สำหรับผู้ทำบัญชีมือใหม่ เมื่อพูดถึงเรื่องการเก็บชั่วโมง CPD อาจจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องใหม่ และค่อนข้างสับสน โดยเฉพาะเมื่อเริ่มมีคำถามตามมาว่าต้องเก็บกี่ชั่วโมง ต้องอบรมอะไรได้บ้าง นับชั่วโมงอย่างไร และต้องแจ้งผ่านระบบอย่างไร หลายคนจึงมักเริ่มหาข้อมูลเมื่อใกล้ถึงกำหนด ทำให้วางแผนได้ยากกว่าที่ควร
ความจริงแล้ว CPD ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอย่างที่คิด แต่เป็นส่วนสำคัญของการรักษาสถานะผู้ทำบัญชี และผู้สอบบัญชี ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบวิชาชีพมีความรู้ทันต่อกฎหมาย ภาษี มาตรฐานบัญชี และข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า CPD คืออะไร ใครบ้างที่ต้องเก็บชั่วโมง ต้องเก็บกี่ชั่วโมง นับชั่วโมงอย่างไร และหากเก็บไม่ครบจะมีผลอย่างไรค่ะ
CPD คืออะไร ?
CPD ย่อมาจาก Continuing Professional Development หมายถึง การพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ คือ การเรียนรู้ อบรม สัมมนา หรือทำกิจกรรมทางวิชาชีพที่ช่วยให้ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีมีความรู้ทันต่อกฎหมาย มาตรฐาน และแนวปฏิบัติที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
ในสายงานบัญชี การเก็บชั่วโมง CPD ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากว่ากฎหมายภาษี มาตรฐานการรายงานทางการเงิน และหลักเกณฑ์จากหน่วยงานรัฐ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จึงต้องอัปเดตความรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทำงานได้ถูกต้อง และลดความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาด

ผู้มีหน้าที่เก็บชั่วโมง CPD
1. ผู้ทำบัญชี
ผู้ทำบัญชี ต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน ตามเกณฑ์ดังนี้
- เนื้อหาการอบรมเกี่ยวกับการบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และเนื้อหาเกี่ยวกับจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง รวมแล้วต้องครบ 12 ชั่วโมง
- หากขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีปีแรก และระยะเวลาที่เหลือไม่ถึง 6 เดือน ไม่ต้องเก็บชั่วโมง CPD ในปีนั้น หรือตรวจสอบเงื่อนไขเฉพาะตามประกาศที่บังคับใช้ในปีนั้น
ผู้ทำบัญชี ต้องแจ้งชั่วโมง CPD ผ่านระบบ e-Accountant หรือ TFAC Online Service ของสภาวิชาชีพบัญชีได้ภายในวันที่ 30 มกราคม ของปีถัดไป
2. ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต CPA
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต CPA ต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี ไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน ตามเกณฑ์ ดังนี้
- ชั่วโมง CPD ที่เป็นทางการ อย่างน้อย 20 ชั่วโมงต่อปี โดยเป็นเนื้อหาเรื่องบัญชี หรือการสอบบัญชีไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง และด้านอื่น ๆ ตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด
- ชั่วโมง CPD ที่ไม่เป็นทางการ อย่างน้อย 20 ชั่วโมงต่อปี โดยเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับการบัญชีหรือการสอบบัญชีไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง และมีเนื้อหาเกี่ยวกับจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง
3. ผู้สอบบัญชีภาษีอากร TA
ผู้สอบบัญชีภาษีอากร TA ต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน โดยต้องมีเนื้อหาการอมรมตามเกณฑ์ดังนี้
- เนื้อหาการอบรมเกี่ยวกับภาษีอากร
- เนื้อหาการอบรมเกี่ยวกับวิชาชีพของผู้สอบบัญชีภาษีอากร ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานปฏิบัติงานตรวจสอบและรับรองบัญชี มาตรฐานการบัญชี และจรรยาบรรณของผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ต้องแจ้งชั่วโมง CPD ผ่านระบบ e-Accountant หรือ TFAC Online Service ของสภาวิชาชีพบัญชีได้ภายในวันที่ 31 ธันวาคม ของปีถัดไป
เนื่องจากหลักเกณฑ์ และกำหนดเวลาการแจ้งชั่วโมง CPD อาจมีการประกาศรายปี ผู้ทำบัญชี และผู้สอบบัญชีควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจาก TFAC และระบบ e-Accountant ก่อนดำเนินการทุกครั้ง
ทำไมต้องเก็บชั่วโมง CPD
1. เป็นเงื่อนไขตามกฎหมาย
ผู้ทำบัญชี และผู้สอบบัญชี ต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี ตามมาตรา 7(6) แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 นอกจากนั้นแล้ว ยังมีประกาศหลักเกณฑ์ที่มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ระบุว่า ผู้ทำบัญชีต้องมี CPD ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน และในจำนวนนั้น ต้องมีเนื้อหาเกี่ยวกับการบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และจรรยาบรรณไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงด้วย
2. ช่วยรักษาสถานะการเป็นผู้ทำบัญชีให้ถูกต้อง
การเก็บชั่วโมง CPD ไม่ใช่แค่เรื่องพัฒนาความรู้ แต่เกี่ยวข้องกับการรักษาสถานะทางวิชาชีพโดยตรง สภาวิชาชีพบัญชีระบุไว้ชัดเจนว่า หากผู้ทำบัญชีไม่เข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง หรือเข้ารับไม่ครบตามเกณฑ์ จะต้องอบรมชดเชยในปีถัดไปตามจำนวนชั่วโมงที่ขาด และต้องเป็นเนื้อหาด้านบัญชีทั้งหมดตามที่กำหนด
3. อัปเดตความรู้ด้านกฎหมาย ภาษี และมาตรฐานบัญชี
ในงานบัญชี ความรู้เดิมอาจไม่เพียงพอสำหรับการทำงานในปีถัดไป เพราะมีทั้งกฎหมายธุรกิจ ข้อกำหนดของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มาตรฐานการรายงานทางการเงิน และหลักเกณฑ์วิชาชีพที่อัปเดตต่อเนื่อง สะท้อนได้จากที่ TFAC แยกหมวดมาตรฐานการรายงานทางการเงิน (TFRS) มาตรฐานการสอบบัญชี และจรรยาบรรณไว้เป็นส่วนสำคัญของระบบวิชาชีพ และเกณฑ์ CPD ใหม่ก็ยังกำหนดให้ต้องมีเนื้อหาบัญชีและจรรยาบรรณอย่างชัดเจน
4. ลดความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาด
เมื่อผู้ทำบัญชีอัปเดตความรู้อย่างต่อเนื่อง ก็จะลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดจากการใช้หลักเกณฑ์เก่า การตีความไม่ตรง หรือพลาดข้อกำหนดใหม่ โดยเฉพาะเรื่องที่เปลี่ยนบ่อย เช่น ขั้นตอนการยื่นข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ การแจ้งข้อมูลผู้ทำบัญชี และข้อกำหนดด้านจรรยาบรรณ
5. เพิ่มความน่าเชื่อถือ และมาตรฐานวิชาชีพ
CPD เป็นกลไกที่ทำให้ผู้ทำบัญชีพัฒนาความรู้แบบต่อเนื่อง ไม่หยุดอยู่แค่ความรู้เดิมตอนเริ่มทำงาน จึงช่วยสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพ ความพร้อมในการดูแลงานบัญชี และความรับผิดชอบต่อมาตรฐานวิชาชีพ
คุณพัทธนันท์ วัชรโชติธาดาพงษ์ – ประธานกรรมการบริหาร Chob Accounting ผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการรับทำบัญชี ได้แบ่งปันว่า “จากประสบการณ์ที่ได้เห็นคำถามจากผู้ทำบัญชีจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น ปัญหาที่พบบ่อยไม่ได้อยู่แค่ว่าต้องเก็บชั่วโมง CPD กี่ชั่วโมง แต่คือความสับสนว่าเริ่มนับเมื่อไร หลักสูตรแบบไหนนับได้ และหลังอบรมแล้วต้องแจ้งผ่านระบบอย่างไร หลายคนจึงเพิ่งมาจัดการตอนใกล้สิ้นปี ส่งผลให้ต้องย้อนหาเอกสารและตรวจสอบข้อมูลหลายอย่างพร้อมกัน ดังนั้น หากวางแผนเก็บชั่วโมงตั้งแต่ต้นปีและเก็บหลักฐานทุกครั้งหลังอบรม ก็จะช่วยลดความผิดพลาดและทำให้การรักษาสถานะผู้ทำบัญชีเป็นไปอย่างเป็นระบบมากขึ้นค่ะ”

การนับชั่วโมง CPD
สามารถเก็บชั่วโมง CPD ได้จากหลายรูปแบบ โดยมีวิธีการนับชั่วโมงที่แตกต่างกัน เช่น
1. การอบรม หรือสัมมนา
ให้นับชั่วโมง CPD ตามที่เข้าอบรมจริง หากเป็นหลักสูตรที่ได้รับอนุมัติ หรืออยู่ในระบบ ก็สามารถใช้ข้อมูลจากหนังสือรับรอง หรือรหัสหลักสูตรไปยื่นผ่านระบบได้โดยตรง
2. ฟังข่าวสาร หรืออ่านสาระวิชาชีพ
กิจกรรมลักษณะนี้ มักถูกจัดอยู่ในหมวดกิจกรรมพัฒนาความรู้ที่ไม่ใช่การอบรมเต็มรูปแบบ ให้นับชั่วโมง CPD ตามเวลาจริง แต่ไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อครั้ง
3. เป็นวิทยากร หรือผู้ช่วยวิทยากร
กิจกรรมที่ผู้ทำบัญชีมีบทบาทเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ โดยทั่วไปสามารถนำมาคิดเป็นชั่วโมง CPD ได้เช่นกัน แบ่งการนับชั่วโมงออกเป็น 2 ส่วน คือ
- ช่วงเวลาเตรียมสื่อประกอบการสอน หรือการบรรยาย นับได้ 2 เท่าของชั่วโมง ของเวลาที่การบรรยายจริง
- ช่วงเวลาในการบรรยาย นับตามจำนวนชั่วโมงที่ได้บรรยายจริง
4. การศึกษาดูงาน
การศึกษาดูงาน ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ สามารถนับชั่วโมง CPD ได้ไม่เกิน 3 ชั่วโมงต่อครั้ง
อย่างไรก็ตาม วิธีการนับชั่วโมง และเพดานชั่วโมงของแต่ละกิจกรรมอาจแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบหลักเกณฑ์ล่าสุดจากสภาวิชาชีพบัญชีก่อนนำไปยื่นทุกครั้ง
หากเก็บชั่วโมง CPD ไม่ครบ จะมีผลอย่างไร ?
ผลกระทบต่อผู้ทำบัญชี
หากผู้ทำบัญชีเก็บชั่วโมง CPD ไม่ครบ หรือไม่ได้ยื่นการเก็บชั่วโมงตามกำหนด จะมีความผิดตาม พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท โดยต้องรีบอบรมชดเชยจำนวนชั่วโมงที่ขาดให้ครบ และแจ้งชั่วโมงชดเชยกับสภาวิชาชีพบัญชีส่วนที่ขาดในปีก่อนหน้า (ไม่เกิน 24 ชั่วโมง) เพื่อไม่ให้ขาดคุณสมบัติ และเสียค่าปรับ
ผลกระทบต่อผู้สอบบัญชีรับอนุญาต CPA
หากผู้สอบบัญชี CPA เก็บชั่วโมง CPD ไม่ครบตามกำหนด อาจถูกพักใช้ใบอนุญาต และไม่สามารถลงนามรับรองงบการเงินได้ โดยต้องรีบอบรมชดเชยจำนวนชั่วโมงที่ขาดทันที และทำหนังสือชี้แจงเหตุผลต่อสภาวิชาชีพบัญชี
สรุป
CPD คือกลไกสำคัญที่ทำให้ผู้ทำบัญชี และผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรักษามาตรฐานวิชาชีพได้อย่างต่อเนื่อง สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การอบรม คือการวางแผนเก็บหลักฐาน และตรวจสอบหลักเกณฑ์ของปีที่ใช้อยู่ให้ถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเริ่มเก็บชั่วโมง CPD เป็นครั้งแรก ควรวางแผนตั้งแต่ต้นปี เลือกหลักสูตรให้ตรงตามเกณฑ์ และเก็บหลักฐานการอบรมไว้ทุกครั้ง เพื่อให้การแจ้งข้อมูลในภายหลังทำได้ง่ายและถูกต้องมากขึ้น
ฉะนั้นแล้ว ควรตรวจสอบข้อมูลกับ TFAC Online Service หรือติดตามข่าวประกาศล่าสุดของสภาวิชาชีพบัญชี และข้อมูลจากระบบ e-Accountant ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทุกครั้งก่อนยื่นข้อมูลจริงค่ะ
อ้างอิง :






