ประกันคีย์แมน คืออะไร นำมาหักภาษีได้จริงไหม ?

ในบทความนี้ ชอบการบัญชีจะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าประกันคีย์แมนคืออะไร เบี้ยประกันนำมาเป็นค่าใช้จ่ายได้จริงหรือไม่ และต้องเตรียมเอกสารอย่างไรให้ถูกต้อง ก่อนตัดสินใจทำประกันหรือบันทึกค่าใช้จ่ายในกิจการค่ะ

ประกันคีย์แมน คืออะไร ?

โดยทั่วไป “คีย์แมน” คือคนที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ เช่น

  • เจ้าของกิจการหรือผู้ก่อตั้งบริษัท
  • กรรมการผู้จัดการ
  • ผู้บริหารฝ่ายขายที่สร้างรายได้หลัก
  • ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่หาคนแทนได้ยาก
  • หุ้นส่วนที่มีบทบาทสำคัญในการบริหารหรือเจรจาธุรกิจ
เบี้ยประกันคีย์แมน นำมาหักภาษีได้หรือไม่ ?

เบี้ยประกันคีย์แมน นำมาหักภาษีของกิจการได้หรือไม่ ?

โดยเงื่อนไขที่ควรมี ได้แก่

1. มีมติที่ประชุมหรือระเบียบบริษัทชัดเจน: จัดทำมติที่ประชุมที่ระบุว่าบริษัททำประกันให้บุคคลสำคัญเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงของกิจการ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
2. ระบุเหตุผลทางธุรกิจได้: เช่น บุคคลดังกล่าวมีผลต่อรายได้หลัก การบริหาร การอนุมัติสินเชื่อ การเจรจาลูกค้า หรือการดำเนินงานที่หาคนแทนได้ยาก
3. เอกสารกรมธรรม์ต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์: ต้องตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ถือกรมธรรม์ ใครเป็นผู้เอาประกัน ใครเป็นผู้รับผลประโยชน์ และเงินชดเชยจะจ่ายให้ใคร
4. บันทึกบัญชีและภาษีให้ถูกต้อง: หากเบี้ยประกันถือเป็นประโยชน์เพิ่มของกรรมการหรือพนักงาน อาจต้องนำไปรวมเป็นเงินได้ของบุคคลนั้นตามแนววินิจฉัยของกรมสรรพากร
5. ไม่ควรทำย้อนหลังโดยไม่มีหลักฐาน: หากมีการจ่ายเบี้ยไปแล้ว แต่ไม่มีมติ ไม่มีเอกสารประกอบมาอธิบายภายหลังว่าเป็นประกันคีย์แมน อาจมีความเสี่ยงเมื่อที่จะโดนตรวจสอบ

ประกันคีย์แมน เหมาะสำหรับธุรกิจแบบไหนบ้าง ?

ประกันคีย์แมน เหมาะสำหรับธุรกิจแบบไหนบ้าง ?

ธุรกิจที่ควรพิจารณาทำประกันคีย์แมน เช่น

  • บริษัทที่เจ้าของต้องดำเนินการด้วยตัวเองเป็นหลัก หรือดูแลลูกค้ารายใหญ่ด้วยตัวเอง
  • บริษัทที่มีกรรมการเพียงไม่กี่คน และแต่ละคนมีบทบาทสำคัญ
  • ธุรกิจที่ต้องใช้ใบอนุญาต ความเชี่ยวชาญ หรือ Know-how เฉพาะบุคคล
  • บริษัทที่มีสินเชื่อธุรกิจ และต้องการลดความเสี่ยงหากผู้บริหารหลักเสียชีวิต
  • ธุรกิจครอบครัวที่ยังไม่มีแผนสืบทอดกิจการที่ชัดเจน
  • บริษัทที่กำลังเติบโต และต้องพึ่งพาผู้บริหารหลักในการระดมทุน เจรจาลูกค้า หรือขยายตลาด

ข้อดีของประกันคีย์แมนต่อธุรกิจ

ประกันคีย์แมนช่วยให้บริษัทมีเงินสำรองเพื่อรองรับความเสี่ยง หากบุคคลสำคัญเสียชีวิตหรือไม่สามารถทำงานได้ ธุรกิจจึงมีโอกาสดำเนินต่อได้โดยไม่สะดุด และหากวางโครงสร้างถูกต้อง ค่าเบี้ยประกันอาจถือเป็นรายจ่ายทางภาษีของบริษัทได้ ซึ่งแบ่งเป็นประเด็นต่าง ๆ ได้แก่

1. ช่วยรักษาสภาพคล่องของกิจการ: เงินชดเชยจากกรมธรรม์สามารถใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนระหว่างหาคนทดแทนได้
2. ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาคนสำคัญเพียงคนเดียว: ธุรกิจ SME จำนวนมากพึ่งพาเจ้าของหรือกรรมการหลัก หากเกิดเหตุไม่คาดคิด บริษัทอาจหยุดชะงักทันที เนื่องจากขาดบุคคลสำคัญ
3. ช่วยสร้างความมั่นใจให้เจ้าหนี้ นักลงทุน หรือหุ้นส่วน: บริษัทที่มีแผนจัดการความเสี่ยงชัดเจนอาจดูน่าเชื่อถือมากขึ้นในมุมมองของธนาคารหรือคู่ค้า
4. ใช้เป็นส่วนหนึ่งของแผนสืบทอดธุรกิจได้: โดยเฉพาะบริษัทครอบครัวหรือบริษัทที่มีหุ้นส่วนหลายคน
5. อาจช่วยบริหารภาษีนิติบุคคลได้อย่างถูกต้อง: หากเบี้ยประกันเข้าเงื่อนไขเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการ ไม่ใช่รายจ่ายต้องห้าม บริษัทอาจนำมาคำนวณเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ตามแนววินิจฉัยของกรมสรรพากร

ข้อควรระวังในการทำประกันคีย์แมน

ข้อควรระวังที่สุดของประกันคีย์แมนคือเรื่องภาษีและเอกสารประกอบ เพราะหากทำผิดโครงสร้าง ค่าเบี้ยประกันอาจไม่ถูกยอมรับเป็นรายจ่าย หรืออาจกลายเป็นเงินได้ของกรรมการหรือพนักงาน ดังนั้น ก่อนทำประกันควรให้ฝ่ายบัญชีและภาษีตรวจสอบเงื่อนไขร่วมกับตัวแทนประกัน

สามารถแยกเป็นประเด็นได้ดังนี้

สุดท้ายนี้ กิจการควรจัดทำประกันคีย์แมนก็ต่อเมื่อธุรกิจมีบุคคลสำคัญที่ส่งผลต่อรายได้ การบริหาร หรือความต่อเนื่องของกิจการ แต่ไม่ควรทำเพียงเพราะหวังลดภาษี เพราะประเด็นภาษีของประกันคีย์แมนต้องดูรายละเอียดกรมธรรม์ มติบริษัท ผู้รับประโยชน์ และความเกี่ยวข้องกับกิจการเป็นหลัก

อ้างอิง:

เขียนโดย

Picture of Chob Accounting Team

Chob Accounting Team

คัดสรรบทความเรื่องภาษี บัญชี และธุรกิจ โดย Chob Accounting Team

เขียนโดย

Picture of Chob Accounting Team

Chob Accounting Team

คัดสรรบทความเรื่องภาษี บัญชี และธุรกิจ โดย Chob Accounting Team