ตราประทับบริษัท คืออะไร ? จำเป็นต้องมีทุกกิจการไหม

แต่ความจริงแล้ว ตราประทับบริษัทไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกกิจการเสมอไป เพราะขึ้นอยู่กับอำนาจกรรมการที่จดทะเบียนไว้ และลักษณะการใช้งานเอกสารของธุรกิจนั้น ๆ ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาไปทำความเข้าใจว่า ตราประทับบริษัท คืออะไร กิจการแบบไหนจำเป็นต้องมี และมีข้อควรระวังอะไรบ้างก่อนจัดทำตราประทับบริษัท

ตราประทับ คืออะไร ?

ตราประทับ หรือ ตรายาง คือ เครื่องหมาย ตราสัญลักษณ์ที่ใช้ประทับบนเอกสารสำคัญทางธุรกิจ เพื่อยืนยันและรับรองความถูกต้องอย่างเป็นทางการจากนิติบุคคล เปรียบเสมือนลายเซ็นขององค์กรที่แสดงถึงความน่าเชื่อถือของกิจการ

จำเป็นทำตราประทับทุกบริษัทไหม ?

กรณีที่ไม่จำเป็นต้องใช้ตราประทับ

บริษัทอาจไม่จำเป็นต้องทำตราประทับ หากกำหนดอำนาจกรรมการไว้ว่า กรรมการสามารถลงลายมือชื่อได้โดยไม่ต้องประทับตรา

กรณีนี้ เหมาะสำหรับกิจการที่ต้องการความคล่องตัวในการดำเนินงาน เช่น

  • ธุรกิจออนไลน์
  • ธุรกิจบริการขนาดเล็ก
  • บริษัทที่มีกรรมการคนเดียว
  • บริษัทที่ทำเอกสารผ่านระบบดิจิทัลเป็นหลัก
  • กิจการที่ไม่ค่อยทำสัญญาหรือเอกสารราชการบ่อย

ข้อดีคือเอกสารสามารถจัดทำได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องกังวลว่าเรื่องการประทับตรา หรือเอกสารใช้ไม่ได้เพราะขาดการประทับตรา

กรณีที่ควรมีตราประทับ

แม้บางบริษัทจะไม่จำเป็นต้องจัดทำตราประทับ แต่ในทางปฏิบัติ ธุรกิจบางประเภทควรมีตราประทับไว้เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ หากมีการกำหนดเงื่อนไขอำนาจกรรมการว่าต้องลงลายมือชื่อร่วมกับการประทับตราสำคัญ กิจการจะต้องนำตราประทับดังกล่าวไปจดทะเบียนตราสำคัญ กับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ด้วยค่ะ

บริษัทที่ควรมีตราประทับ เช่น

  • บริษัทที่ต้องทำสัญญากับคู่ค้าบ่อย
  • บริษัทที่ติดต่อธนาคารหรือสถาบันการเงินเป็นประจำ
  • บริษัทที่รับงานโครงการ หรือทำเอกสารเสนอราคา
  • บริษัทที่ต้องออกหนังสือมอบอำนาจบ่อย
  • บริษัทที่ติดต่อราชการเป็นประจำ
  • บริษัทที่มีหลายฝ่าย หลายสาขา หรือมีทีมเอกสารแยกกันทำงาน

ในมุมของงานเอกสาร ตราประทับจะช่วยให้เอกสารดูเป็นทางการมากขึ้น โดยเฉพาะเวลาทำสัญญา ใบเสนอราคา หนังสือรับรอง หรือเอกสารที่ต้องส่งให้คู่ค้ารายใหญ่

ตราประทับ ที่ออกแบบโดย ชอบการบัญชี

หลักเกณฑ์ในการจัดทำตราประทับ

1. ห้ามใช้สัญลักษณ์ของทางราชการหรือสถาบันสำคัญ
ตราประทับบริษัทไม่ควรใช้สัญลักษณ์ที่อาจทำให้เข้าใจผิดว่าเกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการ หรือสถาบันสำคัญของประเทศ อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

  • เครื่องหมายตรามหาจักรีบรมราชวงศ์
  • พระบรมราชาภิไธย พระปรมาภิไธยย่อของพระมหากษัตริย์ทุกรัชกาล และพระนามาภิไธยย่อของสมเด็จพระอัครมเหสีหรือสมเด็จพระยุพราช
  • พระบรมราชสัญลักษณ์ และพระราชสัญลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระอัครมเหสี และสมเด็จพระยุพราช
  • พระมหามงกุฎ มงกุฎขัตติยราชนารี หรือเครื่องราชอิสริยาภรณ์อื่นใดที่ใกล้เคียงกับมงกุฎ
  • ฉัตรต่าง ๆ อันเป็นลักษณะของเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ
  • ตราแผ่นดิน ตราราชการ ตราครุฑพ่าห์ ธงหลวง ธงชาติ หรือธงราชการ เว้นแต่จะได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต
  • พระราชลัญจกร และลัญจกรในราชการ
  • เครื่องหมายกาชาด ชื่อกาชาด กาเจนีวา เครื่องหมายราชการ หรือเครื่องหมายใด ๆ ที่ขัดต่อรัฐประศาสโนบายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
  • เครื่องหมายที่ราชการ องค์การ หน่วยงานของรัฐหรือองค์การระหว่างประเทศ ขอสงวนไว้
  • สัญลักษณ์ประจำชาติไทย ได้แก่ ช้างไทย ดอกราชพฤกษ์ และศาลาไทย

2. หากใส่ชื่อบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน ชื่อต้องถูกต้องและชัดเจน
ตราประทับบริษัทจะมีชื่อบริษัทหรือไม่มีก็ได้ แต่ถ้าเลือกใส่ชื่อบริษัทลงไป ชื่อในตราต้องอ่านได้ชัดเจน และต้องตรงกับชื่อที่จดทะเบียนไว้ ไม่ควรสะกดผิด ตัดคำสำคัญ หรือใช้ชื่อที่ทำให้สับสนกับนิติบุคคลอื่น

ในกรณีที่ใช้ชื่อภาษาต่างประเทศ ชื่อในตราก็ควรตรงกับชื่อภาษาต่างประเทศที่บริษัทขอใช้ไว้เช่นกัน

3. ต้องมีคำแสดงประเภทนิติบุคคลให้ชัดเจน
หากตราประทับมีชื่อบริษัท ควรมีคำที่แสดงประเภทของนิติบุคคลด้วย เช่น

  • บริษัท … จำกัด
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด …
  • Limited หรือ Co., Ltd. ในกรณีใช้ภาษาอังกฤษ

4. หากมีตรามากกว่า 1 ดวง ต้องระบุให้ชัดว่าใช้กรณีใด
บางบริษัทอาจมีตราประทับมากกว่า 1 แบบ เช่น ตราสำหรับสำนักงานใหญ่ ตราสำหรับสาขา หรือตราสำหรับเอกสารบางประเภท

กรณีนี้ควรกำหนดให้ชัดเจนว่าตราดวงไหนใช้กับงานอะไร เพื่อป้องกันความสับสนในการใช้งานเอกสารภายหลัง

ดังนั้น ก่อนทำตราประทับ ควรตรวจสอบหนังสือรับรองบริษัทก่อนว่าอำนาจกรรมการกำหนดไว้อย่างไร หากระบุว่าต้องประทับตรา ก็ควรจัดทำตราและใช้งานให้ตรงตามที่จดทะเบียนไว้

จะรู้ได้ไงว่ากิจการของเรา ต้องจัดทำตราประทับ

วิธีตรวจสอบที่ชัดเจนที่สุดคือให้ดูที่หนังสือรับรองบริษัท ในส่วนของอำนาจกรรมการ

  • ถ้าในหนังสือรับรองระบุว่า กรรมการลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท แปลว่าเอกสารสำคัญของบริษัทจะต้องมีทั้ง ลายมือชื่อกรรมการ และ ตราประทับบริษัท ตามที่กำหนดไว้
  • ถ้าระบุว่ากรรมการลงลายมือชื่อโดยไม่ต้องประทับตราสำคัญของบริษัท แปลว่าบริษัทสามารถใช้ลายมือชื่อกรรมการตามอำนาจที่จดทะเบียนไว้ได้ โดยไม่ต้องใช้ตราประทับ

หากจะให้เข้าใจง่าย ๆ คือต้องดูจาก อำนาจกรรมการที่จดทะเบียนไว้จริง หากไม่แน่ใจ แนะนำให้ตรวจสอบจากหนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับล่าสุด หรือให้ผู้เชี่ยวชาญด้านจดทะเบียนบริษัทช่วยตรวจสอบก่อน เพื่อป้องกันปัญหาภายหลังค่ะ

ข้อควรระวังในการจัดทำตราประทับบริษัท

1. อย่าทำตราประทับก่อนตรวจสอบอำนาจกรรมการ
ก่อนสั่งทำตราประทับ ควรตรวจสอบก่อนว่าบริษัทกำหนดอำนาจกรรมการไว้อย่างไร เพราะถ้าอำนาจกรรมการไม่ได้กำหนดให้ใช้ตรา การทำตราอาจเป็นเพียงทางเลือกด้านภาพลักษณ์ แต่ไม่ใช่เงื่อนไขบังคับของเอกสาร

2. ระวังชื่อบริษัทสะกดผิด
ชื่อบริษัทบนตราประทับควรตรงกับหนังสือรับรองนิติบุคคลทุกตัวอักษร โดยเฉพาะคำว่า “บริษัท” และ “จำกัด” รวมถึงชื่อภาษาอังกฤษ หากมีการใช้

3. อย่าให้ตราประทับอยู่กับหลายคนโดยไม่มีระบบควบคุม
ตราประทับควรมีผู้รับผิดชอบชัดเจน เพราะหากมีการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ อาจกระทบต่อบริษัทได้ โดยเฉพาะเอกสารที่เกี่ยวกับสัญญา การเงิน หรือหนังสือมอบอำนาจ

4. เอกสารบางประเภทต้องดูเงื่อนไขเฉพาะ
แม้อำนาจกรรมการจะกำหนดให้ใช้ตราประทับ แต่เอกสารบางประเภทอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น แบบฟอร์มของธนาคาร เอกสารราชการ หรือสัญญากับคู่ค้ารายใหญ่ จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขของแต่ละหน่วยงานก่อนเสมอ

5. หากเปลี่ยนชื่อบริษัท ควรทำตราประทับใหม่
ถ้าบริษัทเปลี่ยนชื่อ ควรจัดทำตราประทับใหม่ให้ตรงกับชื่อบริษัทปัจจุบัน เพื่อป้องกันปัญหาเอกสารไม่สอดคล้องกับข้อมูลนิติบุคคลล่าสุด

สรุป

ตราประทับบริษัทไม่จำเป็นสำหรับทุกกิจการ แต่จะจำเป็นหรือไม่ ต้องดูจาก อำนาจกรรมการที่จดทะเบียนไว้ในหนังสือรับรองบริษัท ถ้าอำนาจกรรมการระบุว่าต้อง “ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท” บริษัทก็ควรมีตราประทับและใช้ให้ถูกต้องตามเงื่อนไข แต่ถ้าอำนาจกรรมการไม่ได้กำหนดให้ประทับตรา บริษัทอาจไม่จำเป็นต้องมีตราประทับก็ได้ โดยเฉพาะกิจการที่ต้องการความคล่องตัวและทำเอกสารผ่านระบบออนไลน์เป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ การมีตราประทับยังช่วยให้เอกสารดูเป็นทางการ เพิ่มความน่าเชื่อถือ และทำให้การติดต่อกับธนาคาร คู่ค้า หรือหน่วยงานต่าง ๆ สะดวกขึ้น ดังนั้น ก่อนตัดสินใจว่าจะทำตราประทับหรือไม่ ควรเริ่มจากการตรวจสอบหนังสือรับรองบริษัท และวางรูปแบบอำนาจกรรมการให้เหมาะกับลักษณะธุรกิจตั้งแต่แรก เพื่อให้การทำเอกสารของบริษัทในอนาคตเป็นไปอย่างราบรื่น

หากไม่แน่ใจว่าต้องทำตราประทับไหม ? ชอบการบัญชี จะช่วยดูให้ได้ตั้งแต่ขั้นตอนจดทะเบียนบริษัท ตรวจอำนาจกรรมการ แนะนำการใช้ตราประทับ และเตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อมใช้งานจริง ลดความผิดพลาดตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ ติดต่อเข้ามาเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยค่ะ

เขียนโดย

Picture of Chob Accounting Team

Chob Accounting Team

คัดสรรบทความเรื่องภาษี บัญชี และธุรกิจ โดย Chob Accounting Team

เขียนโดย

Picture of Chob Accounting Team

Chob Accounting Team

คัดสรรบทความเรื่องภาษี บัญชี และธุรกิจ โดย Chob Accounting Team

บทความที่เกี่ยวข้อง