คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เรื่องง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้

เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมทุกครั้งที่เราไปซื้อของ ราคาที่จ่ายจริงมักจะสูงกว่าราคาที่ติดป้ายไว้ ? หรือบางที ก็อาจเห็นร้านค้าเขียนว่า “ราคานี้ยังไม่รวม VAT” แล้วงงว่าต้องจ่ายเพิ่มอีกเท่าไหร่กันแน่ ? นี่เป็นเรื่องที่หลายคนเจอในชีวิตประจำวัน แต่อาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจกันสักเท่าไหร่

แล้วทำไมต้องเก็บ VAT ?

หลายคนคงสงสัยว่าทำไมจะต้องมีการเก็บ ภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย จริง ๆ แล้ว ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นอีกหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญของรัฐบาล เงินที่ได้จากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจะถูกนำเอาไปใช้พัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ เช่น สร้างถนน โรงเรียน โรงพยาบาล หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่เราใช้กันทุกวันนี้

VAT มีวิธีการคำนวณยังไง ?

การคำนวณ VAT มีวิธีการที่ไม่ซับซ้อน แถมยังมีสูตรลัดที่ช่วยให้คำนวณได้ง่ายขึ้น มาดูกันว่ามีวิธีการคำนวณแบบไหนบ้าง

1. วิธีคำนวณแบบพื้นฐาน
– คำนวณจากราคาที่ยังไม่รวม ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) : ราคาสินค้าก่อน VAT × 7%
– ตัวอย่าง: ราคาสินค้าก่อน VAT 1,000 บาท
VAT = 1,000 × 7% = 70 บาท
ราคารวม VAT = 1,000 + 70 = 1,070 บาท

2. วิธีถอด VAT จากราคาที่รวม VAT แล้ว
– ใช้สูตร : ราคารวม VAT × 7 ÷ 107
– ตัวอย่าง : ราคาสินค้า 1,070 บาท
VAT = 1,070 ÷ 107 × 7 = 70 บาท
– ราคาก่อน VAT = 1070 – 70 = 1000 บาท

ถ้าคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ถูกต้อง มีผลเสียอย่างไรบ้าง ?

ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้าคำนวณไม่ถูกต้องแม้แต่นิดเดียว อาจส่งผลเสียหลายอย่าง

1. ผลกระทบต่อธุรกิจ

  • ขาดทุนจากการคิดราคาต่ำเกินไป
  • เสียลูกค้าจากการคิดราคาแพงเกินไป
  • เกิดปัญหาในการทำบัญชี
  • เสียเวลา และค่าใช้จ่ายในการแก้ไขเอกสาร

2. ผลกระทบทางกฎหมาย และบทลงโทษ

  • หากคำนวณต่ำกว่าความเป็นจริง ต้องชำระภาษีเพิ่มพร้อมเบี้ยปรับ 1-2 เท่า และเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน
  • ถ้าจงใจหลบเลี่ยงภาษี มีโทษทั้งจำ และปรับ อาจถูกจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับ ตั้งแต่ 2,000 ถึง 200,000 บาท
    อาจถูกประเมินย้อนหลังได้ถึง 5 ปี
  • มีความเสี่ยงที่จะถูกตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่สรรพากร และเรียกเก็บภาษีย้อนหลังในอนาคต

3. ผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ

  • อาจโดยระงับการออกใบกำกับภาษี
  • ถูกจำกัดสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆ
  • ยากต่อการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

จะป้องกันการคำนวณ VAT ไม่ถูกต้อง ได้ยังไง ?

เพื่อป้องกันการคำนวณภาษีผิดพลาด มีวิธีง่ายๆ ดังนี้

1. ใช้เครื่องคิดเลขหรือแอพช่วยคำนวณ

2. ตรวจสอบการคำนวณซ้ำ

  • คำนวณอย่างน้อย 2 รอบเพื่อความถูกต้อง
  • ให้เพื่อนร่วมงานช่วยตรวจสอบ

3. เก็บเอกสารให้เป็นระเบียบ

  • จัดเก็บใบกำกับภาษีให้เป็นระเบียบ
  • ทำบันทึกการคำนวณไว้เพื่อตรวจสอบย้อนหลัง

การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากในตอนแรก แต่ถ้าเข้าใจวิธีการ และฝึกทำบ่อยๆ ก็จะทำได้รวดเร็วขึ้น สิ่งสำคัญก็คือต้องจำวิธีการคำนวณให้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นวิธีพื้นฐานหรือวิธีลัด และสิ่งสำคัญคือต้องคอยระวังไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด

ต้องคอยตรวจเช็คการคำนวณอยู่ตลอด และจัดเก็บเอกสารให้เป็นระเบียบ เพราะการคำนวณที่ถูกต้องจะช่วยทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างราบรื่น และไม่มีปัญหากับทางกรมสรรพากรในภายหลัง ที่สำคัญ อย่าลืมว่าภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศ การคำนวณ และชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อย่างถูกต้อง จึงนับว่าเป็นการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าต่อได้ค่ะ

รับทำบัญชี ยื่นภาษี

รับทำบัญชี ยื่น VAT และจัดทำรายงานภาษีซื้อ–ภาษีขาย โดยผู้เชี่ยวชาญ

เขียนโดย

Picture of Chob Accounting Team

Chob Accounting Team

คัดสรรบทความเรื่องภาษี บัญชี และธุรกิจ โดย Chob Accounting Team

เขียนโดย

Picture of Chob Accounting Team

Chob Accounting Team

คัดสรรบทความเรื่องภาษี บัญชี และธุรกิจ โดย Chob Accounting Team