ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร ใครมีหน้าที่ต้องหัก ?

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร ใครมีหน้าที่ต้องหัก ?

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร ?

การหักภาษีหัก ณ ที่จ่าย เป็นหน้าที่ของใคร ?

ผู้มีหน้าที่หักภาษีหัก ณ ที่จ่าย แบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้

รายได้ใดบ้าง ที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย

1. เงินได้ที่ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นผู้รับ

  • เงินได้จากการเช่าทรัพย์สิน
  • เงินได้จากวิชาชีพอิสระ คือ วิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลปะ สถาปัตยกรรม การบัญชี และประณีตศิลปกรรม
  • เงินได้จากการรับเหมา ที่ผู้รับเหมาต้องลงทุน ด้วยการจัดหาสัมภาระ ในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ
  • เงินได้จากการประกอบธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่งฯ เฉพาะประเภทที่กำหนดไว้
  • เงินรางวัลจากการประกวด แข่งขัน ชิงโชค หรือการอื่นใด อันมีลักษณะทำนองเดียวกัน
  • เงินได้จากการเป็นนักแสดงสาธารณะ
  • เงินได้จากการรับโฆษณา
  • เงินได้จากการรับจ้างทำของ
  • เงินได้จากการให้บริการอื่น ๆ
  • เงินได้รางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ จากการส่งเสริมการขาย (ค่าคอมมิชชั่น)
  • เงินได้จากค่าขนส่ง

2. เงินได้ที่ผู้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นผู้ได้รับ

อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย

สำหรับอัตราภาษีที่ใช้สำหรับการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย แบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้

1. กรณีที่ผู้รับเงินได้ เป็นผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

อัตราภาษีรายละเอียด
10%ค่าแสดงให้แก่นักแสดงสาธารณะ ที่ผู้รับเงินมีภูมิลำเนาต่างประเทศ แต่มีการดำเนินการถ่ายทำภาพยนต์ หรือโทรทัศน์ในประเทศไทย และได้รับอนุญาตให้ถ่ายทำในประเทศไทย
5%– ค่าเช่า เช่น ค่าเช่าอาคาร บ้าน โรงเรือน ตามมาตรา 40(5)
– รางวัล จากการประกวด แข่งขัน การชิงโชค ฯลฯ
– ค่าแสดงให้แก่นักแสดงสาธารณะ ที่ผู้รับเงินมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย
3%– เงินได้จากวิชาชีพอิสระ ตามมาตรา 40 (6) เช่น กฎหมาย การประกอบโรคศิลปะ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม
– ค่าจ้างทำของที่เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (7) และ (8)
– เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) เฉพาะที่เป็นการจ่ายเงินได้จากการให้บริการ แต่ไม่รวมถึงการจ่ายค่าโดยสารสำหรับการขนส่งสาธารณะ การจ่ายเงินได้จากธุรกิจการพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง ฯลฯ ที่กำหนดไว้
– เงินได้จากการเป็นนักแสดงสาธารณะ
– เงินได้จากการรับโฆษณา
– เงินได้จากค่าขนส่ง ซึ่งกำหนดให้หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้โดยเฉพาะแล้ว
– การจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิต
– รางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย
2%ค่าโฆษณา
1%– ค่าเช่าเรือ
– ค่าขนส่ง แต่ไม่รวมถึงการจ่ายค่าโดยสารสำหรับการขนส่งสาธารณะ

2. กรณีที่ผู้รับเงินได้ เป็นผู้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

อัตราภาษีรายละเอียด
10%– เงินได้เหล่านี้ ที่ผู้ได้รับเงิน คือ มูลนิธิ หรือสมาคม
– เงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (2) และ (3) เช่น ค่านายหน้า และค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น ที่ผู้รับเงินคือ มูลนิธิ หรือสมาคม
– เงินได้มาตรา 40 (4) เช่น ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋ว เงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยหุ้นกู้
– ค่าเช่า หรือประโยชน์อย่างอื่น ที่ได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน ตามมาตรา 40 (5) (ก) ได้แก่ ค่าเช่าอาคาร บ้าน โรงเรือน
– เงินปันผล หรือเงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใด ตามมาตรา 40 (4) (ข)
5%– ค่าเช่า หรือประโยชน์อย่างอื่น ที่ได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน ตามมาตรา 40 (5) (ก) ได้แก่ ค่าเช่าอาคาร บ้าน โรงเรือน
– ค่าจ้างทำของ (บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ)
– รางวัล จากการประกวด แข่งขัน ชิงโชค ฯลฯ
3%– เงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (2) และ (3) เช่น ค่านายหน้า และ ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น
– เงินได้จากวิชาชีพอิสระ ตามมาตรา 40 (6) ได้แก่ กฎหมาย การประกอบโรคศิลปะ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม
– ค่าจ้างทำของที่เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (7) และ (8)
– เงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (8) เฉพาะที่เป็นการจ่ายเงินได้ จากการให้บริการ
– รางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย
2%ค่าโฆษณา
1%– เงินได้มาตรา 40 (1)
– ค่าเช่าเรือ
– ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย
– ค่าขนส่ง แต่ไม่รวมถึงการจ่ายค่าโดยสารสำหรับการขนส่งสาธารณะ
0.75%– เงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (8) เฉพาะที่เป็นการจ่ายเงินได้ จากการซื้อขายสินค้า ประเภทยางแผ่น หรือยางชนิดอื่นจากต้นยางพารา มันสำปะหลัง ปอ ข้าว ข้าวโพด อ้อย เมล็ดกาแฟ ผลปาล์มน้ำมัน

ต้องยื่นภาษีอย่างไร ?

การยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย สามารถยื่นได้ด้วยการใช้แบบแสดงรายการ ดังนี้

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คือภาษีที่ผู้จ่ายเงิน มีหน้าที่หักออกก่อนที่จะจ่ายให้กับผู้รับเงิน โดยจำนวนภาษีที่หักไว้นี้ จะต้องนำส่งให้กับกรมสรรพากร ซึ่งเป็นการเก็บภาษีล่วงหน้าเพื่อแบ่งเบาภาระภาษีให้กับผู้มีเงินได้ โดยมีการหักภาษีในอัตราที่แตกต่างกัน ตามรูปแบบของเงินได้ที่ต้องจ่ายค่ะ

รับทำบัญชี ยื่นภาษี

สำหรับใครกำลังมองหาที่ปรึกษา หรือมีความกังวลเรื่องบัญชี และภาษี สามารถติดต่อเข้ามาที่ชอบการบัญชี ได้เลยค่ะ เรายินดีให้คำแนะนำในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับบัญชี และภาษีค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใบ 50 ทวิ คืออะไร ?

ใบ 50 ทวิ คืออะไร สำคัญอย่างไร นำไปใช้ทำอะไร ?

ใบ 50 ทวิ ถือเป็นหนึ่งในเอกสารที่หลายคนต้องเคยเจอ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ ฟรีแลนซ์ หรือผู้รับจ้างทั่วไป เพราะเป็นหลักฐานทางภาษีที่มีความสำคัญโดยตรงต่อการยื่นภาษีเงินได้ หากเข้าใจว่าเอกสารนี้คืออะไร ออกเมื่อไหร่ และใช้งานอย่างไร ก็จะช่วยให้การจัดการเรื่องภาษีง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงในการเสียภาษีมากเกินไป หรือเสียภาษีไม่ครบได้อีกด้วย ใบ 50 ทวิ คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร ?

ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 คืออะไร ?

แบบ ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 คืออะไร แตกต่างกันยังไง ?

การหักภาษี ณ ที่จ่าย คือการที่ผู้จ่ายเงินหักเงินบางส่วนไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะจ่ายเงินให้กับผู้รับ เพื่อนำส่งภาษีแทนผู้รับเงินให้กับกรมสรรพากรตามกฎหมายที่กำหนดไว้ โดยมักจะเป็นการหักตามเปอร์เซ็นต์ที่กฎหมายระบุไว้ เช่น ค่าบริการ ค่าเช่า ค่าจ้าง ฯลฯ ผู้จ่ายเงินจึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีไว้ และนำส่งภาษีที่หักนั้นให้รัฐแทนผู้รับเงิน ซึ่งเป็นวิธีที่ภาครัฐใช้ควบคุม และจัดเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นทางของการจ่ายเงิน โดยต้องยื่นผ่านแบบ ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 และในบทความนี้

วิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ให้ถูกต้อง

คำนวณหัก ณ ที่จ่าย ยังไง ให้ถูกต้องในปี 2568 พร้อมตัวอย่าง

การหักภาษี ณ ที่จ่าย คือ การที่ผู้จ่ายเงินหักภาษีส่วนหนึ่งไว้ล่วงหน้า จากยอดเงินที่ต้องจ่ายให้ผู้รับ และนำส่งกรมสรรพากรแทนผู้รับเงิน โดยที่อัตราการหัก จะขึ้นอยู่กับประเภทของรายจ่าย เช่น วิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย วิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ตามลักษณะการจ่ายเงิน