เวลาที่เริ่มทำธุรกิจ หลายคนมักเริ่มต้นในรูปแบบบุคคลธรรมดา เพราะจัดการได้ง่าย ใช้เอกสารไม่มาก และยังไม่ต้องจัดการระบบบัญชีที่ซับซ้อน แต่เมื่อธุรกิจเริ่มมีรายได้มากขึ้น หรือมีการขยายกิจการ หลายคนก็เริ่มสงสัยว่า ควรจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลดีไหม และจริง ๆ แล้ว ธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดาแตกต่างจากธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลอย่างไร ?
การทำธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา ต่างจาก นิติบุคคล อย่างไร ?
การทำธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา คือ การทำธุรกิจในนามของเจ้าของคนเดียว โดยใช้ชื่อ และเลขบัตรประชาชนของเจ้าของกิจการเป็นหลัก ในการทำธุรกรรม และการยื่นภาษี
การทำธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล คือ การทำธุรกิจที่มีสถานะเป็นองค์กรตามกฎหมาย โดยต้องยื่นจดทะเบียนนิติบุคคลต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เช่น บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ซึ่งแยกตัวตนของธุรกิจออกจากเจ้าของอย่างชัดเจน สามารถใช้ชื่อ และเลขทะเบียนนิติบุคคล ในการทำธุรกรรม ทำสัญญา เสียภาษี และรับผิดชอบหนี้สินในนามกิจการได้
การทำธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล มีข้อแตกต่างในด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. ภาษี
การทำธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามอัตราขั้นบันได ดังนี้
| รายได้สุทธิ | อัตราภาษี |
|---|---|
| 0 – 150,000 บาท | ยกเว้นภาษี |
| 150,001 – 300,000 บาท | 5% |
| 300,001 – 500,000 บาท | 10% |
| 500,001 – 750,000 บาท | 15% |
| 750,001 – 1,000,000 บาท | 20% |
| 1,000,001 – 2,000,000 บาท | 25% |
| 2,000,001 – 5,000,000 บาท | 30% |
| 5,000,001 บาท ขึ้นไป | 35% |
การทำธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามอัตราภาษี ดังนี้
| กำไรสุทธิ | อัตราภาษี |
|---|---|
| น้อยกว่า 300,000 บาท | ยกเว้นภาษี |
| 300,001 – 3,000,000 บาท | 15% |
| 3,000,001 บาท ขึ้นไป | 20% |
เห็นได้ชัดว่า ในกรณที่มีกำไรสูง ธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลจะเสียภาษีน้อยกว่า
2. ความรับผิด และความเสี่ยง
การทำธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา เจ้าของธุรกิจต้องรับผิดชอบหนี้สินทั้งหมดของธุรกิจ หากธุรกิจมีหนี้สิน เจ้าหนี้สามารถเรียกร้องให้นำเงินสดส่วนตัว หรือทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าของมาชำระหนี้ได้โดยตรง
การทำธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล ที่มีสถานะเป็นบุคคลตามกฎหมาย หนี้สินของบริษัทจะแยกจากทรัพย์สินของเจ้าของ โดยทั่วไปแล้ว เจ้าของกิจการต้องรับผิดชอบเท่ากับจำนวนเงินที่นำมาลงทุนในกิจการเท่านั้น จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อทรัพย์สินส่วนตัวได้
3. บัญชี เอกสาร และภาระงาน
การทำธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา โดยทั่วไปสามารถจัดทำบัญชีเบื้องต้นได้ เช่น บัญชีรายรับ-รายจ่าย สำหรับการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ในขณะที่การทำธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล ต้องมีระบบบัญชีตามกฎหมาย และต้องทำบัญชีให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชี ต้องจัดทำงบการเงิน โดยผู้ทำบัญชี และต้องได้รับการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชี ซึ่งมีขั้นตอนมากกว่า แต่ช่วยให้กิจการมีระบบการเงินที่ชัดเจน
4. ความน่าเชื่อถือ
ในด้านความน่าเชื่อถือ นิติบุคคลจะมีความน่าเชื่อถือมากกว่าบุคคลธรรมดา ในกรณีที่ต้องทำสัญญากับบริษัทใหญ่ ขอสินเชื่อธุรกิจ หรือการร่วมลงทุนกับพาร์ทเนอร์ นอกจากนั้นแล้ว หลายองค์กรมักจะทำธุรกิจร่วมกับบริษัท หรือหจก. มากกว่าบุคคลธรรมดา
ดังนั้น หากมีแนวโน้มที่จะเติบโตเรื่อย ๆ หรือต้องร่วมงานกับองค์กรใหญ่ การจดทะเบียนนิติบุคคลจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ควรจดทะเบียนนิติบุคคล ตอนไหน ?
1. รายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
หากธุรกิจเริ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เช่น หลักแสน หรือหลักล้านต่อปี การดำเนินธุรกิจในรูปแบบ นิติบุคคล อาจช่วยให้บริหารภาษีได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถวางแผนการเงิน และการขยายกิจการได้ชัดเจนกว่าเดิม
2. ต้องการแยกทรัพย์สินส่วนตัวออกจากธุรกิจ
ธุรกิจแบบบุคคลธรรมดา เจ้าของจะต้องรับผิดชอบหนี้สินของกิจการทั้งหมด แต่เมื่อจดทะเบียนนิติบุคคล ธุรกิจจะมีสถานะเป็นบุคคลตามกฎหมาย ทำให้ทรัพย์สินของธุรกิจแยกจากทรัพย์สินส่วนตัว และลดความเสี่ยงทางการเงินของเจ้าของกิจการได้ด้วย
3. ต้องการเพิ่มความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ
หลายองค์กร หรือบริษัทขนาดใหญ่ มักต้องการทำธุรกิจกับบริษัท หรือหจก. มากกว่าบุคคลธรรมดา การจดทะเบียนนิติบุคคลจึงช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือต่อการทำสัญญาธุรกิจ การขอสินเชื่อ รวมถึงการลงทุนร่วมกับพาร์ทเนอร์
4. ธุรกิจเริ่มมีพนักงาน หรือมีโครงสร้างองค์กร
เมื่อธุรกิจเริ่มมีพนักงานประจำ มีการจ่ายเงินเดือน หรือมีการจัดการระบบบัญชี การดำเนินธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล จะช่วยให้การบริหารจัดการเป็นระบบมากขึ้น
5. ต้องการระดมทุน หรือขยายธุรกิจ
หากมีแผนที่จะเพิ่มหุ้นส่วน ระดมทุน หรือขยายกิจการในอนาคต การจดทะเบียนนิติบุคคลจะช่วยให้สามารถจัดโครงสร้างผู้ถือหุ้น และการลงทุนได้อย่างชัดเจน
คำถามที่พบบ่อย
รายได้เท่าไหร่ ควรจดบริษัท/จดหจก. ?
หากธุรกิจเริ่มมีรายได้ หรือกำไรต่อปี หลักล้านบาทขึ้นไป การจดนิติบุคคลอาจช่วยบริหารภาษีได้ดีกว่า แต่ควรพิจารณาร่วมกับค่าใช้จ่าย และโครงสร้างธุรกิจด้วย
จดบริษัทแล้วเสียภาษีน้อยลงจริงไหม ?
ไม่เสมอไปค่ะ เพราะบางกรณี บุคคลธรรมดาอาจเสียภาษีน้อยกว่า หากรายได้ยังไม่สูงมาก ดังนั้น ควรวางแผนภาษีให้เหมาะกับธุรกิจ ถึงจะช่วยให้จัดการภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
บุคคลธรรมดาต้องจด VAT ไหม ?
หากรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือบริษัท ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้เรียบร้อย
จดบริษัท/จดหจก. ใช้เวลากี่วัน และต้องเตรียมอะไรบ้าง ?
การโดยทั่วไป ใช้เวลาประมาณ 1–3 วันทำการ หากเอกสารครบ ต้องเตรียมข้อมูล เช่น ชื่อบริษัท รายชื่อผู้ถือหุ้น ทุนจดทะเบียน หรือที่อยู่บริษัท
หากคุณกำลังตัดสินใจว่า ควรทำธุรกิจแบบบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ติดต่อเข้ามาปรึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากชอบการบัญชี (Chob Accounting) ได้เลยค่ะ เราพร้อมช่วยวิเคราะห์โครงสร้างธุรกิจที่เหมาะสม พร้อมให้บริการรับจดทะเบียนบริษัท รับจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด วางโครงสร้างผู้ถือหุ้น พร้อมวางระบบบัญชี และภาษีตั้งแต่เริ่มต้น ดูแลครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่เตรียมเอกสารจนจดทะเบียนเสร็จ ช่วยให้คุณเริ่มธุรกิจได้อย่างมั่นใจ







