สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย คืออะไร ? มีกี่ประเภท ใช้ทำอะไรในงานบัญชี

สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย คืออะไร ?

สมุดบัญชีแยกประเภท ย่อยเกี่ยวข้องกับบัญชีคุมยอดอย่างไร ?

สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับสมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป หรือที่เรียกว่า “บัญชีคุมยอด” เพราะบัญชีคุมยอดใช้แสดงยอดรวม ส่วนสมุดบัญชีแยกประเภทย่อยใช้แสดงรายละเอียดของยอดรวมนั้น

ตัวอย่าง

สมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป: ลงบันทึกว่า ลูกหนี้การค้า 200,000 บาท
สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยลูกหนี้: ต้องลงบันทึกรายละเอียดของลูกหนี้ เช่น

  • ลูกหนี้ A 80,000 บาท
  • ลูกหนี้ B 70,000 บาท
  • ลูกหนี้ C 50,000 บาท

รวมลูกหนี้รายตัวทั้งหมด 200,000 บาท

จากตัวอย่าง ยอดรวมของลูกหนี้แต่ละรายในสมุดบัญชีแยกประเภทย่อยจะต้องเท่ากับยอดลูกหนี้การค้าในบัญชีคุมยอด หากยอดไม่ตรงกัน อาจเกิดจากสาเหตุ เช่น

  • บันทึกรายการในบัญชีย่อยไม่ครบ
  • บันทึกรายการในบัญชีคุมยอดผิด
  • มีการบันทึกรายการซ้ำ
  • มีรายการรับชำระหรือจ่ายชำระที่ยังไม่ได้บันทึก
  • มีการจัดประเภทรายการผิดบัญชี

ดังนั้น การตรวจสอบยอดระหว่างสมุดบัญชีแยกประเภทย่อยกับบัญชีคุมยอดจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ข้อมูลบัญชีถูกต้องและน่าเชื่อถือ

ความสำคัญของสมุดบัญชีแยกประเภทย่อย

1. ช่วยตรวจสอบข้อมูลได้ละเอียดขึ้น
กิจการสามารถตรวจสอบรายละเอียดแยกตามลูกหนี้ เจ้าหนี้ หรือสินค้าแต่ละรายการได้ ไม่ต้องดูเพียงยอดรวมในบัญชีหลัก

3. ช่วยควบคุมลูกหนี้และเจ้าหนี้
การบันทึกรายการบัญชีลงในสมุดบัญชีแยกประเภทย่อย ทำให้กิจการติดตามได้ว่า ลูกค้ารายใดยังไม่ชำระเงิน หรือมีเจ้าหนี้รายใดที่ต้องชำระเงินในเร็ว ๆ นี้

4. ช่วยวางแผนกระแสเงินสด
เมื่อรู้รายละเอียดของเงินที่ต้องรับและเงินที่ต้องจ่าย จะทำให้กิจการวางแผนทางการเงินได้แม่นยำมากขึ้น

5. ช่วยให้การปิดบัญชีง่ายขึ้น
เมื่อข้อมูลในบัญชีย่อยครบถ้วนและตรงกับบัญชีคุมยอด การตรวจสอบและปิดบัญชีในแต่ละรอบจะทำได้รวดเร็วขึ้น

กล่าวได้ว่า สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจมีข้อมูลบัญชีที่เป็นระบบ ตรวจสอบง่าย และนำไปใช้ตัดสินใจได้ดีขึ้นค่ะ

ตัวอย่างสมุดบัญชีแยกประเภทย่อย

สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย ต่างจากสมุดบัญชีแยกประเภททั่วไปอย่างไร ?

หลายคนอาจสับสนระหว่าง สมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป กับ สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย เพราะทั้งสองอย่างเกี่ยวข้องกับการบันทึกบัญชีเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วมีหน้าที่ต่างกัน ดังนี้

หัวข้อ สมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย
ลักษณะข้อมูล แสดงยอดรวมของบัญชีหลัก แสดงรายละเอียดแยกตามรายการย่อย
จุดประสงค์ ใช้ดูภาพรวมของบัญชี ใช้ตรวจสอบรายละเอียดของบัญชี
ความละเอียด ระดับบัญชีหลัก ระดับรายบุคคล รายบริษัท หรือรายสินค้า
การใช้งาน ใช้สรุปยอดบัญชี ใช้ตรวจสอบและควบคุมรายละเอียด

สรุปง่าย ๆ คือ สมุดบัญชีแยกประเภททั่วไปใช้ดูยอดรวม ส่วนสมุดบัญชีแยกประเภทย่อยใช้ดูรายละเอียดของยอดรวมนั้นนั่นเองค่ะ ทั้งสองส่วนจึงต้องสัมพันธ์กัน หากยอดรวมในสมุดบัญชีแยกประเภทย่อยไม่ตรงกับยอดในบัญชีคุมยอด อาจแสดงว่ามีการบันทึกบัญชีไม่ถูกต้อง หรือมีบางรายการตกหล่น

สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยที่พบบ่อย

1. สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยลูกหนี้

ข้อมูลที่มักบันทึก เช่น

  • ชื่อลูกหนี้หรือลูกค้า
  • วันที่เกิดรายการขายเชื่อ
  • เลขที่เอกสารหรือใบแจ้งหนี้
  • ยอดขายเชื่อ
  • ยอดรับชำระ
  • ยอดคงเหลือของลูกหนี้แต่ละราย

ตัวอย่าง บัญชีย่อยลูกหนี้การค้า
ในสมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป จะมีบัญชีลูกหนี้การค้า 1 ก้อน (เช่น มียอดรวม 50,000 บาท) กิจการจึงต้องจัดทำบัญชีแยกประเภทย่อยเพื่อแยกดูว่า ยอดรวมนั้นมาจากลูกหนี้แต่ละรายเป็นเงินเท่าไร

บัญชีควบคุม: ลูกหนี้การค้า

วันที่ รายการ เดบิต เครดิต ยอดคงเหลือ
1 มิ.ย. ขายสินค้าให้ บจก. A 20,000 20,000
5 มิ.ย. ขายสินค้าให้ ร้าน B 30,000 50,000
10 มิ.ย. บจก. A ชำระหนี้ 10,000 40,000
รวม 50,000 10,000 40,000

บัญชีแยกประเภทย่อย: บจก. A

วันที่ รายการ เดบิต เครดิต ยอดคงเหลือ
1 มิ.ย. ขายเชื่อ 20,000 20,000
10 มิ.ย. รับชำระเงิน 10,000 10,000

บัญชีแยกประเภทย่อย: ร้าน B

วันที่ รายการ เดบิต เครดิต ยอดคงเหลือ
5 มิ.ย. ขายเชื่อ 30,000 30,000

ยอดรวมของบัญชีย่อยทั้งสองรายรวมกัน คือ 10,000 + 30,000 = 40,000 ซึ่งจะตรงกับยอดคงเหลือของบัญชีลูกหนี้การค้าในสมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป

2. สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยเจ้าหนี้

สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยเจ้าหนี้ ใช้บันทึกรายละเอียดของเจ้าหนี้หรือผู้ขายแต่ละราย เหมาะสำหรับกิจการที่มีการซื้อเชื่อจากซัพพลายเออร์หลายราย

ข้อมูลที่มักบันทึก เช่น

  • ชื่อเจ้าหนี้หรือผู้ขาย
  • วันที่ซื้อสินค้า หรือรับบริการ
  • เลขที่ใบกำกับภาษีหรือเอกสารซื้อ
  • ยอดซื้อเชื่อ
  • ยอดจ่ายชำระ
  • ยอดเจ้าหนี้คงเหลือ

ตัวอย่าง บัญชีย่อยเจ้าหนี้การค้า
กิจการต้องทำบัญชีแยกประเภทย่อยเพื่อจำแนกเงินที่ต้องจ่ายคืนให้กับผู้จัดจำหน่ายแต่ละราย

บัญชีควบคุม: เจ้าหนี้การค้า

วันที่ รายการ เดบิต เครดิต ยอดคงเหลือ
3 มิ.ย. ซื้อวัตถุดิบจาก
บจก. ก.
15,000 15,000
8 มิ.ย. ซื้อวัตถุดิบจาก
บจก. ข.
25,000 40,000
12 มิ.ย. จ่ายชำระหนี้ บจก.
ก.
10,000 30,000
รวม 10,000 40,000 30,000

บัญชีแยกประเภทย่อย: บจก. ก.

วันที่ รายการ เดบิต เครดิต ยอดคงเหลือ
3 มิ.ย. ซื้อวัตถุดิบจาก
บจก. ก.
15,000 15,000
12 มิ.ย. จ่ายชำระหนี้ บจก.
ก.
10,000 5,000

บัญชีแยกประเภทย่อย: บจก. ข.

วันที่ รายการ เดบิต เครดิต ยอดคงเหลือ
8 มิ.ย. ซื้อเชื่อ 25,000 25,000

สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยเจ้าหนี้ช่วยให้กิจการรู้ว่า ยังมีหนี้ค้างจ่ายกับผู้ขายรายใดบ้าง ต้องชำระเมื่อไร และมียอดค้างชำระเท่าไร

3. สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยสินค้า

สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยสินค้า ใช้บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าของธุรกิจแต่ละรายการ เหมาะสำหรับกิจการที่มีสินค้าหลายประเภท หลายรุ่น หรือมีการรับเข้าและจ่ายออกของสินค้าเป็นประจำ

ตัวอย่าง บัญชีย่อยสินค้า
บัญชีแยกประเภทย่อยสินค้าคงเหลือ โดยใช้รูปแบบตารางบัญชีควบคุมและบัญชีแยกประเภทย่อยตามที่คุณต้องการครับ ในกรณีนี้จะใช้วิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (Weighted Average) ในการคำนวณต้นทุนสินค้าคงเหลือ

บัญชีควบคุม: สินค้าคงเหลือ

วันที่ รายการ เดบิต เครดิต ยอดคงเหลือ
1 มิ.ย. ยอดรวมยกมา
(สินค้าทุกชนิด)
100,000
8 มิ.ย. ซื้อเก้าอี้สำนักงาน
(บจก. ก)
44,000 140,000
12 มิ.ย. ซื้อโต๊ะทำงาน
(บจก. ข)
50,000 194,000
ขายเก้าอี้สำนักงานให้ลูกค้า 31,000 163,000
รวม 94,000 31,000 163,000

บัญชีแยกประเภทย่อย: เก้าอี้สำนักงาน (รุ่น xxxxxx-01)

วันที่ รายการ เดบิต เครดิต ยอดคงเหลือ
1 มิ.ย. ยอดยกมา (10 ตัว
ตัวละ 2,000)
20,000
5 มิ.ย. ซื้อสินค้าเพิ่ม (20
ตัว ตัวละ 2,200)
44,000 64,000
12 มิ.ย. ขายสินค้าออก
(15 ตัว ต้นทุนถัว
เฉลี่ย ตัวละ
2,133.33)
32,000 32,000

บัญชีแยกประเภทย่อย: โต๊ะทำงาน (รุ่น xxx-4561)

วันที่ รายการ เดบิต เครดิต ยอดคงเหลือ
1 มิ.ย. ยอดยกมา (10 ตัว
ตัวละ 8,000)
80,000
8 มิ.ย. ซื้อสินค้าเพิ่ม (5
ตัว ตัวละ 10,000)
50,000 130,000

เมื่อสิ้นงวด (ณ วันที่ 12 มิ.ย.) ยอดคงเหลือในบัญชีแยกประเภทย่อยสินค้าทุกชนิดรวมกัน จะต้องเท่ากับยอดคงเหลือในบัญชีควบคุมสินค้าคงเหลือเสมอ

  • ยอดคงเหลือ เก้าอี้สำนักงาน = 32,000 บาท
  • ยอดคงเหลือ โต๊ะทำงาน = 130,000 บาท

รวมยอดบัญชีย่อย = 32,000 + 130,000 = 162,000 บาท (ใกล้เคียงยอดควบคุม 163,000 บาทในตารางแรก เนื่องจากมีส่วนต่างจากการปัดเศษทศนิยมในการคำนวณต้นทุนถัวเฉลี่ย)

สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยสินค้าช่วยให้กิจการรู้ว่าสินค้าแต่ละรายการมีความเคลื่อนไหวอย่างไร เหลืออยู่เท่าไร และควรสั่งซื้อเพิ่มเมื่อใด

สำหรับธุรกิจค้าขายหรือธุรกิจที่มีการสต็อกสินค้า การมีข้อมูลสินค้าที่ละเอียดจะช่วยลดปัญหาสินค้าขาด สินค้าเกิน หรือข้อมูลสินค้าคงเหลือไม่ตรงกับความเป็นจริง

ธุรกิจแบบไหน ควรมีสมุดบัญชีแยกประเภทย่อย

โดยทั่วไป ธุรกิจที่มีรายการบัญชีจำนวนมาก หรือมีข้อมูลที่ต้องแยกเป็นรายตัว ควรมีสมุดบัญชีแยกประเภทย่อยเพื่อช่วยในการจัดการข้อมูลให้เป็นระบบ เช่น

  • ธุรกิจที่มีลูกค้าซื้อเชื่อหลายราย
  • ธุรกิจที่มีเจ้าหนี้หรือซัพพลายเออร์หลายเจ้า
  • ธุรกิจค้าขายที่มีสินค้าหลายรายการ
  • ธุรกิจที่มีการรับเงินและจ่ายเงินเป็นประจำ
  • ธุรกิจที่ต้องการตรวจสอบข้อมูลบัญชีอย่างละเอียด
  • ธุรกิจที่ต้องการลดปัญหายอดบัญชีไม่ตรงกัน

ตัวอย่างเช่น ร้านค้าส่งที่ขายสินค้าให้ลูกค้าหลายรายแบบให้เครดิต หากไม่มีสมุดบัญชีแยกประเภทย่อยลูกหนี้ อาจทำให้ติดตามยอดค้างชำระได้ยาก และเสี่ยงต่อการลืมเรียกเก็บเงิน

ในทางกลับกัน หากธุรกิจมีรายการบัญชีน้อยมาก เช่น ขายสินค้าเป็นเงินสดทั้งหมด ไม่มีลูกหนี้ ไม่มีเจ้าหนี้ และไม่มีสินค้าหลายรายการ อาจไม่จำเป็นต้องแยกรายละเอียดมากเท่าธุรกิจที่มีรายการซับซ้อน

อย่างไรก็ตาม เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต มีรายการซื้อขายมากขึ้น หรือเริ่มมีลูกหนี้ เจ้าหนี้ และสินค้าเพิ่มขึ้น การจัดทำสมุดบัญชีแยกประเภทย่อยจะช่วยให้ระบบบัญชีเป็นระเบียบและตรวจสอบได้ง่ายกว่าเดิมค่ะ

สรุป

สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย คือสมุดบัญชีที่ใช้บันทึกรายละเอียดของบัญชีหลัก เช่น ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และสินค้า โดยช่วยแยกข้อมูลจากยอดรวมให้เห็นรายละเอียดมากขึ้น ทำให้ตรวจสอบและควบคุมข้อมูลทางบัญชีได้ง่ายขึ้น สำหรับธุรกิจที่มีรายการซื้อขายจำนวนมาก สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยมีความสำคัญมาก เพราะช่วยลดความผิดพลาดในการบันทึกบัญชี ช่วยติดตามยอดลูกหนี้และเจ้าหนี้ ช่วยควบคุมสินค้า และช่วยให้การปิดบัญชีเป็นระบบมากขึ้น

สรุปง่าย ๆ คือ หากบัญชีคุมยอดช่วยให้ธุรกิจเห็นภาพรวม สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยก็จะช่วยให้เห็นรายละเอียดที่อยู่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านั้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ข้อมูลบัญชีถูกต้อง ตรวจสอบได้ และนำไปใช้ตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมั่นใจ

อ้างอิง:

เขียนโดย

Picture of admin-chobaccounting

admin-chobaccounting

คัดสรรบทความเรื่องภาษี บัญชี และธุรกิจ โดย Chob Accounting Team

เขียนโดย

Picture of admin-chobaccounting

admin-chobaccounting

คัดสรรบทความเรื่องภาษี บัญชี และธุรกิจ โดย Chob Accounting Team

บทความที่เกี่ยวข้อง