้ยินคำว่า “บัญชีเดี่ยว” หรือ “หลักการบัญชีเดี่ยว” อยู่บ่อย ๆ แล้วต่างก็สงสัยว่าหลักการบัญชีเดี่ยวคืออะไร แตกต่างจากบัญชีคู่อย่างไร และสามารถนำระบบบัญชีเดี่ยวมาปรับใช้ในธุรกิจได้หรือไม่ จริง ๆ แล้ว หลักการบัญชีเดี่ยว เป็นรูปแบบการบันทึกบัญชีที่เข้าใจง่าย เน้นการจดบันทึกรายรับ–รายจ่ายเป็นหลัก เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก หรือกิจการที่มีรายการทางการเงินไม่ซับซ้อน อย่างไรก็ตาม