บัญชี 5 หมวด คืออะไร ? ธุรกิจใหม่ต้องรู้ก่อนเริ่มทำบัญชี

บัญชี 5 หมวด คืออะไร ?

บัญชี 5 หมวด คืออะไร ?

เดบิต เครดิต คืออะไร ?

เดบิต (Debit) และเครดิต (Credit) คือ การลงบันทึกบัญชีตามหลักบัญชีคู่ที่แยกการบันทึกรายการออกเป็น 2 ด้าน ดังนี้

  • เดบิต ด้านซ้าย ลงบันทึกโดยการเพิ่มสินทรัพย์ และค่าใช้จ่าย หรือลดหนี้สิน และส่วนของเจ้าของ
  • เครดิต ด้านขวา ลงบันทึกโดยการเพิ่มหนี้สิน ส่วนของเจ้าของ และรายได้ หรือลดสินทรัพย์ และค่าใช้จ่าย

โดยที่ยอดรวมเดบิต และเครดิต ต้องเท่ากันเสมอ

บัญชี 5 หมวด มีอะไรบ้าง ?

บัญชี 5 หมวด มีอะไรบ้าง ?

บัญชีทั้งหมดในกิจการสามารถจัดกลุ่มได้เป็น 5 หมวดหลัก ๆ ดังนี้

หมวดสินทรัพย์

1. หมวดสินทรัพย์

ตัวอย่างรายการบัญชีในหมวดสินทรัพย์

  • เงินสด คือ ธนบัตร เหรียญ และเงินในมือรวมถึงเงินฝากธนาคารที่ถอนได้ทันที
  • เงินฝากธนาคาร คือ เงินที่ฝากไว้ในบัญชีธนาคาร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
  • ลูกหนี้การค้า คือ เงินที่ลูกค้าค้างจ่ายค่าสินค้าหรือบริการที่ขายไปแล้ว
  • สินค้างคงเหลือ คือ สินค้าที่กิจการมีไว้เพื่อขาย หรือผลิต
  • ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ คือ สินทรัพย์มีตัวตนที่ใช้ในการดำเนินงาน
  • สิทธิบัตร คือ สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ให้สิทธิในการใช้ประดิษฐ์สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ แต่มีมูลค่า

ลักษณะสำคัญของบัญชีสินทรัพย์

หมวดหนี้สิน

2. หมวดหนี้สิน

ตัวอย่างรายการบัญชีในหมวดหนี้สิน

ลักษณะสำคัญของบัญชีหนี้สิน

  • เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นภาระหนี้สินที่กิจการต้องแบกรับ
  • ถูกบันทึกในงบฐานะการเงิน
  • ลงบันทึกบัญชีโดยการเพิ่มเครดิต ลดเดบิต
หมวดส่วนของเจ้าของ

3. หมวดส่วนของเจ้าของ

ตัวอย่างรายการบัญชีในหมวดส่วนของเจ้าของ

ลักษณะสำคัญของบัญชีส่วนของเจ้าของ

  • แสดงให้เห็นว่าผู้ถือหุ้น หรือเจ้าของ มีความมั่งคั่งมากน้อยแค่ไหน
  • ถูกบันทึกในงบฐานะการเงิน
  • ลงบันทึกบัญชีโดยการเพิ่มเครดิต ลดเดบิต
หมวดรายได้

4. หมวดรายได้

รายได้ คือ ผลตอบแทนที่กิจการได้รับจากการขายสินค้า หรือให้บริการ

ตัวอย่างรายการบัญชีในหมวดรายได้

  • รายได้จากการขาย คือ รายได้หลักที่ธุรกิจได้รับจากการขายสินค้าหรือให้บริการแก่ลูกค้า ซึ่งเป็นกิจกรรมหลักในการดำเนินงานของกิจการ
  • รายได้จากการให้บริการ คือ รายได้ที่ธุรกิจได้รับจากการทำกิจกรรมหลักของตนเองในการส่งมอบบริการหรือการใช้ความเชี่ยวชาญให้กับลูกค้า โดยไม่เกี่ยวข้องกับการขายสินค้าที่มีตัวตน
  • ดอกเบี้ยรับ คือ รายได้ที่กิจการได้รับจากการให้กู้ยืมเงิน การลงทุนในตราสารหนี้ หรือการฝากเงิน ซึ่งเป็นผลตอบแทนที่เกิดจากเงินต้นตามอัตราที่ได้ตกลงกันไว้
  • ค่าเช่า คือ ค่าตอบแทนที่ผู้เช่าจ่ายให้ผู้ให้เช่า เพื่อแลกกับการได้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน เช่น บ้าน ที่ดิน หรือรถยนต์ เป็นการชั่วคราว ตามสัญญาเช่า โดยเป็นเงินที่จ่ายเพื่อตอบแทนการใช้สอยทรัพย์นั้น ๆ และมีกำหนดเวลาที่ชัดเจน เช่น รายเดือน หรือรายปี
  • เงินปันผล คือ ส่วนแบ่งกำไรของบริษัทที่นำมาจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นตามจำนวนหุ้นที่แต่ละคนถือครองอยู่
  • ค่าลิขสิทธิ์ คือ ค่าตอบแทนที่จ่ายให้กับเจ้าของผลงาน หรือทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อแลกกับการอนุญาตให้บุคคลอื่นนำไปใช้ผลิต จำหน่าย หรือดัดแปลง

ลักษณะสำคัญของบัญชีรายได้

หมวดค่าใช้จ่าย

5. หมวดค่าใช้จ่าย

ค่าใช้จ่าย คือ รายจ่ายที่เกิดขึ้นเพื่อให้กิจการสามารถดำเนินงาน และสร้างรายได้

ตัวอย่างรายการบัญชีในหมวดค่าใช้จ่าย

  • ค่าเช่า คือ ค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่สำนักงาน ร้านค้า หรือโรงงาน เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ
  • เงินเดือน คือ ค่าตอบแทนที่จ่ายให้พนักงานประจำ (ที่ไม่ใช่ส่วนผลิตโดยตรง) เช่น พนักงานบัญชี ผู้บริหาร เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างราบรื่น
  • ค่าโฆษณา คือ ค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขาย การประชาสัมพันธ์สินค้า/บริการ เพื่อดึงดูดลูกค้า และสร้างรายได้ให้ธุรกิจ
  • ค่าน้ำ ค่าไฟ คือ ค่าสาธารณูปโภคที่ใช้ในการดำเนินงาน เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา สำหรับสำนักงาน หรือพื้นที่ส่วนกลาง
  • ค่าเสื่อมราคา คือ ค่าใช้จ่ายที่บันทึกการลดลงของมูลค่าทรัพย์สิน เช่น อาคาร เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ ตามอายุการใช้งาน เพื่อสะท้อนการใช้งานจริงของสินทรัพย์นั้น ๆ

ลักษณะสำคัญของบัญชีรายจ่าย

  • มีผลต่อกำไรของกิจการโดยตรง
  • ถูกบันทึกในงบกำไรขาดทุน
  • ลงบันทึกบัญชีโดยการเพิ่มเดบิต ลดเครดิต

โดยแบ่งการบันทึกบัญชีตามหลักการเครดิต เดบิต ได้ดังนี้

บัญชี 5 หมวด ตามหลักการเดบิต เครดิต

ทำไมต้องแยกบัญชีออกเป็น 5 หมวด ?

1. ช่วยให้การบันทึกบัญชีถูกต้อง และเป็นระบบ
การแบ่งหมวดบัญชีทำให้แยกประเภทธุรกรรมได้ชัดเจน เช่น เงินสดคือสินทรัพย์ หรือค่าเช่าคือค่าใช้จ่าย ทำให้การบันทึกบัญชี และติดตามข้อมูลเป็นระเบียบ และป้องกันความสับสนได้อีกด้วย

2. ทำให้อ่านงบการเงินเข้าใจง่าย
ในการจัดทำงบการเงิน จัดทำโดยการใช้ข้อมูลจากบัญชี 5 หมวดเป็นพื้นฐาน ทำให้เห็นสถานะทางการเงิน และผลการดำเนินงานได้ทันทีว่าธุรกิจถือครองมีอะไรบ้าง (สินทรัพย์) เป็นหนี้ใคร (หนี้สิน) มีทุนเท่าไหร่ (ส่วนของเจ้าของ) มีรายได้เท่าไหร่ (รายได้) และใช้จ่ายอะไรไปบ้าง (ค่าใช้จ่าย)

3. เป็นพื้นฐานของการคำนวณกำไร/ขาดทุน
บัญชีในหมวดรายได้ และหมวดค่าใช้จ่าย (และอาจมีต้นทุน) จะถูกนำมาหักลบกันเพื่อหากำไรสุทธิ ซึ่งใช้ในการประเมินผลสำเร็จของธุรกิจ

4. ใช้ได้กับธุรกิจทุกประเภท
บัญชี 5 หมวด เป็นหลักบัญชีสากลที่ใช้ได้กับธุรกิจทุกขนาด ทุกประเภท ได้อย่างครอบคลุม

5. ช่วยลดความผิดพลาดด้านภาษี
เมื่อมีการแยกบัญชีส่วนตัวออกจากธุรกิจอย่างชัดเจน ทำให้สามารถคำนวณรายได้ และค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ถูกต้อง โดยที่ไม่มีการนำค่าใช้จ่ายส่วนตัวมาเบิกเกินจริง

สรุป – เข้าใจบัญชี 5 หมวด จะช่วยให้ทำบัญชีง่ายขึ้นมาก

โดยสรุปแล้ว การแยกบัญชีออกเป็น 5 หมวด คือพื้นฐานสำคัญที่ทำให้ข้อมูลทางการเงินของกิจการมีความน่าเชื่อถือ ทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการพิจารณาประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจอีกด้วย นอกจากนั้นแล้ว หากมีความเข้าใจในเรื่องบัญชี 5 หมวดแล้ว จะทำให้เจ้าของกิจการเข้าใจงบการเงินมากขึ้น คุมต้นทุน และวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

รับทำบัญชี ยื่นภาษี

รับทำบัญชี ยื่นภาษี บันทึกบัญชีถูกหมวด โดยผู้เชี่ยวชาญ

เมื่อเข้าใจบัญชี 5 หมวดแล้ว สิ่งสำคัญถัดมาคือการนำไปใช้บันทึกบัญชีจริงให้ถูกต้อง เพราะในทางปฏิบัติ รายการทางการเงินแต่ละวันมักซับซ้อน หากบันทึกผิดหมวด เดบิต–เครดิตไม่ถูกต้อง หรือข้ามรายการบางส่วน อาจทำให้งบการเงินคลาดเคลื่อน และส่งผลกระทบต่อภาษีโดยไม่รู้ตัว

เพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้ ชอบการบัญชี ยินดีช่วยเหลือค่ะ เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีที่มีประสบการณ์ด้านบัญชีมากกว่า 15 ปี บริการของเราครอบคลุมตั้งแต่การบันทึกบัญชีตามหลักบัญชีอย่างถูกต้อง จัดทำรายงานบัญชีที่อ่านง่าย ยื่นภาษีรายเดือน และรายปีตรงเวลา พร้อมปิดงบการเงิน และยื่นงบอย่างเป็นระบบ

ให้เรื่องบัญชี–ภาษีเป็นหน้าที่ของมืออาชีพ ช่วยให้คุณโฟกัสไปที่การทำธุรกิจได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องปวดหัวกับการลงบันทึกบัญชีอีกต่อไปค่ะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Facebook : สำนักงานบัญชีคุณภาพ ชอบการบัญชี
LINE : @chobaccounting
เบอร์โทร : 094-159-4561
อีเมล์ : chobcorp.acc@chobaccountingonline.co.th

แบ่งปันบทความนี้ :

เขียนโดย

Picture of เนย - กุลณัฐ ศรีสวัสดิ์

เนย - กุลณัฐ ศรีสวัสดิ์

ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี ที่มีประสบการณ์ในงานบัญชี การปิดงบการเงิน การจัดทำภาษี และให้คำปรึกษาด้านบัญชีสำหรับธุรกิจหลากหลายประเภท มุ่งมั่นพัฒนาระบบบัญชีที่ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้

เริ่มต้นบริการ ได้ทันที

แนะนำให้อ่านต่อ