เกณฑ์การรับรู้สินทรัพย์ พร้อมตัวอย่างที่เจ้าของธุรกิจควรรู้

การรับรู้สินทรัพย์ พร้อมตัวอย่าง

การรับรู้สินทรัพย์ คืออะไร ?

ดังนั้นการซื้อของกับการรับรู้สินทรัพย์จึงไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสมอไป

เกณฑ์การรับรู้สินทรัพย์

เกณฑ์การรับรู้สินทรัพย์ ต้องพิจารณาอะไรบ้าง ?

ก่อนจะรับรู้สินทรัพย์ ควรเริ่มจากตรวจสอบก่อนว่ารายการนั้นเป็นไปตามคำนิยามของสินทรัพย์หรือไม่ จากนั้นจึงพิจารณาว่าการรับรู้รายการจะให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจและเป็นตัวแทนอันเที่ยงธรรม รวมถึงต้องตรวจสอบข้อกำหนดของมาตรฐานที่ใช้กับสินทรัพย์ประเภทนั้นโดยเฉพาะ

สำหรับเจ้าของธุรกิจ สามารถใช้คำถามต่อไปนี้ช่วยพิจารณาเบื้องต้นได้

1. กิจการมีสิทธิหรือควบคุมทรัพยากรนั้นหรือไม่ ?

สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือ กิจการสามารถควบคุมสิทธิหรือประโยชน์ที่เกิดจากทรัพยากรนั้นได้หรือไม่ เพราะการมีเอกสารซื้อขายหรือการจ่ายเงินเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอสำหรับการสรุปทางบัญชีในทุกกรณี

ตัวอย่างเช่น บริษัทซื้อคอมพิวเตอร์มาใช้ในสำนักงาน บริษัทมีสิทธิใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องดังกล่าว และสามารถจำกัดไม่ให้บุคคลอื่นนำไปใช้ประโยชน์ได้ จึงมีลักษณะของการควบคุมทรัพยากร

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม Software ที่ซื้อสิทธิขาด กับ Software แบบ Subscription จึงไม่ควรถูกสรุปทางบัญชีจากคำว่า “โปรแกรม” เพียงอย่างเดียว

2. รายการดังกล่าวเกิดจากเหตุการณ์ในอดีตหรือไม่ ?

สินทรัพย์ต้องเกี่ยวข้องกับสิทธิหรือทรัพยากรที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่เพียงแผนงาน หรือความตั้งใจที่จะซื้อในอนาคต

ตัวอย่างเช่น บริษัทอนุมัติงบประมาณ 1 ล้านบาทเพื่อซื้อเครื่องจักรในปีหน้า การอนุมัติงบดังกล่าวไม่ได้ทำให้เกิดเครื่องจักรเป็นสินทรัพย์ของกิจการทันที เพราะบริษัทยังไม่ได้รับสิทธิ หรือควบคุมทรัพยากรจากเหตุการณ์นั้น

แต่เมื่อเกิดธุรกรรม และเงื่อนไขที่ทำให้กิจการได้รับสิทธิหรือการควบคุมแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนพิจารณาว่าจะรับรู้สินทรัพย์อย่างไรต่อไป

3. สินทรัพย์สามารถสร้างประโยชน์ให้กิจการได้อย่างไร ?

ทรัพยากรที่กิจการควบคุมควรมีศักยภาพในการสร้างประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าต้องสร้างรายได้โดยตรงเสมอไป ประโยชน์อาจเกิดได้หลายรูปแบบ เช่น

  • ใช้ผลิตสินค้าหรือให้บริการ
  • ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน
  • เพิ่มกำลังการผลิต
  • ใช้บริหารงานภายใน
  • ให้ผู้อื่นเช่า
  • สามารถขายหรือแลกเปลี่ยนได้
  • ช่วยให้กิจการสามารถใช้สินทรัพย์อื่นสร้างรายได้ต่อไป

ดังนั้น เวลาพิจารณาว่ารับรู้สินทรัพย์ได้หรือไม่ อย่าถามเพียงว่าของชิ้นนี้ทำเงินหรือเปล่า แต่ควรถามว่าสิทธิหรือทรัพยากรนี้สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้ธุรกิจในรูปแบบใด

4. มูลค่าของรายการสามารถนำมาบันทึกบัญชีได้หรือไม่ ?

เมื่อรายการมีลักษณะเป็นสินทรัพย์แล้ว อีกประเด็นหนึ่งคือ กิจการจะนำมูลค่าใดมาใช้ในการบันทึกบัญชี

วิธีวัดมูลค่าไม่ได้เหมือนกันสำหรับสินทรัพย์ทุกประเภท จึงต้องดูมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่น สำหรับที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ TAS 16 กำหนดว่ารายการที่จะรับรู้เป็นสินทรัพย์ต้องสามารถวัดมูลค่าต้นทุนได้อย่างน่าเชื่อถือ และเมื่อเข้าเกณฑ์แล้วให้วัดมูลค่าเมื่อรับรู้รายการด้วยราคาทุน

จุดที่เจ้าของธุรกิจควรระวังคือ อย่านำราคาที่จ่ายทั้งหมดมาเป็นราคาทุนโดยอัตโนมัติ เพราะบางค่าใช้จ่ายสามารถรวมเป็นต้นทุนสินทรัพย์ได้ ขณะที่บางรายการต้องบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในงวดนั้น

5. ต้องพิจารณามาตรฐานบัญชีเฉพาะประเภทเพิ่มเติมหรือไม่ ?

แม้จะเรียกรวมกันว่าสินทรัพย์ แต่สินทรัพย์แต่ละประเภทอาจใช้หลักเกณฑ์การรับรู้และการวัดมูลค่าที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น

  • ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ใช้ TAS 16
  • สินทรัพย์ไม่มีตัวตน ใช้ TAS 38
  • สินค้าคงเหลือ ใช้ TAS 2
  • สินทรัพย์ทางการเงิน ใช้ TFRS 9
  • อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ใช้ TAS 40

สำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะหรือ NPAEs ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ภายใต้ TFRS for NPAEs ที่กิจการใช้อยู่ด้วย โดยฉบับปรับปรุง 2565 มีผลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นไป และยังเป็นมาตรฐานที่สภาวิชาชีพบัญชีเผยแพร่ใช้อยู่ ณ ปี 2569

ดังนั้นคำถามว่ารายการนี้รับรู้เป็นสินทรัพย์ได้ไหม ? บางครั้งยังตอบไม่ได้จนกว่าจะรู้ก่อนว่าเป็นสินทรัพย์ประเภทใด และกิจการใช้กรอบมาตรฐานใด

ตัวอย่างการรับรู้สินทรัพย์ในธุรกิจ

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ลองพิจารณารายการตัวอย่างที่พบบ่อย

รายการ แนวทางพิจารณาเบื้องต้น
คอมพิวเตอร์สำนักงาน หากกิจการควบคุม ใช้งานในธุรกิจ และเข้าเกณฑ์ตามนโยบายบัญชี อาจรับรู้เป็นที่ดิน อาคารและอุปกรณ์
เครื่องจักรผลิตสินค้า โดยทั่วไปพิจารณาเป็นที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ หากเข้าเกณฑ์การรับรู้
รถยนต์ของกิจการ พิจารณาสิทธิ/การควบคุม วัตถุประสงค์ใช้งาน และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ อาจเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน หากเข้าเงื่อนไข แต่ต้องดูรูปแบบสิทธิและสัญญา
ค่าสมาชิก Software รายเดือน ไม่ควรสรุปว่าเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนโดยอัตโนมัติ ต้องดูว่ากิจการได้สิทธิหรือเพียงรับบริการ
ค่าซ่อมบำรุงทั่วไป โดยทั่วไปเป็นค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดขึ้น
ปรับปรุงสำนักงาน ต้องดูว่ารายจ่ายนั้นก่อให้เกิดหรือเพิ่มประโยชน์ของสินทรัพย์อย่างไร และสิทธิในสถานที่เป็นแบบใด

ตัวอย่างที่ 1: ซื้อคอมพิวเตอร์
บริษัทซื้อคอมพิวเตอร์ราคา 45,000 บาทเพื่อให้ทีมบัญชีใช้งาน หากบริษัทควบคุมอุปกรณ์ดังกล่าว ใช้เพื่อดำเนินธุรกิจ และรายการเข้าเงื่อนไขตามมาตรฐานและนโยบายบัญชี บริษัทอาจบันทึกเป็นสินทรัพย์และคิดค่าเสื่อมราคาตามอายุการใช้ประโยชน์

ตัวอย่างที่ 2: ซื้อเครื่องจักรพร้อมค่าติดตั้ง
สมมติซื้อเครื่องจักร 800,000 บาท และมีค่าขนส่งกับติดตั้งที่จำเป็นอีก 50,000 บาท ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำให้เครื่องจักรอยู่ในสถานที่และสภาพพร้อมใช้งานอาจรวมเป็นราคาทุนของเครื่องจักรได้

ตัวอย่างที่ 3: ซื้อ Software
โปรแกรมคอมพิวเตอร์สามารถเป็นตัวอย่างหนึ่งของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนภายใต้ TFRS for NPAEs แต่ไม่ได้หมายความว่า Software ทุกชนิดจะต้องรับรู้เป็นสินทรัพย์ เพราะต้องพิจารณาทั้งสิทธิ การควบคุม เงื่อนไขของสัญญา และเกณฑ์การรับรู้ที่เกี่ยวข้อง

โดยเฉพาะปัจจุบันที่ธุรกิจใช้ระบบแบบ Cloud หรือ Subscription มากขึ้น ควรแยกให้ออกก่อนว่าบริษัท “ได้สินทรัพย์” หรือ “ได้รับบริการ”

สินทรัพย์ต้องมีมูลค่าเท่าไหร่ถึงจะต้องรับรู้เป็นสินทรัพย์ ?

มาตรฐานการบัญชีไม่ได้กำหนดตัวเลขมูลค่าขั้นต่ำตายตัวว่าต้องกี่บาท แต่ละบริษัทสามารถกำหนดนโยบายเองได้ตามความเหมาะสมหรือที่เรียกว่าเกณฑ์ที่มีสาระสำคัญ

“เคสที่เจอบ่อยคือเจ้าของธุรกิจจะถามก่อนเลยว่า ของราคาเท่านี้ต้องลงเป็นสินทรัพย์ไหม แต่จริง ๆ ราคาอย่างเดียวตอบไม่ได้ค่ะ เราต้องย้อนกลับมาดูว่าของชิ้นนั้นซื้อมาเพื่ออะไร กิจการได้สิทธิหรือควบคุมอะไรจากมัน ใช้งานได้นานแค่ไหน และรายการนั้นเข้าเงื่อนไขของสินทรัพย์ประเภทไหน เพราะถ้าจัดประเภทผิดตั้งแต่ต้น ผลที่ตามมาก็อาจต่อเนื่องไปถึงค่าเสื่อมราคาและตัวเลขในงบการเงินได้”

โดยทั่วไปกิจการมักจะกำหนดแนวทางไว้ดังนี้

  • ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (เช่น 5,000 บาท) : หากมีมูลค่าเล็กน้อย แม้จะใช้งานได้นานเกิน 1 ปี กิจการนิยมบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทันทีในงวดนั้น เพื่อความสะดวก และลดความซับซ้อนทางบัญชี
  • มากกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (เช่น 5,000 บาทขึ้นไป) : และมีอายุการใช้งานนานกว่า 1 ปี จึงจะบันทึกเป็นสินทรัพย์ถาวร แล้วนำมาทยอยคิดค่าเสื่อมราคา
  • เกณฑ์มาตรฐานการรายงานทางการเงิน (TFRS) : ราคาทุนของสินทรัพย์ต้องสามารถวัดมูลค่าได้อย่างน่าเชื่อถือ และกิจการคาดว่าจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต

รับรู้สินทรัพย์แล้ว ต้องคิดค่าเสื่อมราคาทันทีหรือไม่ ?

ไม่จำเป็นต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาในวันที่จ่ายเงิน หรือวันที่ได้รับใบกำกับสินค้า แต่สำหรับที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ค่าเสื่อมราคาจะเริ่มเมื่อสินทรัพย์อยู่ในสถานที่และสภาพที่พร้อมใช้งานตามความประสงค์ของฝ่ายบริหาร

ตัวอย่างเช่น บริษัทซื้อเครื่องจักรวันที่ 1 มิถุนายน แต่เครื่องจักรต้องติดตั้งและทดสอบจนพร้อมใช้งานวันที่ 20 มิถุนายน จุดเริ่มต้นที่ต้องพิจารณาสำหรับค่าเสื่อมราคาคือช่วงที่เครื่องจักรพร้อมใช้งาน ไม่ใช่แค่วันที่โอนเงินให้ผู้ขาย

อีกกรณีหนึ่งคือเครื่องจักรติดตั้งเรียบร้อย และพร้อมใช้งานแล้ว แต่บริษัทตัดสินใจว่าจะเริ่มผลิตจริงเดือนหน้า การที่ยังไม่ได้เดินเครื่องเต็มกำลังไม่ได้หมายความว่าจะเลื่อนการคิดค่าเสื่อมราคาออกไปได้โดยอัตโนมัติ เพราะมาตรฐานพิจารณาสภาพที่พร้อมใช้งานเป็นสำคัญ

สรุป

การรับรู้สินทรัพย์ ไม่ได้พิจารณาจากราคาของสิ่งที่ซื้อเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากทำความเข้าใจว่ากิจการมีทรัพยากรเชิงเศรษฐกิจหรือสิทธิที่ควบคุมอยู่จริงหรือไม่ สิทธินั้นเกิดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วหรือยัง มีศักยภาพสร้างประโยชน์ให้กิจการอย่างไร และต้องใช้หลักเกณฑ์ของมาตรฐานบัญชีฉบับใด

บทความที่เกี่ยวข้อง

เอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน มีอะไรบ้าง ?

เช็กก่อนโดนทวง! เอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน มีอะไรบ้าง ?

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่ให้สำนักงานบัญชีช่วยทำบัญชีได้ไม่นาน คำถามแรก ๆ ที่มักเกิดขึ้นคือ เอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน มีอะไรบ้าง หลายครั้งเจ้าของธุรกิจอาจมีเอกสารอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าเอกสารไหนต้องส่ง เอกสารไหนควรเก็บ หรือส่งแค่สลิปโอนเงินเพียงพอหรือไม่ จึงทำให้เอกสารบางรายการตกหล่น และต้องย้อนกลับไปค้นหาเมื่อสำนักงานบัญชีสอบถาม ในบทความนี้ เราจึงรวบรวม 6 รายการเอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน ซึ่งช่วยให้เตรียมเอกสารได้ครบ ส่งได้ถูก และไม่ต้องรอให้ติดตามในภายหลังค่ะ 1.

e-receipt คืออะไร ?

e-Receipt คืออะไร ต่างจากใบเสร็จรับเงินแบบกระดาษยังไง ?

ในทุกวันนี้ ธุรกิจส่วนใหญ่เปลี่ยนผ่านจากการทำงานในรูปแบบธรรมดา สู่การทำงานในรูปแบบออนไลน์ ไม่เว้นแม้แต่เอกสารบัญชี และภาษี ที่หลายกิจการเริ่มหันมาใช้ E-Receipt (ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์) แทนการออกใบเสร็จกระดาษแบบเดิม เพราะช่วยลดขั้นตอน ประหยัดต้นทุน และยังปลอดภัยต่อการจัดเก็บข้อมูลมากขึ้น แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่าE-Receipt คืออะไร และแตกต่างจากใบเสร็จปกติอย่างไร ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาคุณทำความเข้าใจในเรื่อง E-Receipt ว่ามีข้อดียังไง

การทำบัญชี คืออะไร ?

การทำบัญชี คืออะไร สำคัญต่อการทำธุรกิจยังไง ?

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจได้ไม่นาน ไม่ว่าจะเป็นการขายของออนไลน์ เปิดคาเฟ่ เปิดร้านค้าเล็ก ๆ หรือการให้บริการฟรีแลนซ์ต่าง ๆ อาจกำลังมีข้อสงสัยว่าจำเป็นที่จะต้องทำบัญชีไหม ? แม้ว่าจะไม่ได้จดบริษัท หรือมีรายได้น้อย แต่การทำบัญชีถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะคือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นผลการดำเนินการของกิจการ หากทำถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น ก็จะทำให้รู้ว่ายอดเงินที่เข้ามา หรือยอดเงินที่จ่ายออกไปอยู่ตรงไหนบ้าง ใช้จ่ายอะไรมากเกินไป หรือมีกำไรเป็นอย่างไรบ้าง และในบทความนี้ ชอบการบัญชี