ภาษีซื้อ ภาษีขาย คืออะไร ธุรกิจใหม่ต้องรู้ !

ภาษีซื้อ และภาษีขาย คืออะไร ?

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจมือใหม่ ที่มีรายได้มากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี แล้วเพิ่งจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไปได้ไม่นาน สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนก็คือเรื่องของภาษีซื้อและภาษีขาย ซึ่งเป็นภาษีที่หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยิน แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร หรือนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง

ภาษีซื้อ คืออะไร ?

ภาษีซื้อ (Input Tax) คือ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจ่ายไปในตอนซื้อสินค้า วัตถุดิบ หรือบริการ จากร้านอื่นที่จด VAT แล้ว

ตัวอย่างเช่น

ซื้อวัตถุดิบในการผลิตสินค้าที่มีมูลค่า 10,000 บาท + VAT 7% = 700 บาท

VAT = 700 บาท ในที่นี้ คือภาษีซื้อที่สามารถขอคืน หรือนำไปหักออกจากภาษีขาย ในตอนที่ยื่นภาษีรายเดือนได้

ซึ่งต้องมีใบกำกับภาษีที่ถูกต้องครบถ้วน และคู่ค้าของคุณต้องเป็นผู้ประกอบการที่จด VAT แล้วเท่านั้น

ภาษีขาย คืออะไร ?

ภาษีขาย (Output Tax) คือ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บจากลูกค้า หรือผู้ใช้บริการ เมื่อขายสินค้าหรือให้บริการ ซึ่งเป็น VAT ที่เก็บจากลูกค้าในฐานะผู้ขาย แล้วต้องนำส่งให้กรมสรรพากร

ตัวอย่างเช่น

ขายสินค้ามูลค่า 20,000 บาท + VAT 7% = 21,400 บาท

VAT = 1,400 บาท คือภาษีขายที่ต้องยื่นรายงานและชำระกับทางกรมสรรพากร

ในกรณีที่ VAT ขาย มากกว่า VAT ซื้อ

ตัวอย่าง

VAT ขาย (จากยอดขายทั้งหมด) = 12,000 บาท

VAT ซื้อ (จากวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ) = 8,000 บาท

VAT ที่ต้องนำส่งคือ 12,000 – 8,000 = 4,000 บาท

ในกรณีนี้ จะไม่สามารถขอคืนภาษีได้ เพราะ VAT ขายมากกว่า VAT ซื้อ และต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามส่วนต่างที่เกิดขึ้นให้กับกรมสรรพากร ด้วยการยื่นแบบภพ.30 ภายในวันที่ 23 ของเดือนถัดไป

ในกรณีที่ VAT ซื้อมากกว่า VAT ขาย

ตัวอย่าง

VAT ขาย = 5,000 บาท

VAT ซื้อ = 9,000 บาท

ส่วนต่าง = 5000 – 9,000 = – 4,000

รายงานภาษีซื้อ ภาษีขาย คืออะไร ?

รายงานภาษีซื้อ

รายงานภาษีซื้อ คือเอกสารที่รวบรวมรายการซื้อสินค้า หรือบริการทั้งหมดที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมแนบหลักฐานไม่ว่าจะเป็นใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ หรือใบเสร็จ ที่เกิดขึ้นภายในเดือนนั้น ๆ

รายงานภาษีขาย

รายงานภาษีขาย คือเอกสารที่รวบรวมรายการขายสินค้า หรือบริการที่เรียกเก็บภาษึมูลค่าเพิ่มจากลูกค้า ซึ่งต้องบันทึกรายการตามหลักฐานในใบกำกับภาษีขายที่ออกให้ลูกค้าภายในเดือนนั้น ๆ

ภาษีซื้อ และภาษีขาย เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT แล้วทำความเข้าใจ เพราะช่วยให้วางแผนภาษีได้ง่ายขึ้น ใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้ถูกต้อง และป้องกันปัญหาภาษีย้อนหลังที่อาจจะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัวได้อีกด้วยค่ะ

รับทำบัญชี ยื่นภาษี

หากมีข้อสงสัยในเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือต้องการผู้ช่วยที่เข้าใจในเรื่องบัญชี และภาษี ชอบการบัญชี ยินดีให้บริการค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

วิธีเปลี่ยนใบกำกับภาษี ให้เป็น e-Tax Invoice

ในปัจจุบันนี้ หลายธุรกิจยังคงออกใบกำกับภาษีในรูปแบบกระดาษให้กับลูกค้า หรือผู้ใช้บริการ ตามที่เคยทำกันมา แต่เมื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัล กรมสรรพากรได้สนับสนุนให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนมาใช้ e-Tax Invoice (ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์) ที่ช่วยให้การทำธุรกรรมสะดวกขึ้น ประหยัดต้นทุน และลดความเสี่ยงที่เอกสารจะได้รับความเสียหาย ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพามาดูว่าเหตุผลที่ธุรกิจควรเปลี่ยนมาใช้คืออะไร มีกี่รูปแบบ และขั้นตอนการยื่นขอใช้งานต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ ทำไมธุรกิจ ถึงควรเปลี่ยนมาใช้ e-Tax

ภ.พ.36 คืออะไร ?

ภ.พ.36 คืออะไร ? ใครต้องยื่น ยื่นเมื่อไหร่ ยื่นอย่างไรให้ถูกต้อง ?

ปกติเวลาเราซื้อสินค้าในประเทศไทย หรือได้รับบริการ ผู้ขายจะเป็นคนเก็บ VAT 7% จากเรา แล้วนำส่งให้กรมสรรพากรเอง แต่ถ้าเป็นการซื้อสินค้า หรือใช้บริการจากต่างประเทศ เช่น Facebook Ads, Google Ads ค่าซอฟต์แวร์ หรือบริการออนไลน์ต่าง ๆ ที่ผู้ขายไม่ได้อยู่ในไทย กฎหมายกำหนดให้ผู้จ่ายเงินในประเทศไทยต้องเป็นผู้ยื่น และนำส่ง

จดทะเบียนบริษัทแล้ว จำเป็นต้องจด VAT เลยไหม

จดบริษัทแล้ว จด VAT ต่อเลยดีไหม ?

สำหรับธุรกิจที่ได้ทำการจดทะเบียนบริษัทแล้ว ก็เท่ากับว่ากิจการมีฐานะเป็นนิติบุคคล นอกจากที่จะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้ว ยังมีอีกหนึ่งภาษีที่ไม่อาจมองข้ามได้ ก็คือ ภาษีมูลค่าเพิ่มนั่นเอง ซึ่งจะต้องทำการจดทะเบียนให้เรียบร้อยก่อนค่ะ ทั้งนี้ ยังมีเจ้าของกิจการหลายท่านที่ยังมีความเข้าใจว่าเมื่อจดบริษัทแล้ว จะต้องทำการจด VAT ทันที ในบทความนี้ เราจะขอพาไปค้นหาคำตอบของคำถามที่ว่า จดทะเบียนบริษัทแล้ว จำเป็นที่จะต้องจด VAT ไหม ? กันค่ะ