การด้อยค่าของสินทรัพย์ คืออะไร ? รับรู้ตอนไหน ต้องบันทึกบัญชีอย่างไร

การด้อยค่าของสินทรัพย์ คืออะไร ?

การด้อยค่าของสินทรัพย์ คืออะไร ?

ตัวอย่างที่พบบ่อยในทางปฏิบัติ เช่น

  • เครื่องจักรที่ล้าสมัยจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ทำให้กำลังการผลิตสร้างรายได้ต่ำกว่าต้นทุนที่บันทึกไว้
  • สาขาหรือหน่วยธุรกิจที่ขาดทุนต่อเนื่องจนมูลค่าสินทรัพย์ที่ลงทุนไปไม่คุ้มค่าที่จะได้คืน
  • ค่าความนิยม (Goodwill) จากการซื้อกิจการ ที่ผลประกอบการของกิจการที่ซื้อมาต่ำกว่าประมาณการตอนซื้อขายอย่างมีนัยสำคัญ

ธุรกิจต้องพิจารณาการด้อยค่าของสินทรัพย์ตอนไหน ?

ธุรกิจต้องพิจารณาการด้อยค่าของสินทรัพย์ เมื่อมีข้อบ่งชี้หรือสัญญาณเตือนว่าสินทรัพย์นั้นอาจมีมูลค่าลดลงต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชี หากพบข้อบ่งชี้แม้เพียงข้อเดียว ต้องดำเนินการทดสอบการด้อยค่าทันที ส่วนสินทรัพย์บางประเภทต้องทดสอบทุกปีโดยไม่ต้องรอข้อบ่งชี้

สิ่งที่ควรแยกให้ชัดคือ การประเมินข้อบ่งชี้กับการทดสอบการด้อยค่าเต็มรูปแบบเป็นคนละขั้นตอนกัน

  • ต้องประเมินข้อบ่งชี้ทุกสิ้นงวด สำหรับสินทรัพย์ทั่วไป เช่น ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่มีอายุการใช้งานจำกัด หากไม่พบข้อบ่งชี้ ไม่จำเป็นต้องทดสอบเต็มรูปแบบ
  • ต้องทดสอบการด้อยค่าอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งเสมอ ไม่ว่าจะมีข้อบ่งชี้หรือไม่ สำหรับค่าความนิยม และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ไม่มีอายุการใช้งานแน่นอน (เช่น เครื่องหมายการค้าบางประเภทที่ยังไม่ได้กำหนดวันสิ้นสุดการใช้ประโยชน์)

“กิจการจำนวนมากมองข้ามการประเมินข้อบ่งชี้ในระหว่างปี และไปนึกถึงเรื่องการด้อยค่าตอนใกล้ปิดงบเท่านั้น ทำให้ผู้สอบบัญชีอาจตั้งข้อสังเกตหรือขอปรับปรุงงบย้อนหลัง ทางที่ดีควรมีการทบทวนสัญญาณเหล่านี้เป็นระยะ อย่างน้อยไตรมาสละครั้ง โดยเฉพาะธุรกิจที่มีสินทรัพย์มูลค่าสูงหรือมีค่าความนิยมจากการควบรวมกิจการ”

ข้อบ่งชี้ว่าสินทรัพย์อาจเกิดการด้อยค่า มีอะไรบ้าง ?

ข้อบ่งชี้การด้อยค่าสามารถเกิดได้ทั้งจากปัจจัยภายนอกกิจการ และปัจจัยภายในกิจการ ดังนั้น การตรวจสอบจึงไม่ควรมองเพียงสภาพทางกายภาพของสินทรัพย์ แต่ต้องพิจารณาสภาพตลาด เทคโนโลยี และผลประกอบการที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ร่วมด้วย

1. ปัจจัยภายนอก

  • ราคาตลาดของสินทรัพย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มากกว่าที่ควรจะเป็นจากการใช้งานตามปกติหรือการผ่านเวลา
  • มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ตลาด เศรษฐกิจ หรือกฎหมาย ที่ส่งผลกระทบต่อกิจการอย่างมีนัยสำคัญ
  • อัตราดอกเบี้ยในตลาดหรืออัตราผลตอบแทนที่ใช้เป็นอัตราคิดลดเพิ่มขึ้น จนกระทบต่อการคำนวณมูลค่าจากการใช้สินทรัพย์
  • มูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์สุทธิของกิจการ สูงกว่ามูลค่าตลาดของหุ้นกิจการ (กรณีบริษัทจดทะเบียน)

2. ปัจจัยภายในกิจการ

  • มีหลักฐานว่าสินทรัพย์ล้าสมัยหรือเกิดความเสียหายทางกายภาพ
  • มีการเปลี่ยนแปลงแผนการใช้สินทรัพย์ในทางลบ เช่น แผนหยุดใช้งาน เลิกผลิต ปรับโครงสร้างธุรกิจ หรือกำหนดวันเลิกใช้เร็วกว่าเดิม
  • ผลประกอบการเชิงเศรษฐกิจของสินทรัพย์ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างต่อเนื่อง หรือกระแสเงินสดจริงแย่กว่าประมาณการตั้งแต่แรก

หากพบข้อบ่งชี้เพียงข้อเดียว กิจการมีหน้าที่ต้องประมาณมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนของสินทรัพย์นั้นทันที และไม่สามารถเลื่อนการพิจารณาไปยังงวดถัดไปได้

การด้อยค่าของสินทรัพย์

สินทรัพย์แบบไหนที่ต้องพิจารณาการด้อยค่า ?

ตัวอย่างสินทรัพย์ที่อาจพบประเด็นเรื่องการด้อยค่า ได้แก่

  • อาคาร
  • เครื่องจักร
  • รถยนต์
  • อุปกรณ์สำนักงาน
  • อุปกรณ์การผลิต
  • สินทรัพย์ไม่มีตัวตน
  • โปรแกรมคอมพิวเตอร์
  • สิทธิบัตรหรือลิขสิทธิ์
  • ค่าความนิยม
  • สินทรัพย์ที่อยู่ภายในหน่วยสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดเงินสด

ในบางกรณี สินทรัพย์หนึ่งรายการอาจไม่ได้สร้างกระแสเงินสดโดยอิสระ เช่น เครื่องจักร A ไม่สามารถผลิตสินค้าได้หากไม่มีเครื่องจักร B และ C ทำงานร่วมกัน

การพิจารณาการด้อยค่าจึงอาจต้องประเมินในระดับหน่วยสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดเงินสด แทนที่จะประเมินเครื่องจักรแต่ละเครื่องแยกจากกัน

ธุรกิจจะรู้ได้อย่างไรว่าสินทรัพย์ด้อยค่าเท่าไหร่ ?

มูลค่าที่สินทรัพย์ด้อยค่าคำนวณจากส่วนต่างระหว่างมูลค่าตามบัญชี กับมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน ซึ่งคือค่าที่สูงกว่าระหว่างสองมูลค่านี้

1. มูลค่ายุติธรรมหักต้นทุนในการจำหน่าย คือ จำนวนเงินที่คาดว่าจะได้รับจากการขายสินทรัพย์ในราคาตลาดที่เป็นธรรม หักด้วยต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่าย
2. มูลค่าจากการใช้ คือ มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดในอนาคตที่คาดว่าจะได้รับจากการใช้สินทรัพย์ต่อเนื่อง คำนวณด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด

สมมติว่ากิจการมีเครื่องจักรหนึ่งเครื่อง โดยมีข้อมูลดังนี้

รายการ จำนวนเงิน
มูลค่าตามบัญชี 1,000,000 บาท
มูลค่ายุติธรรมหักต้นทุนในการจำหน่าย 650,000 บาท
มูลค่าจากการใช้ 720,000 บาท

มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนต้องเลือกจำนวนที่สูงกว่า ระหว่าง 650,000 บาท กับ 720,000 บาท

ดังนั้น มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนเท่ากับ 720,000 บาท

จึงคำนวณผลขาดทุนจากการด้อยค่าได้ดังนี้

1,000,000 – 720,000 = 280,000 บาท

หมายความว่า กิจการมีผลขาดทุนจากการด้อยค่าจำนวน 280,000 บาท

มูลค่าจากการใช้ ในที่นี้ ไม่ใช่การประมาณว่าสินทรัพย์นี้น่าจะขายได้กี่บาท แต่เป็นการประเมินกระแสเงินสดในอนาคตที่คาดว่าจะได้รับจากการใช้สินทรัพย์และการจำหน่ายเมื่อสิ้นสุดการใช้งาน แล้วนำมาคิดลดเป็นมูลค่าปัจจุบัน

การด้อยค่าของสินทรัพย์บันทึกบัญชีอย่างไร ?

ตัวอย่างเช่น บริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่งมีเครื่องจักรมูลค่าตามบัญชี 5,000,000 บาท หลังพบข้อบ่งชี้จากการเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิต จึงประเมินมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนได้ 3,500,000 บาท ส่วนต่าง 1,500,000 บาท ต้องบันทึกเป็นขาดทุนจากการด้อยค่าทันที ดังนี้

ตัวอย่างเช่น บริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่งมีเครื่องจักรมูลค่าตามบัญชี 5,000,000 บาท หลังพบข้อบ่งชี้จากการเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิต จึงประเมินมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนได้ 3,500,000 บาท ส่วนต่าง 1,500,000 บาท ต้องบันทึกเป็นขาดทุนจากการด้อยค่าทันที ดังนี้

รายการ เดบิต (บาท) เครดิต (บาท)
ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ 1,500,000
ค่าเผื่อการด้อยค่าสะสม – เครื่องจักร 1,500,000

หลังบันทึกรายการนี้ กิจการต้องคำนวณค่าเสื่อมราคาในงวดถัดไปจากมูลค่าตามบัญชีใหม่ (3,500,000 บาท) หารด้วยอายุการใช้งานที่เหลืออยู่ที่ประเมินใหม่ ไม่ใช่มูลค่าเดิมก่อนการด้อยค่า ซึ่งเป็นจุดที่ธุรกิจส่วนใหญ่มักมองข้ามการปรับปรุงหลังบันทึกการด้อยค่าไปแล้ว

การด้อยค่าของสินทรัพย์ต่างจากค่าเสื่อมราคาอย่างไร ?

ค่าเสื่อมราคาคือการปันส่วนต้นทุนสินทรัพย์อย่างเป็นระบบตามอายุการใช้งานที่วางแผนไว้ล่วงหน้า ส่วนการด้อยค่าคือการปรับลดมูลค่าแบบไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า ซึ่งเกิดจากเหตุการณ์ผิดปกติที่ทำให้มูลค่าสินทรัพย์ลดลงเกินกว่าการเสื่อมสภาพตามปกติ

ประเด็น ค่าเสื่อมราคา การด้อยค่าของสินทรัพย์
ลักษณะ เป็นส่วนต้นทุนอย่างเป็นระบบและสม่ำเสมอ ปรับลดมูลค่าเมื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติ
ความถี่ บันทึกทุกงวดตามอายุการใช้งาน บันทึกเฉพาะเมื่อพบข้อบ่งชี้ หรือทุกปีสำหรับ Goodwill
สาเหตุ การใช้งานตามปกติ อายุ และเทคโนโลยีที่คาดการณ์ไว้ เหตุการณ์ผิดปกติ เช่น ตลาดเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยนกะทันหัน
การกลับรายการ ไม่มีการกลับรายการ สามารถกลับรายการได้ในบางกรณี (ยกเว้น Goodwill)

การรับรู้ค่าเสื่อมราคาเป็นเรื่องที่กิจการคาดไว้ตั้งแต่เริ่มต้นว่าสินทรัพย์จะถูกใช้และมีประโยชน์ลดลงตามเวลาแต่หากมีปัจจัยที่ทำให้เครื่องจักรเดิมแทบไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิม และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากเครื่องจักรลดลงอย่างมาก เหตุการณ์ดังกล่าวอาจนำไปสู่การพิจารณาการด้อยค่าเพิ่มเติมจากค่าเสื่อมราคาตามปกติ

การด้อยค่าของสินทรัพย์มีผลต่องบการเงินอย่างไร ?

  • งบกำไรขาดทุน : กำไรสุทธิลดลงทันทีเต็มจำนวนขาดทุนจากการด้อยค่า แม้จะเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสดก็ตาม
  • งบฐานะการเงิน : มูลค่าสินทรัพย์รวมลดลง ส่งผลต่ออัตราส่วนทางการเงิน เช่น อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่อาจดูแย่ลงหรือดีขึ้นแล้วแต่มุมมอง
  • เงื่อนไขสัญญาเงินกู้ : กิจการที่มีเงื่อนไขสัญญากู้ยืมผูกกับอัตราส่วนทางการเงินบางตัว อาจผิดเงื่อนไข ได้หากขาดทุนจากการด้อยค่ามีมูลค่าสูง
  • ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและคู่ค้า : การด้อยค่าจำนวนมากอาจถูกตีความว่าเป็นสัญญาณของปัญหาเชิงโครงสร้างธุรกิจ จึงควรมีคำอธิบายประกอบในหมายเหตุประกอบงบการเงินอย่างชัดเจน

ในส่วนนี้ผู้ประกอบการหลายรายกังวลว่าการรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าจะทำให้งบการเงินดูแย่ จึงเลือกไม่บันทึกหรือบันทึกล่าช้า ซึ่งเป็นความเสี่ยงสูงในมุมกฎหมายและมาตรฐานการบัญชี เพราะถือเป็นการแสดงมูลค่าสินทรัพย์เกินจริง อาจถูกผู้สอบบัญชีให้ความเห็นแบบมีเงื่อนไขหรือไม่แสดงความเห็น ซึ่งกระทบต่อความน่าเชื่อถือของงบการเงินมากกว่าตัวเลขขาดทุนเสียอีก

สามารถกลับรายการผลขาดทุนจากการด้อยค่าได้หรือไม่ ?

ผลขาดทุนจากการด้อยค่าสามารถกลับรายการได้ในบางกรณี หากสถานการณ์หรือประมาณการที่ใช้ในการกำหนดมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนเปลี่ยนแปลงไป แต่การกลับรายการมีข้อจำกัด และไม่สามารถทำได้กับสินทรัพย์ทุกประเภท

หลักการกลับรายการที่ต้องรู้

สรุป

การด้อยค่าของสินทรัพย์เป็นเรื่องของการตรวจสอบว่า มูลค่าที่กิจการแสดงไว้ในบัญชียังสอดคล้องกับประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากสินทรัพย์หรือไม่ หากมูลค่าในบัญชีสูงเกินกว่าจำนวนที่สามารถได้รับคืน ก็อาจต้องรับรู้ผลขาดทุนและปรับมูลค่าสินทรัพย์ตามมาตรฐานที่กิจการใช้

บทความที่เกี่ยวข้อง

เอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน มีอะไรบ้าง ?

เช็กก่อนโดนทวง! เอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน มีอะไรบ้าง ?

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่ให้สำนักงานบัญชีช่วยทำบัญชีได้ไม่นาน คำถามแรก ๆ ที่มักเกิดขึ้นคือ เอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน มีอะไรบ้าง หลายครั้งเจ้าของธุรกิจอาจมีเอกสารอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าเอกสารไหนต้องส่ง เอกสารไหนควรเก็บ หรือส่งแค่สลิปโอนเงินเพียงพอหรือไม่ จึงทำให้เอกสารบางรายการตกหล่น และต้องย้อนกลับไปค้นหาเมื่อสำนักงานบัญชีสอบถาม ในบทความนี้ เราจึงรวบรวม 6 รายการเอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน ซึ่งช่วยให้เตรียมเอกสารได้ครบ ส่งได้ถูก และไม่ต้องรอให้ติดตามในภายหลังค่ะ 1.

รับจัดงานเลี้ยง ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง ?

รับจัดงานเลี้ยง ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง ? รู้ก่อนโดนตรวจสอบ !

ธุรกิจรับจัดงานเลี้ยง รับจัดโต๊ะจีน หรือรับจัดบุฟเฟต์นอกสถานที่ เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ทำรายได้สูงมาก ทั้งรายได้จากอาหาร การให้บริการสถานที่ และบริการอื่น ๆ ประกอบกัน แต่สิ่งที่เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่มองข้ามก็คือเรื่องภาษี ซึ่งไม่เข้าใจว่ารายได้ที่รับมานั้น ต้องเสียภาษีหรือไม่ ? ในบางครั้งลูกค้าขอใบเสร็จ หรือใบกำกับภาษี ก็ไม่สามารถออกให้กับลูกค้าได้ หรือแย่กว่านั้น คือถูกกรมสรรพากรตรวจสอบภาษีย้อนหลัง โดนค่าปรับ และเบี้ยปรับทางภาษีที่ไม่เคยคิดว่าจะเจอ

หลักการบัญชีเดี่ยว คืออะไร ?

หลักการบัญชีเดี่ยว คืออะไร เหมาะสำหรับธุรกิจรูปแบบใดบ้าง ?

หลายคนที่เริ่มทำธุรกิจ หรือเพิ่งเริ่มทำบัญชีด้วยตัวเอง มักได้ยินคำว่า “บัญชีเดี่ยว” หรือ “หลักการบัญชีเดี่ยว” อยู่บ่อย ๆ แล้วต่างก็สงสัยว่าหลักการบัญชีเดี่ยวคืออะไร แตกต่างจากบัญชีคู่อย่างไร และสามารถนำระบบบัญชีเดี่ยวมาปรับใช้ในธุรกิจได้หรือไม่ จริง ๆ แล้ว หลักการบัญชีเดี่ยว เป็นรูปแบบการบันทึกบัญชีที่เข้าใจง่าย เน้นการจดบันทึกรายรับ–รายจ่ายเป็นหลัก เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก หรือกิจการที่มีรายการทางการเงินไม่ซับซ้อน อย่างไรก็ตาม