หนี้สินหมุนเวียน คืออะไร ? มีอะไรบ้าง พร้อมตัวอย่างสำหรับธุรกิจ

หนี้สินหมุนเวียน คืออะไร ? มีอะไรบ้าง พร้อมตัวอย่างสำหรับธุรกิจ

เวลาดูงบการเงิน เจ้าของธุรกิจหลายคนมักให้ความสำคัญกับยอดขาย กำไร หรือเงินสดในบัญชีเป็นอันดับแรก แต่มีอีกตัวเลขหนึ่งที่ควรดูควบคู่กัน นั่นก็คือ “หนี้สินหมุนเวียน” เพราะตัวเลขนี้ช่วยบอกได้ว่า ในระยะสั้นธุรกิจมีภาระต้องนำเงินไปชำระมากน้อยแค่ไหน บางกิจการมียอดขายสูงและมีกำไร แต่หากมีเจ้าหนี้การค้า เงินกู้ระยะสั้น ภาษีค้างจ่าย หรือหนี้ที่กำลังครบกำหนดจำนวนมาก ก็อาจเกิดปัญหาสภาพคล่องได้เช่นกัน

หนี้สินหมุนเวียน คืออะไร ?

หนี้สินหมุนเวียน (Current Liabilities) คือ ภาระผูกพันของกิจการที่คาดว่าจะต้องชำระภายในรอบการดำเนินงานตามปกติ หรือมีกำหนดชำระภายในระยะเวลาอันใกล้ โดยทั่วไปมักพิจารณาระยะเวลา 12 เดือนนับจากวันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน

หนี้สินหมุนเวียนมีลักษณะอย่างไร ? ดูจากอะไรว่าเป็นหนี้สินหมุนเวียน

หนี้สินรายการหนึ่งจะถูกจัดเป็นหนี้สินหมุนเวียนเมื่อเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ตามแนวทางมาตรฐานการรายงานทางการเงินดังนี้

1. คาดว่าจะชำระภายในรอบการดำเนินงานปกติของธุรกิจ
2. มีกำหนดชำระภายใน 12 เดือน
3. เป็นหนี้ที่เกิดจากการดำเนินงาน หรือถือไว้เพื่อชำระในระยะสั้น
4. กิจการไม่มีสิทธิ ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงานที่จะเลื่อนการชำระหนี้ออกไปอย่างน้อย 12 เดือน

แป้ง – สีตลา ดีโพธิ์รัมย์ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพบัญชี ของชอบการบัญชี ได้แบ่งปันประสบกาณ์จากการตรวจสอบบัญชีว่า

หนี้สินหมุนเวียน มีอะไรบ้าง

หนี้สินหมุนเวียน มีอะไรบ้าง ?

รายการหนี้สินหมุนเวียนที่พบบ่อยในธุรกิจทั่วไป ได้แก่

  • เจ้าหนี้การค้า เช่น ค้างจ่ายค่าสินค้า/วัตถุดิบให้ซัพพลายเออร์
  • เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน เช่น วงเงิน O/D, ตั๋วสัญญาใช้เงินระยะสั้น
  • ส่วนของหนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี เช่น เงินกู้ยืมระยะยาวงวดที่ต้องผ่อนในปีถัดไป
  • ภาษีเงินได้ค้างจ่าย / ภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่าย ที่คำนวณแล้วแต่ยังไม่ถึงกำหนดนำส่งกรมสรรพากร
  • ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย เช่น เงินเดือนค้างจ่าย ดอกเบี้ยค้างจ่าย ค่าสาธารณูปโภคค้างจ่าย
  • เงินปันผลค้างจ่าย
  • รายได้รับล่วงหน้า ที่รับมาก่อนแต่ยังไม่ได้ส่งมอบสินค้า/บริการ
  • เจ้าหนี้อื่น ๆ เช่น เงินประกันสังคมค้างนำส่ง เจ้าหนี้กรมสรรพากร

หนี้สินหมุนเวียนกับหนี้สินไม่หมุนเวียน ต่างกันอย่างไร ?

ความแตกต่างหลักอยู่ที่ช่วงเวลาหรือวงจรที่ธุรกิจต้องชำระภาระนั้น หนี้สินหมุนเวียนเกี่ยวข้องกับภาระระยะสั้น ส่วนหนี้สินไม่หมุนเวียนโดยทั่วไปเป็นภาระที่ธุรกิจมีสิทธิเลื่อนการชำระออกไปในระยะยาวตามเกณฑ์ของมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เปรียบเทียบง่าย ๆ ได้ดังนี้

หัวข้อ หนี้สินหมุนเวียน หนี้สินไม่หมุนเวียน
ระยะเวลาชำระ ภายใน 1 ปี หรือ 1 รอบดำเนินงาน มากกว่า 1 ปี
ตัวอย่าง เจ้าหนี้การค้า, เงินกู้, ภาษีค้างจ่าย เงินกู้ยืมระยะยาว, หุ้นกู้, หนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี
ผลต่อสภาพคล่อง กระทบทันทีในระยะสั้น กระทบระยะยาว วางแผนได้มากกว่า
การวิเคราะห์ ใช้คู่กับสินทรัพย์หมุนเวียนดูสภาพคล่อง ใช้ดูโครงสร้างเงินทุนและความเสี่ยงระยะยาว

จุดที่ต้องระวังคือหนี้สินระยะยาวบางก้อนอาจกลายป็นหนี้สินหมุนเวียนบางส่วนทุกปี เช่น เงินกู้ยืมระยะยาว 5 ปี งวดที่ต้องผ่อนในปีหน้าจะถูกย้ายมาแสดงเป็นหนี้สินหมุนเวียน (ส่วนของหนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี) รายการนี้เป็นหนึ่งในจุดที่ควรตรวจสอบเป็นพิเศษตอนปิดงบ เพราะหากไม่ได้ปรับส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี อาจทำให้ตัวเลขหนี้สินหมุนเวียนและการวิเคราะห์สภาพคล่องคลาดเคลื่อนได้

หนี้สินหมุนเวียนอยู่ตรงไหนในงบการเงิน ?

หนี้สินหมุนเวียนแสดงอยู่ในงบฐานะการเงิน ภายใต้หมวดหนี้สิน โดยจะแยกออกจากหนี้สินไม่หมุนเวียนเพื่อให้ผู้ใช้งบเห็นภาระระยะสั้นและระยะยาวได้ชัดเจน

ภาพรวมของงบฐานะการเงิน มีดังนี้

2. หนี้สิน

  • หนี้สินหมุนเวียน
  • หนี้สินไม่หมุนเวียน

มาตรฐานกำหนดให้กิจการต้องแยกหนี้สินหมุนเวียน และหนี้สินไม่หมุนเวียน ออกจากกันอย่างชัดเจนในงบการเงิน เว้นแต่การนำเสนอตามสภาพคล่องจะให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือและเกี่ยวข้องกว่า (พบได้ในบางธุรกิจ เช่น สถาบันการเงิน)

หนี้สินหมุนเวียนบอกอะไรเกี่ยวกับสภาพคล่องของธุรกิจ ?

หนี้สินหมุนเวียนคือตัวแปรสำคัญในการวัดสภาพคล่อง นั่นคือความสามารถของธุรกิจในการหาเงินสดมาชำระหนี้ระยะสั้นได้ทันเวลา อัตราส่วนที่นิยมใช้คือ

  • อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) = สินทรัพย์หมุนเวียน / หนี้สินหมุนเวียน หาก Current Ratio ต่ำกว่า 1 เท่า หมายความว่า ณ ขณะนั้นกิจการมีสินทรัพย์หมุนเวียนน้อยกว่าหนี้สินหมุนเวียน จึงควรตรวจสอบกระแสเงินสดและกำหนดรับ–จ่ายเพิ่มเติม เพราะอาจสะท้อนความเสี่ยงด้านสภาพคล่องได้
  • อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว (Quick Ratio) = (สินทรัพย์หมุนเวียน − สินค้าคงเหลือ) / หนี้สินหมุนเวียน เข้มงวดกว่า เพราะตัดสินค้าคงเหลือที่แปลงเป็นเงินสดได้ช้ากว่าออก

เจ้าของธุรกิจควรตรวจสอบอะไรเกี่ยวกับหนี้สินหมุนเวียนก่อนปิดงบ ?

ก่อนปิดงบประจำปี แนะนำให้เจ้าของธุรกิจ (หรือฝ่ายบัญชี) ตรวจสอบประเด็นต่อไปนี้ให้ครบ

หนี้สินหมุนเวียนไม่ใช่แค่ตัวเลขในงบการเงิน แต่สะท้อนสุขภาพทางการเงินระยะสั้นของธุรกิจโดยตรง หากปล่อยให้หนี้สินหมุนเวียนสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียนต่อเนื่องหลายปี อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสภาพคล่องที่ควรรีบแก้ไขก่อนลุกลามเป็นปัญหาใหญ่

บทความที่เกี่ยวข้อง

สินทรัพย์กับค่าใช้จ่าย ต่างกันอย่างไร

สินทรัพย์กับค่าใช้จ่าย ต่างกันอย่างไร ? แยกให้ออกก่อนบันทึกบัญชี

เวลาธุรกิจจ่ายเงินออกไป หลายคนอาจเข้าใจว่าเงินที่จ่ายทั้งหมดคือค่าใช้จ่ายของบริษัท แต่ในทางบัญชีไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป เพราะเงินบางส่วนที่จ่ายออกไปอาจทำให้กิจการได้สินทรัพย์ ซึ่งยังสามารถสร้างประโยชน์ให้ธุรกิจต่อไปได้ในอนาคต ดังนั้น จุดสำคัญไม่ได้อยู่แค่ว่าบริษัทจ่ายเงินไปแล้วหรือยังแต่อยู่ที่ว่า สิ่งที่กิจการได้รับจากเงินที่จ่ายไปนั้นมีลักษณะอย่างไร และประโยชน์ทางเศรษฐกิจของรายการดังกล่าวถูกใช้ไปแล้วหรือยัง สินทรัพย์ คืออะไร ? สินทรัพย์ คือ ทรัพยากรเชิงเศรษฐกิจในปัจจุบันที่กิจการควบคุมอยู่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต โดยทรัพยากรนั้นมีศักยภาพที่จะสร้างประโยชน์เชิงเศรษฐกิจให้กิจการ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรายได้ ช่วยในการผลิตสินค้า ให้บริการ หรือช่วยสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ

สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย คืออะไร ? มีกี่ประเภท ใช้ทำอะไรในงานบัญชี

ในการทำบัญชีของธุรกิจ โดยเฉพาะกิจการที่มีรายการซื้อขายจำนวนมาก หากดูเฉพาะยอดรวมในบัญชีหลัก อาจยังไม่เพียงพอต่อการตรวจสอบรายละเอียด เช่น ยอดลูกหนี้รวมมาจากลูกค้ารายใดบ้าง หรือยอดเจ้าหนี้เกิดจากผู้ขายรายไหนบ้าง ด้วยเหตุนี้ สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยแยกรายละเอียดของบัญชีหลักให้ชัดเจนขึ้น ทำให้ผู้ทำบัญชีและเจ้าของธุรกิจสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ง่าย ลดความผิดพลาด และช่วยให้จัดการบัญชีได้เป็นระบบมากขึ้น สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย คืออะไร ? สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย (Subsidiary ledger) หรือ

การปิดบัญชี คืออะไร

การปิดบัญชี คืออะไร ? ต้องปิดตอนไหน ทำไมธุรกิจถึงต้องปิดบัญชี

ทำธุรกิจมาทั้งปี แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าธุรกิจมีกำไรจริงเท่าไร ? เงินที่เห็นอยู่ในบัญชีธนาคารเป็นเงินของธุรกิจทั้งหมด หรือยังมีส่วนที่ต้องจ่ายให้เจ้าหนี้ ชำระภาษี หรือต้องคืนเงินกู้อีกหรือไม่ จึงต้องทำการปิดบัญชี เพื่อให้ทราบตัวเลขต่าง ๆ ของกิจการ การปิดบัญชี คืออะไร ? การปิดบัญชี (Closing entries) หรือ การปิดงวดบัญชี (Accounting