หนี้สิน คืออะไร เกี่ยวข้องกับการทำบัญชี และงบการเงินอย่างไร ?

เมื่อเริ่มทำบัญชี หรือดูงบการเงิน หลายคนมักเห็นคำว่าหนี้สิน ปรากฏอยู่ควบคู่กับสินทรัพย์ และส่วนของผู้ถือหุ้น แต่ยังไม่เข้าใจว่าหนี้สินคืออะไร เป็นเรื่องที่น่ากังวลเสมอไปหรือไม่ และเกี่ยวข้องกับการวางแผนการเงินอย่างไร ทำไมบางกิจการมีหนี้แต่ยังเติบโตได้ดี ขณะที่บางกิจการไม่มีหนี้เลย แต่กลับขาดสภาพคล่อง ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าหนี้สินในมุมมองของการทำบัญชี คืออะไร พร้อมอธิบายว่ามัน ส่งผลต่อฐานะทางการเงินของธุรกิจอย่างไรค่ะ

หนี้สิน คืออะไร ?

หนี้สิน (Liabilities) คือ ภาระผูกพันทางการเงินที่บุคคล หรือกิจการมีต่อบุคคลอื่น ซึ่งเกิดจากเหตุการณ์ในอดีต และคาดว่าจะต้องชำระคืนในอนาคตด้วยเงินสด สินค้า บริการ หรือทรัพยากรอื่น ๆ

ถ้าจะให้เข้าใจง่าย ๆ หนี้สิน คือ เงิน หรือภาระที่กิจการติดค้างคนอื่น และต้องจ่ายคืนในอนาคตนั่นเองค่ะ

ประเภทของสินทรัพย์

หนี้สิน มีกี่ประเภท ?

หนี้สินแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ หนี้สินหมุนเวียน และหนี้สินไม่หมุนเวียน ดังนี้

1. หนี้สินหมุนเวียน

ตัวอย่างหนี้สินหมุนเวียน ที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น

2. หนี้สินไม่หมุนเวียน

หนี้สินไม่หมุนเวียน (Non-current Liabilities) คือ หนี้สิน หรือภาระผูกพันทางการเงินของกิจการที่มีกำหนดชำระคืนมากกว่า 1 ปี หรือเกินกว่ารอบระยะเวลาดำเนินงานปกติ ใช้ในการประเมินความมั่นคง และความเสี่ยงทางการเงินของกิจการ เพื่อจัดหาเงินทุนในระยะยาวเพื่อการลงทุน หรือขยายกิจการ รวมถึงการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ในระยะยาวของกิจการ

ตัวอย่างหนี้สินไม่หมุนเวียน ที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น

หนี้สิน เกี่ยวข้องกับการทำบัญชี และงบการเงิน อย่างไร ?

หนี้สิน เกี่ยวข้องกับการทำบัญชี และงบการเงินอย่างไร ?

หนี้สิน คือหัวใจสำคัญที่สะท้อนภาระผูกพันทางการเงินของกิจการ ซึ่งต้องได้รับการบันทึกอย่างถูกต้องในทุกขั้นตอน ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

2. การวัดมูลค่า และการประมาณการ
จากการที่หนี้สินบางอย่างมีมูลค่าที่ไม่แน่นอน (เช่น การรับประกัน หรือคดีความ) ทำให้ต้องมีการประมาณการ และบันทึกเป็นการประมาณการหนี้สินตามมาตรฐานบัญชี

3. การจำแนกประเภท
ในการลงบันทึกบัญชี ต้องมีการแยกประเภทเป็นหนี้สินหมุนเวียน และหนี้สินไม่หมุนเวียน ตามมาตรฐานบัญชี

4. การตัดรายการ
เมื่อชำระหนี้สินแล้ว ต้องมีการลงบันทึกการลดลงของหนี้สิน และเงินสด เพื่อเป็นการตัดรายการ

สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของผู้ถือหุ้น

ซึ่งมีผลต่องบการเงิน ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • กิจกรรมจัดหาเงิน เช่น การกู้ยืมเงิน (กระแสเงินสดรับ) และการจ่ายคืนเงินต้นกู้ (กระแสเงินสดจ่าย)
  • กิจกรรมดำเนินงาน ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงหนี้สินหมุนเวียน เช่น เจ้าหนี้การค้า ที่ส่งผลต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
หนี้สิน มีผลต่อสุขภาพการเงินของธุรกิจอย่างไร ?

หนี้สิน ส่งผลต่อสุขภาพการเงินของธุรกิจอย่างไร ?

1. ลดเงินสดในมือ
หนี้สินหมุนเวียน (เช่น เจ้าหนี้การค้า หรือเงินกู้ระยะสั้น) ต้องชำระภายใน 1 ปี ทำให้ต้องนำเงินสดที่มีอยู่ไปชำระหนี้ก่อน ส่งผลให้เงินสดสำหรับดำเนินงานลดลง

2. เพิ่มภาระดอกเบี้ย
หนี้สินที่สูงขึ้น มาพร้อมกับดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายมากขึ้น ดอกเบี้ยนี้คือค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเป็นเงินสดออกไปเรื่อย ๆ ทำให้สภาพคล่องของกิจการลดลง

3. ขาดความยืดหยุ่น
เมื่อมีหนี้สินมากเกินไป กิจการจะขาดความยืนหยุ่นในการรับมือกับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด หรือวิกฤตการณ์ทางการเงิน

4. ส่งผลต่ออัตราส่วนสภาพคล่อง
อัตราส่วนสภาพคล่อง คือ เครื่องมือที่ใช้วัดความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นของกิจการ โดยเปรียบเทียบระหว่างสินทรัพย์หมุนเวียน และหนี้สินหมุนเวียน ตามสมการหลักดังนี้

สินทรัพย์หมุนเวียน / หนี้สินหมุนเวียน

หากมีค่ามากกว่า 1 แสดงว่าธุรกิจมีสภาพคล่องสูง
หากมีค่าน้อยกว่า 1 แสดงว่าธุรกิจขาดสภาพคล่อง

5. สร้างวงจรหนี้สิน
หากธุรกิจขาดสภาพคล่อง อาจะทำให้ต้องกู้เงินเพิ่มเพื่อมาหักล้างหนี้สินเดิม หรือหมุนเวียนในธุรกิจ ทำให้ต้องแบกรับภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นไปอีก

หนี้สินส่งผลต่อสภาพคล่องธุรกิจโดยตรง เพราะทำให้เกิดภาระผูกพันในการจ่ายคืนเงินต้น และดอกเบี้ย ซึ่งต้องใช้เงินสด (กระแสเงินสดออก) ทำให้เงินสดในมือลดลง หากมีหนี้สินมากเกินไปโดยเฉพาะหนี้สินหมุนเวียน จะทำให้สภาพคล่องต่ำลงจนอาจขาดเงินสดสำหรับการดำเนินงานได้ แม้หนี้สินบางประเภทจะช่วยให้ธุรกิจเติบโต แต่การบริหารจัดการหนี้สินที่ไม่ดีจะทำให้ธุรกิจมีเสี่ยงทางการเงิน และขาดความยืดหยุ่นค่ะ

รับทำบัญชี ลงบันทึกบัญชี และยื่นภาษีให้ถูกต้อง โดยชอบการบัญชี

เมื่อธุรกิจเริ่มมีหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็นเงินกู้ เจ้าหนี้การค้า ภาษีค้างจ่าย หรือค่าใช้จ่ายค้างจ่าย การบันทึกบัญชีให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะมีผลโดยตรงต่อกำไร กระแสเงินสด และความน่าเชื่อถือของกิจการ หากจัดการหนี้สินไม่เป็นระบบ อาจทำให้ตัวเลขงบการเงินคลาดเคลื่อน และเสี่ยงปัญหาการเงินในระยะยาว

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย !

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) คือใคร ? สรุปหน้าที่ และวิธีเช็กรายชื่อล่าสุด

เวลาพูดถึงการตรวจสอบ และรับรองบัญชี เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่มักคุ้นเคยกับการใช้บริการผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือ CPA เป็นหลัก แต่ในบางกรณี โดยเฉพาะสำหรับห้างหุ้นส่วนจำกัดขนาดเล็ก อาจมีอีกตัวเลือกหนึ่งที่เรียกว่าผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ที่สามารถตรวจสอบบัญชีได้เหมือนกัน ทำให้หลายคนเริ่มสงสัยว่า TA คือใคร ต่างจาก CPA อย่างไร และกิจการของตัวเองสามารถเลือกใช้บริการ TA ได้หรือไม่

บัญชีแยกประเภท คืออะไร ? พื้นฐานบัญชีที่ช่วยให้บริหารธุรกิจได้ดีขึ้น

การบริหารธุรกิจให้ดี ไม่ใช่การดูแค่ว่าวันนี้มีเงินเข้าออกเท่าไร หรือมียอดเงินเหลือในบัญชีธนาคารมากน้อยแค่ไหน เพราะตัวเลขเหล่านั้นอาจยังไม่ได้บอกภาพรวมทั้งหมดของกิจการ เช่น รายได้มาจากช่องทางใด ค่าใช้จ่ายส่วนไหนสูงขึ้น ลูกหนี้ยังค้างชำระเท่าไร หรือมีภาระที่ต้องจ่ายในอนาคตอีกมากน้อยแค่ไหน บัญชีแยกประเภทจึงเป็นพื้นฐานสำคัญของงานบัญชีที่ช่วยจัดหมวดหมู่ข้อมูลทางการเงินให้เป็นระบบมากขึ้น ทำให้เจ้าของธุรกิจเห็นความเคลื่อนไหวของแต่ละบัญชีได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเงินสด ธนาคาร รายได้ ค่าใช้จ่าย ลูกหนี้ เจ้าหนี้ หรือทุนของกิจการ และเมื่อเข้าใจบัญชีแยกประเภท ก็จะช่วยให้ตรวจสอบตัวเลข

ใบเสนอราคา

ใบเสนอราคา คืออะไร ? ใช้ทำอะไร ประกอบด้วยอะไรบ้าง

ก่อนเริ่มขายสินค้า รับงานบริการ หรือเสนอโปรเจกต์ให้ลูกค้า สิ่งหนึ่งที่มักเกิดขึ้นก่อนการตกลงซื้อขายจริง คือ ลูกค้าต้องการรู้ว่างานนี้ราคาเท่าไร ได้อะไรบ้าง และมีเงื่อนไขอย่างไร เอกสารที่ใช้ตอบคำถามเหล่านี้ก็คือ ใบเสนอราคา หลายคนอาจมองว่าใบเสนอราคาเป็นเพียงเอกสารแจ้งราคาให้ลูกค้าดูเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ใบเสนอราคาเป็นมากกว่านั้น เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาไปทำความเข้าใจว่า ใบเสนอราคา คืออะไร ใช้ทำอะไร