ในกระบวนการจัดทำ และปิดงบการเงินของธุรกิจ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ถือเป็นหนึ่งในคนสำคัญที่มีบทบาทโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลทางการเงิน แม้ผู้ประกอบการจำนวนมากจะคุ้นเคยกับ CPA อยู่แล้ว แต่ก็ยังมีไม่น้อยที่อาจยังไม่เข้าใจขอบเขตหน้าที่ และความสำคัญของ CPA อย่างครบถ้วน ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า CPA คือใคร มีหน้าที่อะไร ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร แตกต่างจาก TA อย่างไร และตรวจสอบรายชื่อได้จากที่ไหน ซึ่งช่วยให้เลือกผู้สอบบัญชีได้อย่างเหมาะสม และมั่นใจมากขึ้นค่ะ

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต คือใคร ?
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือ CPA (Certified Public Accountant) คือ ผู้สอบบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ตรวจสอบบัญชีตามหลักเกณฑ์ของสภาวิชาชีพบัญชี และมีหน้าที่ตรวจสอบงบการเงิน พร้อมแสดงความเห็นอย่างเป็นอิสระว่างบการเงินของกิจการถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่
สำหรับบริษัทจำกัด และนิติบุคคลส่วนใหญ่ CPA ถือว่าเป็นคนที่มีความสำคัญต่อการปิดงบการเงินตามรอบบัญชี เพราะข้อมูล และรายงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต จะถูกนำไปใช้ในกระบวนการยื่นงบการเงินผ่านระบบ DBD e-Filing ด้วย
ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายที่สุด CPA ไม่ใช่ผู้ทำบัญชี และไม่ใช่แค่คนที่จะมาเซ็นงบเท่านั้น แต่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพอิสระที่เข้ามาตรวจสอบความน่าเชื่อถือของงบการเงินอีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้ผู้ถือหุ้น เจ้าหนี้ ธนาคาร นักลงทุน หรือหน่วยงานรัฐ นำข้อมูลทางการเงินไปใช้อย่างมั่นใจมากขึ้น

CPA มีหน้าที่อะไรบ้าง ?
1. ตรวจสอบ และรับรองงบการเงิน
ตรวจสอบเอกสารทางการเงินของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เพื่อแสดงความเห็นว่าถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่
2. ตรวจสอบบัญชีภายนอก
ทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีอิสระ (External Auditor) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
3. วางแผน และจัดการภาษี
จัดทำแบบแสดงรายการภาษี ทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้นิติบุคคล รวมถึงให้คำแนะนำด้านกลยุทธ์การลดหย่อนภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
4. ตรวจสอบภายใน และวิเคราะห์ความเสี่ยง
ตรวจสอบการควบคุมภายใน (Internal Control) ขององค์กร เพื่อลดความเสี่ยงจากการยักยอก หรือการฉ้อโกง
5. เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และธุรกิจ
ให้คำปรึกษาด้านการบริหารการเงิน การวางแผนงบประมาณ และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เพื่อการเติบโตทางธุรกิจ
คุณพัทธนันท์ วัชรโชติธาดาพงษ์ – ประธานกรรมการบริหาร Chob Accounting ผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการรับทำบัญชี ได้แบ่งปันข้อมูลจากประสบการณ์ในการทำงานจริงว่า “การมี CPA ที่ดี ถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือความพร้อมของข้อมูลภายในกิจการ เพราะต่อให้เลือกผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่มีประสบการณ์มากแค่ไหน หากเอกสารไม่ครบ รายได้ไม่ชัดเจน หรือรายการบัญชียังมีข้อผิดพลาด การตรวจสอบบัญชีก็จะดำเนินไปอย่างล่าช้าค่ะ”
คุณสมบัติของ CPA
ผู้ที่จะเป็น CPA ต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด โดยต้องผ่านทั้งกระบวนการเรียนรู้ ทดสอบ ฝึกหัดงาน และขอใบอนุญาตอย่างเป็นระบบ ดังนี้
1. สำเร็จการศึกษาปริญญาทางด้านบัญชี หรือประกาศนียบัตรทางการบัญชีที่ได้รับการรับรอง
2. มีอายุ 20 บริบูรณ์ และมีสัญชาติไทย
3. ไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ
4. ไม่เคยต้องโทษจำคุกในคดีเกี่ยวกับทรัพย์สิน การเงิน หรือคดีที่ส่งผลต่อวิชาชีพ (เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี)
5. ต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี
6. ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ฝึกหัดงานตรวจสอบบัญชี และผ่านการฝึกงานตรวจสอบบัญชีอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 ปี (แต่ไม่เกิน 5 ปี) โดยมีชั่วโมงการฝึกงานรวมไม่น้อยกว่า 3,000 ชั่วโมง
7. สอบผ่านรายวิชาตามที่คณะกรรมการกำหนด ดังนี้ วิชาการบัญชี 1 วิชาการบัญชี 2 วิชาการสอบบัญชี 1 วิชาการสอบบัญชี 2 วิชากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี 1 วิชากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี 2
8. มีใบอนุญาตให้เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) จากสภาวิชาชีพบัญชี

ข้อแตกต่างระหว่าง CPA และ TA
แม้ว่า CPA และ TA จะมีหน้าที่ตรวจสอบบัญชีเหมือนกัน แต่ก็มีขอบเขตในการทำงานที่แตกต่างกันตามประเด็นดังนี้
ผู้ออกใบอนุญาต
- CPA : ได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี
- TA : ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมสรรพากร
ขอบเขตการทำงาน
- CPA : สามารถตรวจสอบ และรับรองบัญชีของ นิติบุคคลได้โดยทั่วไป
- TA : สามารถตรวจสอบ และรับรองบัญชีได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็กที่เข้าเกณฑ์เท่านั้น
หลักการทำงาน
- CPA : ทำงานภายใต้มาตรฐานวิชาชีพ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- TA : ทำงานตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร
หลักเกณฑ์
- CPA : มาตรฐานวิชาชีพบัญชี
- TA : มาตรฐานจากกรมสรรพากร
วิธีตรวจสอบรายชื่อผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
1. เข้าสู่ระบบตรวจสอบสถานะผู้สอบบัญชีของสภาวิชาชีพบัญชี ได้ที่ https://eservice.tfac.or.th/check_cpa/
2. กรอกชื่อ-นามสกุล และเลขทะเบียนของผู้สอบบัญชี
3. ตรวจสอบสถานะใบอนุญาตที่ระบบแสดง
ระบบของสภาวิชาชีพบัญชี จะระบุด้วยว่าข้อมูลสถานะผู้สอบบัญชีเป็นข้อมูลเชิงบริการเพื่อการตรวจสอบของประชาชน และมีวันที่อัปเดตของข้อมูลกำกับไว้ เช่น ผลการค้นหาที่หน้าเว็บไซต์ระบุข้อมูล ณ วันที่ 1 เมษายน 2569 ดังนั้น ก่อนเลือกใช้บริการ ควรตรวจสอบสถานะของผู้สอบบัญชีล่าสุดทุกครั้ง
สรุป
CPA ที่มีใบอนุญาตถูกต้อง คือกลไกสำคัญที่ทำให้งบการเงินของธุรกิจน่าเชื่อถือ และนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องยื่นงบการเงินผ่านระบบ DBD e-Filing ซึ่งเกี่ยวข้องกับรายงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตโดยตรง ในมุมเจ้าของธุรกิจ การเลือก CPA ที่ดีไม่ควรดูแค่ว่าเซ็นงบได้ไหม แต่ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีความเข้าใจในธุรกิจของคุณหรือไม่ และมีสถานะใบอนุญาตที่ตรวจสอบได้หรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้ว งานสอบบัญชีที่มีคุณภาพ ไม่ได้เริ่มจากวันเซ็นงบ แต่เริ่มจากการเลือกผู้สอบบัญชีที่เหมาะสม และการเตรียมข้อมูลภายในให้พร้อมตั้งแต่ต้นค่ะ
อ้างอิง :
- ข้อบังคับว่าด้วยหลักเกณฑ์ และคุณสมบัติของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต สภาวิชาชีพบัญชี
- ความแตกต่างระหว่าง TA และ CPA กรมสรรพากร






