ใบเสนอราคา คืออะไร ? ใช้ทำอะไร ประกอบด้วยอะไรบ้าง

ใบเสนอราคา

ก่อนเริ่มขายสินค้า รับงานบริการ หรือเสนอโปรเจกต์ให้ลูกค้า สิ่งหนึ่งที่มักเกิดขึ้นก่อนการตกลงซื้อขายจริง คือ ลูกค้าต้องการรู้ว่างานนี้ราคาเท่าไร ได้อะไรบ้าง และมีเงื่อนไขอย่างไร เอกสารที่ใช้ตอบคำถามเหล่านี้ก็คือ ใบเสนอราคา

หลายคนอาจมองว่าใบเสนอราคาเป็นเพียงเอกสารแจ้งราคาให้ลูกค้าดูเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ใบเสนอราคาเป็นมากกว่านั้น เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาไปทำความเข้าใจว่า ใบเสนอราคา คืออะไร ใช้ทำอะไร ธุรกิจรูปแบบไหนควรออกบ้าง ต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง และเกี่ยวข้องกับบัญชีและภาษีอย่างไรค่ะ

ใบเสนอราคา คืออะไร ?

ใบเสนอราคา คือ เอกสารที่ผู้ขายสินค้า หรือผู้ให้บริการจัดทำขึ้น เพื่อแจ้งรายละเอียดสินค้า บริการ ราคา เงื่อนไขการชำระเงิน และระยะเวลายืนราคาให้ลูกค้าพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อหรือจ้างงาน

ตัวอย่างเช่น

หน้าที่ของใบเสนอราคา

1. ใช้แจ้งราคา และรายละเอียดงานให้ลูกค้าตัดสินใจ

หน้าที่แรกของใบเสนอราคาคือ ใช้แจ้งราคาและรายละเอียดสินค้า หรือบริการให้ลูกค้าพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ เป้าหมายคือการทำให้ลูกค้าเข้าใจว่ากำลังจ่ายเงินเพื่ออะไรนั่นเอง เช่น

2. ใช้กำหนดขอบเขตงานและเงื่อนไขให้ชัดเจน

ใบเสนอราคาเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดขอบเขตงานให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน สิ่งที่ควรระบุ เช่น

  • รายละเอียดบริการที่รวมอยู่ในราคา
  • ระยะเวลาส่งมอบ
  • เงื่อนไขการแก้ไขงาน
  • จำนวนรอบการทำงาน
  • สิ่งที่ลูกค้าต้องเตรียม
  • สิ่งที่ไม่รวมอยู่ในราคา

3. ใช้เป็นเอกสารอ้างอิงก่อนออกเอกสารชุดถัดไป

ใบเสนอราคาจึงทำหน้าที่เป็นเอกสารตั้งต้นที่ช่วยอ้างอิงว่า ลูกค้าตกลงซื้อสินค้า หรือบริการตามรายละเอียดใด ราคาเท่าไร และมีเงื่อนไขอย่างไร หากมีการจัดเก็บใบเสนอราคาเป็นระบบ จะช่วยให้ทีมเซลล์ ทีมบัญชี และเจ้าของธุรกิจตรวจสอบย้อนหลังได้ง่ายขึ้น เช่น ลูกค้าอนุมัติใบเสนอราคาเลขที่ใด มีการเปลี่ยนแปลงรายการหรือราคาไหม และควรออกเอกสารถัดไปอย่างไรให้ข้อมูลสอดคล้องกัน

ธุรกิจแบบไหนที่ควรออกใบเสนอราคา ?

ใบเสนอราคาเหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการให้ลูกค้าพิจารณาราคา รายละเอียดงาน หรือเงื่อนไขก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีรายการสินค้าและบริการหลายรายการ มีการเสนอราคาหลายแบบ หรือมีขั้นตอนอนุมัติภายในของลูกค้า เช่น

  • ธุรกิจบริการ
  • ธุรกิจรับเหมา
  • ธุรกิจงานออกแบบ
  • ธุรกิจรับซ่อมบำรุง
  • ธุรกิจรับทำเว็บไซต์
  • สำนักงานบัญชี
  • เอเจนซีการตลาด
  • ธุรกิจที่ขายสินค้าให้บริษัทหรือองค์กร
  • ธุรกิจที่ขายสินค้าจำนวนมาก
  • ธุรกิจที่ต้องให้ลูกค้าอนุมัติก่อนเริ่มดำเนินการ

ใบเสนอราคา ประกอบด้วยอะไรบ้าง ?

ตัวอย่างใบเสนอราคา

1. ข้อมูลของผู้ขายหรือผู้ให้บริการ
ใบเสนอราคาควรมีข้อมูลของผู้ขาย หรือผู้ให้บริการให้ครบถ้วน เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าเอกสารนี้ใครเป็นคนออก และสามารถติดต่อกลับได้อย่างไร ข้อมูลที่ควรมี ได้แก่

  • ชื่อกิจการ หรือชื่อบริษัท
  • ที่อยู่
  • เบอร์โทรศัพท์
  • อีเมล
  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษี
  • โลโก้ธุรกิจ ถ้ามี
  • ช่องทางติดต่ออื่น ๆ เช่น LINE หรือเว็บไซต์

2. ข้อมูลของลูกค้า
นอกจากข้อมูลของผู้ขายแล้ว ใบเสนอราคาควรมีข้อมูลของลูกค้าด้วย เพื่อระบุให้ชัดเจนว่าเสนอราคาให้ใคร ข้อมูลลูกค้าที่ควรมี ได้แก่

  • ชื่อลูกค้า
  • ชื่อบริษัท หรือชื่อกิจการ
  • ที่อยู่
  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษี
  • ชื่อผู้ติดต่อ
  • เบอร์โทรศัพท์ หรืออีเมล
  • สาขา (ถ้าเป็นนิติบุคคลที่มีหลายสาขา)

หากออกเอกสารให้บริษัท ควรตรวจสอบชื่อบริษัท ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น เพราะข้อมูลเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้ต่อในเอกสารชุดถัดไป

3. เลขที่ใบเสนอราคาและวันที่ออกเอกสาร
ใบเสนอราคาควรมีเลขที่เอกสารและวันที่ออกเอกสาร เพื่อใช้ในการอ้างอิงและติดตามงาน ข้อมูลที่ควรมี ได้แก่

  • เลขที่ใบเสนอราคา
  • วันที่ออกใบเสนอราคา
  • วันหมดอายุของใบเสนอราคา หรือระยะเวลายืนราคา

สำหรับธุรกิจที่มีการออกใบเสนอราคาหลายฉบับ ควรจัดรูปแบบเลขที่เอกสารให้เป็นระบบ เช่น QT-2026-001 หรือ QT-YYMM-001 เพื่อให้ค้นหาและตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย

4. รายละเอียดสินค้า บริการ จำนวน และราคา
ส่วนนี้เป็นหัวใจหลักของใบเสนอราคา เพราะเป็นส่วนที่บอกว่าผู้ขายเสนอสินค้า หรือบริการอะไรให้ลูกค้า และคิดราคาอย่างไร ข้อมูลที่ควรมี ได้แก่

  • ชื่อสินค้า หรือบริการ
  • รายละเอียดงาน
  • จำนวน
  • หน่วยนับ
  • ราคาต่อหน่วย
  • ส่วนลด (ถ้ามี)
  • ยอดรวมของแต่ละรายการ

ในส่วนของรายละเอียดงานไม่ควรเขียนรายการสั้นเกินไป เช่น ค่าบริการ 1 งาน เพราะอาจทำให้ตีความกว้าง และเกิดความเข้าใจไม่ตรงกันภายหลัง ควรเขียนให้เห็นรายละเอียดมากขึ้น เช่น

5. ภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนลด และยอดรวมสุทธิ
ใบเสนอราคาควรแสดงยอดเงินให้ชัดเจน โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ข้อมูลที่ควรมี ได้แก่

  • ราคาก่อน VAT
  • ส่วนลด (ถ้ามี)
  • VAT 7% (ถ้ามี)
  • ยอดรวมสุทธิ
  • หมายเหตุว่าราคารวม VAT แล้ว หรือยังไม่รวม VAT

6. เงื่อนไขการชำระเงินและระยะเวลายืนราคา
ใบเสนอราคาควรระบุเงื่อนไขการชำระเงินให้ชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าต้องชำระเงินอย่างไร และเมื่อไร ข้อมูลที่ควรมี ได้แก่

  • เครดิตการชำระเงิน เช่น ชำระภายใน 7 วัน 15 วัน หรือ 30 วัน
  • เงินมัดจำ ถ้ามี
  • รอบการชำระเงิน
  • ช่องทางการชำระเงิน
  • เงื่อนไขการเริ่มงาน
  • ระยะเวลายืนราคา

7. ลายเซ็นหรือการยืนยันจากผู้เกี่ยวข้อง
ใบเสนอราคาควรมีพื้นที่สำหรับลายเซ็น หรือการยืนยันจากผู้เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงว่าเอกสารนี้ได้รับการตรวจสอบหรืออนุมัติแล้ว ข้อมูลที่ควรมี ได้แก่

  • ลายเซ็นผู้เสนอราคา
  • ชื่อผู้เสนอราคา
  • ตำแหน่ง
  • ลายเซ็นผู้อนุมัติจากฝั่งลูกค้า
  • วันที่อนุมัติ
  • ตราประทับบริษัท (ถ้ามี)

ในบางธุรกิจ การให้ลูกค้าเซ็นอนุมัติใบเสนอราคาก่อนเริ่มงาน ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการเปลี่ยนใจภายหลัง และทำให้มีหลักฐานว่าลูกค้ายอมรับรายละเอียด ราคา และเงื่อนไขตามที่เสนอไว้ โดยเฉพาะงานบริการ งานรับเหมา งานออกแบบ หรืองานที่มีมูลค่าสูง การมีลายเซ็นอนุมัติจะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายทำงานได้มั่นใจมากขึ้น

ใบเสนอราคาเกี่ยวข้องกับบัญชีและภาษีอย่างไร ?

โดยทั่วไป ใบเสนอราคาเป็นเอกสารที่เกิดขึ้นก่อนการขายจริง จึงยังไม่ใช่หลักฐานการรับเงิน และไม่ใช่เอกสารที่ใช้แทนใบกำกับภาษี พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ ใบเสนอราคาเป็นเอกสารที่ใช้เสนอรายละเอียดและราคาให้ลูกค้าพิจารณา แต่ยังไม่ได้หมายความว่ามีการรับเงินแล้ว หรือเกิดรายการขายที่ต้องออกใบเสร็จรับเงินทันที

หลังจากลูกค้าอนุมัติใบเสนอราคาแล้ว ธุรกิจอาจต้องออกเอกสารอื่นต่อ เช่น

  • ใบสั่งซื้อ หรือเอกสารอนุมัติงานจากลูกค้า
  • ใบแจ้งหนี้ เพื่อแจ้งยอดที่ต้องชำระ
  • ใบเสร็จรับเงิน เมื่อได้รับชำระเงินแล้ว
  • ใบกำกับภาษี เมื่อเข้าเงื่อนไขที่ต้องออกเอกสารภาษีตามลักษณะธุรกิจ

สิ่งที่เจ้าของธุรกิจควรระวังคือ ไม่ควรใช้ใบเสนอราคาแทนใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษี เพราะหน้าที่ของเอกสารแต่ละประเภทไม่เหมือนกัน

ใบเสนอราคามีประโยชน์ในมุมบัญชี เพราะเป็นเอกสารอ้างอิงว่า ข้อตกลงเบื้องต้นกับลูกค้าคืออะไร ราคาเท่าไร และมีเงื่อนไขอย่างไร เมื่อถึงเวลาต้องออกใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษี ทีมบัญชีจะสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ง่ายขึ้น

จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ใบเสนอราคาไม่ควรถูกมองว่าเป็นแค่เอกสารแจ้งราคา แต่ควรถูกจัดให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบเอกสารธุรกิจตั้งแต่ต้น

สรุป

ใบเสนอราคาที่ดีควรช่วยให้ลูกค้าเข้าใจว่ากำลังจะซื้ออะไร ได้อะไรบ้าง ต้องชำระเงินเท่าไร และมีเงื่อนไขใดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ ในขณะเดียวกัน ใบเสนอราคาก็ช่วยให้ธุรกิจทำงานเป็นระบบมากขึ้น เพราะสามารถใช้เป็นเอกสารอ้างอิงก่อนออกเอกสารชุดถัดไปได้

หากเพิ่งเริ่มทำธุรกิจและยังไม่แน่ใจว่าควรจัดการเอกสารขาย เอกสารรับเงิน หรือเอกสารบัญชีอย่างไรให้ถูกต้อง ชอบการบัญชี พร้อมช่วยดูแลทั้งงานบัญชี ภาษี และเอกสารประกอบธุรกิจให้เป็นระบบตั้งแต่เริ่มต้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) คือใคร ? สรุปหน้าที่ และวิธีเช็กรายชื่อล่าสุด

เวลาพูดถึงการตรวจสอบ และรับรองบัญชี เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่มักคุ้นเคยกับการใช้บริการผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือ CPA เป็นหลัก แต่ในบางกรณี โดยเฉพาะสำหรับห้างหุ้นส่วนจำกัดขนาดเล็ก อาจมีอีกตัวเลือกหนึ่งที่เรียกว่าผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ที่สามารถตรวจสอบบัญชีได้เหมือนกัน ทำให้หลายคนเริ่มสงสัยว่า TA คือใคร ต่างจาก CPA อย่างไร และกิจการของตัวเองสามารถเลือกใช้บริการ TA ได้หรือไม่

อาชีพอิสระ หรือฟรีแลนซ์ ต้องทำบัญชีไหม ?

อาชีพอิสระ หรือฟรีแลนซ์ ต้องทำบัญชีไหม ?

หลายคนเลือกทำงานฟรีแลนซ์หรืออาชีพอิสระ เพราะต้องการอิสระทางเวลา ไม่ต้องมีเจ้านายคอยบังคับ แถมยังเลือกงานได้ตามใจ แต่สิ่งที่มักถูกละเลยคือ เรื่องการทำบัญชีและภาษี ซึ่งจริง ๆ แล้วมีความสำคัญมากกว่าที่คิด เพราะรายได้จากการทำงานฟรีแลนซ์ก็ถือเป็นเงินได้พึงประเมิน ที่ต้องนำมาคำนวณและยื่นภาษีเช่นเดียวกับพนักงานประจำ ทำไมฟรีแลนซ์ และอาชีพอิสระ ถึงต้องมีความรู้เรื่องบัญชี ? ฟรีแลนซ์ จำเป็นต้องทำบัญชีหรือไม่ ? ทำไมฟรีแลนซ์ ถึงโดนหักเงิน

บัญชี มีกี่ประเภท ควรเริ่มทำบัญชีประเภทไหนก่อน ?

บัญชี มีกี่ประเภท ควรเริ่มทำบัญชีประเภทไหนก่อน ?

เมื่อเริ่มทำธุรกิจ หลายคนมักเข้าใจว่าการทำบัญชีคือแค่การบันทึกรายรับ–รายจ่าย แต่เมื่อเริ่มทำบัญชีจริง ๆ กลับพบว่า บัญชีมีหลายประเภท และยังไม่เข้าใจว่าบัญชีแต่ละประเภทมีไว้เพื่ออะไร รวมถึงไม่แน่ใจว่า ธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นควรเริ่มทำบัญชีประเภทไหนก่อน ในบทความนี้ ชอบการบัญชีจะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าบัญชีมีกี่ประเภท แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร พร้อมแนะนำแนวทางสำหรับธุรกิจใหม่ว่าควรเริ่มจากบัญชีประเภทใด เพื่อช่วยให้วางระบบบัญชีได้ถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวค่ะ การทำบัญชี คืออะไร ? การทำบัญชี