ใบหุ้น คืออะไร ? สรุปวิธีออกใบหุ้น ตัวอย่าง และข้อควรระวังที่ต้องรู้

ใบหุ้น คืออะไร ?

ใบหุ้น คืออะไร ?

ใบหุ้น มีกี่ประเภท ?

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ใบหุ้น แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ตามลักษณะการระบุชื่อเจ้าของ ดังนี้

1. ใบหุ้นชนิดระบุชื่อ (Named Share Certificate) คือ ใบหุ้นที่ระบุชื่อผู้ถือหุ้นไว้อย่างชัดเจน บริษัทจำกัดทั่วไปมักใช้ใบหุ้นประเภทนี้เป็นหลัก การโอนหุ้นต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอน และมีพยานอย่างน้อย 1 คน โดยต้องลงรายการการโอนในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท เพื่อให้ข้อมูลภายในบริษัทสอดคล้องกัน

2. ใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ (Bearer Share Certificate) คือ ใบหุ้นที่ไม่ได้ระบุชื่อเจ้าของไว้ในเอกสาร โดยระบุเพียงว่าเป็นหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ (Bearer) ดังนั้น ผู้ที่ครอบครองใบหุ้น คือเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ และการโอนกรรมสิทธิ์สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่ส่งมอบใบหุ้น โดยไม่ต้องทำเป็นหนังสือโอน หรือลงทะเบียนกับบริษัท

สิ่งที่ต้องระบุในใบหุ้น

ตามหลักแล้ว ใบหุ้นควรมีข้อมูลสำคัญที่ทำให้เอกสารฉบับนั้น ระบุตัวบริษัท ผู้ถือหุ้น และจำนวนหุ้นได้ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาในภายหลัง ได้แก่

  • ชื่อบริษัท
  • เลขทะเบียนนิติบุคคล
  • ชื่อผู้ถือหุ้น
  • จำนวนหุ้นที่ถือ
  • มูลค่าหุ้น
  • เลขที่ใบหุ้น
  • วันที่ออกใบหุ้น
  • ลายมือชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
  • ตราประทับบริษัท หากบริษัทมีการใช้ตราประทับ
ตัวอย่างใบหุ้น
ขอบคุณภาพจาก iliketax.com

ขั้นตอนการออกใบหุ้น

1. ตรวจสอบข้อมูลผู้ถือหุ้นให้ตรงกับเอกสารจัดตั้ง
ก่อนออกใบหุ้น บริษัทควรตรวจสอบก่อนว่าข้อมูลผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้น และมูลค่าหุ้นตรงกับเอกสารจัดตั้ง และสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีบริษัทเพิ่งตั้งใหม่ ควรตรวจสอบข้อมูลให้ตรงกับเอกสารชุดจัดตั้ง เช่น บอจ.2 บอจ.3 หรือ บอจ.5

2. ตรวจสอบสถานะการชำระค่าหุ้น
บริษัทควรตรวจสอบว่ามีการชำระค่าหุ้นตามเงื่อนไขของบริษัทเรียบร้อยแล้ว เพราะเรื่องค่าหุ้นเป็นฐานสำคัญของการออกหลักฐานในการถือหุ้น

3. จัดทำใบหุ้นเป็นรายผู้ถือหุ้น
เมื่อข้อมูลครบแล้ว บริษัทจึงจัดทำใบหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นแต่ละราย ควรระบุเลขที่ใบหุ้น และรายละเอียดให้ชัดเจน เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบย้อนหลัง โดยเฉพาะเมื่อมีการโอนหุ้นในอนาคต

4. ให้กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
ใบหุ้นควรลงนามโดยกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนดไว้ และหากบริษัทใช้ตราประทับ ก็ควรดำเนินการให้สอดคล้องกับอำนาจลงนามของบริษัทด้วย

5. ลงข้อมูลในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น
แม้จะออกใบหุ้นแล้ว บริษัทก็ยังควรตรวจสอบว่าข้อมูลในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นถูกต้องครบถ้วน เพราะในทางกฎหมาย และในทางธุรกรรม เอกสารทะเบียนผู้ถือหุ้นยังถือว่ามีความสำคัญมาก

ในทางปฏิบัติ รูปแบบของใบหุ้นมักทำเป็นเอกสาร 1 ฉบับต่อผู้ถือหุ้น 1 ราย โดยมีหัวเอกสารเป็นชื่อบริษัท ระบุชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้น มูลค่าหุ้น เลขที่ใบหุ้น วันที่ออก และลายมือชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม หากบริษัทต้องการให้ใช้งานง่าย ควรทำเลขที่ใบหุ้นเรียงเป็นระบบ เช่น SH-001, SH-002 และแยกเก็บสำเนาตามรายผู้ถือหุ้น

ข้อควรระวังเกี่ยวกับใบหุ้น

1. ใบหุ้นไม่ใช่เอกสารเดียวที่ใช้ยืนยันตัวผู้ถือหุ้น
หลายคนเข้าใจว่าเมื่อมีใบหุ้นแล้วก็เพียงพอ แต่ในทางปฏิบัติ บริษัทควรตรวจสอบทั้งใบหุ้น สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น และเอกสารโอนหุ้น (ถ้ามี) ร่วมกัน เพราะหากข้อมูลไม่ตรงกัน อาจเกิดปัญหาเมื่อต้องตรวจสอบสิทธิของผู้ถือหุ้น

2. ข้อมูลในใบหุ้นต้องตรงกับเอกสารบริษัท
ชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้น มูลค่าหุ้น เลขที่ใบหุ้น และวันที่ออก ควรสอดคล้องกับเอกสารภายในบริษัททั้งหมด หากข้อมูลในใบหุ้นไม่ถูกต้อง แม้จะแก้ไขได้ แต่ก็จะทำให้ความน่าเชื่อถือของเอกสารลดลง และอาจกระทบต่อการตรวจสอบเอกสารทางในภายหลัง

3. การโอนหุ้นไม่ได้จบแค่เขียนหลังใบหุ้น
ในทางปฏิบัติ หลายบริษัทเข้าใจว่าการโอนหุ้นเพียงแค่ลงลายมือชื่อกันเองก็เพียงพอแล้ว แต่เพื่อความปลอดภัยทางเอกสาร ควรดำเนินการให้ครบทั้งเอกสารโอนหุ้น การส่งมอบใบหุ้น และการปรับข้อมูลในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท เพื่อให้ข้อมูลล่าสุดตรงกันทุกชุด

4. บริษัทควรเก็บสำเนาใบหุ้นทุกฉบับ
แม้ใบหุ้นจะออกให้ผู้ถือหุ้นถือไว้ แต่บริษัทควรเก็บสำเนาไว้ทุกฉบับ รวมถึงบันทึกเลขที่ใบหุ้นและวันที่ออกใบหุ้น เพราะหากมีการโอนหุ้น สูญหาย หรือมีข้อพิพาทภายใน การมีสำเนาที่จัดเก็บเป็นระบบจะช่วยลดปัญหาได้มาก

สรุป : ทำไมบริษัทต้องออกใบหุ้น ?

ใบหุ้น เป็นหลักฐานการถือหุ้นที่ช่วยยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับผู้ถือหุ้นแต่ละราย ทำให้ตรวจสอบได้ว่าใครถือหุ้นอยู่เท่าใด และช่วยให้การโอนหุ้น การตรวจเอกสาร หรือการจัดการภายในบริษัทเป็นระบบมากขึ้น แต่ก็ไม่ควรพึ่งพาใบหุ้นอย่างเดียว เพราะข้อมูลผู้ถือหุ้นที่ถูกต้องยังต้องสอดคล้องกับสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น และเอกสารประกอบอื่นของบริษัทด้วย

อ้างอิง :

บทความล่าสุด

เขียนโดย

Picture of Chob Accounting Team

Chob Accounting Team

คัดสรรบทความเรื่องภาษี บัญชี และธุรกิจ โดย Chob Accounting Team