เมื่อเริ่มทำธุรกิจกับเพื่อน หรือคนในครอบครัว หลายคนมักได้ยินคำว่าห้างหุ้นส่วนสามัญ ตามมาด้วยคำถามว่า ห้างหุ้นส่วนสามัญ คืออะไร แตกต่างจากห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัดอย่างไร และจำเป็นต้องจดทะเบียนหรือไหม ถึงจะถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเจ้าของกิจการจำนวนไม่น้อยยังคงไม่เข้าใจเรื่องความรับผิดชอบของหุ้นส่วน และความเสี่ยงอื่น ๆ ที่จะตามมา ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาไปทำความรู้จักห้างหุ้นส่วนสามัญ พร้อมอธิบายว่ามันเหมาะสำหรับการทำธุรกิจในรูปแบบใดบ้างค่ะ
ห้างหุ้นส่วนจำกัด คืออะไร ?
ห้างหุ้นส่วนสามัญ (Ordinary Partnership) หรือ “หสม.” คือ การที่บุคคล 2 คนขึ้นไป ตกลงทำธุรกิจร่วมกันเพื่อแบ่งปันกำไร โดยมีจุดเด่นคือ หุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดชอบหนี้สินทั้งหมดของกิจการแบบไม่จำกัด
ห้างหุ้นส่วนสามัญ เป็นนิติบุคคลหรือไม่ ?
ก่อนอื่น ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ห้างหุ้นส่วนสามัญ แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้
1. ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ได้จดทะเบียน
ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ได้จดทะเบียน คือ การที่บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ตกลงทำธุรกิจร่วมกัน โดยที่หุ้นส่วนทุกคนมีสถานะเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดชอบ (ต้องรับผิดชอบหนี้สินทั้งหมดของกิจการ) โดยไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคลตามกฎหมาย มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเช่นเดียวกับบุคคลธรรมดาทั่วไป
ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่ไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคล ถือว่าเป็นบุคคลธรรมดาที่แยกตัวออกจากหุ้นส่วนทุกคน และจะต้องยื่นขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีภายใน 60 วัน นับตั้งแต่ที่มีรายได้ โดยยื่นคำร้องต่อกรมสรรพากร หรือสำนักงานสรรพากรในพื้นที่
2. ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล
ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล คือ การที่บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ตกลงทำธุรกิจร่วมกัน โดยที่หุ้นส่วนทุกคนมีสถานะเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดชอบ (ต้องรับผิดชอบหนี้สินทั้งหมดของกิจการ) ซึ่งต้องจดทะเบียนนิติบุคคลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทำให้มีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชี ยื่นภาษี จัดทำงบการเงิน และเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเช่นเดียวกับห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชน
สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ เลยนะคะ ห้างหุ้นส่วนสามัญโดยทั่วไป ไม่ได้มีสถานะเป็นนิติบุคคล แต่เมื่อทำการจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลแล้ว ก็จะทำให้กิจการมีสถานะเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนแล้วทันทีค่ะ
ลักษณะของห้างหุ้นส่วนสามัญ
1. หุ้นส่วนทุกคนมีสถานะเท่าเทียมกัน
หุ้นส่วนทุกคน มีสิทธิ และหน้าที่ในการจัดการธุรกิจการที่เท่าเทียมกัน โดยสามารถร่วมธุรกิจด้วยการนำเงิน แรงงาน หรือทรัพย์สิน มาร่วมลงทุนได้
2. ไม่ได้มีการจำกัดความรับผิดชอบ
หุ้นส่วนทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบหนี้สินทั้งหมดของกิจการแบบไม่จำกัดจำนวน ในกรณีที่กิจการมีหนี้สิน เจ้าหนี้สามารถบังคับให้หุ้นส่วนนำทรัพย์สินส่วนตัวมาชำระหนี้ได้
3. การแบ่งกำไร–ขาดทุน
ในกรณีที่ดำเนินธุรกิจแล้วมีกำไร จะต้องแบ่งกำไรให้กับหุ้นส่วนทุกคนตามที่ตกลงกันไว้ ในกรณีที่ไม่ได้ทำข้อตกลงในสัญญา ให้แบ่งกันตามสัดส่วนการลงทุนของหุ้นส่วนแต่ละคน

ห้างหุ้นส่วนสามัญ เหมาะสำหรับธุรกิจรูปแบบใดบ้าง ?
โดยทั่วไปแล้ว ห้างหุ้นสามัญเหมาะสำหรับธุรกิจที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
- ธุรกิจที่จัดทำร่วมกันโดยคนสนิท โดยเฉาพะในกลุ่มเพื่อน หรือครอบครัวตกลงทำธุรกิจร่วมกัน เช่น ร้านอาหาร คลินิก โรงเรียนสอนพิเศษ หรือธุรกิจออนไลน์
- ธุรกิจบริการวิชาชีพ เช่น สำนักงานกฎหมาย สำนักงานบัญชี เอเจนซี่โฆษณา กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ หรือสตูดิโอออกแบบ ที่รวมผู้เชี่ยวชาญเข้าด้วยกัน
- สตาร์ทอัพ หรือธุรกิจทดลองตลาด ที่ต้องการรวมทุน และทักษะ เพื่อทดลองแนวคิดก่อนเติบโต หรือต้องการความน่าเชื่อถือในการขอสินเชื่อ
- ธุรกิจที่ต้องการความยืดหยุ่น จัดการง่าย ไม่ซับซ้อนเหมือนบริษัท และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์
ข้อดี–ข้อเสียของห้างหุ้นส่วนสามัญ
ข้อดีของห้างหุ้นส่วนสามัญ
- จัดตั้งง่าย ไม่ซับซ้อน : จัดตั้งง่ายกว่าบริษัท ไม่ซับซ้อน บริหารยืดหยุ่น ตกลงกันได้ง่าย
- ต้นทุนต่ำ : ไม่เสียค่าจดทะเบียนซับซ้อน ลดค่าใช้จ่ายด้านบัญชี
- เหมาะสำหรับการระดมทุน และความรู้ : ได้เงินทุน และความรู้จากการที่มีหุ้นส่วนหลายคน
ข้อเสียของห้างหุ้นส่วนสามัญ
- ความรับผิดชอบที่ไม่จำกัด : หุ้นส่วนต้องรับผิดชอบหนี้สินทั้งหมดของห้างหุ้นส่วน ด้วยทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด
- มีโอกาสเกิดข้อขัดแย้งมากขึ้น : อาจเกิดความขัดแย้งระหว่างหุ้นส่วนได้ง่าย เพราะทุกคนมีอำนาจเท่ากัน และต้องมีการตัดสินใจร่วมกันในเรื่องสำคัญ
- ขาดความน่าเชื่อ : ในกรณีที่ไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคล อาจขาดความน่าเชื่อถือในสายตาลูกค้า หรือสถาบันการเงิน ต่างจากบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่มีสถานะเป็นนิติบุคคล
- เสียภาษีมากกว่าที่ควรจะเป็น : ในกรณีที่มีรายได้สูง อาจต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราที่สูงกว่าภาษีเงินได้นิติบุคคล
ห้างหุ้นส่วนสามัญ ต่างจากห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัดอย่างไร ?

สรุป – ห้างหุ้นส่วนสามัญเหมาะกับใคร และควรเริ่มจากตรงไหน ?
โดยสรุปแล้วนะคะ ห้างหุ้นส่วนสามัญ เหมาะกับธุรกิจที่มีขนาดเล็กมาก โดยที่หุ้นส่วนทุกคนต่างก็รู้จักกันเอง และมีความไว้ใจต่อกันและกันสูง ใช้ต้นทุนน้อย และรับความเสี่ยงร่วมกันได้เต็มที่ แต่ถ้าธุรกิจเริ่มมีรายได้จริง มีสัญญา มีหนี้ มีลูกจ้าง หรือมีแผนเติบโตในอนาคต การเลือกโครงสร้างที่ปลอดภัยกว่าอย่าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัด จะช่วยลดความเสี่ยง และป้องกันปัญหาระยะยาวได้ดีกว่าค่ะ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วเริ่มรู้สึกว่า ห้างหุ้นส่วนสามัญมีความเสี่ยงมากเกินไป แต่ยังไม่อยากขยับไปเป็นบริษัทจำกัดทันที ทางเลือกที่บาลานซ์กว่าในแง่ความเสี่ยง และความยืดหยุ่นคือห้างหุ้นส่วนจำกัด เพราะสามารถแยกบทบาทระหว่างคนบริหารกับคนลงทุนได้ชัดเจน และช่วยจำกัดความรับผิดของหุ้นส่วนบางคนไม่ให้เกินเงินที่ลงทุนไป

โดยที่ชอบการบัญชี (Chob Accounting) มีบริการ รับจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด ตั้งแต่ให้คำปรึกษาเลือกรูปแบบนิติบุคคล วางโครงสร้างหุ้นส่วน เตรียมเอกสาร และยื่นจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมวางระบบบัญชี–ภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่วันแรก ช่วยให้คุณเริ่มต้นธุรกิจอย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยง และต่อยอดเติบโตได้ง่ายกว่าในระยะยาวค่ะ
อ้างอิง : คู่มือภาษีห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล กรรมสรรพากร


