หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด คืออะไร มีหน้าที่และความเสี่ยงอะไรบ้าง ?

หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด คืออะไร มีหน้าที่และความเสี่ยงอะไรบ้าง ?

ฉะนั้นแล้ว ก่อนตัดสินใจเป็นหุ้นส่วน จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือรับตำแหน่งหุ้นส่วนผู้จัดการ ควรเข้าใจก่อนว่า หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดคืออะไร มีหน้าที่อะไรบ้าง เสี่ยงแค่ไหน และเหมาะสำหรับใครบ้าง ซึ่งสามารถทำความเข้าใจได้ทันทีผ่านบทความนี้ค่ะ

หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด คืออะไร ?

หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด คือ หุ้นส่วนที่รับผิดในหนี้สินของห้างหุ้นส่วนทั้งหมดโดยไม่จำกัดจำนวน หมายความว่า หากห้างหุ้นส่วนมีหนี้เกินกว่าทุนหรือทรัพย์สินของห้าง เจ้าหนี้อาจเรียกร้องให้ผู้ที่เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด นำทรัพย์สินส่วนตัวมาชำระหนี้ได้

พูดให้เข้าใจง่าย ๆ แม้คุณจะลงทุนไว้เพียงบางส่วน แต่หากคุณเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด ความเสี่ยงไม่ได้หยุดอยู่แค่จำนวนเงินที่ลงทุนไว้ เช่น ลงทุน 50,000 บาท แต่ห้างมีหนี้ 1,000,000 บาท อาจมีความเสี่ยงต้องรับผิดเกินกว่าเงินลงทุนไว้ในตอนแรกนั่นเองค่ะ

หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด พบในกิจการประเภทใดบ้าง ?

หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด พบในกิจการประเภทใดบ้าง ?

ห้างหุ้นส่วนสามัญ จะจดทะเบียนนิติบุคคลหรือไม่ก็ได้ หากจดทะเบียนจะเรียกว่าห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล และมีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย

2. ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล
ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล คือห้างหุ้นส่วนสามัญที่นำไปจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล แม้จะมีสถานะเป็นนิติบุคคลแยกจากผู้เป็นหุ้นส่วน แต่หุ้นส่วนยังเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดอยู่

3. ห้างหุ้นส่วนจำกัด
ห้างหุ้นส่วนจำกัด คือห้างหุ้นส่วนที่มีหุ้นส่วน 2 จำพวก ได้แก่ หุ้นส่วนจำกัดความรับผิด และหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด โดยหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดเป็นกลุ่มที่มีสิทธิจัดการกิจการ และต้องรับผิดในหนี้สินของห้างอย่างไม่จำกัดจำนวน

ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต้องมีหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดอย่างน้อย 1 คน และหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดอย่างน้อย 1 คน โดยหุ้นส่วนผู้จัดการจะต้องเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดเท่านั้น

หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด กับหุ้นส่วนผู้จัดการ เหมือนกันหรือไม่ ?

หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดกับหุ้นส่วนผู้จัดการ ไม่ได้มีบทบาทเหมือนกันเสมอไป แต่มีความเกี่ยวข้องกันมาก โดยเฉพาะในห้างหุ้นส่วนจำกัด กล่าวคือ “หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด” เป็นสถานะด้านความรับผิดชอบ ส่วน “หุ้นส่วนผู้จัดการ” เป็นตำแหน่งด้านอำนาจบริหารและลงนามแทนห้างนั่นเองค่ะ

หน้าที่ของหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด มีอะไรบ้าง ?

1. รับผิดในหนี้สินของห้างหุ้นส่วน
หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดต้องรับผิดในหนี้สินของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวน หากห้างต้องแบกรับหนี้จากการค้า สัญญา การกู้ยืม หรือภาระผูกพันอื่น หุ้นส่วนประเภทนี้อาจถูกเรียกร้องให้รับผิดชอบหนี้สินในส่วนนี้ได้

ตัวอย่างเช่น ห้างหุ้นส่วนซื้อสินค้าเชื่อ ทำสัญญาเช่าพื้นที่ หรือกู้เงินเพื่อใช้ในกิจการ แล้วไม่สามารถชำระหนี้ได้ หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดอาจถูกเจ้าหนี้ติดตามเรียกร้องได้มากกว่าเงินที่ตนเองได้ลงทุนไว้นั่นเอง

2. บริหารกิจการและตัดสินใจทางธุรกิจ
หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดมักมีบทบาทในการบริหารกิจการ โดยเฉพาะในห้างหุ้นส่วนจำกัดที่หุ้นส่วนผู้จัดการต้องเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด บทบาทนี้ยังรวมถึงการตัดสินใจ ทำสัญญา เปิดบัญชีธนาคาร และดำเนินการแทนห้างด้วย

ในทางปฏิบัติ อำนาจของหุ้นส่วนผู้จัดการควรถูกกำหนดให้ชัดเจน เช่น ลงนามคนเดียวได้หรือไม่ ต้องลงนามร่วมกับใคร วงเงินอนุมัติเท่าไร และมีข้อจำกัดด้านการกู้ยืมหรือค้ำประกันหรือไม่

3. หน้าที่ตามสัญญาหุ้นส่วน
หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดต้องปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างหุ้นส่วน เช่น การลงเงินทุน การแบ่งกำไรขาดทุน การถอนทุน การรับหุ้นส่วนใหม่ และการออกจากห้าง

ฉะนั้นแล้ว ก่อนจัดตั้งห้างหุ้นส่วน ผู้เป็นหุ้นส่วนควรตกลงเรื่องสำคัญให้ชัดเจนเพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งในระหว่างประกอบกิจการ โดยระบุให้ชัดเจนว่าใครมีหน้าที่อะไรบ้าง เช่น

  • ใครมีอำนาจลงนามแทนห้าง
  • ใครรับผิดชอบบัญชีและภาษี
  • การแบ่งกำไรและรับภาระขาดทุน
  • เงื่อนไขการถอนตัวของหุ้นส่วน
  • วิธีจัดการหนี้เดิมเมื่อมีหุ้นส่วนออกหรือเปลี่ยนแปลง

ความเสี่ยงของหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด มีอะไรบ้าง ?

1. ถูกเรียกร้องจากทรัพย์สินส่วนตัว
ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดของหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด คือทรัพย์สินส่วนตัวอาจได้รับผลกระทบ หากห้างหุ้นส่วนมีหนี้สินที่ไม่สามารถชำระได้ เพราะหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดไม่ได้จำกัดความเสี่ยงไว้แค่เงินลงทุน ซึ่งมีโอกาสที่ทรัพย์สินส่่วนตัวอาจได้รับผลกระทบ เช่น เงินฝาก รถยนต์ ที่ดิน หรือทรัพย์สินส่วนตัวอื่น ขึ้นอยู่กับลักษณะหนี้ ข้อเท็จจริง และกระบวนการเรียกร้องทางกฎหมาย

2. หุ้นส่วนคนอื่นก่อหนี้หรือทำสัญญาแทนห้าง
หากหุ้นส่วนหรือผู้จัดการห้างมีอำนาจลงนามแทนห้าง การทำสัญญาหรือก่อหนี้อาจผูกพันกิจการ และสร้างความเสี่ยงต่อหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด โดยเฉพาะเมื่อไม่มีระบบอนุมัติภายในที่ชัดเจน เช่น

  • หุ้นส่วนอีกคนสั่งซื้อสินค้าเชื่อโดยไม่แจ้ง
  • ทำสัญญาเช่าระยะยาวในนามห้าง
  • กู้เงินหรือค้ำประกันในนามห้าง
  • ออกเช็คหรือทำเอกสารทางการเงินโดยไม่มีการควบคุม

3. การเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ
หุ้นส่วนผู้จัดการมีความเสี่ยงสูงกว่าหุ้นส่วนทั่วไป เพราะเป็นผู้มีอำนาจบริหารและลงนามแทนห้าง หากตัดสินใจผิดพลาด ทำสัญญาไม่รอบคอบ หรือปล่อยให้เอกสารไม่ถูกต้อง อาจต้องรับผิดชอบทั้งต่อห้าง หุ้นส่วน และบุคคลภายนอก

5. เสี่ยงเมื่อออกจากห้างแต่ไม่ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลง
หากออกจากการเป็นหุ้นส่วนหรือไม่มีความเกี่ยวข้องกับกิจการแล้ว แต่ไม่ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้อง อาจทำให้มีความเสี่ยงจากข้อมูลที่ปรากฏในทะเบียน โดยเฉพาะกรณีที่ชื่อยังอยู่ในหนังสือรับรองหรือยังมีอำนาจลงนาม

กรณีนี้พบได้บ่อยเมื่อหุ้นส่วนแยกทางกันแบบไม่เป็นทางการ เช่น ตกลงกันด้วยวาจา แต่ไม่ได้ทำเอกสารเปลี่ยนแปลงกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทำให้บุคคลภายนอกยังเห็นข้อมูลเดิมและอาจเกิดปัญหาตามมา

หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด เหมาะสำหรับใครบ้าง ?

  • ผู้ก่อตั้งที่ต้องการบริหารกิจการเอง
  • เจ้าของธุรกิจครอบครัวหรือมีหุ้นส่วนที่ไว้วางใจกันสูง
  • กิจการที่ความเสี่ยงหนี้สินไม่สูงมาก
  • ผู้ที่มีระบบบัญชีและเอกสารชัดเจน
  • ผู้ที่เข้าใจผลทางกฎหมายของการเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด

หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด ไม่เหมาะสำหรับใคร ?

  • ผู้ที่ต้องการลงทุนอย่างเดียว ไม่ต้องการบริหาร
  • ผู้ที่ไม่ต้องการให้ทรัพย์สินส่วนตัวมีความเสี่ยง
  • ผู้ที่ไม่สามารถควบคุมการก่อหนี้ของกิจการได้
  • ผู้ที่ไม่รู้สถานะบัญชี ภาษี หรือสัญญาของห้าง
  • ผู้ที่เข้าชื่อแทนผู้อื่นโดยไม่ได้มีบทบาทจริง

โดยสรุปแล้ว หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด เป็นบทบาทที่มีอำนาจและความเสี่ยงสูง เพราะต้องรับผิดชอบในหนี้สินของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวน และอาจกระทบทรัพย์สินส่วนตัวได้ จึงควรทำความเข้าใจให้ชัดเจนก่อนจดทะเบียนหรือเข้าร่วมกิจการ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบประเภทห้างหุ้นส่วนให้ชัดเจน อ่านหนังสือรับรองและอำนาจลงนาม ทำสัญญาหุ้นส่วนเป็นลายลักษณ์อักษร ตรวจสอบหนี้ สัญญา ภาษี และบัญชีของกิจการ แยกบัญชีส่วนตัวกับบัญชีกิจการ จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทันทีเมื่อมีหุ้นส่วนเข้า-ออก หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับตำแหน่งหุ้นส่วนผู้จัดการ

หากกำลังวางแผนจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน หรือไม่แน่ใจว่าโครงสร้างธุรกิจแบบไหนเหมาะกับคุณ ปรึกษาชอบการบัญชี ได้เลยค่ะ

อ้างอิง :

บทความที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจใหม่อยากจดบริษัท ต้องเริ่มจากตรงไหนก่อน ?

ธุรกิจใหม่อยากจดบริษัท ต้องเริ่มจากตรงไหนก่อน ?

ถ้าคุณเพิ่งเริ่มทำธุรกิจ จนเติบโต แล้วมีรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเริ่มคิดว่าถึงเวลาที่ต้องจดบริษัทแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกประเภทนิติบุคคล การกำหนดทุนจดบริษัท การเตรียมเอกสาร ไปจนถึงการคำนวณค่าธรรมเนียมในการจดบริษัท หลายอย่างอาจดูยุ่งยาก จนไม่รู้ว่าควรเริ่มทำอะไรเป็นก่อนดี แต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ ในบทความนี้ นิลจะขอพาไปทำความเข้าใจว่าธุรกิจใหม่ที่ต้องการจดทะเบียนบริษัท จะต้องเริ่มที่ตรงไหนก่อนค่ะ 1. ทำความเข้าใจเรื่องการทำธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล ก่อนจะไปขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัท มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าทำไมเจ้าของกิจการส่วนใหญ่ถึงเลือกจดทะเบียนนิติบุคคล

ข้อดี-ข้อเสียของการจดบริษัท สำหรับธุรกิจใหม่

ข้อดี-ข้อเสียของการจดบริษัท สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่

เริ่มต้นธุรกิจใหม่ทั้งที หนึ่งในคำถามที่ผู้ประกอบการมือใหม่มักจะนึกถึงก็คือ ควรจดบริษัทเลยไหม หรือควรทำธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดาไปก่อน ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกที่สำคัญมาก เพราะส่งต่อรายได้ ภาษี ความน่าเชื่อถือ ไปจนถึงโอกาสเติบโตในอนาคต ถ้าตัดสินใจผิด ชีวิตทางธุรกิจอาจสะดุดตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะขอพาไปทำความเข้าใจแบบครบทุกแง่มุม ทั้งข้อดี ข้อเสีย จังหวะเวลาที่เหมาะสมในการจดบริษัทที่จะช่วยให้ดำเนินธุรกิจได้ง่ายอย่างมั่นคงค่ะ ข้อดีของการจดบริษัท 1. ความน่าเชื่อถือที่เพิ่มขึ้นในสายตาลูกค้า

บริษัทเดียว สามารถทำธุรกิจหลายรูปแบบได้ไหม ?

หลายคนเริ่มต้นจดบริษัทจากการทำธุรกิจเดียวก่อน เช่น ขายสินค้าออนไลน์ รับงานบริการ หรือทำธุรกิจครอบครัวเล็ก ๆ แต่พอทำไปสักพัก ธุรกิจเริ่มโตขึ้น เห็นโอกาสมากขึ้น ก็มีความต้องการที่จะทำธุรกิจในรูปแบบอื่นเพิ่มเติม เช่น นำเข้าสินค้า เปิดแบรนด์ใหม่ รับงานบริการอีกประเภท หรือทำธุรกิจเสริมในนามบริษัทเดิม คำถามที่ตามมาคือ บริษัทเดียวสามารถทำหลายธุรกิจได้ไหม หรือถ้าจะเริ่มธุรกิจใหม่ จำเป็นต้องจดบริษัทใหม่แยกอีกแห่งหรือเปล่า บริษัทเดียว