เริ่มต้นธุรกิจใหม่ทั้งที หนึ่งในคำถามที่ผู้ประกอบการมือใหม่มักจะนึกถึงก็คือ ควรจดบริษัทเลยไหม หรือควรทำธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดาไปก่อน ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกที่สำคัญมาก เพราะส่งต่อรายได้ ภาษี ความน่าเชื่อถือ ไปจนถึงโอกาสเติบโตในอนาคต ถ้าตัดสินใจผิด ชีวิตทางธุรกิจอาจสะดุดตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะขอพาไปทำความเข้าใจแบบครบทุกแง่มุม ทั้งข้อดี ข้อเสีย จังหวะเวลาที่เหมาะสมในการจดบริษัทที่จะช่วยให้ดำเนินธุรกิจได้ง่ายอย่างมั่นคงค่ะ
ข้อดีของการจดบริษัท
1. ความน่าเชื่อถือที่เพิ่มขึ้นในสายตาลูกค้า
ลูกค้าหรือคู่ค้าส่วนใหญ่มักจะมองว่าธุรกิจที่มีฐานะเป็นบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีความน่าเชื่อถือมากกว่าธุรกิจที่ยังไม่ได้จดทะเบียน เพราะถือว่าเป็นตัวตนที่สามารถตรวจสอบได้ในระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทั้งยังช่วยเสริมความมั่นใจให้กับลูกค้าอีกด้วย
2. โอกาสในการขยายธุรกิจและเข้าถึงแหล่งเงินทุน
การทำธุรกิจในรูปแบบบริษัท จะทำให้โอกาสในการขยายธุรกิจเปิดกว้างมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการยื่นขอสินเชื่อ การหานักลงทุน หรือแม้กระทั่งการเสนอขายหุ้นในอนาคต ทั้งยังมีเอกสารทางบัญชีชัดเจน มีงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชี จะสามารถยื่นเรื่องต่าง ๆ ได้ง่ายกว่าธุรกิจที่ยังไม่ได้จดทะเบียน
3. จัดการภาษีได้ดีกว่า
หนึ่งในข้อดีที่หลายคนอาจไม่รู้คือบริษัทสามารถวางแผนภาษีได้หลากหลายมากกว่าการทำธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา เช่น การตั้งค่าใช้จ่าย การแบ่งรายได้ การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเพื่อหักค่าเสื่อมราคา ฯลฯ
4. การแยกทรัพย์สินส่วนตัวกับกิจการ
สิ่งที่สำคัญมากสำหรับผู้ประกอบการคือการแยกความเป็นเจ้าของกับธุรกิจออกจากกันอย่างชัดเจน หากทำธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา ความเสี่ยงทั้งหมดจะตกอยู่กับเจ้าของกิจการเต็ม ๆ แต่หากจดทะเบียนเป็นบริษัท ความรับผิดจะจำกัดอยู่เฉพาะในวงเงินทุนจดทะเบียน เช่น หากบริษัทมีทุน 1 ล้านบาท ความรับผิดชอบก็จำกัดอยู่แค่นั้น ไม่รวมถึงทรัพย์สินส่วนตัว
5. เพิ่มโอกาสในการเข้าร่วมประมูลงานภาครัฐและเอกชน
หลายโครงการของหน่วยงานรัฐ หรือองค์กรขนาดใหญ่ในภาคเอกชน มักกำหนดเงื่อนไขชัดเจนว่า ผู้เข้าร่วมต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนถูกต้อง และมีเอกสารรับรองต่าง ๆ การจดบริษัทจึงเท่ากับว่าเป็นเปิดประตูสู่โอกาสในการรับงานโครงการขนาดใหญ่ ที่ผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาไม่สามารถเข้าร่วมได้
6. สร้างความเป็นมืออาชีพในสายตาพนักงานและผู้ร่วมงาน
ธุรกิจในฐานะบริษัทไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อทัศนคติของพนักงานและผู้ร่วมงานด้วย เพราะใคร ๆ ก็อยากทำงานกับองค์กรที่ดูมั่นคง มีระบบ มีโครงสร้างที่ชัดเจน ช่วยสร้างความรู้สึกว่านี่ไม่ใช่งานชั่วคราว แต่คือองค์กรที่มีอนาคตนั่นเอง
7. สร้างแบรนด์ให้เติบโตได้ในระยะยาว
การจดบริษัท คือ การสร้างแบรนด์ของตัวเองในแบบที่เป็นทางการมากขึ้น ชื่อบริษัทจะถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลภาครัฐ และสามารถใช้เป็นฐานในการต่อยอด เช่น
- การสร้างเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ
- การออกบิล ใบกำกับภาษี อย่างมืออาชีพ
- การวางโครงสร้างการตลาดให้แบรนด์เติบโตอย่างมั่นคง
8. โอนกิจการ หรือเปลี่ยนมือผู้ถือหุ้นได้อย่างยืดหยุ่น
หนึ่งในข้อดีที่หลายคนมองข้าม คือ ความยืดหยุ่นในการโอนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ หากวันหนึ่งต้องการขายกิจการ หาพาร์ตเนอร์ใหม่ หรือส่งต่อธุรกิจให้คนในครอบครัว การมีโครงสร้างบริษัทจะทำให้ขั้นตอนเหล่านี้ง่ายและปลอดภัยขึ้น
ข้อเสียของการจดบริษัท
1. ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งและดำเนินการ
การเริ่มต้นธุรกิจในรูปแบบบริษัท ไม่ได้ใช้แค่ไอเดีย และความตั้งใจเท่านั้น แต่ยังต้องมีเงินทุนเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น
- ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนบริษัท
- ค่าทำตรายางบริษัท
- ค่าบริการของสำนักงานบัญชี
- ค่าจัดทำบัญชีรายเดือน
- ค่าจ้างผู้สอบบัญชี
- ค่าปิดงบการเงินประจำปี ฯลฯ
2. ภาระด้านเอกสารและกฎหมาย
หลังจากที่จดบริษัทเป็นที่เรียบร้อย จะข้อกำหนดในเรื่องเอกสารและกฎหมายตามมาในทันที เช่น
- การจัดทำบัญชีรายเดือน
- การยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30)
- การยื่นประกันสังคมให้พนักงาน
- การนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.3 / 53)
- การปิดงบการเงินปลายปี
- การส่งงบการเงินให้ DBD และกรมสรรพากร
3. การเปิดเผยข้อมูลรายได้และภาษี
เมื่อธุรกิจมีสถานะเป็นนิติบุคคล รายได้ทั้งหมดต้องมีความโปร่งใส และถูกต้องตามบัญชี ส่งผลให้
- ทุกยอดขายต้องออกใบกำกับภาษี
- รายได้ทุกบาทต้องเข้าสู่ระบบบัญชี
- ไม่สามารถหมุนเงินสดแบบเงียบ ๆ ได้เหมือนตอนทำในนามบุคคลธรรมดา
4. ความซับซ้อนในการบริหารจัดการ
จากการที่บริษัทเป็นนิติบุคคลแยกจากเจ้าของ การบริหารงานจึงต้องมีความเป็นระบบมากขึ้น ทั้งเรื่องเงินเดือนพนักงาน ภาษีรายเดือน บัญชีแยกประเภท หรือแม้กระทั่งการวางโครงสร้างผู้ถือหุ้น และผู้มีอำนาจลงนาม ยิ่งมีพาร์ตเนอร์ร่วมธุรกิจหรือผู้ถือหุ้นหลายคน ก็ต้องมีข้อตกลงและเอกสารทางกฎหมายให้รัดกุม เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
5. การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ต้องมีขั้นตอน
สำหรับการทำธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา ในกรณีที่อยากเปลี่ยนชื่อร้าน เปลี่ยนที่อยู่ หรือปรับโครงสร้างรายได้ อาจทำได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งใคร แต่ในรูปแบบบริษัท การเปลี่ยนแปลงใด ๆ เช่น ชื่อบริษัท ที่อยู่สำนักงานใหญ่ วัตถุประสงค์การดำเนินธุรกิจ หรือแม้กระทั่งเปลี่ยนผู้ถือหุ้น ต้องยื่นเรื่องแก้ไขกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และต้องมีเอกสารประกอบเสมอ
6. มีความเสี่ยงเรื่องการจัดการภายในองค์กร
บริษัทที่ไม่มีระบบบริหารภายในที่ดี เช่น ขาดการแยกหน้าที่ระหว่างผู้ถือหุ้น ผู้จัดการ และฝ่ายบัญชี อาจทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง หรือแม้แต่การทุจริตภายในได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีผู้ถือหุ้นหลายคน หากไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจนหรือมีการประชุมผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ อาจทำให้เกิดปัญหาเนื่องจากมีความไม่เข้าใจที่ไม่ตรงกัน
7. ค่าใช้จ่ายในการปิดบริษัทสูงและซับซ้อน
การเริ่มต้นบริษัทอาจใช้เวลาไม่กี่วัน แต่หากวันหนึ่งมีความต้องการที่จะเลิกกิจการ ก็จะต้องทำการปิดบริษัท ที่หลายคนเข้าใจผิดว่าแค่หยุดดำเนินธุรกิจก็เพียงพอแล้ว แต่นั่นอาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายและภาษีในอนาคตได้ รวมถึงการมีชื่ออยู่ในบัญชี Blacklist อีกด้วย
การยกเลิกบริษัทอย่างถูกต้อง จำเป็นต้องดำเนินการตามข้อกำหนดหลายข้อ เช่น
- เคลียร์บัญชีและงบการเงินให้ครบทุกงวด
- ชำระภาษีที่ค้างชำระให้เรียบร้อยกับกรมสรรพากร
- ยื่นขอเลิกบริษัทอย่างเป็นทางการกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ประกาศเลิกกิจการในราชกิจจานุเบกษา
ควรจดบริษัทตอนไหนดี ?
1. รายได้เริ่มมีความต่อเนื่อง
หากธุรกิจเริ่มมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่องทุกเดือน และรายได้นั้นมากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการ “เข้าสู่ระบบ” ทางบัญชี การจดบริษัทจะช่วยให้สามารถออกใบกำกับภาษีอย่างถูกต้อง และวางแผนภาษีได้ง่ายกว่าการเป็นบุคคลธรรมดา
จด VAT ไม่ยากอย่างที่คิด! แนะนำวิธีจด VAT ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง
2. เมื่อมีแผนจะขยายธุรกิจ
ธุรกิจที่โตมาจากร้านเล็ก ๆ เป็นร้านใหญ่ การจ้างพนักงานเพิ่ม การเปิดสาขา หรือการร่วมทุนกับนักลงทุนรายใหม่ ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่าควรยกระดับธุรกิจให้เป็นบริษัท เพราะจะทำให้มีโครงสร้างการบริหารที่ชัดเจน มีความโปร่งใส และรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน
3. ต้องการหาพาร์ตเนอร์หรือแหล่งทุน
การที่คุณมีบริษัทจดทะเบียน มีงบการเงิน และมีระบบการบริหาร จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับพาร์ตเนอร์และนักลงทุนได้มากขึ้นหลายเท่า
4. มีความเสี่ยงด้านกฎหมายหรือความรับผิดชอบสูง
หากคุณทำธุรกิจที่มีความเสี่ยง เช่น รับเหมาก่อสร้าง ผลิตสินค้า สินทรัพย์ดิจิทัล ฯลฯ การแยกตัวเองออกจากกิจการคือสิ่งที่จำเป็น เพราะหากเกิดความเสียหายขึ้นมา บริษัทจะเป็นผู้รับผิด ไม่ใช่ตัวบุคคล
โดยสรุปแล้ว แม้ว่าการจดบริษัทจะมีผลดีต่อธุรกิจหลายอย่าง แต่ก็ไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสำหรับทุกคน ซึ่งต้องพิจารณาจากข้อดีและข้อเสียให้ถี่ีถ้วน แต่ถ้าธุรกิจของคุณเริ่มมีรายได้ต่อเนื่อง แล้วมีแผนที่จะขยับขยายชัดเจน หรืออยากเพิ่มความน่าเชื่อถือ การจดบริษัทก็อาจจะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืนค่ะ
ชอบการบัญชี บริการจดทะเบียนนิติบุคคล โดยทีมงานมืออาชีพ
ชอบการบัญชี คือ สำนักงานบัญชีพร้อมดูแลคุณตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจจนเติบโตในระยะยาว ไม่ว่าคุณจะเป็นร้านค้าออนไลน์ ฟรีแลนซ์ สตาร์ทอัพ หรือเจ้าของกิจการที่อยากเติบโตอย่างมีระบบ ทีมงานของเราพร้อมดูแลคุณครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่จดทะเบียนบริษัท เปิดบัญชีธนาคาร ยื่นภาษี ไปจนถึงการวางแผนภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ
บริการของเรา
- รับจดทะเบียนนิติบุคคล
- ให้คำปรึกษาเรื่องโครงสร้างบริษัท การถือหุ้น และกรรมการ
- จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT), ประกันสังคม, E-Tax
- ทำบัญชีรายเดือน ยื่นภาษีแบบถูกต้องครบถ้วน
- วางแผนภาษี เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายโดยถูกต้องตามกฎหมาย
- สอบบัญชี ปิดงบ ส่งงบการเงินปลายปี
- มีที่ปรึกษาคอยดูแลคุณแบบตัวต่อตัว
ทุกบริการของเรา อิงตามข้อกฎหมายล่าสุด และมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลคุณทุกขั้นตอน ไม่ต้องกลัวเอกสาร ไม่ต้องกลัวภาษี เราแปลให้เข้าใจง่าย และไม่ทิ้งลูกค้าไว้กลางทางแน่นอน
ทำไมต้องจดบริษัทที่ชอบการบัญชี
- มีทีมงานที่มีประสบการณ์จริง พร้อมให้บริการ
- มีความเข้าใจผู้ประกอบการมือใหม่
- ให้บริการเร็ว ตรงเวลา และโปร่งใส
- ดูแลครอบคลุม จบในที่เดียว
- ราคาสมเหตุสมผล ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง




