หลักการบัญชีเดี่ยว คืออะไร เหมาะสำหรับธุรกิจรูปแบบใดบ้าง ?

หลักการบัญชีเดี่ยว คืออะไร ?

หลายคนที่เริ่มทำธุรกิจ หรือเพิ่งเริ่มทำบัญชีด้วยตัวเอง มักได้ยินคำว่า “บัญชีเดี่ยว” หรือ “หลักการบัญชีเดี่ยว” อยู่บ่อย ๆ แล้วต่างก็สงสัยว่าหลักการบัญชีเดี่ยวคืออะไร แตกต่างจากบัญชีคู่อย่างไร และสามารถนำระบบบัญชีเดี่ยวมาปรับใช้ในธุรกิจได้หรือไม่

หลักการบัญชีเดี่ยว คืออะไร ?

ระบบบัญชีเดี่ยวมีลักษณะสำคัญ ดังนี้

สมุดบัญชีในระบบบัญชีเดี่ยว มีอะไรบ้าง ?

1. สมุดเงินสด

ใช้สำหรับบันทึกรายการรับ และจ่ายเงินทุกประเภทที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เพื่อให้ทราบยอดเงินคงเหลือของกิจการ

2. สมุดรายวันขั้นต้น

ใช้สำหรับบันทึกรายการค้าที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ เพื่อความเป็นระเบียบ และช่วยในการควบคุมลูกหนี้/เจ้าหนี้ ได้แก่

  1. สมุดรายวันซื้อ : ใช้ลงบันทึกการซื้อสินค้าเป็นเงินเชื่อ
  2. สมุดรายวันขาย : ใช้ลงบันทึกการขายสินค้าเป็นเงินเชื่อ
  3. สมุดเงินฝากธนาคาร : บันทึกรายการเข้า-ออกของเงินในบัญชีธนาคาร

3. สมุดบัญชีแยกประเภท

  1. บัญชีลูกหนี้ : เพื่อดูว่าใครติดเงินเราอยู่เท่าไหร่
  2. บัญชีเจ้าหนี้ : เพื่อดูว่าเราติดเงินใครอยู่เท่าไหร่

ตัวอย่างการบันทึกบัญชีตามหลักการบัญชีเดี่ยว

ตัวอย่างการบันทึกบัญชีตามหลักการบัญชีเดี่ยว

ระบบบัญชีเดี่ยว เหมาะสำหรับธุรกิจรูปแบบใดบ้าง ?

ระบบบัญชีเดี่ยวเหมาะสำหรับธุรกิจที่มีลักษณะดังนี้

  1. ธุรกิจขนาดเล็ก เช่น ร้านค้าขนาดเล็ก ร้านอาหาร หรือร้านขายของออนไลน์
  2. กิจการที่มีรายการไม่มาก และมีธุรกรรมต่อวันไม่เยอะ ระบบบัญชีเดี่ยวสามารถจัดการได้ง่าย
  3. ธุรกิจเจ้าของคนเดียว เช่น ฟรีแลนซ์ หรือผู้ประกอบการรายย่อย ที่รายการบัญชีไม่ซับซ้อนมาก
  4. ธุรกิจที่ต้องการติดตามเงินสดเป็นหลัก เพราะต้องการรู้ว่าเงินเข้าเท่าไร หรือเงินออกเท่าไรเท่านั้น
  5. ธุรกิจประเภทบุคคลธรรมดา ที่มีรายการทางการเงินที่ไม่ซับซ้อน

ข้อดีของการทำบัญชีตามหลักบัญชีเดี่ยว

  1. ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย : สามารถจดบันทึกได้ด้วยตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านบัญชีที่ลึกซึ้ง
  2. ลดภาระงานเอกสาร : บันทึกเฉพาะรายการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเงินสด และบุคคล ทำให้ใช้เวลาน้อยลงในการจัดการเอกสาร
  3. เน้นกระแสเงินสด : ข้อมูลในสมุดบัญชีจะสะท้อนตัวเลขทางการเงินของกิจการ เช่น วันนี้ขายได้เท่าไหร่ จ่ายค่าของไปเท่าไหร่ และเหลือเงินในกระเป๋ากี่บาท เป็นต้น
  4. มีความยืดหยุ่นสูง : สามารถออกแบบตารางบันทึกรายการในสมุด หรือใน Microsoft Excel ให้เหมาะสมกับกิจการของตัวเองได้ โดยไม่มีมาตรฐานบังคับ
  5. การตัดสินใจหน้างาน : ช่วยให้เห็นภาพรวมของกำไรเบื้องต้น และการหมุนเวียนเงินในแต่ละวันได้รวดเร็ว

ข้อเสียของการทำบัญชีตามหลักการบัญชีเดี่ยว

  1. ขาดความแม่นยำ : ในระบบบัญชีคู่ จะบันทึกตามหลักการเดบิต เครดิต ซึ่งสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ทันที แต่ระบบบัญชีเดี่ยว จะไม่มีเครื่องมือตรวจสอบหากลงรายการผิด เช่น เขียนเลข 0 เกินไปตัวหนึ่ง หรือลืมลงรายการจ่ายไปอย่างหนึ่ง ระบบจะไม่ฟ้องเลยว่ายอดไม่สมดุล ทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนได้ง่ายมาก
  2. ยากต่อการทำงบการเงินที่สมบูรณ์ : เนื่องจากไม่ได้บันทึกบัญชีแยกประเภทครบทุกหมวด ทำให้ไม่สามารถคำนวณกำไรสุทธิแท้จริงจากการดำเนินงานได้ทันที ซึ่งไม่เอื้อต่อการจัดทำงบการเงินที่ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชี
  3. ตรวจสอบการทุจริตได้ยาก : เพราะระบบการบันทึกข้อมูลไม่เชื่อมโยงกัน ทำให้มีความเป็นไปได้ที่พนักงานอาจแอบยักยอกเงิน หรือของออกไปได้ง่ายกว่าระบบบัญชีคู่ที่มีการยันยอดระหว่างบัญชีเงินสด บัญชีขาย และบัญชีคลังสินค้า
  4. ความน่าเชื่อถือน้อย : หากต้องการขอสินเชื่อ จะไม่สามารถส่งงบการเงินที่ถูกต้องให้ธนาคาร หรือนักลงทุน พิจารณาได้ ทำให้โอกาสที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อมีน้อย
  5. ยุ่งยากเมื่อต้องเสียภาษี : กรมสรรพากรต้องการข้อมูลที่ชัดเจน และมีหลักฐานอ้างอิง หากบันทึกแบบบัญชีเดี่ยวแบบหลวม ๆ เวลาถูกเรียกตรวจสอบ อาจจะตอบคำถามลำบาก หรือไม่มีเอกสารยืนยันค่าใช้จ่ายที่เพียงพอ ทำให้เสียสิทธิ์ในการหักค่าใช้จ่ายตามจริง

สรุป

หลักการบัญชีเดี่ยว คือ ระบบบัญชีที่เน้นการบันทึก เงินเข้า และเงินออกเพียงรายการเดียวต่อธุรกรรม เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ผู้เริ่มต้นทำธุรกิจ ร้านค้าออนไลน์ ฟรีแลนซ์ หรือกิจการที่มีเจ้าของคนเดียว แต่เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต การบันทึกบัญชีตามระบบบัญชีที่ถูกต้อง และเป็นระบบ จะช่วยให้วิเคราะห์ธุรกิจได้ชัดเจน วางแผนภาษีได้ถูกต้อง และลดความเสี่ยงด้านบัญชีในระยะยาว ได้เป็นอย่างดีค่ะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย !

แบ่งปันบทความนี้ :

เขียนโดย

Picture of Chob Accounting Team

Chob Accounting Team

คัดสรรบทความเรื่องภาษี บัญชี และธุรกิจ โดย Chob Accounting Team

แนะนำให้อ่านต่อ