การจดบริษัท คืออะไร ? มีขั้นตอนในการดำเนินการอย่างไรบ้าง ?

การจดบริษัท คืออะไร ?

การจดบริษัท คืออะไร ?

การจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบของบริษัท แบ่งออกเป็น 2 รูป ดังนี้

องค์ประกอบโดยทั่วไปของบริษัท

ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัท แบบเข้าใจง่าย

ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัท แบบเข้าใจง่าย

2. จัดเตรียมเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วน
เอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนบริษัท มีดังต่อไปนี้

1. แบบ บอจ. 1 (แบบคำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด)
2. แบบ บอจ. 2 (หนังสือบริคณห์สนธิ) พร้อมชำระอากรแสตมป์ 200 บาท
3. แบบ ว. (วัตถุประสงค์)
4. แบบ บอจ. 3 (รายการจดทะเบียนจัดตั้ง)
5. แบบ ก. (รายละเอียดกรรมการ)
6. แบบ บอจ. 5 (บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น)
7. แบบ สสจ. 1
8. ใบแจ้งผลการจองชื่อ (ที่ยังไม่หมดอายุ)
9. สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ก่อการ กรรมการ และผู้ถือหุ้น
10. หนังสือยืนยอมให้ใช้สถานที่
11. สำเนารายงานการประชุมจัดตั้งบริษัท
12. สำเนาข้อบังคับบริษัท (ถ้ามี)
13. หลักฐานการรับชำระค่าหุ้น (อย่างน้อย 25% ของทุนจดทะเบียน)
14. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

1. ชื่อบริษัท (ที่จองไว้แล้ว)
2. ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ / สาขา
3. วัตถุประสงค์ของบริษัท
4. ทุนจดทะเบียน (มูลค่าหุ้น)
5. ข้อมูลของผู้เริ่มก่อการ (ชื่อ ที่อยู่ อาชีพ จำนวนหุ้นที่จองซื้อ)
6. ชื่อ ที่อยู่ อายุ สัญชาติ และจำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้น
7. ชื่อ ที่อยู่ อายุ สัญชาติ และพยาน 2 คน

5. ประชุมจัดตั้งบริษัท และจองซื้อหุ้น
การประชุมจัดตั้งบริษัท และจองซื้อหุ้น เป็นขั้นตอนสำคัญหลังจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ โดยผู้เริ่มก่อการต้องเปิดให้จองซื้อหุ้นจนครบก่อน แล้วจึงออกหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน เพื่อจัดประชุมตั้งบริษัท อนุมัติข้อบังคับ แต่งตั้งกรรมการ และให้ผู้ถือหุ้นชำระค่าหุ้นอย่างน้อย 25%

6. แต่งตั้งกรรมการบริษัท
จากนั้นให้ทำการจัดประชุมแต่งตั้งกรรมการบริษัท เพื่อให้มีผู้ที่ทำหน้าที่จัดเก็นเงิน 25% ของราคาหุ้นให้กับผู้ก่อตั้ง เพื่อทำการยื่นคำขอจดทะเบียนบริษัท ซึ่งต้องดำเนินการให้เรียบร้อยหลังจากประชุมจัดตั้งกรรมการภายใน 3 เดือนเท่านั้น หากไม่จดทะเบียนให้เรียบร้อย จะต้องประชุมกันใหม่อีกรอบ

7. รับใบสำคัญจดทะเบียน และหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
การรับใบสำคัญจดทะเบียน และหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล เป็นขั้นตอนที่ยืนยันว่าได้ทำการจดทะเบียนอย่างถูกต้องแล้ว

จดทะเบียนบริษัท ผ่านช่องทางใดได้บ้าง ?

การจดทะเบียนบริษัทมี 3 ช่องทางหลัก ดังนี้

รับจดบริษัท

รับจดบริษัท ผ่านระบบออนไลน์ พร้อมวางระบบบัญชี และภาษี โดยชอบการบัญชี

เขียนโดย

Picture of ลินิล - ศิรินทร์ทิพย์ ช่องรัตน์

ลินิล - ศิรินทร์ทิพย์ ช่องรัตน์

ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี และการจดทะเบียนธุรกิจ ที่มีประสบการณ์ในการจดทะเบียนบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ร้านค้า รวมถึงงานบัญชี และภาษี มุ่งมั่นให้การเริ่มต้นธุรกิจเป็นเรื่องง่าย และสอดคล้องตามกฎหมาย

บทความล่าสุด

บริการแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจใหม่อยากจดบริษัท ต้องเริ่มจากตรงไหนก่อน ?

ธุรกิจใหม่อยากจดบริษัท ต้องเริ่มจากตรงไหนก่อน ?

ถ้าคุณเพิ่งเริ่มทำธุรกิจ จนเติบโต แล้วมีรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเริ่มคิดว่าถึงเวลาที่ต้องจดบริษัทแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกประเภทนิติบุคคล การกำหนดทุนจดบริษัท การเตรียมเอกสาร ไปจนถึงการคำนวณค่าธรรมเนียมในการจดบริษัท หลายอย่างอาจดูยุ่งยาก จนไม่รู้ว่าควรเริ่มทำอะไรเป็นก่อนดี แต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ ในบทความนี้ นิลจะขอพาไปทำความเข้าใจว่าธุรกิจใหม่ที่ต้องการจดทะเบียนบริษัท จะต้องเริ่มที่ตรงไหนก่อนค่ะ 1. ทำความเข้าใจเรื่องการทำธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล ก่อนจะไปขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัท มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าทำไมเจ้าของกิจการส่วนใหญ่ถึงเลือกจดทะเบียนนิติบุคคล

หุ้นส่วนผู้จัดการ คืออะไร ? หน้าที่ อำนาจ และความรับผิดที่ต้องรู้

ในการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด นอกจากจะต้องเตรียมชื่อกิจการ เงินลงทุน หรือวัตถุประสงค์ของกิจการแล้ว ยังต้องกำหนดให้ชัดเจนด้วยว่าใครจะเป็นผู้มีอำนาจดูแลและดำเนินกิจการในนามของห้างหุ้นส่วน บุคคลนั้นก็คือ หุ้นส่วนผู้จัดการ ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญที่เชื่อมโยงโดยตรงกับการบริหารห้างหุ้นส่วนจำกัด เพราะเป็นผู้มีอำนาจลงนาม ติดต่อหน่วยงานราชการ จัดการเอกสารสำคัญ รวมถึงดำเนินการต่าง ๆ แทนห้างหุ้นส่วน หุ้นส่วนผู้จัดการ คืออะไร ? หุ้นส่วนผู้จัดการ คือ หุ้นส่วนที่ได้รับมอบหมายให้มีอำนาจจัดการกิจการของห้างหุ้นส่วน

วัตถุประสงค์บริษัท คืออะไร ? เลือกอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ

วัตถุประสงค์บริษัท คืออะไร ? เลือกอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ

เวลาจดบริษัทหรือจด หจก. หลายคนมักโฟกัสไปที่การตั้งชื่อกิจการ การกำหนดทุนจดทะเบียน ผู้ถือหุ้น หรือที่ตั้งสำนักงานก่อนเป็นอันดับแรก แต่มีอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ วัตถุประสงค์บริษัท เพราะเป็นข้อมูลที่บอกว่ากิจการของเราจะทำธุรกิจอะไรได้บ้างตามที่จดทะเบียนไว้ ปัญหาคือเจ้าของธุรกิจจำนวนไม่น้อยเลือกวัตถุประสงค์แบบรีบ ๆ หรือเลือกตามตัวอย่างที่มีอยู่ โดยไม่ได้คิดเผื่อว่าธุรกิจในอนาคตอาจมีการขายสินค้าเพิ่ม ให้บริการเพิ่ม รับงานรูปแบบใหม่ หรือทำสัญญากับคู่ค้าที่ต้องตรวจหนังสือรับรองบริษัท พอถึงเวลานั้นจึงพบว่าวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้ไม่ครอบคลุม ต้องเสียเวลาแก้ไขเอกสารใหม่ ทั้งที่สามารถวางแผนให้รอบคอบได้ตั้งแต่แรกค่ะ