ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คนรุ่นใหม่มีความต้องการที่จะทำธุรกิจเป็นของตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านค้าเล็ก ๆ หรือการขายของออนไลน์ จนเติบโตอย่างต่อเนื่องแล้วมีความต้องการที่จะจดทะเบียนบริษัท
อย่างที่ทราบกันดีว่าการจดบริษัท มีขั้นตอน เอกสารที่ต้องจัดเตรียม และทำความเข้าใจหลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือ หนังสือบริคณห์สนธิ นั่นเองค่ะ
หนังสือบริคณห์สนธิ คืออะไร ?
หนังสือบริคณห์สนธิ (Memorandum of Association) คือ เอกสารที่ผู้เริ่มก่อตั้งบริษัทต้องจัดทำขึ้นเพื่อแสดงข้อมูลพื้นฐานของบริษัทก่อนยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
หรือที่รู้จักกันในชื่อแบบ “บอจ.2” (ย่อมาจาก แบบหนังสือบริคณห์สนธิ) ใช้สำหรับยื่นข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับบริษัท
โดยทั่วไปแล้ว หนังสือบริคณห์สนธิจะมีอายุการใช้งาน 30 วัน นับจากวันที่ยื่น หากไม่ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทภายในช่วงเวลาดังกล่าว จะต้องทำการยื่นเอกสารฉบับใหม่อีกครั้ง
ความสำคัญของหนังสือบริคณห์สนธิ
1. เป็นขั้นตอนแรกของการขอจดทะเบียนบริษัท
ก่อนที่จะจดทะเบียนบริษัทจำกัดกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะต้องจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิให้เรียบร้อยและยื่นก่อน หรือยื่นพร้อมกับคำขอจดทะเบียนบริษัทก็ได้ในบางกรณี โดยเนื้อหาในหนังสือบริคณห์สนธิจะถูกใช้เพื่อระบุโครงสร้างพื้นฐานของบริษัท เช่น ชื่อ ที่อยู่ วัตถุประสงค์ ทุน และผู้ก่อการ เปรียบเสมือน “แผนที่ธุรกิจ” ที่ต้องแนบไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียนบริษัทนั่นเอง
2. ใช้เป็นหลักฐานสำคัญของบริษัทในอนาคต
หลังจากบริษัทได้รับการจดทะเบียนแล้ว หนังสือบริคณห์สนธิจะกลายเป็นเอกสารสำคัญที่ใช้ในการอ้างอิงเพื่อแก้ไขข้อมูลต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนวัตถุประสงค์ เพิ่มทุน หรือเปลี่ยนชื่อบริษัท
3. ใช้เพื่อป้องกันข้อพิพาทในอนาคต
ในกรณีที่เกิดข้อพิพาทระหว่างผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร หรือบุคคลภายนอก หนังสือบริคณห์สนธิจะเป็นเอกสารอ้างอิงที่ใช้ตัดสินว่าบริษัทมีเจตนาจัดตั้งเพื่อวัตถุประสงค์ใด ใครเป็นผู้ถือหุ้นแต่แรก และทุนเริ่มต้นเป็นเท่าใด
ข้อมูลที่ต้องระบุในหนังสือบริคณห์สนธิ
ในแบบบอจ.2 จะต้องมีการกรอกรายละเอียดที่ชัดเจนและครบถ้วนเกี่ยวกับบริษัทที่ต้องการจัดตั้ง เพื่อให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าสามารถพิจารณาอนุมัติได้อย่างถูกต้อง โดยรายละเอียดที่ต้องระบุ มีดังต่อไปนี้
1. ชื่อบริษัท ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
2. ที่ตั้งบริษัท
3. วัตถุประสงของบงค์ของบริษัท
4. ความรับผิดของผู้ถือหุ้น
5. ทุนจดทะเบียน
6. ข้อมูลของผู้เริ่ม
7. คำรับรองลายมือชื่อของพยานก่อการจดทะเบียนบริษัท
8. อากรแสตมป์ 200 บาท


ดาวน์โหลดไฟล์ หนังสือบริคณห์สนธิ จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ที่นี่
ขั้นตอนการยื่นหนังสือบริคณห์สนธิ
1. เตรียมเอกสารต่าง ๆ ให้ครบถ้วน ดังนี้
- หนังสือบริคณห์สนธิ (แบบฟอร์ม บอจ.2)
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้ก่อการทุกคน
- เอกสารแสดงสิทธิใช้ที่ตั้งสำนักงาน (เช่น สัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอม)
- แบบคำขอจองชื่อบริษัท (กรณีจองไว้ล่วงหน้า)
- สำเนาทะเบียนบ้านของสถานประกอบการ
- หนังสือรับรองพยาน และอากรแสตมป์
2. ยื่นเอกสาร ผ่านช่องทางที่สะดวก
- กรณียื่นออนไลน์ : เข้าสู่เว็บไซต์ของ DBD แล้วกรอกข้อมูลในระบบ dbd biz regist พร้อมแนบเอกสารดิจิทัล
- กรณียื่นด้วยตนเอง : ยื่นที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสำนักงานในเขตพื้นที่
3. รอการตรวจสอบอนุมัติ
เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลในหนังสือบริคณห์สนธิ โดยดูความถูกต้องของรายละเอียด เช่น
- ชื่อบริษัทไม่ซ้ำกับบริษัทที่มีอยู่
- วัตถุประสงค์ไม่ขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรม
- ข้อมูลผู้ก่อการครบถ้วนตามข้อกำหนด
4. ดำเนินการจดทะเบียนบริษัท
หลังจากหนังสือบริคณห์สนธิได้รับการอนุมัติแล้ว ก็สามารถดำเนินการยื่นคำขอจดทะเบียนบริษัทได้ทันที โดยใช้ข้อมูลเดียวกันกับใน บอจ.2 และแนบเอกสารเพิ่มเติมตามที่กฎหมายกำหนด
ข้อควรระวังในการจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ
1. ข้อมูลต้องถูกต้องและครบถ้วน
2. การตั้งชื่อบริษัทต้องไม่ผิดกฎหมาย
3. วัตถุประสงค์ต้องชัดเจน และครอบคลุม
4. ตรวจสอบข้อมูลผู้ก่อการให้ละเอียด
5. ลงลายมือชื่อพยานให้ครบ
6. ติดอากรแสตมป์ต้องครบจำนวน
7. ต้องดำเนินการภายใน 30 วัน
หนังสือบริคณห์สนธิ คือหนึ่งในเอกสารที่มีความสำคัญในการเริ่มต้นสร้างธุรกิจในรูปแบบบริษัท เพราะเป็นเอกสารที่สะท้อนตัวตนของบริษัทตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้ง ไม่ว่าจะเป็นชื่อบริษัท วัตถุประสงค์การดำเนินธุรกิจ ข้อมูลทุน และข้อมูลของผู้ก่อการ
การจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิให้ถูกต้องและครบถ้วนตั้งแต่ต้น จะช่วยให้การจดทะเบียนบริษัทเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่สะดุด ไม่ต้องยื่นแก้ซ้ำ และยังเป็นการป้องกันปัญหาในอนาคต เช่น การเปลี่ยนวัตถุประสงค์ การเปลี่ยนชื่อ หรือการแก้ทุนจดทะเบียน
จดทะเบียนบริษัท ต้องที่ ชอบการบัญชี เท่านั้น
แม้การจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิและการจดทะเบียนบริษัทจะสามารถทำได้ด้วยตัวเอง แต่สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่มีเวลา หรือไม่มีความเชี่ยวชาญด้านเอกสาร การเลือกใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญคือทางเลือกที่ช่วยประหยัดเวลา “ชอบการบัญชี” คือหนึ่งในสำนักงานบัญชีมืออาชีพที่ให้บริการจดทะเบียนบริษัท
บริการของเรา
- จองชื่อบริษัท
- จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ
- ยื่นขอจดทะเบียนบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- วางระบบบัญชีเริ่มต้น
- ให้คำปรึกษาด้านบัญชี และภาษี


