สินทรัพย์มีตัวตน คืออะไร ? พร้อมตัวอย่างที่เข้าใจได้ทันที

what-is-tangible-assets

สินทรัพย์มีตัวตน คืออะไร ?

สินทรัพย์มีตัวตน (Tangible Asset) คือ สินทรัพย์ที่มีลักษณะทางกายภาพ สามารถมองเห็น สัมผัส หรือตรวจสอบการมีอยู่ได้ เช่น ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร รถยนต์ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สำนักงาน หรือสินค้าคงเหลือ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จับต้องได้ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นสินทรัพย์ของกิจการเสมอไป เพราะยังต้องพิจารณาด้วยว่ากิจการมีสิทธิหรือสามารถควบคุมทรัพยากรนั้นได้หรือไม่ และทรัพยากรดังกล่าวสามารถสร้างประโยชน์ให้กับกิจการได้อย่างไร

ดังนั้น เวลาพิจารณาว่าสิ่งใดเป็นสินทรัพย์มีตัวตน จึงไม่ควรดูเพียงว่า “จับต้องได้หรือไม่” แต่ควรพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากรนั้นกับกิจการประกอบด้วย

สินทรัพย์มีตัวตน มีลักษณะอย่างไร ?

1. มีลักษณะทางกายภาพ : เป็นสิ่งที่มองเห็นและจับต้องได้ เป็นรูปธรรม เช่น ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร ยานพาหนะ หรือสินค้าคงเหลือ
2. กิจการต้องมีสิทธิหรือสามารถควบคุมทรัพยากรนั้นได้ : กิจการได้รับประโยชน์จากสินทรัพย์นั้น และสามารถกันบุคคลอื่นไม่ให้เข้ามาใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต
3. มีศักยภาพในการสร้างประโยชน์ให้กิจการ : สามารถนำมาใช้ผลิตสินค้า ให้บริการ สนับสนุนการดำเนินงาน ลดต้นทุน หรือช่วยสร้างประโยชน์เชิงเศรษฐกิจให้กับกิจการได้
4. ต้องพิจารณาวัตถุประสงค์ของการถือสินทรัพย์ด้วย : เช่น ถือไว้เพื่อใช้ในการดำเนินงานระยะยาว (เช่น อุปกรณ์ เครื่องจักร) หรือถือไว้เพื่อขายในรอบระยะเวลาปกติ (เช่น สินค้าคงเหลือ) ซึ่งจะส่งผลต่อการจัดหมวดหมู่ทางบัญชีว่าเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนหรือสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน

จากลักษณะข้างต้น จะเห็นว่าสินทรัพย์มีตัวตนไม่ได้พิจารณาเพียงแค่ว่าจับต้องได้หรือไม่ แต่ยังต้องดูวัตถุประสงค์ในการถือครองและลักษณะการใช้งานของสินทรัพย์นั้นด้วย เพราะสินทรัพย์ที่มีตัวตนเหมือนกัน อาจถูกจัดอยู่คนละประเภททางบัญชีได้

สินทรัพย์มีตัวตน มีอะไรบ้าง ?

สินทรัพย์มีตัวตน มีอะไรบ้าง ?

เมื่อเข้าใจหลักแล้ว เรามาดูตัวอย่างที่พบได้จริงในธุรกิจกันค่ะ

  • ที่ดิน : พื้นดินที่ใช้ตั้งอาคารหรือดำเนินกิจการ
  • อาคารและสิ่งปลูกสร้าง : เช่น สำนักงาน โกดัง โรงงาน หรือร้านค้า
  • เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต : เช่น เครื่องมือหนักในโรงงาน สายพานการผลิต
  • ยานพาหนะ : เช่น รถยนต์ รถบรรทุก หรือรถขนส่งสินค้าของกิจการ
  • เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ไอที : เช่น โน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ หรืออุปกรณ์ที่กิจการนำมาใช้ในการดำเนินงาน
  • เฟอร์นิเจอร์และเครื่องตกแต่ง : เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ตู้เอกสาร ชั้นวางสินค้า
  • สินค้าคงเหลือ : เช่น วัตถุดิบ และสินค้าสำเร็จรูปที่รอการขาย

สินทรัพย์มีตัวตน กับสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ต่างกันอย่างไร ?

ลองเปรียบเทียบจากธุรกิจเดียวกันจะเห็นภาพง่ายขึ้น

สมมติว่าบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์แห่งหนึ่ง มีสินทรัพย์ดังต่อไปนี้

  • คอมพิวเตอร์สำหรับพนักงาน
  • โต๊ะและเก้าอี้สำนักงาน
  • รถยนต์บริษัท
  • ซอฟต์แวร์หรือสิทธิการใช้งานบางประเภท

จะเห็นได้ว่าคอมพิวเตอร์ โต๊ะ เก้าอี้ และรถยนต์มีลักษณะทางกายภาพ แต่ซอฟต์แวร์หรือสิทธิบางอย่างไม่มีลักษณะทางกายภาพ แม้จะสามารถสร้างประโยชน์ให้กิจการได้เช่นเดียวกัน

หัวข้อ สินทรัพย์มีตัวตน สินทรัพย์ไม่มีตัวตน
ลักษณะทางกายภาพ มี ไม่มี
การตรวจสอบ เห็นหรือตรวจนับได้ มักต้องดูสิทธิ สัญญา หรือเอกสาร
วิธีปฏิบัติทางบัญชี ขึ้นอยู่กับประเภทสินทรัพย์ พิจารณาตามหลักสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่เกี่ยวข้อง

สินทรัพย์มีตัวตน ต้องคิดค่าเสื่อมราคาหรือไม่ ?

1. ต้องคิดค่าเสื่อมราคา
เช่น อาคาร เครื่องจักร ยอดรถยนต์ หรืออุปกรณ์สำนักงาน เนื่องจากมูลค่าจะลดลงตามการใช้งาน ระยะเวลา หรือความเสื่อมสภาพ

2. ไม่ต้องคิดค่าเสื่อมราคา

  • ที่ดิน : เพราะไม่มีอายุการใช้งานจำกัดและไม่เสื่อมสภาพตามการใช้งาน
  • สินทรัพย์ที่ไม่ได้มีไว้ใช้งาน : เช่น สินค้าคงเหลือ (ซื้อมาเพื่อขายต่อ) จะไม่คิดค่าเสื่อมราคาแต่จะบันทึกเป็นต้นทุนขาย
  • สินทรัพย์มีตัวตนที่ยังไม่พร้อมใช้งาน : หรือสินทรัพย์ระหว่างก่อสร้าง/ติดตั้ง

ทำไมเจ้าของธุรกิจต้องรู้ว่าสินทรัพย์มีตัวตนของตัวเองมีอะไรบ้าง ?

1. ทำให้เห็นโครงสร้างสินทรัพย์และฐานะทางการเงินชัดขึ้น : ทำให้เจ้าของธุรกิจเห็นว่ากิจการมีทรัพย์สินประเภทใดอยู่บ้าง และสินทรัพย์เหล่านั้นมีบทบาทต่อการดำเนินงานอย่างไร
2. เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน : สินทรัพย์มีตัวตนบางประเภท เช่น ที่ดิน อาคาร หรือเครื่องจักร อาจนำมาประกอบการพิจารณาหรือใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสถาบันการเงิน
3. บริหารจัดการต้นทุนและค่าเสื่อมราคาได้ดีขึ้น : การรู้ว่ากิจการมีสินทรัพย์อะไรบ้าง ช่วยให้ติดตามต้นทุน อายุการใช้งาน และค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องได้อย่างเป็นระบบ
4. ป้องกันการสูญหายและช่วยควบคุมทรัพย์สิน : การจัดทำทะเบียนสินทรัพย์ช่วยให้ตรวจสอบตำแหน่งและการใช้งานของสินทรัพย์ ลดความเสี่ยงจากการสูญหาย หรือการเคลื่อนย้ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

สรุป

สินทรัพย์มีตัวตน คือสินทรัพย์ที่มีลักษณะทางกายภาพ มองเห็นหรือจับต้องได้ เช่น ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร รถยนต์ หรือสินค้าคงเหลือ แต่การพิจารณาไม่ได้จบแค่ว่าจับต้องได้หรือไม่ เพราะยังต้องดูด้วยว่ากิจการมีสิทธิหรือควบคุมสินทรัพย์นั้นได้หรือไม่ มีไว้เพื่ออะไร และสามารถสร้างประโยชน์ให้ธุรกิจได้อย่างไร โดยสิ่งสำคัญที่ควรจำคือ สินทรัพย์มีตัวตนไม่ได้หมายถึงสินทรัพย์ถาวรเสมอไป

บทความที่เกี่ยวข้อง

สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน คืออะไร ? มีอะไรบ้าง เรื่องที่เจ้าของธุรกิจควรรู้

สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน คืออะไร ? มีอะไรบ้าง เรื่องที่เจ้าของธุรกิจควรรู้

เวลาทำธุรกิจ เรามักต้องซื้อทรัพย์สินหลายอย่างมาใช้ในการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ รถยนต์ เครื่องจักร อาคาร หรือซอฟต์แวร์ ซึ่งทรัพย์สินบางรายการไม่ได้มีไว้ขายหรือเปลี่ยนเป็นเงินสดในระยะสั้น แต่มีไว้ใช้สร้างประโยชน์ให้กิจการต่อเนื่องในระยะยาว โดยทางบัญชีเรียกสินทรัพย์เหล่านี้ว่า “สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน” สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน คืออะไร ? สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (Non-current Assets) คือ สินทรัพย์ของกิจการที่ไม่เข้าเกณฑ์การจัดประเภทเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน โดยทั่วไปมักเป็นทรัพยากรที่กิจการถือไว้เพื่อใช้ประโยชน์หรือสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจในระยะยาว

บิลเงินสด คืออะไร ?

บิลเงินสด คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง ?

ในการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านขายของเล็ก ๆ ไปจนถึงการเปิดบริษัทขนาดใหญ่ การจัดการเอกสารทางการเงินถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และหนึ่งในเอกสารที่หลายคนคุ้นเคยกันดีก็คือ บิลเงินสด แต่เคยสงสัยไหมว่า บิลเงินสด คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง และที่สำคัญไปกว่านั้น คือมันสามารถนำมาใช้เป็นเอกสารในการหักค่าใช้จ่ายด้านภาษีได้หรือไม่ ? อินฟลูเอนเซอร์ และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ คืออะไร ? บิลเงินสด (Cash

บัญชีแยกประเภท คืออะไร ? พื้นฐานบัญชีที่ช่วยให้บริหารธุรกิจได้ดีขึ้น

การบริหารธุรกิจให้ดี ไม่ใช่การดูแค่ว่าวันนี้มีเงินเข้าออกเท่าไร หรือมียอดเงินเหลือในบัญชีธนาคารมากน้อยแค่ไหน เพราะตัวเลขเหล่านั้นอาจยังไม่ได้บอกภาพรวมทั้งหมดของกิจการ เช่น รายได้มาจากช่องทางใด ค่าใช้จ่ายส่วนไหนสูงขึ้น ลูกหนี้ยังค้างชำระเท่าไร หรือมีภาระที่ต้องจ่ายในอนาคตอีกมากน้อยแค่ไหน บัญชีแยกประเภทจึงเป็นพื้นฐานสำคัญของงานบัญชีที่ช่วยจัดหมวดหมู่ข้อมูลทางการเงินให้เป็นระบบมากขึ้น ทำให้เจ้าของธุรกิจเห็นความเคลื่อนไหวของแต่ละบัญชีได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเงินสด ธนาคาร รายได้ ค่าใช้จ่าย ลูกหนี้ เจ้าหนี้ หรือทุนของกิจการ และเมื่อเข้าใจบัญชีแยกประเภท ก็จะช่วยให้ตรวจสอบตัวเลข