เวลาจดบริษัทหรือจด หจก. หลายคนมักโฟกัสไปที่การตั้งชื่อกิจการ การกำหนดทุนจดทะเบียน ผู้ถือหุ้น หรือที่ตั้งสำนักงานก่อนเป็นอันดับแรก แต่มีอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ วัตถุประสงค์บริษัท เพราะเป็นข้อมูลที่บอกว่ากิจการของเราจะทำธุรกิจอะไรได้บ้างตามที่จดทะเบียนไว้
ปัญหาคือเจ้าของธุรกิจจำนวนไม่น้อยเลือกวัตถุประสงค์แบบรีบ ๆ หรือเลือกตามตัวอย่างที่มีอยู่ โดยไม่ได้คิดเผื่อว่าธุรกิจในอนาคตอาจมีการขายสินค้าเพิ่ม ให้บริการเพิ่ม รับงานรูปแบบใหม่ หรือทำสัญญากับคู่ค้าที่ต้องตรวจหนังสือรับรองบริษัท พอถึงเวลานั้นจึงพบว่าวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้ไม่ครอบคลุม ต้องเสียเวลาแก้ไขเอกสารใหม่ ทั้งที่สามารถวางแผนให้รอบคอบได้ตั้งแต่แรกค่ะ
วัตถุประสงค์บริษัท คืออะไร ?
วัตถุประสงค์บริษัท (Company objectives) คือ ข้อความที่ระบุเป้าหมายหลัก หรือขอบเขตในการทำงานของกิจการ ที่ต้องระบุไว้ตอนจดทะเบียนจัดตั้ง เพื่อแสดงให้คู่ค้า นักลงทุน และหน่วยงานรัฐทราบว่าประกอบธุรกิจอะไร โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ
1. วัตถุประสงค์ทั่วไป : สำหรับกำหนดขอบเขตอำนาจเบื้องต้นในการบริหารจัดการบริษัท เช่น สิทธิในการกู้ยืมเงิน การซื้อ-ขายทรัพย์สิน การเป็นนายหน้า และการเปิดสาขา
2. วัตถุประสงค์เฉพาะ : สำหรับกำหนดรายละเอียดประเภทกิจการที่บริษัทต้องการหารายได้ เช่น ซื้อมาขายไป ให้บริการ หรือผลิตสินค้า ซึ่งรายการนี้จะต้องสอดคล้องกับธุรกิจจริงเพื่อใช้ในการขอใบอนุญาตประกอบกิจการ
สำหรับห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือ หจก. ก็มีหลักการใกล้เคียงกัน คือ ต้องระบุวัตถุประสงค์ของห้างให้ชัดเจนว่า ห้างหุ้นส่วนนี้ประกอบกิจการเกี่ยวกับอะไร ไม่ควรระบุกว้างจนเกินไป หรือคลุมเครือจนไม่สามารถเข้าใจขอบเขตธุรกิจได้ค่ะ
วัตถุประสงค์บริษัท มีความสำคัญอย่างไร ?
1. ช่วยให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้ตรงตามที่จดทะเบียนไว้
เมื่อบริษัทกำหนดวัตถุประสงค์ที่ตรงกับกิจการจริง การดำเนินธุรกิจจะมีความชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้า ให้บริการ รับจ้างผลิต หรือรับงานจากคู่ค้า เพราะเอกสารจดทะเบียนสะท้อนกิจกรรมทางธุรกิจที่บริษัทให้บริการจริง ๆ
ตัวอย่างเช่น บริษัทรับทำการตลาดออนไลน์ แต่ไม่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการให้บริการโฆษณา การตลาด หรือสื่อออนไลน์เลย อาจทำให้เกิดคำถามจากคู่ค้า ธนาคาร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า บริษัทมีขอบเขตทำธุรกิจดังกล่าวหรือไม่
2. ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือต่อคู่ค้า
หลายครั้งคู่ค้าหรือบริษัทขนาดใหญ่จะขอหนังสือรับรองนิติบุคคลก่อนทำสัญญา เพื่อตรวจสอบว่าบริษัทมีตัวตนจริง และมีวัตถุประสงค์ครอบคลุมงานที่จะรับหรือไม่
ถ้าวัตถุประสงค์บริษัทระบุชัดเจนและตรงกับงานที่เสนอ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในการทำธุรกิจ โดยเฉพาะงานที่ต้องยื่นเอกสารประกอบ เช่น งานรับเหมา งานจัดซื้อจัดจ้าง งานบริการวิชาชีพ งานนำเข้า-ส่งออก หรือการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า
3. ลดปัญหาเมื่อต้องทำธุรกรรมกับธนาคารหรือหน่วยงานภายนอก
การเปิดบัญชีธนาคาร ขอสินเชื่อ สมัครบริการรับชำระเงิน หรือทำเอกสารกับหน่วยงานต่าง ๆ อาจมีการตรวจสอบวัตถุประสงค์ของบริษัทประกอบด้วย
หากวัตถุประสงค์ไม่ตรงกับธุรกิจจริง อาจทำให้ต้องชี้แจงเพิ่มเติม หรือในบางกรณีอาจต้องแก้ไขวัตถุประสงค์ก่อนดำเนินการต่อ ทำให้เสียเวลาโดยไม่จำเป็น
4. รองรับการขยายธุรกิจในอนาคต
ธุรกิจจำนวนมากไม่ได้ให้บริการในรูปแบบเดียว เช่น เริ่มจากขายสินค้าออนไลน์ ต่อมาเพิ่มบริการติดตั้ง เพิ่มบริการให้คำปรึกษา เพิ่มการนำเข้า หรือเปิดช่องทางขายส่ง
หากเลือกวัตถุประสงค์บริษัทไว้ครอบคลุมตั้งแต่แรก จะช่วยให้ธุรกิจปรับตัวและขยายขอบเขตบริการได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องแก้ไขเอกสารทุกครั้งที่มีแผนธุรกิจใหม่
อย่างไรก็ตาม คำว่าครอบคลุมไม่ได้หมายถึงการระบุวัตถุประสงค์แบบไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ควรเลือกให้ครอบคลุมเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจจริง หรือมีโอกาสทำในอนาคตอย่างสมเหตุสมผลเท่านั้น

เลือกวัตถุประสงค์อย่างไร ให้เหมาะสมกับธุรกิจ ?
1. เริ่มจากธุรกิจหลักที่ทำจริง
ก่อนเลือกวัตถุประสงค์ ควรพิจารณาก่อนว่า รายได้หลักของบริษัทจะมาจากอะไร เช่น
- ขายสินค้า
- ให้บริการ
- รับจ้างผลิต
- รับเหมาก่อสร้าง
- นำเข้า-ส่งออก
- ให้เช่า
- เป็นตัวแทนจำหน่าย
- ให้คำปรึกษา
- ทำแพลตฟอร์มหรือระบบออนไลน์
เมื่อรู้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจหลักแล้ว ควรเลือกวัตถุประสงค์ที่สะท้อนกิจกรรมนั้นให้ชัดเจน เช่น ถ้าทำธุรกิจขายสินค้า ควรมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการซื้อ ขาย จัดจำหน่าย และค้าปลีกค้าส่งสินค้า เป็นต้น
2. เลือกตามรูปแบบธุรกิจที่เกี่ยวข้องในอนาคต
นอกจากรูปแบบธุรกิจหลักแล้ว ควรพิจารณาธุรกิจที่เกี่ยวข้องและมีโอกาสทำเพิ่มในอนาคต เช่น
- ธุรกิจขายสินค้า อาจเพิ่มบริการนำเข้า ส่งออก หรือเป็นตัวแทนจำหน่าย
- ธุรกิจรับเหมา อาจเพิ่มบริการออกแบบ ตกแต่ง งานระบบ หรือจัดหาวัสดุก่อสร้าง
- ธุรกิจออนไลน์ อาจเพิ่มบริการทำการตลาด โฆษณา ผลิตคอนเทนต์ หรือพัฒนาเว็บไซต์
- ธุรกิจร้านอาหาร อาจเพิ่มบริการจัดเลี้ยง ขายแฟรนไชส์ หรือขายสินค้าแปรรูป
การเผื่อไว้ในระดับที่เหมาะสมจะช่วยลดโอกาสที่ต้องแก้ไขวัตถุประสงค์ภายหลัง
3. ไม่เลือกกว้างเกินไปจนไม่สัมพันธ์กับธุรกิจ
บางกิจการคิดว่าใส่วัตถุประสงค์ให้เยอะที่สุดไว้ก่อนน่าจะดีที่สุด แต่ในทางปฏิบัติ การเลือกวัตถุประสงค์ที่กว้างเกินไป หรือไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเลย อาจทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทดูไม่ชัดเจน
ตัวอย่างเช่น เปิดบริษัทเพื่อให้บริการรับบัญชี แต่ระบุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการให้บริการก่อสร้าง ขายเครื่องจักร นำเข้าอาหาร ขายเครื่องสำอาง และอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแผนธุรกิจจริง อาจทำให้คู่ค้าหรือผู้ตรวจสอบเอกสารเกิดความสงสัยได้ว่า บริษัทมีธุรกิจหลักคืออะไรกันแน่ ดังนั้น ควรเลือกให้ครอบคลุม แต่ยังอยู่ในกรอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกัน
4. ตรวจสอบว่าธุรกิจนั้นต้องมีใบอนุญาตเฉพาะหรือไม่
การทำธุรกิจบางรูปแบบสามารถระบุรูปแบบการให้บริการไว้ในวัตถุประสงค์ได้ แต่การประกอบธุรกิจจริงอาจต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เช่น ธุรกิจบางประเภทด้านการเงิน ประกันภัย การศึกษา ขายตรง นายหน้า หรือกิจการที่มีกฎหมายเฉพาะควบคุม
ดังนั้น หากธุรกิจของคุณอยู่ในกลุ่มที่มีการกำกับดูแลเป็นพิเศษ ควรตรวจสอบเงื่อนไขให้ชัดเจนก่อนจดทะเบียน หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันการเลือกวัตถุประสงค์ที่ไม่เหมาะสม
5. ให้สำนักงานบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจทานก่อนจดทะเบียน
วัตถุประสงค์บริษัทเป็นรายละเอียดที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว หากไม่แน่ใจว่าควรเลือกข้อไหน หรือควรเขียนให้ครอบคลุมอย่างไร ควรให้สำนักงานบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญในการจดทะเบียนนิติบุคคลช่วยตรวจทานก่อนยื่นจดทะเบียนค่ะ
ตัวอย่างวัตถุประสงค์บริษัทตามประเภทธุรกิจ
ธุรกิจบริการ
- บริการทั่วไป: ประกอบกิจการรับเป็นที่ปรึกษา แนะนำ ให้คำแนะนำปัญหาเกี่ยวกับการบริหารงาน การตลาด การจัดการ และการพัฒนาองค์กร
- บริการด้านเทคโนโลยี: ประกอบกิจการค้า ให้เช่า รับติดตั้ง ซ่อมแซม นำเข้า ส่งออก และรับเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ระบบฐานข้อมูล และแอปพลิเคชันทุกประเภท
- บริการสื่อโฆษณา: ประกอบธุรกิจผลิต รับจ้างผลิต และเผยแพร่เนื้อหา (Content) สื่อโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์
ธุรกิจการค้า หรือซื้อมาขายไป
- ค้าปลีกและค้าส่ง: ประกอบกิจการค้า ซื้อ ขาย ปลีก ซื้อ ขาย ส่ง สินค้าอุปโภคและบริโภค เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์สำนักงาน รวมถึงสินค้าทุกชนิด
- นำเข้าและส่งออก: ประกอบกิจการนำเข้าจากต่างประเทศ และส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศซึ่งสินค้า และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปต่าง ๆ
ธุรกิจการผลิต
- ผลิตสินค้า: ประกอบกิจการผลิต ประกอบ บรรจุ และแปรรูปสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ
- รับจ้างผลิต (OEM): ประกอบกิจการรับจ้างผลิตสินค้าตามรูปแบบ ตัวอย่าง หรือคำสั่งของลูกค้า
ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และแพลตฟอร์มออนไลน์
- ร้านค้าออนไลน์: ประกอบกิจการค้า ขายสินค้าผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (E-Commerce) รวมถึงการให้บริการรับชำระเงินค่าสินค้าและบริการ
- แพลตฟอร์มและมาร์เก็ตเพลส: ประกอบกิจการพัฒนาและให้บริการระบบตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นสื่อกลางในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ
สามารถแก้ไขวัตถุประสงค์บริษัทได้ไหม ?
หากเลือกวัตถุประสงค์บริษัทผิด ไม่ตรงกับธุรกิจจริง หรือไม่ครอบคลุมกิจการที่ต้องการทำในอนาคต สามารถแก้ไขได้ โดยต้องดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
กรณีที่ต้องแก้ไขวัตถุประสงค์ เช่น
- บริษัทเริ่มทำธุรกิจใหม่ที่ไม่ได้ระบุไว้เดิม
- บริษัทเพิ่มบริการหรือสินค้าใหม่
- บริษัทต้องใช้หนังสือรับรองที่มีวัตถุประสงค์ตรงกับงาน
- คู่ค้าหรือหน่วยงานภายนอกขอให้วัตถุประสงค์ครอบคลุมก่อนทำสัญญา
- ธุรกิจเดิมเปลี่ยนทิศทางจากที่จดทะเบียนไว้ตอนแรก
อย่างไรก็ตาม การแก้ไขวัตถุประสงค์ภายหลังมีขั้นตอน เอกสาร และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เจ้าของธุรกิจจึงควรวางแผนให้ดีตั้งแต่ตอนจดทะเบียนครั้งแรก เพื่อช่วยลดภาระในการแก้ไขภายหลัง
สำหรับบริษัทจำกัด การแก้ไขวัตถุประสงค์จะเกี่ยวข้องกับการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิในส่วนของวัตถุที่ประสงค์ และต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัดก็ต้องยื่นจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อมูลให้ถูกต้องเช่นกัน

วัตถุประสงค์บริษัทเกี่ยวข้องกับภาษีและบัญชีไหม ?
วัตถุประสงค์บริษัทไม่ได้เป็นตัวกำหนดภาษีโดยตรงทั้งหมด แต่มีความเกี่ยวข้องกับการทำบัญชี ภาษี และเอกสารประกอบธุรกิจในหลายด้าน เพราะวัตถุประสงค์เป็นข้อมูลที่ช่วยสะท้อนว่าบริษัทประกอบกิจการอะไร รายได้มาจากกิจกรรมแบบไหน และค่าใช้จ่ายใดเกี่ยวข้องกับธุรกิจ เช่น
1. เกี่ยวข้องกับลักษณะรายได้ของบริษัท
ถ้าบริษัทมีรายได้จากการขายสินค้า การให้บริการ รับจ้างผลิต หรือนำเข้า-ส่งออก ผู้ทำบัญชีต้องบันทึกรายได้ให้สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจจริง
หากวัตถุประสงค์บริษัทไม่สอดคล้องกับรายได้ที่เกิดขึ้น อาจทำให้เกิดคำถามได้ว่า รายได้นั้นเกี่ยวข้องกับกิจการของบริษัทหรือไม่ โดยเฉพาะในกรณีที่ธุรกิจมีรายการซับซ้อน หรือมีการตรวจสอบเอกสารภายหลัง
2. เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ
ค่าใช้จ่ายที่นำมาบันทึกบัญชีควรเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการของบริษัท หากบริษัทมีวัตถุประสงค์ชัดเจน จะช่วยให้อธิบายความเกี่ยวข้องของค่าใช้จ่ายกับธุรกิจได้ง่ายขึ้น
เช่น บริษัททำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ไซต์งาน หรือค่าจ้างแรงงานจะมีความสัมพันธ์กับธุรกิจชัดเจน แต่ถ้าบริษัทมีวัตถุประสงค์ไม่ครอบคลุมธุรกิจที่ทำจริง อาจทำให้การอธิบายรายการบางอย่างยุ่งยากขึ้น
3. เกี่ยวข้องกับเอกสารภาษีและการออกใบกำกับภาษี
เมื่อต้องออกใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน หรือเอกสารทางการค้า รายละเอียดสินค้าและบริการควรสัมพันธ์กับรูปแบบธุรกิจที่บริษัทให้บริการอยู่จริง ๆ
แม้วัตถุประสงค์บริษัทจะไม่ใช่เอกสารภาษีโดยตรง แต่การมีวัตถุประสงค์ที่ตรงกับกิจการจริงช่วยให้ภาพรวมของเอกสารบริษัทมีความสอดคล้องกันมากขึ้น
4. ช่วยให้นักบัญชีวางระบบบัญชีได้เหมาะสม
วัตถุประสงค์บริษัทช่วยให้นักบัญชีเข้าใจประเภทธุรกิจ และออกแบบการบันทึกบัญชีให้เหมาะสม เช่น ธุรกิจขายสินค้าอาจต้องมีระบบสต็อกสินค้า ธุรกิจบริการอาจเน้นรายได้จากค่าบริการ ธุรกิจรับเหมาอาจต้องแยกต้นทุนตามโครงการ
สรุป
วัตถุประสงค์บริษัทเป็นหนึ่งในรายละเอียดสำคัญของการจดทะเบียนนิติบุคคล เพราะเป็นตัวบอกว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดมีขอบเขตประกอบกิจการอะไรได้บ้าง หากเลือกได้ตรงและครอบคลุมตั้งแต่แรก จะช่วยให้การดำเนินธุรกิจ การทำสัญญา การติดต่อธนาคาร การทำบัญชี และการขยายกิจการในอนาคตเป็นไปอย่างสะดวกขึ้น
การเลือกวัตถุประสงค์บริษัทให้ถูกตั้งแต่แรก จะช่วยลดปัญหาการแก้ไขเอกสารภายหลัง หากไม่แน่ใจว่าธุรกิจของคุณควรใช้วัตถุประสงค์แบบใด ให้ทีมชอบการบัญชีช่วยตรวจสอบและให้แนะนำก่อนยื่นจดทะเบียน ติดต่อเข้ามาเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยค่ะ
อ้างอิง: การจดทะเบียนแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 3 วัตถุที่ประสงค์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า






