รู้ก่อนโดนปรับ! ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี มีใครบ้าง ?

รู้ก่อนโดนปรับ! ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี มีใครบ้าง ?

ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี คือใคร ?

ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี คือ บุคคลหรือนิติบุคคลที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจัดให้มีการทำบัญชีสำหรับกิจการของตน ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นคนลงบัญชีเองทุกวัน แต่ต้องจัดให้มีระบบบัญชี เอกสารประกอบ และผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามกฎหมาย

ตามมาตรา 8 ของ พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องจัดให้มีการทำบัญชีสำหรับการประกอบธุรกิจของตน โดยเป็นความรับผิดชอบของกิจการหรือผู้แทนกิจการ ไม่ใช่หน้าที่ของสำนักงานบัญชีเพียงฝ่ายเดียว

ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี มีใครบ้าง ?

ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี มีใครบ้าง ?

4. นิติบุคคลต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย
นิติบุคคลต่างประเทศที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามกฎหมายนับแต่วันที่เริ่มต้นประกอบธุรกิจในประเทศไทย โดยแยกให้ชัดเจนว่ากิจการมีธุรกรรมในประเทศไทยอย่างไร มีสถานประกอบการถาวรหรือไม่ มีรายได้ในไทยหรือไม่ และเอกสารบัญชีต้องรองรับการตรวจสอบตามกฎหมายไทยได้หรือไม่

รู้จัก “ผู้ที่กระทำการแทน” ของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี

แม้บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดจะเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีโดยตรง แต่กิจการเหล่านี้ไม่สามารถดำเนินการเองได้เหมือนบุคคลธรรมดา กฎหมายจึงกำหนดให้มีผู้ที่กระทำการแทน เป็นบุคคลที่มีอำนาจบริหารหรือเป็นดำเนินการด้านบัญชีแทนกิจการ เช่น การจัดให้มีผู้ทำบัญชี การส่งเอกสารบัญชี การดูแลความถูกต้องของบัญชี และการยื่นงบการเงิน

ผู้ที่กระทำการแทนของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ได้แก่

1. หุ้นส่วนผู้จัดการ ของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน หมายถึง ผู้มีอำนาจจัดการงานของห้างหุ้นส่วน เช่น ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จึงเป็นบุคคลสำคัญที่ต้องดูแลให้ห้างมีการจัดทำบัญชีอย่างถูกต้อง
2. กรรมการบริษัท ของบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด กรรมการบริษัทเป็นผู้แทนของบริษัทในการบริหารงานและติดต่อกับบุคคลภายนอก จึงมีบทบาทสำคัญในการจัดให้บริษัทมีระบบบัญชี เอกสารประกอบ และการยื่นงบการเงินตามกฎหมาย
3. ผู้กระทำการแทนที่ได้รับแต่งตั้งจากนิติบุคคลต่างประเทศ กรณีนิติบุคคลต่างประเทศเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำเนินการแทนนิติบุคคลต่างประเทศจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลการจัดทำบัญชีตามกฎหมายไทย
4. ผู้กระทำการแทนที่ได้รับแต่งตั้งของกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร ในกรณีกิจการร่วมค้า (Joint Venture) ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำเนินการแทนกิจการร่วมค้าจะเป็นผู้ดูแลให้มีการจัดทำบัญชีและเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้องกับกิจการร่วมค้านั้นอย่างถูกต้อง
5. ผู้จัดการของสถานที่ประกอบธุรกิจเป็นประจำ กรณีมีสถานที่ประกอบธุรกิจเป็นประจำ ผู้จัดการของสถานที่นั้นอาจเป็นผู้ที่ต้องดำเนินการแทนในเรื่องบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรณีที่เป็นผู้ดูแลการดำเนินงานประจำของกิจการ

นอกจากนั้นแล้ว กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกประกาศยกเลิกการเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำให้บัญชีให้กับบุคคลธรรมดาและห้างหุ้นส่วนที่ไม่ได้จดทะเบียนใน 2 กลุ่มธุรกิจ คือ

1. ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้มีไว้เพื่อจำหน่าย ผู้นำเข้า หรือผู้ส่งออก แถบเสียงเพลง แถบวีดิทัศน์ และแผ่นซีดี
2. โรงงาน แปรสภาพ แกะสลัก และหัตถกรรมจากงาช้าง รวมถึงการค้าปลีก-ค้าส่งงาช้างและผลิตภัณฑ์จากงาช้าง

โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป ส่งผลให้ธุรกิจทั้ง 2 กลุ่มนี้ ไม่ถูกจัดให้เป็น “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี” ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 อีกต่อไป ทำให้ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชี ไม่ต้องจัดทำงบการเงิน และไม่ต้องนำส่งงบการเงินใด ๆ ค่ะ

ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ต้องทำอะไรบ้าง ?

1. จัดให้มีการทำบัญชีอย่างครบถ้วนและถูกต้อง
ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องจัดให้มีการทำบัญชีตามชนิดบัญชี รายการ ระยะเวลา และเอกสารประกอบที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าจะเป็นบัญชีรายวัน บัญชีแยกประเภท บัญชีสินค้า หรือบัญชีอื่น ๆ ตามความจำเป็นของธุรกิจ รวมถึงต้องมีเอกสารประกอบการลงบัญชีให้ถูกต้อง

ตัวอย่างเอกสารที่ควรจัดเก็บให้เป็นระบบ ได้แก่

2. เก็บรักษาเอกสารประกอบการลงบัญชี
ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องเก็บรักษาบัญชี และเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี เพราะเอกสารเหล่านี้เป็นหลักฐานสำคัญเมื่อถูกตรวจสอบหรือเมื่อต้องปิดงบการเงิน

3. ควบคุมดูแลผู้ทำบัญชีให้บันทึกบัญชีถูกต้อง
ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติถูกต้อง และควบคุมดูแลให้บัญชีแสดงผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน หรือการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินตามความเป็นจริง

4. ยื่นงบการเงิน และเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ตรงเวลา
ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ต้องจัดทำงบการเงิน และยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รวมถึงมีรูปแบบงบการเงินที่ต้องจัดทำแตกต่างกันตามประเภทกิจการ

หากผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ไม่ได้จัดทำบัญชี หรือทำบัญชีไม่ถูกต้อง จะมีผลอย่างไร ?

ผลกระทบด้านกฎหมาย

หากผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ไม่ได้จัดทำบัญชี หรือทำบัญชีถูกต้อง จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 ดังนี้

1. มาตรา 28 ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่ไม่จัดทำบัญชีตามที่กำหนด มีโทษปรับสูงสุด 30,000 บาท และปรับรายวัน วันละ 1,000 บาท จนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้อง
2. มาตรา 29 ไม่ปฏิบัติตามการปิดบัญชีและการบันทึกบัญชี เช่น ไม่ส่งมอบเอกสารที่ต้องใช้ประกอบบัญชี มีโทษปรับสูงสุด 10,000 บาท
3. มาตรา 30 ไม่ยื่นงบการเงินภายในเวลาที่กำหนด มีโทษปรับสูงสุด 5,000 บาท
4. มาตรา 31 ไม่เก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวข้องตามกำหนด (5 ปี) มีโทษปรับสูงสุด 5,000 บาท
5. มาตรา 32 ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับงบการเงิน มีโทษปรับสูงสุด 20,000 บาท
6. มาตรา 34 ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในการทำบัญชีที่ถูกต้องและเป็นจริง มีโทษปรับสูงสุด 10,000 บาท
7. มาตรา 35 ไม่ปฏิบัติตามกฎเกี่ยวกับการลงรายการบัญชี มีโทษปรับสูงสุด 5,000 บาท
8. มาตรา 40 ในกรณีนิติบุคคลไม่ทำบัญชี กรรมการหรือผู้มีอำนาจบริหารต้องรับผิดชอบด้วย ซึ่งต้องรับโทษเทียบเท่ากับความผิดของนิติบุคคล

ผลกระทบด้านภาษี

ตัวอย่างปัญหาที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • มีรายได้เข้าบัญชีแต่ไม่มีใบแจ้งหนี้หรือใบเสร็จ
  • มีค่าใช้จ่ายจริงแต่ไม่มีเอกสารประกอบ
  • ใบกำกับภาษีซื้อไม่สมบูรณ์ ทำให้หักภาษีซื้อไม่ได้
  • รายการใน Statement ไม่ตรงกับบัญชี
  • จ่ายค่าบริการแต่ไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อเข้าข่ายต้องหัก

ผลกระทบด้านธุรกิจ

ในมุมธุรกิจ หากไม่ได้จัดทำบัญชีอย่างถูกต้อง กิจการจะไม่สามารถรับรู้กำไรที่แท้จริง วางแผนเงินสดยาก ขอสินเชื่อยาก และความน่าเชื่อถือลดลงเมื่อต้องติดต่อธนาคาร นักลงทุน คู่ค้า หรือหน่วยงานราชการ การทำบัญชีที่ถูกต้องช่วยให้เจ้าของกิจการตอบคำถามที่สำคัญได้ เช่น

  • เดือนนี้กิจการได้กำไรจริงหรือไม่
  • ต้นทุนหลักอยู่ตรงไหน
  • ลูกหนี้ค้างชำระเท่าไร
  • มีภาษีต้องจ่ายเท่าไร
  • เงินในบัญชีธนาคารตรงกับยอดบัญชีหรือไม่
  • พร้อมขอสินเชื่อหรือเข้าร่วมประมูลงานหรือไม่

ในทางกลับกัน หากทำบัญชีแบบเร่งด่วนเพื่อให้ปิดงบการเงินปลายปีโดยเอกสารไม่ครบ เจ้าของกิจการอาจได้งบการเงินที่นำไปยื่นได้ แต่นำไปวิเคราะห์ธุรกิจจริงไม่ได้

โดยสรุปแล้ว ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี คือผู้ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจัดให้มีการทำบัญชี ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทมหาชน นิติบุคคลต่างประเทศ กิจการร่วมค้า หรือบุคคลธรรมดาบางประเภทที่ถูกกำหนดตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ สิ่งที่เจ้าของกิจการควรรู้คือ การจ้างสำนักงานบัญชีไม่ได้ทำให้ความรับผิดชอบของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีหมดไป เพราะกิจการยังต้องส่งเอกสารให้ครบ เก็บหลักฐาน จัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติ และยื่นงบการเงินหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ตรงเวลา

อ้างอิง :

บทความที่เกี่ยวข้อง

สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย คืออะไร ? มีกี่ประเภท ใช้ทำอะไรในงานบัญชี

ในการทำบัญชีของธุรกิจ โดยเฉพาะกิจการที่มีรายการซื้อขายจำนวนมาก หากดูเฉพาะยอดรวมในบัญชีหลัก อาจยังไม่เพียงพอต่อการตรวจสอบรายละเอียด เช่น ยอดลูกหนี้รวมมาจากลูกค้ารายใดบ้าง หรือยอดเจ้าหนี้เกิดจากผู้ขายรายไหนบ้าง ด้วยเหตุนี้ สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยแยกรายละเอียดของบัญชีหลักให้ชัดเจนขึ้น ทำให้ผู้ทำบัญชีและเจ้าของธุรกิจสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ง่าย ลดความผิดพลาด และช่วยให้จัดการบัญชีได้เป็นระบบมากขึ้น สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย คืออะไร ? สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย (Subsidiary ledger) หรือ

สินทรัพย์ไม่มีตัวตน คืออะไร ? ทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ สำหรับธุรกิจ

สินทรัพย์ไม่มีตัวตน คืออะไร ? ทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ สำหรับธุรกิจ

เวลาพูดถึงสินทรัพย์ของบริษัท หลายคนอาจนึกถึงเงินสด รถยนต์ เครื่องจักร อาคาร หรือคอมพิวเตอร์ เพราะเป็นสิ่งที่มองเห็นและจับต้องได้ แต่ในความเป็นจริง ธุรกิจยังอาจมีสินทรัพย์อีกกลุ่มหนึ่งที่มองไม่เห็นเป็นชิ้นเป็นอัน แต่สามารถสร้างประโยชน์ให้กิจการได้ในระยะยาว เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือสิทธิในการใช้งานบางประเภท สินทรัพย์เหล่านี้เรียกว่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ซึ่งแม้จะไม่มีรูปร่างทางกายภาพ แต่ก็สามารถมีมูลค่า และส่งผลต่องบการเงินของธุรกิจได้ สินทรัพย์ไม่มีตัวตน

ทะเบียนสินทรัพย์ คืออะไร ? วิธีจัดทำ พร้อมตัวอย่างที่นำไปใช้ได้จริง

ทะเบียนสินทรัพย์ คืออะไร ? วิธีจัดทำ พร้อมตัวอย่างที่นำไปใช้ได้จริง

ซื้อคอมพิวเตอร์มาให้พนักงานหลายเครื่อง เครื่องจักรถูกย้ายไปอีกสาขา โต๊ะทำงานบางตัวเลิกใช้งานไปแล้ว หรือรถบริษัทขายออกไปตั้งแต่ปีก่อน แต่ข้อมูลในบัญชียังไม่ถูกอัปเดต สถานการณ์เหล่านี้เป็นปัญหาที่หลายธุรกิจอาจพบเมื่อมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่มีข้อมูลกลางสำหรับติดตามข้อมูล เพราะเมื่อถึงเวลาปิดบัญชี ตรวจนับสินทรัพย์ หรือคำนวณค่าเสื่อมราคา คำถามง่าย ๆ อย่าง บริษัทมีสินทรัพย์อะไรอยู่บ้าง ตอนนี้อยู่ที่ไหน และยังใช้งานอยู่หรือไม่ ก็อาจตอบได้ยากกว่าที่คิด หนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยแก้ปัญหานี้คือสิ่งที่เรียกว่าทะเบียนสินทรัพย์ค่ะ ทะเบียนสินทรัพย์