ในการทำธุรกิจนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สิ่งที่ทำให้ลูกค้า หรือผู้ใช้บริการ รู้จักสินค้า และต้องการที่จะซื้อสินค้าของเรา ก็คือการทำป้ายโฆษณาที่น่าสนใจ สะดุดตา และเป็นที่น่าจดจำ แต่หารู้ไม่ว่าป้ายต่าง ๆ ที่นำมาใช้ในประกอบการทำธุรกิจนั้น ไม่ว่าจะเป็นป้ายหน้าร้าน ป้ายชื่อบริษัท หรือแม้แต่ป้ายโฆษณาเล็ก ๆ ล้วนแล้วแต่จะต้องเสียภาษีป้ายค่ะ
ภาษีป้าย คืออะไร ?
ภาษีป้าย คือ ภาษีที่จัดเก็บจากเจ้าของป้าย หรือผู้ที่ใช้ป้ายในการประชาสัมพันธ์ชื่อร้าน เครื่องหมายการค้า หรือข้อความอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ หรือหารายได้ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงโลโก้ สโลแกน หรือข้อความโฆษณา ติดตั้งในที่สาธารณะ หรือที่เห็นได้ชัดเจน ทั้งที่ติดอยู่กับตัวอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแจ้งให้ผู้อื่นทราบถึงตัวตน หรือกิจการของเจ้าของป้าย
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย คือ บุคคล หรือกิจการที่ใช้ป้ายในการประกอบธุรกิจ แสดงชื่อร้าน สินค้า บริการ หรือข้อความใด ๆ ในเชิงพาณิชย์ ถือว่าเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของป้ายโดยตรง หรือผู้เช่าพื้นที่ที่มีป้ายติดอยู่ หากไม่สามารถระบุว่าได้อย่างชัดเจนว่าใครเป็นเจ้าของป้าย ผู้ครอบครองพื้นที่ หรือเจ้าของอาคารที่มีป้ายนั้นแสดงอยู่ จะถูกพิจารณาให้เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายแทน
อัตราภาษีป้าย
อัตราภาษีป้าย จะกำหนดตามขนาดพื้นที่ป้าย และลักษณะของข้อความที่ปรากฎตามป้าย โดยแบ่งป้ายออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
1. ป้ายประเภทที่ 1 ป้ายที่มีอักษรไทยล้วน อัตรา 5 บาท ต่อ 500 ตารางเมตร
2. ป้ายประเภทที่ 2 ป้ายที่มีอักษรไทยปนอักษรต่างประเทศ หรือมีอักษรไทยปนกับภาพ หรือเครื่องหมายอื่น อัตรา 26 บาท ต่อ 500 ตารางเซนติเมตร
3. ป้ายประเภทที่ 3 ป้ายที่ไม่มีอักษรไทย ไม่ว่าจะมีภาพ หรือเครื่องหมายใด ๆ หรือไม่ และป้ายที่มีอักษรไทยบางส่วน หรือทั้งหมดอยู่ใต้ หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ ให้เสียภาษีขั้นต่ำ 200 บาท
วิธีคำนวณภาษีป้าย
การคำนวณภาษีป้าย ทำได้โดยการคำนวณพื้นที่ป้าย (กว้าง x ยาว) เป็นตารางเซนติเมตร แล้วนำมาหารด้วย 500 เพื่อหาจำนวนหน่วยภาษี จากนั้นคูณด้วยอัตราภาษีที่กำหนดของป้าย
ตัวอย่าง
ป้ายขนาด 100 เซนติเมตร x 150 เซนติเมตร = 15,000 ตารางเซนติเมตร
15,000/500 = 30 หน่วย
หากเป็นป้ายที่มีภาษาไทยทั้งหมด อัตราภาษี 5 บาท ต่อ 500 ตารางเซนติเมตร
30 x 5 = 150 บาท
หากคำนวณแล้วภาษีที่ต้องเสียไม่ถึง 200 บาท ต้องชำระภาษีขั้นต่ำตามเกณฑ์ คือ 200 บาท
การยื่นภาษีป้าย
ผู้มีหน้าที่ยื่นภาษีป้าย ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภ.ป.1) ต่อหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น (สำนักงานเขต เทศบาล หรืออบต.) ภายในวันที่ 31 มีนาคมของทุกปี
หากมีการติดตั้งป้ายใหม่ หรือเปลี่ยนแปลงเนื้อหา ขนาด รูปแบบ หรือตำแหน่งของป้าย หลังจากเดือนมีนาคม (ซึ่งเป็นช่วงยื่นภาษีประจำปี) ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ต้องยื่นแบบภาษีป้ายใหม่ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ติดตั้ง หรือมีการเปลี่ยนแปลง เพื่อป้องกันการเสียค่าปรับ หรือเบี้ยปรับภายหลัง
การชำระภาษีป้าย
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย ต้องดำเนินการชำระภาษีภายใน 15 วัน หลังจากได้การแจ้งประเมินจากเจ้าหน้าที่
หากมีการติดตั้ง หรือแสดงป้ายใหม่ระหว่างปีภาษี ระบบจะคิดอัตราภาษีตามช่วงเวลาที่เริ่มใช้ป้าย โดยแบ่งออกเป็น 4 งวด ดังนี้
งวดที่ 1 มกราคม – มีนาคม = 100%
งวดที่ 2 เมษายน – มิถุนายน = 75%
งวดที่ 3 กรกฎาคม – กันยายน = 50%
งวดที่ 4 ตุลาคม – ธันวาคม = 25%
เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นภาษีป้าย
1. สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
2. สำเนาหนังสือรับรองสำนักทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท (ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล)
3. หนังสือมอบอำนาจพร้อมติดอากร (ในกรณีที่ไม่สามารถยื่นแบบแสดงรายการด้วยตัวเอง)
4. รายละเอียดของป้าย พร้อมภาพถ่ายของป้าย (ถ้ามี)
5. สำเนาใบเสร็จรับเงินชำระภาษีป้ายครั้งสุดท้าย (ในกรณีที่เคยชำระแล้ว)
6. หลักฐาน เช่น รูปถ่าย พร้อมขนาด กว้าง x สูง
หากไม่ยื่นภาษีป้าย มีความผิดไหม
1. หากไม่ยื่นภาษีป้ายเลย ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 50,000 บาท
2. หากเจตนาหลีกเลี่ยง ไม่แจ้ง หรือละเลยการชำระภาษี โดยไม่มีเหตุผลสมควร หรือมีการแสดงข้อมูลไม่ตรงกับความจริง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. กรณีที่ไม่รับแจ้งโอนป้าย หรือไม่แสดงรายการป้ายที่ควรถูกเก็บภาษี เช่น ติดป้ายในพื้นที่ธุรกิจแต่ไม่แจ้งรายชื่อ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 1,000 ถึง 10,000 บาท
เงินเพิ่ม
ในกรณีที่เจ้าของป้าย ไม่ชำระภาษีภายในระยะเวลาที่กำหนด จะต้องชำระเงินเพิ่มตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนดไว้ ดังนี้
1. หากยังไม่พ้นกำหนดเวลา แต่ยังไม่ได้ชำระภาษี จะต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตรา 10% ของจำนวนภาษีที่ต้องชำระ
2. หากเกินระยะเวลาที่กำหนดไปแล้ว เงินเพิ่มจะถูกคำนวณในอัตรา 2% ต่อเดือน ของยอดภาษีที่ยังไม่ได้จ่าย โดยคิดไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะชำระภาษีครบถ้วน
อ่านบทความบัญชี ภาษี และธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ คลังความรู้
อ้างอิง


