เงินกู้ยืมกรรมการ คืออะไร ? ต้องบันทึกบัญชี และคืนเงินอย่างไร ?

เงินกู้ยืมจากกรรมการ

เงินกู้ยืมกรรมการ คืออะไร ?

ในการทำบัญชีควรระบุชื่อรายการให้ชัดเจนว่าเป็น “เงินกู้ยืมจากกรรมการ” หรือ “เงินให้กู้ยืมแก่กรรมการ” เพื่อไม่ให้สับสนว่าใครมีหน้าที่คืนเงิน

โดยมีสาระสำคัญ 3 ข้อ คือ

  • กรรมการเป็นผู้ให้กู้ และบริษัทเป็นผู้กู้
  • บริษัทมีหน้าที่คืนเงิน ตามเงื่อนไขที่ตกลง
  • ต้องมีหลักฐานรองรับ ว่าเงินที่บริษัทได้รับเป็นเงินกู้จริง

เงินกู้ยืมกรรมการอยู่หมวดไหน ในงบการเงิน ?

เงื่อนไขเงินกู้ แนวทางจัดประเภท
ถึงกำหนดชำระภายใน 12 เดือนนับจากวันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน หนี้สินหมุนเวียน
ต้องชำระเมื่อทวงถาม และบริษัทไม่มีสิทธิเลื่อนชำระอย่างน้อย 12 เดือน หนี้สินหมุนเวียน
กำหนดชำระเกิน 12 เดือน และบริษัทมีสิทธิเลื่อนชำระตามเกณฑ์ของมาตรฐาน พิจารณาเป็นหนี้สินไม่หมุนเวียน
เงินกู้ระยะยาวมีบางส่วนถึงกำหนดชำระภายใน 12 เดือน แยกส่วนที่ถึงกำหนดเป็นหนี้สินหมุนเวียน

ยอดเงินกู้ยืมกรรมการ เกิดจากอะไรได้บ้าง ?

1. บริษัทขาดเงินหมุนเวียนระหว่างรอรับเงินจากลูกค้า

ในกรณีที่บริษัทอาจขายสินค้าได้แล้ว แต่ให้เครดิตลูกค้า 30–60 วัน ขณะที่ต้องจ่ายค่าสินค้า และค่าใช้จ่ายก่อน กรรมการจึงให้บริษัทกู้เงินเพื่อให้ดำเนินงานต่อได้

อย่างไรก็ตาม ควรกำหนดวงเงินและเงื่อนไขคืนเงินให้สอดคล้องกับกระแสเงินสดของบริษัท เพื่อไม่ให้เกิดยอดกู้สะสมโดยไม่มีแผนชำระคืน

2. บริษัทต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มเติม

การซื้อเครื่องจักร อุปกรณ์ หรือขยายสถานที่อาจต้องใช้เงินมากกว่าที่บริษัทมี กรรมการจึงอาจเลือกให้บริษัทกู้เงินแทนการเพิ่มทุนในช่วงนั้น โดยแยกให้ชัดว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินกู้หรือเงินลงทุน พร้อมจัดทำเอกสาร และบันทึกบัญชีตามวัตถุประสงค์จริง

3. กรรมการสำรองจ่ายแทนบริษัท

บางครั้งกรรมการใช้เงินส่วนตัวมาชำระค่าใช้จ่ายของบริษัทโดยตรง ทำให้บริษัทมีภาระต้องคืนเงิน แต่รายการนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเงินกู้ทุกกรณี อาจเหมาะสำหรับการอยู่ในบัญชีเจ้าหนี้กรรมการจากเงินสำรองจ่ายมากกว่า

ฉะนั้นแล้ว ก่อนบันทึกควรตรวจเอกสารค่าใช้จ่าย ผู้รับเงิน และการเบิกคืน เพื่อป้องกันการลงค่าใช้จ่ายหรือคืนเงินซ้ำ

4. มีรายการที่ยังตรวจสอบที่มาไม่ครบ

ยอดเงินเข้าที่ไม่ทราบที่มา หรือยอดยกมาจากบัญชีเดิม ไม่ควรถูกสรุปว่าเป็นเงินกู้ยืมกรรมการทันที ต้องตรวจสอบว่ามาจากกรรมการจริง หรือเป็นเงินรับประเภทอื่น

เงินกู้ยืมกรรมการบันทึกบัญชีอย่างไร ?

ตัวอย่าง ประธานกรรมการบริหารของบริษัท A โอนเงินให้บริษัทกู้ 300,000 บาท สามารถบันทึกรายการได้ดังนี้

รายการบัญชี เดบิต (บาท) เครดิต (บาท)
เงินฝากธนาคาร 300,000 –
เงินกู้ยืมธนาคาร – 300,000

เมื่อบริษัทจ่ายดอกเบี้ยให้กรรมการ

ตัวอย่าง หากบริษัท A ต้องจ่ายดอกเบี้ยสำหรับงวดปัจจุบัน 3,000 บาทให้ประธานกรรมการบริหารที่มีสถานะเป็นบุคคลธรรมดา โดยยังไม่ได้บันทึกดอกเบี้ยค้างจ่ายไว้ก่อน

รายการบัญชี เดบิต (บาท) เครดิต (บาท)
ดอกเบี้ยจ่าย 3,000 –
เงินฝากธนาคาร – 2,550
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย – 450

เมื่อบริษัทนำส่งภาษีที่หักไว้ จึงบันทึกลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่ายตามจำนวนที่นำส่ง

บริษัทควรคืนเงินกู้ยืมกรรมการอย่างไร ?

เมื่อบริษัทต้องการคืนเงินที่กู้ยืมมาจากกรรมการ บริษัทควรคืนเงินกู้ยืมกรรมการตามยอดหนี้ที่ตรวจสอบได้และเงื่อนไขที่ตกลงกัน โดยแยกเงินต้นออกจากดอกเบี้ยให้ชัดเจน สามารถชำระด้วยเงินสดหรือเงินโอนธนาคาร ส่วนการใช้ทรัพย์สินหรือวิธีอื่นแทนเงินต้องพิจารณาข้อตกลง เอกสาร และผลทางภาษีเพิ่มเติม

1. เงินคืนสด หรือเงินโอนธนาคาร

การคืนด้วยเงินส ดหรือโอนเงินจากบัญชีบริษัทให้กรรมการเป็นวิธีที่ติดตามยอดได้ตรงไปตรงมา โดยเฉพาะการโอนผ่านธนาคารซึ่งมีหลักฐานแสดงวันที่ จำนวนเงิน และผู้รับเงินชัดเจน บริษัทสามารถคืนทั้งหมดหรือแบ่งชำระตามข้อตกลงได้

เอกสารที่ควรจัดเตรียม

  • ใบสำคัญจ่าย ระบุว่าเป็นการคืนเงินกู้ยืมกรรมการ
  • หลักฐานการโอนเงิน หรือใบรับเงินที่กรรมการลงนามกรณีรับเงินสด
  • รายละเอียดอ้างอิงสัญญาหรือรายการเงินกู้ที่ชำระคืน
  • ตารางแสดงเงินต้นที่คืน ดอกเบี้ยถ้ามี และยอดหนี้คงเหลือ

ตัวอย่างการบันทึกบัญชี
บริษัท A มีเงินกู้ยืมจากประธานกรรมการบริหาร 300,000 บาท และโอนคืนเงินต้น 100,000 บาท โดยรายการนี้ไม่มีดอกเบี้ยรวมอยู่ด้วย

รายการบัญชี เดบิต (บาท) เครดิต (บาท)
เงินกู้ยืมจากกรรมการ 100,000 –
เงินฝากธนาคาร – 100,000

ในกรณีที่จ่ายเป็นเงินสด ให้เปลี่ยนบัญชีเครดิตจากเงินฝากธนาคารเป็นเงินสด

การคืนเงินต้นไม่ใช่ค่าใช้จ่ายของบริษัท แต่เป็นการลดหนี้สิน หากมีดอกเบี้ยจ่าย ต้องแยกบันทึก และพิจารณาภาษีหัก ณ ที่จ่าย ในกรณีทั่วไปที่บริษัทจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ให้กรรมการบุคคลธรรมดาในประเทศไทย มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% จากดอกเบี้ย ไม่ใช่จากเงินต้นที่คืน

2. คืนโดยวิธีอื่น (เมื่อบริษัทไม่มีเงินสด)

หากบริษัทไม่มีเงินสดเพียงพอ อาจพิจารณาชำระด้วยทรัพย์สิน หรือหักกลบกับหนี้ที่กรรมการมีต่อบริษัท หากเข้าเงื่อนไขของแต่ละวิธี การไม่มีเงินสดไม่ได้ทำให้บริษัทสามารถตัดยอดเงินกู้ยืมกรรมการออกจากบัญชีได้ทันที

ชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินของบริษัท

บริษัทอาจตกลงกับกรรมการให้รับทรัพย์สิน เช่น รถยนต์ อุปกรณ์ หรือสินค้า แทนเงิน โดยต้องระบุทรัพย์สิน มูลค่าที่ใช้ชำระหนี้ วันที่ส่งมอบ และยอดหนี้ที่ระงับให้ชัดเจน พร้อมตรวจอำนาจอนุมัติ และดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ให้ครบถ้วนตามประเภททรัพย์สิน

เอกสารที่ควรมี ได้แก่

  • ข้อตกลงรับทรัพย์สินแทนการชำระหนี้
  • หลักฐานประกอบการกำหนดมูลค่า
  • เอกสารส่งมอบหรือโอนกรรมสิทธิ์
  • เอกสารภาษีที่เกี่ยวข้อง

ในทางบัญชี ต้องบันทึกการจำหน่ายทรัพย์สิน และการลดหนี้ให้ครบ รวมถึงกำไรหรือขาดทุน และภาษีตามกรณี ไม่ควรนำมูลค่าตามบัญชีของทรัพย์สินไปหักยอดเงินกู้ทันทีโดยไม่ตรวจมูลค่าที่ตกลง และผลทางภาษี

แม้ไม่มีเงินสดเข้าออก ก็อาจเกิดภาษีได้ กรมสรรพากรมีแนววินิจฉัยว่าการโอนเครื่องมือเครื่องใช้เพื่อชำระหนี้เข้าลักษณะการขายสินค้า และมีภาระ VAT ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ส่วนทรัพย์สินประเภทอื่นต้องประเมินภาษี และค่าธรรมเนียมให้ตรงกับรายการนั้น ๆ

หักลบหนี้ เมื่อทั้งสองฝ่ายเป็นหนี้ต่อกันจริง

หากบริษัทเป็นหนี้เงินกู้กรรมการ และกรรมการคนเดียวกันมีหนี้ที่ต้องชำระให้บริษัท อาจใช้การหักกลบลบหนี้ได้เมื่อเข้าเงื่อนไข เช่น เป็นหนี้เงินที่ถึงกำหนดชำระทั้งสองฝ่าย และไม่มีข้อห้ามหรือข้อต่อสู้ที่ขัดขวางการหักกลบ ควรจัดทำหนังสือแสดงการหักกลบ พร้อมหลักฐานของหนี้ทั้งสองรายการ

ตัวอย่างเช่น บริษัท A เป็นหนี้เงินกู้กรรมการ 300,000 บาท ขณะเดียวกันกรรมการค้างชำระค่าสินค้าให้บริษัท 50,000 บาท หากทั้งสองรายการเข้าเงื่อนไข และดำเนินการหักกลบแล้ว บริษัทสามารถบันทึกได้ดังนี้

รายการบัญชี เดบิต (บาท) เครดิต (บาท)
เงินกู้ยืมจากกรรมการ 50,000 –
ลูกหนี้ค่าสินค้า – กรรมการ – 50,000

ในกรณีนี้ บริษัทบันทึกการขาย และภาษีที่เกี่ยวข้องไว้ครบแล้ว จะเหลือเงินกู้ยืมกรรมการ 250,000 บาท สำหรับแสดงเฉพาะขั้นตอนหักกลบหนี้

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสร้างลูกหนี้ขึ้นมาเพื่อหักกลบโดยไม่มีธุรกรรมจริง และไม่สามารถนำเงินเดือนหรือเงินปันผลที่บริษัทต้องจ่ายกรรมการมาหักกลบกับเงินกู้ได้โดยตรง เพราะทั้งหมดเป็นหนี้ที่บริษัทต้องจ่ายไปในทิศทางเดียวกัน

หากยังไม่มีวิธีชำระที่เหมาะสม

บริษัทอาจเจรจาขยายกำหนดหรือแบ่งชำระ พร้อมทำข้อตกลงเพิ่มเติมตามวันที่เกิดขึ้นจริง โดยยอดหนี้ยังคงอยู่จนกว่าจะชำระหรือระงับด้วยเหตุที่ถูกต้อง

ส่วนการแปลงหนี้เป็นทุนหรือการที่กรรมการยกหนี้ให้ เป็นการจัดการหนี้อีกลักษณะหนึ่ง ต้องตรวจขั้นตอนกฎหมายและผลทางบัญชีภาษีเฉพาะกรณี ไม่ควรใช้เพียงรายการปรับปรุงบัญชีเพื่อทำให้ยอดเจ้าหนี้เป็นศูนย์

โดยสรุปแล้ว เงินกู้ยืมกรรมการเป็นเงินที่กรรมการให้บริษัทกู้ และบริษัทต้องชำระคืน จึงบันทึกเป็นหนี้สิน เมื่อคืนเงินต้นให้ลดหนี้สิน ส่วนดอกเบี้ยและภาษีที่เกี่ยวข้องต้องแยกติดตามต่างหาก สิ่งสำคัญคือมีหลักฐานตั้งแต่รับเงิน กระทบยอดเป็นประจำ และตรวจสอบก่อนชำระคืน หากพบยอดสะสมหลายปี ควรเริ่มจากหาที่มาของยอดให้ชัดเจนก่อนปรับปรุงบัญชี

หากบริษัทของคุณมีเงินกู้ยืมกรรมการค้างอยู่ แต่ยังไม่แน่ใจว่ายอดถูกต้องหรือควรคืนอย่างไร สามารถติดต่อชอบการบัญชี โดยแจ้งว่า “ต้องการตรวจยอดเงินกู้ยืมกรรมการ” พร้อมเตรียมบัญชีแยกประเภทและหลักฐานโอนเงิน เพื่อให้ทีมงานเริ่มตรวจสอบได้ตรงประเด็นค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทะเบียนสินทรัพย์ คืออะไร ? วิธีจัดทำ พร้อมตัวอย่างที่นำไปใช้ได้จริง

ทะเบียนสินทรัพย์ คืออะไร ? วิธีจัดทำ พร้อมตัวอย่างที่นำไปใช้ได้จริง

ซื้อคอมพิวเตอร์มาให้พนักงานหลายเครื่อง เครื่องจักรถูกย้ายไปอีกสาขา โต๊ะทำงานบางตัวเลิกใช้งานไปแล้ว หรือรถบริษัทขายออกไปตั้งแต่ปีก่อน แต่ข้อมูลในบัญชียังไม่ถูกอัปเดต สถานการณ์เหล่านี้เป็นปัญหาที่หลายธุรกิจอาจพบเมื่อมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่มีข้อมูลกลางสำหรับติดตามข้อมูล เพราะเมื่อถึงเวลาปิดบัญชี ตรวจนับสินทรัพย์ หรือคำนวณค่าเสื่อมราคา คำถามง่าย ๆ อย่าง บริษัทมีสินทรัพย์อะไรอยู่บ้าง ตอนนี้อยู่ที่ไหน และยังใช้งานอยู่หรือไม่ ก็อาจตอบได้ยากกว่าที่คิด หนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยแก้ปัญหานี้คือสิ่งที่เรียกว่าทะเบียนสินทรัพย์ค่ะ ทะเบียนสินทรัพย์

เอกสารทางบัญชีและภาษี ที่ควรจัดเก็บ มีอะไรบ้าง ?

เจ้าของธุรกิจ ควรจัดเก็บเอกสารบัญชีและภาษีอย่างไร ?

หลายคนอาจมองว่าการจัดเก็บเอกสารบัญชีและภาษี เป็นเพียงงานหลังบ้านที่เก็บไว้ให้นักบัญชีตรวจสอบ แต่ในความเป็นจริง เอกสารเหล่านี้คือหลักฐานของทุกความเคลื่อนไหวในธุรกิจ ตั้งแต่ขายสินค้า ซื้อวัตถุดิบ จ่ายค่าโฆษณา รับชำระเงิน ไปจนถึงการจ่ายเงินเดือนและยื่นภาษี การจัดเก็บเอกสารบัญชีและภาษีที่ดี จึงไม่ใช่แค่การนำเอกสารใส่แฟ้มให้ครบ แต่ต้องทำให้เจ้าของธุรกิจสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นกลับมาใช้ได้ พูดง่าย ๆ คือ เอกสารบัญชีที่ดีไม่ควรถูกเก็บไว้เพียงเพื่อรอการตรวจสอบ แต่ควรช่วยให้เจ้าของธุรกิจตัดสินใจได้ง่ายขึ้นด้วย ทำไมต้องจัดเก็บเอกสารบัญชีและภาษีให้เป็นระบบ ? 1.

ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย คืออะไร

ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย คืออะไร อยู่หมวดไหน พร้อมตัวอย่างการบันทึกบัญชี

เงินยังไม่ออกจากบัญชี ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจยังไม่มีค่าใช้จ่ายเสมอไป เพราะทั้งค่าไฟที่ใช้แล้วแต่บิลยังไม่มา หรือค่าบริการที่ได้รับแล้วแต่ยังไม่ได้ชำระ อาจกลายเป็น “ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย” ที่ต้องบันทึกให้ตรงงวด หากมองข้ามรายการเหล่านี้ กำไรและภาระหนี้สินที่เห็นในงบการเงินอาจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาไปทำความเข้าใจว่า ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายคืออะไร อยู่หมวดไหน และบันทึกบัญชีอย่างไร พร้อมตัวอย่าง เปรียบเทียบกับเจ้าหนี้การค้า และค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า รวมถึงรายการที่เจ้าของกิจการควรตรวจสอบก่อนปิดงบการเงินค่ะ หนี้สินกับค่าใช้จ่ายต่างกันอย่างไร