มูลค่าตามบัญชี คืออะไร ? คำนวณยังไง ต่างจากราคาทุนอย่างไร

มูลค่าตามบัญชี คืออะไร ?

ในบทความนี้ชอบการบัญชี จะอธิบายอย่างละเอียดว่ามูลค่าตามบัญชีคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร คำนวณอย่างไร และแตกต่างจากราคาทุนกับมูลค่าตลาดตรงไหนบ้าง เพื่อให้เจ้าของธุรกิจนำไปใช้ในการตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

มูลค่าตามบัญชี คืออะไร ?

มูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

มูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์เกิดขึ้นจากต้นทุนเดิมที่กิจการจ่ายไปเพื่อได้มาซึ่งสินทรัพย์นั้น หักออกด้วยค่าเสื่อมราคาสะสม และผลขาดทุนจากการด้อยค่า (ถ้ามี)

  • ต้นทุนเริ่มแรก : เมื่อกิจการซื้อหรือได้สินทรัพย์มา (เช่น อาคาร เครื่องจักร หรืออุปกรณ์) จะบันทึกมูลค่าตั้งต้นด้วยราคาที่จ่ายจริงรวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อให้สินทรัพย์นั้นพร้อมใช้งาน
  • การหักค่าเสื่อมราคา : เมื่อเวลาผ่านไป และมีการใช้งาน สินทรัพย์จะเสื่อมสภาพลง กิจการจึงทยอยตัดมูลค่าของสินทรัพย์นั้นลงตามอายุการใช้งานในแต่ละรอบปีโดยบันทึกเป็นค่าเสื่อมราคา
  • การปรับปรุงการด้อยค่า : หากมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนของสินทรัพย์ลดลงต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี เนื่องจากสภาพตลาดหรือความล้าสมัย กิจการต้องบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าเพื่อลดมูลค่าลงให้ถูกต้อง
วิธีคำนวณมูลค่าตามบัญชี

มูลค่าตามบัญชีคำนวณอย่างไร ?

สูตรคำนวณมูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์ที่ใช้กันโดยทั่วไปคือ

มูลค่าตามบัญชี = ราคาทุนของสินทรัพย์ − ค่าเสื่อมราคาสะสม − ค่าเผื่อการด้อยค่า (ถ้ามี)

  • ราคาทุนของสินทรัพย์ = 500,000 บาท
  • ค่าเสื่อมราคาสะสม = 120,000 บาท
  • ค่าเผื่อการด้อยค่า = 30,000 บาท

มูลค่าตามบัญชี = 500,000 − 120,000 − 30,000 = 350,000 บาท

หมายความว่า แม้บริษัทจะซื้อเครื่องจักรมาในราคา 500,000 บาท แต่ ณ วันที่คำนวณ เครื่องจักรดังกล่าวจะมี มูลค่าตามบัญชีอยู่ที่ 350,000 บาท

มูลค่าตามบัญชีกับราคาทุนต่างกันอย่างไร ?

ราคาทุนของสินทรัพย์ คือตัวเลขคงที่ตายตัวที่บันทึกไว้ตั้งแต่วันแรกที่ได้สินทรัพย์มา และจะไม่เปลี่ยนแปลงไปตลอดอายุการถือครองสินทรัพย์ (ยกเว้นมีการตีราคาใหม่หรือปรับปรุงสินทรัพย์เพิ่มเติม)

ในขณะที่มูลค่าตามบัญชีจะทยอยลดลงทุกงวดบัญชีตามค่าเสื่อมราคาสะสมที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและสะท้อนสภาพปัจจุบันของสินทรัพย์ได้ดีกว่า

หัวข้อ ราคาทุน มูลค่าตามบัญชี
ที่มา จำนวนเงินที่จ่ายจริงตอนซื้อสินทรัพย์มา ราคาทุนหักค่าเสื่อมราคาสะสม
การเปลี่ยนแปลง คงที่ ไม่เปลี่ยนตามเวลา ลดลงทุกงวดบัญชีตามอายุการใช้งาน
แสดงในงบการเงิน เป็นข้อมูลอ้างอิงในหมายเหตุประกอบงบ แสดงเป็นยอดสุทธิในงบฐานะการเงิน
ใช้ประโยชน์หลัก คำนวณฐานภาษี, คำนวณค่าเสื่อมราคา ประเมินมูลค่ากิจการ, ใช้ค้ำประกันสินเชื่อ

มูลค่าตามบัญชีกับราคาทุนต่างกันอย่างไร ?

มูลค่าตามบัญชีกับมูลค่าตลาดเป็นคนละตัวเลขกัน และแทบไม่มีทางเท่ากัน

ในทางปฏิบัติ มูลค่าตามบัญชีจะคำนวณตามหลักบัญชีล้วน ๆ (ราคาทุนหักค่าเสื่อม) ในขณะที่มูลค่าตลาด (Market Value) คือราคาที่ผู้ซื้อผู้ขายตกลงซื้อขายกันจริงในตลาด ณ ขณะนั้น ซึ่งขึ้นอยู่กับอุปสงค์-อุปทาน สภาพการใช้งานจริง เทคโนโลยีที่ล้าสมัยหรือไม่ และปัจจัยภายนอกอื่น ๆ

ตัวอย่างเช่น รถกระบะของกิจการที่มีมูลค่าตามบัญชีเหลือ 200,000 บาทตามตารางค่าเสื่อมราคา แต่เมื่อนำไปประเมินราคาขายจริงในตลาดรถมือสอง อาจขายได้เพียง 150,000 บาท หากสภาพรถทรุดโทรมกว่าค่าเฉลี่ย หรืออาจขายได้ถึง 280,000 บาท หากเป็นรุ่นที่ตลาดยังต้องการสูง ความคลาดเคลื่อนนี้เป็นเรื่องปกติ และเป็นสิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องเข้าใจก่อนใช้ตัวเลขจากบัญชีไปอ้างอิงราคาขายจริง

มูลค่าตามบัญชีดูได้จากที่ไหน ?

เจ้าของธุรกิจสามารถตรวจสอบมูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์ได้จาก 3 แหล่งข้อมูลหลักในกิจการของตนเอง ดังนี้

ทำไมเจ้าของธุรกิจ ต้องรับรู้มูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์ ?

คุณแป้ง – สีตลา ดีโพธิ์รัมย์ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพบัญชี ชอบการบัญชี ได้แบ่งปันประสบการณ์ในการตรวจสอบงานบัญชีของธุรกิจว่า

สรุป

มูลค่าตามบัญชีไม่ใช่แค่ตัวเลขทางบัญชีที่อยู่ในงบการเงินเท่านั้น แต่เป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจมองเห็น “มูลค่าคงเหลือ” ของสินทรัพย์ในกิจการอย่างเป็นระบบ โดยคำนวณจากราคาทุนหักด้วยค่าเสื่อมราคาสะสมและค่าเผื่อการด้อยค่า (ถ้ามี) จึงแตกต่างจากราคาทุนที่เป็นมูลค่าตั้งต้น และแตกต่างจากมูลค่าตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพจริงและความต้องการของตลาด การเข้าใจความต่างของตัวเลขทั้ง 3 แบบนี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการอ่านงบได้ชัดขึ้น และนำข้อมูลไปใช้ตัดสินใจเรื่องภาษี การลงทุน การขอสินเชื่อ หรือการเปลี่ยนทรัพย์สินในธุรกิจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาษีค้างจ่าย คืออะไร

ภาษีค้างจ่าย คืออะไร อยู่หมวดไหน บันทึกบัญชีอย่างไร ?

เห็นรายการ “ภาษีค้างจ่าย” ในงบการเงินแล้ว หลายคนอาจสงสัยว่า บริษัทลืมจ่ายภาษี หรือกำลังเสียค่าปรับอยู่หรือเปล่า ? ความจริงแล้ว ยอดนี้อาจเป็นภาษีที่กิจการรับรู้ไว้ในบัญชี แต่ยังไม่ถึงกำหนดชำระก็ได้ การเข้าใจความหมายจึงช่วยให้เจ้าของธุรกิจอ่านงบได้ถูกต้อง และเตรียมเงินจ่ายภาษีได้เหมาะสม ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาไปทำความเข้าใจว่าภาษีค้างจ่ายคืออะไร อยู่หมวดไหน และบันทึกบัญชีอย่างไร พร้อมตัวอย่างการคำนวณและจุดที่ควรตรวจสอบก่อนปิดงบ เพื่อให้แยกยอดภาษีที่เป็นค่าใช้จ่ายออกจากยอดที่ยังต้องจ่ายได้อย่างชัดเจน ภาษีค้างจ่าย

อาชีพอิสระ หรือฟรีแลนซ์ ต้องทำบัญชีไหม ?

อาชีพอิสระ หรือฟรีแลนซ์ ต้องทำบัญชีไหม ?

หลายคนเลือกทำงานฟรีแลนซ์หรืออาชีพอิสระ เพราะต้องการอิสระทางเวลา ไม่ต้องมีเจ้านายคอยบังคับ แถมยังเลือกงานได้ตามใจ แต่สิ่งที่มักถูกละเลยคือ เรื่องการทำบัญชีและภาษี ซึ่งจริง ๆ แล้วมีความสำคัญมากกว่าที่คิด เพราะรายได้จากการทำงานฟรีแลนซ์ก็ถือเป็นเงินได้พึงประเมิน ที่ต้องนำมาคำนวณและยื่นภาษีเช่นเดียวกับพนักงานประจำ ทำไมฟรีแลนซ์ และอาชีพอิสระ ถึงต้องมีความรู้เรื่องบัญชี ? ฟรีแลนซ์ จำเป็นต้องทำบัญชีหรือไม่ ? ทำไมฟรีแลนซ์ ถึงโดนหักเงิน

การรับรู้สินทรัพย์ พร้อมตัวอย่าง

เกณฑ์การรับรู้สินทรัพย์ พร้อมตัวอย่างที่เจ้าของธุรกิจควรรู้

ในการทำธุรกิจ เรามักมีค่าใช้จ่ายหลายอย่างที่เกิดจากการซื้อของมาใช้ในกิจการ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ เครื่องจักร รถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ หรือโปรแกรมต่าง ๆ ซึ่งหลายครั้งเจ้าของธุรกิจอาจสงสัยว่า รายการเหล่านี้ควรบันทึกเป็นสินทรัพย์ทั้งหมดหรือไม่ หรือบางรายการควรรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายตั้งแต่ตอนที่เกิดขึ้น คำตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ราคาของสิ่งที่ซื้อ แต่ต้องพิจารณาทั้งลักษณะของรายการ ประโยชน์ที่กิจการจะได้รับ และหลักเกณฑ์ทางบัญชีที่เกี่ยวข้อง การทำความเข้าใจ เกณฑ์การรับรู้สินทรัพย์ จึงช่วยให้เจ้าของธุรกิจเห็นภาพได้ชัดขึ้นว่า รายการแบบไหนควรรับรู้เป็นสินทรัพย์ และมีเรื่องอะไรบ้างที่ควรตรวจสอบก่อนนำไปบันทึกบัญชี