การปิดงบย้อนหลัง คืออะไร ?
การปิดงบการเงินย้อนหลัง คือ การดำเนินการจัดทำ และนำส่งงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งตามปกติจะต้องดำเนินการภายในกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด แต่เกิดความล่าช้า หรือไม่ได้ดำเนินการ
ถ้าจะให้เข้าใจง่าย ๆ การปิดงบการเงินย้อนหลัง ก็เหมือนการเคลียร์งานค้าง หรือการบ้านที่ไม่ได้ส่งตามกำหนด โดยที่ครูคนแรกที่ต้องตรวจการบ้านก็คือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และครูคนที่สองคือกรมสรรพากรนั่นเองค่ะ
ผลของการปิดงบการเงินย้อนหลัง
1. ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น
การทำบัญชี และปิดงบย้อนหลังหลายปี มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงในการจ้างสำนักงานบัญชี หรือผู้สอบบัญชีเพื่อจัดการเอกสาร และแก้ไขข้อผิดพลาด
2. การประเมินผลประกอบการที่คลาดเคลื่อน
งบการเงินที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่เป็นปัจจุบัน ทำให้ผู้บริหารไม่สามารถติดตามรายได้ และค่าใช้จ่ายที่แท้จริงของกิจการได้ ส่งผลต่อการวางแผน และการตัดสินใจเรื่องสำคัญในอนาคต
3. ขอสินเชื่อได้ยากขึ้น
สถาบันการเงินอาจไม่พิจารณาอนุมัติสินเชื่อ หากกิจการไม่มีงบการเงินที่ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน หรือแสดงสถานะทางการเงินที่ไม่ชัดเจน
4. ความน่าเชื่อถือของกิจการลดลง
นักลงทุน คู่ค้า หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในด้านอื่น ๆ อาจขาดความเชื่อมั่นในความโปร่งใส และการบริหารจัดการของบริษัท เนื่องจากงบการเงิน
5. ภาระในการชี้แจง
หากมีการแก้ไขงบการเงิน จะต้องมีการชี้แจงเหตุผลของการปรับปรุงแก้ไขอย่างชัดเจนในหมายเหตุประกอบงบการเงิน เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด

กิจการใดบ้างที่ต้องปิดงบการเงินย้อนหลัง ?
กิจการที่ต้องปิดงบการเงินย้อนหลัง คือกิจการที่มีสถานะบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด รวมถึงกิจการที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลอื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้
1. กิจการที่ไม่เคยยื่นงบการเงิน ตั้งแต่วันจดทะเบียน
กิจการที่จัดตั้งขึ้นมาแล้ว แต่ไม่เคยจัดทำ และนำส่งงบการเงินเลย ทำให้มีงบการเงินค้างส่งตั้งแต่ปีแรกที่จดทะเบียน
2. กิจการที่หยุดดำเนินการชั่วคราว
แม้ว่ากิจการจะหยุดดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ (หยุดการค้าขาย) แต่สถานะทางกฎหมายยังเป็นนิติบุคคล อยู่ ก็ยังมีหน้าที่ต้องจัดทำ และยื่นงบการเงิน จนกว่าจะมีการจดทะเบียนเลิกกิจการอย่างสมบูรณ์
3. กิจการที่เปลี่ยนผู้ทำบัญชี หรือไม่มีผู้ดูแลงานบัญชีต่อเนื่อง
การเปลี่ยนผู้ทำบัญชี หรือการไม่มีผู้ดูแลงานบัญชี อาจทำให้การบันทึกบัญชี และการจัดทำงบการเงินหยุดชะงัก ส่งผลให้มีงบการเงินของปีก่อนหน้าค้างอยู่ และต้องจัดทำย้อนหลังเพื่อให้ข้อมูลครบถ้วน
4. กิจการที่ต้องการเลิกกิจการ
ก่อนการจดทะเบียนเลิกกิจการอย่างเป็นทางการ กฎหมายกำหนดให้ต้องมีการจัดทำงบการเงิน ณ วันเลิกกิจการ และต้องจัดการงบการเงินที่ค้างยื่นทั้งหมดในปีก่อนหน้าด้วย
ขั้นตอนการปิดงบการเงินย้อนหลัง แบบเข้าใจง่าย
1. รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลเริ่มต้น
- รวบรวมเอกสารทางกฎหมาย เช่น ใบสำคัญการจดทะเบียนบริษัท หนังสือบริคณห์สนธิ รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น และเอกสารสำคัญอื่น ๆ ตั้งแต่วันจดทะเบียน
- รวบรวมเอกสารทางการเงิน เช่น ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี สเตทเมนต์ธนาคาร (Bank Statements) สัญญาเงินกู้ และเอกสารรายรับ-รายจ่าย ที่เกี่ยวข้องกับปีที่ต้องการปิดงบการเงินทั้งหมด
- วิเคราะห์งบการเงินงวดก่อนหน้า (ถ้ามี) หากเคยมีการปิดงบมาก่อน ต้องใช้ยอดคงเหลือปลายงวดนั้น ๆ เป็นยอดคงเหลือ ต้นงวด ของงบที่จะทำย้อนหลัง
2. บันทึกบัญชี และกระทบยอด
- บันทึกรายการบัญชี นำเอกสารที่รวบรวมได้มาบันทึกบัญชีตามหลักการบัญชีคู่ สำหรับทุกรายการรายรับ-รายจ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละปีที่ค้าง
- กระทบยอดเงินฝากธนาคาร เพื่อให้มั่นใจว่ายอดเงินสดในบัญชีถูกต้องตามที่ธนาคารแจ้ง
- ตั้งรายการปรับปรุง และปรับปรุงรายการที่ไม่ใช่เงินสด เช่น ค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ถาวรทั้งหมด การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (ถ้ามี) หรือการปรับปรุงสินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นงวด (ถ้ามี)
3. การจัดทำงบการเงิน และคำนวณภาษี
- คำนวณกำไรสุทธิ โดยการจัดทำงบกำไรขาดทุนของแต่ละปีที่ค้างเพื่อหายอดกำไร หรือขาดทุนสุทธิ
- คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล (ถ้ามี) โดยการคำนวณภาษีตามกฎหมายสรรพากร และบันทึกรายการภาษีที่ต้องชำระ (ในกรณีที่มีกำไร)
- จัดทำงบการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ/ผู้ถือหุ้น โดยการคำนวณการเปลี่ยนแปลงของกำไรสะสม โดยนำกำไร/ขาดทุนสุทธิของแต่ละปีมาปรับปรุงกับยอดคงเหลือต้นงวด
- จัดทำงบฐานะการเงิน ณ วันสิ้นสุดของแต่ละปีที่ค้าง และตรวจสอบให้งบสมดุลตามสมการบัญชี
4. การตรวจสอบ และการนำส่งงบการเงิน
- ตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชี (CPA) สำหรับบริษัทจำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัดที่เข้าเกณฑ์ ต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบ และแสดงความเห็นต่องบการเงินที่ทำย้อนหลัง
- เตรียมการนำส่ง โดยการจัดเตรียมเอกสารประกอบการยื่นงบการเงิน เช่น รายงานของผู้สอบบัญชี รายงานการประชุม และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
- นำส่งงบการเงิน โดยการยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมสรรพากร พร้อมชำระค่าปรับสำหรับการยื่นล่าช้า (ถ้ามี)
เอกสารที่ใช้ในการปิดงบการเงินย้อนหลัง
- รายการเดินบัญชี (Bank Statement) ทุกธนาคารของบริษัทตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นปี
- ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี/ใบแจ้งหนี้ของการซื้อ และขายสินค้า/บริการ
- เอกสารค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าบริการ ค่าสาธารณูปโภค
- หนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย ที่ได้รับจากลูกค้า
- สำเนาหนังสือรับรองบริษัท (ฉบับอัปเดตล่าสุด)
- ทะเบียนทรัพย์สินของบริษัท
- เอกสารสัญญาต่างๆ เช่น สัญญาเช่า
- รหัสยื่นงบการเงิน (DBD E-Filing) และรหัสยื่นภาษี (RD E-Filing)
- แบบยื่นภาษีต่างๆ ที่เคยยื่น เช่น ภ.พ.30, ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.50, ภ.ง.ด.51
- หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายที่ออกให้คู่ค้า
หากไม่ปิดงบการเงินย้อนหลัง ต้องเสียค่าปรับไหม ?
กิจการที่ไม่ปิดงบการเงิน นอกจากจะขาดความน่าเชื่อถือในสายตาคู่ค้าแล้ว ยังมีค่าปรับตามกฎหมาย ดังนี้
1. ค่าปรับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ยื่นงบการเงินล่าช้าไม่เกิน 2 เดือน ค่าปรับ 2,000 บาท (นิติบุคคล 1,000 บาท, กรรมการ 1,000 บาท)
- ยื่นงบการเงินล่าช้าเกิน 2 เดือน แต่ไม่เกิน 4 เดือน ค่าปรับประมาณ 8,000 บาท (นิติบุคคล 4,000 บาท, กรรมการ 4,000 บาท)
2. ค่าปรับกรมสรรพากร แบ่งออกเป็น
ค่าปรับทางอาญา กรณีที่ไม่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50
- ยื่นงบการเงินล่าช้าไม่เกิน 7 วัน ปรับ 1,000 บาท
- ยื่นงบการเงินล้าช้าเกิน 7 วัน ปรับ 2,000 บาท
เงินเพิ่ม ในอัตราร้อยละ 1.5% ต่อเดือน ของภาษีที่ต้องชำระ (เศษของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน)
สรุป — การปิดงบการเงินย้อนหลัง ช่วยทำให้กิจการมีระบบบัญชีที่ถูกต้อง
โดยสรุปแล้ว การปิดงบการเงินย้อนหลัง ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาในอดีต แต่ยังเป็นการวางรากฐานทางบัญชีที่ถูกต้องสำหรับอนาคตของธุรกิจด้วย เจ้าของกิจการมักคิดว่าการปิดงบย้อนหลัง เป็นเรื่องซับซ้อน ใช้เวลาเยอะ และค่าใช้จ่ายสูง แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากเข้าใจขั้นตอน และเริ่มดำเนินการอย่างถูกต้องตั้งแต่วันนี้ จะสามารถกู้คืนสถานะทางการเงิน และกฎหมายของกิจการได้ ภายในเวลาไม่นานค่ะ

บริการปิดงบการเงิน ปิดงบเปล่า ปิดงบการเงินย้อนหลัง โดยชอบการบัญชี
สำหรับเจ้าของกิจการที่กำลังมองหาผู้ช่วยดูแล งานบัญชี วางแผนภาษี และปิดงบการเงินให้ถูกต้องครบทุกขั้นตอน ชอบการบัญชี พร้อมให้บริการค่ะ บริการของเราคลอบคลุมถึงการปิดงบเปล่า ปิดงบย้อนหลัง ไปจนถึงการยื่นงบการเงิน และยื่นภาษี เราคือทีมมืออาชีพที่เข้าใจดีว่า สำหรับผู้ประกอบการแล้วงบการเงินที่ถูกต้อง คือหัวใจของความน่าเชื่อถือในสายตาคู่ค้า สถาบันการเงิน และหน่วยงานภาครัฐ เพราะเราเชื่อว่างบการเงินที่ถูกต้อง คือสิ่งที่ช่วยยืนยันความน่าเชื่อถือของธุรกิจค่ะ
อ้างอิง :





