หลายคนที่เพิ่งเริ่มทำบัญชี มักสับสนกับเรื่องของการเดบิต เครดิต ทำไมบางรายการต้องเดบิต บางรายการต้องเครดิต และต้องจำสูตรแบบไหนถึงจะลงบัญชีได้ถูกต้อง ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า เดบิต เครดิต คืออะไร พร้อมอธิบายหลักคิดของระบบบัญชีคู่แบบเข้าใจง่ายที่ช่วยให้บันทึกบัญชีได้ถูกต้อง และไม่งงอีกต่อไปค่ะ
เดบิต คืออะไร ?
เดบิต (Debit) ในบริบททางบัญชี คือ การบันทึกรายการทางด้านซ้ายของบัญชี ซึ่งส่งผลให้สินทรัพย์ / ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และหนี้สิน / ส่วนของเจ้าของ / รายได้ลดลง โดยใช้ตัวย่อว่า Dr.
เครดิต คืออะไร ?
เครดิต (Credit) ในบริบทางบัญชี คือ การบันทึกรายการด้านขวาของบัญชี ซึ่งส่งผลให้สินทรัพย์ / ค่าใช้จ่ายลดลง และหนี้สิน / ส่วนของเจ้าของ / รายได้เพิ่มขึ้น โดยใช้ตัวย่อว่า Cr.

หลักการบัญชีคู่ ที่ทำให้เดบิต-เครดิตไม่มั่ว
เดบิต และเครดิต คือ ด้านซ้าย และด้านขวาตามหลักการบัญชีคู่ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการทำบัญชีทั่วไป โดยหัวใจหลักของการเดบิต เครดิต คือการทำความเข้าใจว่าต้องกระทบรายการไหนในบัญชี 5 หมวด ดังนี้
- สินทรัพย์ เช่น เงินสด เงินฝากธนาคาร ลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ ที่ดิน หรือสิทธิบัตร
- หนี้สิน เช่น เจ้าหนี้การค้า เงินกู้ยืม (ระยะสั้น/ยาว) เงินเบิกเกินบัญชี หรือเงินกู้จำนอง
- ส่วนของเจ้าของ เช่น ทุนของเจ้าของ หรือกำไรสะสม
- รายได้ เช่น รายได้จากการขายสินค้า รายได้จากการให้บริการ หรือรายได้ดอกเบี้ย
- ค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเช่า เงินเดือน ค่าจ้าง ค่าสาธารณูปโภค ค่าโฆษณา หรือค่าเสื่อมราคา
โดยที่ยอดรวมฝั่งเดบิต และเครดิต ต้องมีความสอดคล้อง และมีความสมดุล ตามสมการ ดังนี้ สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ
ขั้นตอนการลงบันทึกบัญชีโดยการเดบิต เครดิต
สำหรับการลงบันทึกบัญชี ตามหลักการเดบิต เครดิต สามารถทำได้ง่าย ๆ ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. วิเคราะห์รายการ
ทำความเข้าใจว่ารายการที่เกิดขึ้นนั้น มีผลกระทบต่อบัญชีอย่างไร เช่น ซื้อของด้วยเงินสด รับเงินจากการขาย หรือการจ่ายค่าเช่า
2. ระบุบัญชี
แยกแยะว่ารายการนั้น เพิ่มขึ้น หรือลดลงในบัญชีหมวดใดบ้าง
3. บันทึกบัญชี
ลงบันทึกบัญชีในแต่ละหมวด โดยการบันทึกรายการเดบิตด้านซ้าย และลงบันทึกรายการเครดิตด้านขวา
4. ลงบัญชีแยกประเภท
นำรายการจากสมุดรายวันไปบันทึกบัญชีแยกประเภทในแต่ละบัญชี
ตัวอย่างการลงบันทึกบัญชีเดบิต เครดิต แบบเข้าใจง่าย

1. เจ้าของนำเงินสดมาลงทุนในกิจการ 50,000 บาท
- เงินสด เป็นสินทรัพย์ของกิจการ เมื่อได้รับเงินสดทำให้สินทรัพย์เพิ่ม = เดบิต เงินสด
- ทุน เป็นส่วนของเจ้าของ เมื่อเจ้าของนำเงินมาลงทุนทำให้ทุนเพิ่ม = เครดิต ทุน
บักทึกบัญชีโดยการ
- เพิ่มเดบิต เงินสด 50,000
- เพิ่มเครดิต ทุน 50,000

2. ซื้อวัสดุ หรือวัตถุดิบเป็นเงินสด 10,000 บาท
- ซื้อวัตถุดิบ เมื่อซื้อมาทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่ม = เดบิต ค่าใช้จ่าย
- เงินสดลดลง = เครดิต เงินสด
บันทึกบัญชีโดยการ
- เพิ่มเดบิต ซื้อวัตถุดิบ 10,000
- ลดเครดิต เงินสด 10,000

3. ซื้อของด้วยเงินเชื่อ (ยังไม่จ่ายเงิน) 15,000 บาท
- ซื้อวัตถุดิบ เมื่อซื้อมาทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่ม = เดบิต ค่าใช้จ่าย
- เกิดเจ้าหนี้การค้า เมื่อซื้อเชื่อ หนี้สินเพิ่ม = เครดิต เจ้าหนี้การค้า
บันทึกบัญชีโดยการ
- เพิ่มเดบิต ซื้อวัตถุดิบ 15,000
- เพิ่มเครดิต เจ้าหนี้การค้า 15,000

4. จ่ายค่าน้ำ/ค่าไฟ 8,000 บาท
- ค่าเช่า เป็นค่าใช้จ่าย เมื่อเกิดค่าใช้จ่าย ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่ม = เดบิต ค่าเช่า
- เมื่อนำเงินไปจ่ายค่าเช่า ทำให้เงินสดลดลง = เครดิต เงินสด
บันทึกบัญชีโดยการ
- เพิ่มเดบิต ค่าเช่า 8,000
- เพิ่มเครดิต เงินสด 8,000

5. ขายสินค้า (รับเงินสด) 20,000 บาท
- เงินสด ถือเป็นสินทรัพย์ เมื่อรับเงินทำให้สินทรัพย์เพิ่ม = เดบิต เงินสด
- รายได้จากการขายเพิ่ม = เครดิต รายได้จากการขาย
บันทึกบัญชีโดยการ
- เพิ่มเดบิต เงินสด 20,000
- เพิ่มเครดิต รายได้จากการขาย 20,000

6. ขายสินค้าแบบขายเชื่อ (ยังไม่ได้รับเงิน) 30,000 บาท
- ลูกหนี้การค้า เป็นสินทรัพย์ เมื่อขายเชื่อ ลูกหนี้เพิ่ม = เดบิต ลูกหนี้การค้า
- รายได้ จากการขายเพิ่มขึ้น = เครดิต รายได้จากการขาย
บันทึกบัญชีโดยการ
- เพิ่มเดบิต ลูกหนี้การค้า 30,000
- เพิ่มเครดิต รายได้จากการขาย 30,000

การเข้าใจเรื่องเดบิต เครดิต ช่วยให้ทำบัญชีอย่างเป็นระบบมากขึ้น
โดยสรุปแล้ว การทำความเข้าใจเรื่องการเดบิต เครดิต จะช่วยให้เข้าใจหลักการบันทึกบัญชีที่ถูกต้อง อ่านงบการเงินได้เข้าใจง่ายขึ้น ลดข้อผิดพลาดด้านบัญชี และภาษี ซึ่งทำให้เจ้าของกิจการวิเคราะห์ข้อมูลทางบัญชี และการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ

รับทำบัญชี วางระบบบัญชีให้ถูกต้อง โดยชอบการบัญชี สำนักงานบัญชีคุณภาพ
หากต้องการพาร์ทเนอร์ที่ช่วยดูแลงานด้านบัญชี ชอบการบัญชี สำนักงานบัญชีคุณภาพ ยินดีให้บริการค่ะ บริการของเราครอบคลุมตั้งแต่การวางระบบบัญชีให้เดบิต เครดิตถูกต้องตามหมวดบัญชี บันทึกรายการทางการเงินครบถ้วน จัดทำงบการเงินที่ตัวเลขสมดุล พร้อมยื่นภาษีจากข้อมูลบัญชีที่ถูกต้อง ให้เรื่องบัญชี ภาษี และงบการเงิน เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญ ช่วยให้บริหารธุรกิจได้อย่างเต็มที่ โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องบัญชี และภาษีค่ะ


