เทคนิคการจัดการธุรกิจง่าย ๆ ให้ไม่โดนภาษีย้อนหลัง

เทคนิคการจัดการธุรกิจ ให้ไม่โดนภาษีย้อนหลัง

ทำไมถึงมีการเรียกเก็บ ภาษีย้อนหลัง ?

ภาษีย้อนหลัง มีค่าปรับ หรือโทษอย่างไรบ้าง ?

1. กรณียื่นภาษีล่าช้า หรือไม่ครบ

2. กรณีจงใจหลีกเลี่ยงภาษี

3. กรณีจงใจหลีกเลี่ยงภาษี

7 เทคนิคการจัดการธุรกิจ ให้ไม่โดนภาษีย้อนหลัง

7 เทคนิคการจัดการธุรกิจ ให้ไม่โดนภาษีย้อนหลัง

1. แยกบัญชีส่วนตัวกับบัญชีธุรกิจให้ชัดเจน

2. ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้ครบตั้งแต่วันแรก

3. ออกเอกสารทุกครั้ง ไม่ว่าจะยอดเล็กหรือใหญ่

4. ยื่นภาษีให้ถูกต้อง ครบถ้วน และตรงเวลาเสมอ

5. อย่าหักค่าใช้จ่ายเกินความเป็นจริง

6. เก็บเอกสารให้ครบอย่างน้อย 5–10 ปี

7. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือใช้สำนักงานบัญชีตั้งแต่ต้น

รับทำบัญชี ยื่นภาษี

บทความที่เกี่ยวข้อง

ค่าเสื่อมราคา คืออะไร ? รู้ก่อนซื้อทรัพย์สินเข้ามาใช้ในกิจการ

เวลาซื้อของเข้ามาใช้งานในกิจการ เช่น คอมพิวเตอร์ รถยนต์ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์สำนักงาน เจ้าของธุรกิจหลายคนมักมองว่า เราจ่ายเงินไปแล้ว ก็น่าจะบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้เลยทั้งหมด แต่ในทางบัญชี สินทรัพย์บางอย่างไม่ได้ถูกนำไปใช้งานทั้งหมดภายในครั้งเดียว เนื่องจากยังต้องนำไปใช้ทำงาน สร้างรายได้ หรือช่วยดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่องอีกหลายปี นี่จึงเป็นเหตุผลที่ต้องมีเรื่องค่าเสื่อมราคา เข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อทยอยรับรู้ต้นทุนของสินทรัพย์ให้เหมาะสมกับระยะเวลาที่ธุรกิจใช้งานจริงค่ะ ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาไปทำความเข้าใจแบบง่าย

อินฟลูฯ และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง ?

อินฟลูเอนเซอร์-คอนเทนต์ครีเอเตอร์ ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง ?

ในยุคที่โซเชียลมีเดีย คือช่องทางหลักในการประกอบอาชีพอินฟลูเอนเซอร์ หรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ซึ่งเป็นอาชีพในฝันของ Gen Z หลายคน ไม่ว่าจะเป็นสายบิวตี้ เกมเมอร์ รีวิวสินค้า หรือยูทูบเบอร์ ที่ได้รับเงินจากการจ้างงาน การโดเนทจากแฟนคลับ หรือเงินสปอนเซอร์จากการแบรนด์สินค้า แต่รู้ไหมว่าเมื่อรายได้เริ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เรื่องของภาษีก็จะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน โดยที่กรมสรรพากร ได้ให้คำนิยามไว้ชัดเจนว่า ผู้ที่ประกอบอาชีพผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล และมีรายได้

RBA คืออะไร ? ระบบประเมินความเสี่ยงของสรรพากรที่ธุรกิจควรรู้

RBA คืออะไร ? ระบบประเมินความเสี่ยงของสรรพากรที่ธุรกิจควรรู้

เมื่อพูดถึงการตรวจสอบภาษี เจ้าของธุรกิจหลายคนอาจนึกถึงการถูกเรียกตรวจสอบเอกสารจากเจ้าหน้าที่โดยตรง แต่ปัจจุบันกรมสรรพากรมีการนำข้อมูลของผู้เสียภาษีจากหลายด้านมาประกอบการประเมินความเสี่ยงมากขึ้น หนึ่งในแนวทางที่มักถูกพูดถึงคือ RBA หรือ Risk Based Audit ซึ่งช่วยให้การคัดกรองและตรวจสอบภาษีมีเป้าหมายมากขึ้น สำหรับเจ้าของธุรกิจ การเข้าใจว่า RBA สรรพากร ทำงานอย่างไร จึงมีประโยชน์มากกว่าการกังวลว่าจะถูกตรวจสอบหรือไม่ เพราะช่วยให้มองย้อนกลับมาที่การทำบัญชีและการจัดการภาษีของตัวเองได้ว่า ข้อมูลที่ยื่นไปสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจจริงหรือเปล่า มีเอกสารรองรับครบไหม และมีจุดไหนที่ควรตรวจสอบหรือแก้ไขตั้งแต่เนิ่น