เวลาขายสินค้าหรือให้บริการไปแล้ว หลายธุรกิจอาจเจอสถานการณ์ที่ต้องลดยอดหนี้ให้ลูกค้าในภายหลัง เช่น ออกใบกำกับภาษีไปแล้ว แต่ภายหลังพบว่าสินค้าบางส่วนถูกส่งคืน มีการให้ส่วนลดเพิ่มเติม หรือคิดราคาสินค้าสูงเกินจริง
คำถามที่ตามมาคือ ธุรกิจควรแก้ไขเอกสารอย่างไรให้ถูกต้อง ? คำตอบคือ ต้องออก ใบลดหนี้ เพื่อปรับยอดขาย ยอดหนี้ และภาษีมูลค่าเพิ่มให้ตรงกับความเป็นจริง
ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาไปทำความเข้าใจแบบว่า ใบลดหนี้คืออะไร ออกในกรณีใดบ้าง ต้องมีข้อมูลอะไร และต้องออกเอกสารอย่างไรให้ถูกต้อง
ใบลดหนี้ คืออะไร ?
ใบลดหนี้ คือ เอกสารที่ผู้ขายหรือผู้ให้บริการออกให้กับลูกค้า เพื่อแจ้งว่ามีการลดยอดหนี้จากยอดขายเดิมที่เคยออกใบกำกับภาษีหรือเอกสารขายไปแล้ว
ถ้าก่อนหน้านี้ ได้ออกเอกสารขายให้ลูกค้าไปแล้ว แต่ภายหลังพบว่ายอดนั้นต้องลดลง ก็ต้องใช้ใบลดหนี้เป็นเอกสารเพื่อปรับยอดให้ถูกต้อง
ใบลดหนี้ ต้องออกในกรณีใดได้บ้าง ?
1. ลูกค้าคืนสินค้า
กรณีนี้พบได้บ่อยในธุรกิจขายสินค้า เช่น ลูกค้ารับสินค้าไปแล้ว แต่ภายหลังพบว่าสินค้าชำรุด ไม่ตรงตามที่สั่ง หรือไม่สามารถใช้งานได้ตามเงื่อนไข จึงส่งคืนบางส่วนหรือทั้งหมด
เมื่อมีการคืนสินค้า ผู้ขายต้องลดมูลค่าขายลงตามจำนวนสินค้าที่รับคืน จึงต้องออกใบลดหนี้เพื่อใช้เป็นหลักฐาน
2. ให้ส่วนลด หลังจากออกใบกำกับภาษีแล้ว
บางกรณีธุรกิจอาจตกลงให้ส่วนลดลูกค้าภายหลัง เช่น ส่วนลดจากยอดซื้อจำนวนมาก ส่วนลดเพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางธุรกิจ หรือส่วนลดจากการเจรจาหลังออกบิลไปแล้ว
ถ้าใบกำกับภาษีเดิมออกไปในยอดเต็มแล้ว แต่ภายหลังมีการลดราคาให้ลูกค้า ก็ต้องออกใบลดหนี้เพื่อปรับยอดขายให้ตรงกับยอดจริง
3. คิดราคาสินค้าหรือบริการสูงเกินไป
เช่น พนักงานคีย์ราคาผิด คิดจำนวนสินค้าผิด หรือใช้ราคาขายผิดเงื่อนไข ทำให้ยอดในใบกำกับภาษีเดิมสูงกว่าความเป็นจริง
ในกรณีนี้ ใบลดหนี้จะช่วยแก้ไขยอดที่เกินออกมา โดยไม่จำเป็นต้องลบหรือแก้ไขเอกสารเดิมแบบไม่ถูกต้อง
4. ส่งสินค้าไม่ครบตามจำนวนที่เรียกเก็บเงิน
ในกรณีที่ออกเอกสารตามยอดสั่งซื้อ แต่ภายหลังพบว่าส่งสินค้าได้ไม่ครบตามยอดที่สั่ง หรือบางรายการขาดส่ง
ถ้ามีการเรียกเก็บเงินเกินกว่าสินค้าที่จัดส่งจริง ธุรกิจควรออกใบลดหนี้เพื่อลดยอดหนี้ให้ตรงกับจำนวนสินค้าที่ลูกค้าได้รับจริง
5. ยกเลิกบริการบางส่วน
สำหรับธุรกิจบริการ อาจมีกรณีที่ออกใบแจ้งหนี้หรือใบกำกับภาษีไปแล้ว แต่ภายหลังลูกค้าขอยกเลิกบริการบางส่วน เช่น ยกเลิกแพ็กเกจบางรายการ หรือลดขอบเขตงานลง
เมื่อค่าบริการที่เรียกเก็บจริงลดลง ก็สามารถออกใบลดหนี้เพื่อปรับยอดให้ถูกต้องได้
ใบลดหนี้ ที่ถูกต้อง ต้องมีอะไรบ้าง ?

1. มีคำว่า “ใบลดหนี้” ชัดเจน
ควรระบุชื่อเอกสารว่า “ใบลดหนี้” ให้เห็นชัดเจน เพื่อแยกออกจากใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษีทั่วไป
2. เลขที่และวันที่ของใบลดหนี้
ควรมีเลขที่เอกสารและวันที่ออกใบลดหนี้อย่างเป็นระบบ เพื่อใช้ตรวจสอบย้อนหลังและจัดเก็บเอกสารทางบัญชี เช่น
- เลขที่ใบลดหนี้: CN-001/2569
- วันที่ออกเอกสาร: 15 มกราคม 2569
3. ข้อมูลของผู้ขายหรือผู้ให้บริการ
ควรระบุชื่อกิจการ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และสาขาให้ครบถ้วน โดยเฉพาะกรณีเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
4. ข้อมูลของลูกค้า
ควรระบุชื่อลูกค้า ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของลูกค้าให้ถูกต้อง โดยเฉพาะลูกค้าที่เป็นนิติบุคคล เพราะลูกค้าจะใช้เอกสารนี้ประกอบการบันทึกบัญชีและภาษีด้วย
5. อ้างอิงใบกำกับภาษีเดิม
ส่วนนี้สำคัญมาก เพราะใบลดหนี้ต้องเชื่อมโยงกับเอกสารขายเดิม เช่น ใบกำกับภาษีเลขที่อะไร วันที่เท่าไร และเกี่ยวข้องกับรายการใด เช่น
- อ้างอิงใบกำกับภาษีเลขที่ IV-025/2569
- ลงวันที่ 10 มกราคม 2569
6. เหตุผลในการออกใบลดหนี้
ควรระบุเหตุผลให้ชัดเจน เช่น
- คืนสินค้าบางส่วน
- ให้ส่วนลดภายหลัง
- คิดราคาสินค้าผิด
- ส่งสินค้าไม่ครบ
- ยกเลิกบริการบางรายการ
การระบุเหตุผลช่วยให้เอกสารดูน่าเชื่อถือ และลดปัญหาเมื่อต้องตรวจสอบย้อนหลัง
7. มูลค่าที่ลดลงและภาษีมูลค่าเพิ่ม
ต้องแสดงยอดเงินที่ลดลงให้ชัดเจน เช่น มูลค่าสินค้าหรือบริการที่ลด ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ลด และยอดรวมทั้งสิ้น เช่น
- มูลค่าก่อน VAT ที่ลดลง: 2,000 บาท
- VAT 7% ที่ลดลง: 140 บาท
- ยอดรวมที่ลดหนี้: 2,140 บาท
วิธีออกใบลดหนี้
ขั้นตอนที่ 1 : ตรวจสอบเหตุผลก่อนออกใบลดหนี้
ก่อนออกเอกสาร ควรตรวจสอบก่อนว่าเหตุผลในการลดหนี้เกิดจากอะไร เช่น ลูกค้าคืนสินค้า ได้รับส่วนลดภายหลัง หรือมีการคิดราคาผิด ถ้าไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน ไม่ควรออกใบลดหนี้ เพราะอาจทำให้ยอดขายและภาษีไม่ตรงกับความเป็นจริง
ขั้นตอนที่ 2 : ตรวจสอบใบกำกับภาษีหรือเอกสารขายเดิม
ให้ตรวจสอบว่าเอกสารเดิมที่ต้องการลดหนี้คือฉบับใด เลขที่อะไร วันที่เท่าไร และยอดเดิมเป็นจำนวนเท่าไร เพราะถ้าอ้างอิงเอกสารผิด อาจทำให้ยอดบัญชีและภาษีคลาดเคลื่อนได้
ขั้นตอนที่ 3 : คำนวณยอดที่ต้องลดให้ถูกต้อง
คำนวณยอดลดหนี้ให้ชัดเจนว่าเป็นมูลค่าก่อน VAT เท่าไร VAT เท่าไร และยอดรวมที่ลดลงเท่าไร
ตัวอย่าง :
- ยอดขายเดิมก่อน VAT: 10,000 บาท
- VAT 7%: 700 บาท
- ยอดรวมเดิม: 10,700 บาท
- ลูกค้าคืนสินค้า มูลค่าก่อน VAT: 2,000 บาท
- VAT ที่ต้องลด: 140 บาท
- ยอดรวมใบลดหนี้: 2,140 บาท
ขั้นตอนที่ 4 : ออกใบลดหนี้พร้อมระบุข้อมูลให้ครบ
เมื่อคำนวณยอดเรียบร้อยแล้ว ให้จัดทำใบลดหนี้โดยระบุข้อมูลสำคัญให้ครบ เช่น เลขที่เอกสาร วันที่ออกเอกสาร รายละเอียดลูกค้า เหตุผลในการออก และเอกสารเดิมที่อ้างอิง
ขั้นตอนที่ 5 : ส่งเอกสารให้ลูกค้าและจัดเก็บสำเนา
หลังจากออกใบลดหนี้แล้ว ควรส่งเอกสารให้ลูกค้าเพื่อใช้ปรับบัญชีฝั่งลูกค้า และธุรกิจควรจัดเก็บสำเนาไว้เป็นหลักฐานประกอบบัญชีและภาษี
ข้อควรระวังในการออกใบลดหนี้
1. ไม่ควรออกใบลดหนี้โดยไม่มีเหตุผล
ใบลดหนี้ควรมีเหตุผลรองรับเสมอ เช่น คืนสินค้า ลดราคา หรือคิดเงินผิด ไม่ควรออกเพียงเพื่อทำให้ยอดขายลดลงโดยไม่มีหลักฐาน
2. ต้องอ้างอิงเอกสารเดิมให้ถูกต้อง
หากออกใบลดหนี้แต่ไม่ระบุว่าเกี่ยวข้องกับใบกำกับภาษีฉบับใด อาจทำให้ตรวจสอบย้อนหลังยาก และทำให้บัญชีไม่เชื่อมโยงกัน
3. ระวังการออกผิดงวดบัญชีหรือผิดงวดภาษี
ใบลดหนี้มีผลต่อการบันทึกบัญชีและภาษีขาย ดังนั้นควรตรวจสอบวันที่ออกเอกสารให้สอดคล้องกับเหตุการณ์จริง และส่งต่อให้ผู้ทำบัญชีบันทึกให้ถูกงวด
4. ควรเก็บหลักฐานประกอบไว้เสมอ
เช่น ใบรับคืนสินค้า ข้อความยืนยันจากลูกค้า เอกสารอนุมัติส่วนลด หรือหลักฐานการแก้ไขราคาขาย เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบในอนาคต
สรุป
ใบลดหนี้ คือเอกสารที่ใช้ปรับลดยอดหนี้จากการขายสินค้าหรือให้บริการ หลังจากที่มีการออกเอกสารขายหรือใบกำกับภาษีไปแล้ว โดยมักใช้ในกรณีคืนสินค้า ให้ส่วนลดภายหลัง คิดราคาผิด ส่งสินค้าไม่ครบ หรือยกเลิกบริการบางส่วน สิ่งสำคัญคือ ใบลดหนี้ควรออกอย่างมีเหตุผล ระบุข้อมูลให้ครบ อ้างอิงเอกสารเดิมให้ชัดเจน และคำนวณยอดเงินพร้อมคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มให้ถูกต้อง
สำหรับเจ้าของธุรกิจ การออกใบลดหนี้ให้ถูกต้องตั้งแต่แรก จะช่วยให้บัญชีเป็นระบบ ลดความผิดพลาดด้านภาษี และทำให้เอกสารของกิจการพร้อมตรวจสอบได้เสมอ
หากธุรกิจของคุณมีการออกใบกำกับภาษี ใบลดหนี้ หรือใบเพิ่มหนี้เป็นประจำ แต่ไม่แน่ใจว่าควรออกเอกสารอย่างไรให้ถูกต้อง ให้ชอบการบัญชี ช่วยดูแลบัญชี ภาษี และเอกสารธุรกิจให้เป็นระบบ ลดความเสี่ยงจากการยื่นผิดหรือเอกสารไม่ครบ ติดต่อเข้ามาปรึกษาเรื่องบัญชีและภาษีได้เลยค่ะ
อ้างอิง : แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการออกใบเพิ่มหนี้ตามมาตรา 86/9 และใบลดหนี้ ตามมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร