ทำความรู้จัก ชอบการบัญชี
ชอบการบัญชี (Chob Accounting) สำนักงานบัญชี ที่ให้บริการรับทำบัญชี จดทะเบียนนิติบุคคล รวมถึงการจดทะเบียนแก้ไขข้อมูลกิจการ ในจังหวัดนครราชสีมา และพื้นที่อื่น ๆ ผ่านระบบออนไลน์ โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ
จุดเริ่มต้นของชอบการบัญชี
บริษัท ชอบการบัญชี จำกัด ได้เริ่มจดทะเบียนก่อตั้งเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2563 โดยให้บริการรับทำบัญชี ให้คำแนะนำด้านบัญชี และภาษี บริหารงานโดย คุณพัทธนันท์ วัชรโชติธาดาพงษ์ ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานด้านบัญชี และมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจหลากหลายประเภท พร้อมให้บริการธุรกิจทุกรูปแบบ
มุ่งมั่นช่วยให้กิจการของคุณ
เติบโตอย่างมีคุณภาพ
เพราะเราอยากให้ท่านมีกิจการที่ยั่งยืน และมั่นคง เราจึงใส่ใจในการให้บริการทุกขั้นตอนอย่างดีที่สุด มั่นใจได้ว่าหากให้โอกาสเราเข้าไปเป็นพาร์ตเนอร์แล้ว กิจการของคุณจะเติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืนตลอดไป
การพัฒนาบุคลากรด้านกฎหมาย จริยธรรม และธรรมาภิบาล
ชอบการบัญชีให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้ของผู้บริหารและทีมงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานบัญชี มาตรฐานวิชาชีพ จริยธรรมในการทำงาน และการป้องกันความเสี่ยงด้านเอกสาร เพื่อให้การดูแลบัญชีและภาษีของลูกค้าเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้
ตลอดทั้งปี บริษัทมีแผนอบรมและทบทวนความรู้ในหัวข้อสำคัญ ดังนี้
1. กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการทำบัญชี
การทำบัญชีในประเทศไทยถูกควบคุมและกำกับดูแลโดยกฎหมายและระเบียบ เพื่อให้ข้อมูลทางการเงินมีความโปร่งใส ถูกต้อง และมีมาตรฐาน ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการทำบัญชี ดังนี้
1. พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543: กฎหมายแม่บทที่กำหนดผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ชนิดของบัญชีที่ต้องจัดทำ ระยะเวลาการบันทึกบัญชี การเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชี รวมถึงกำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี
2. พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547: กฎหมายที่ควบคุมมาตรฐานการบัญชี มาตรฐานการสอบบัญชี จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี และกำหนดให้การทำบัญชีและการสอบบัญชีเป็นวิชาชีพควบคุมที่ต้องขึ้นทะเบียนกับ สภาวิชาชีพบัญชี
3. ประมวลรัษฎากร: เป็นกฎหมายหลักที่ผู้ทำบัญชีต้องปฏิบัติตามในการคำนวณและยื่นแบบแสดงรายการภาษี เช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีหัก ณ ที่จ่าย
4. ประกาศและคำสั่งกรมสรรพากร: ระเบียบปลีกย่อย เช่น หลักเกณฑ์การหักค่าเสื่อมราคา หลักเกณฑ์รายจ่ายที่ถือเป็นรายจ่ายทางภาษีได้หรือไม่ได้
5. พระราชบัญญัติประกันสังคม: กำหนดให้นักบัญชีต้องเกี่ยวข้องกับการคำนวณและยื่นนำส่งเงินสมทบประกันสังคมสำหรับพนักงานในกิจการ
โดยกิจการแต่ละรูปแบบจะมีระเบียบการจัดทำและนำส่งงบการเงินที่แตกต่างกันเพิ่มเติม ได้แก่
1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์: บังคับใช้กับห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญ และบริษัทจำกัด
2. พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535: ควบคุมการทำบัญชี การจัดทำรายงานประจำปี และการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินของบริษัทมหาชน
3. พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542: สำหรับธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการในไทย
รวมถึงระเบียบและประกาศของหน่วยงานกำกับดูแล ดังนี้
1. ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD): ระบุรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน ระยะเวลาในการยื่นงบการเงิน และแบบฟอร์มที่ต้องใช้ สามารถตรวจสอบประกาศและยื่นงบการเงินออนไลน์ได้ผ่านระบบ e-Filing ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
2. กฎหมายเฉพาะอุตสาหกรรม: ธุรกิจประเภทพิเศษ เช่น ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทประกันชีวิต จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานของหน่วยงานกำกับดูแลเฉพาะ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
2. กฎหมายภาษีอากรและแนวปฏิบัติของกรมสรรพากร
กฎหมายภาษีอากรและแนวปฏิบัติของกรมสรรพากร อ้างอิงตาม ประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่ให้อำนาจกรมสรรพากรจัดเก็บภาษีอากรหลัก 5 ประเภท ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ โดยมีรายละเอียดโครงสร้างและแนวปฏิบัติดังนี้
ผู้มีหน้าที่เสียภาษี: บุคคลธรรมดา ผู้ถึงแก่ความตาย กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลซึ่งมีเงินได้เกิดขึ้นในประเทศไทย
ผู้มีเงินได้ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีปีละ 1 ครั้ง (ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91) ภายในวันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคมของปีถัดไป นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อได้รับเงินได้บางประเภท เช่น ค่าจ้าง เงินเดือน หรือค่าบริการ
ผู้มีหน้าที่เสียภาษี: บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล รวมถึงกิจการที่ดำเนินการค้าหรือหากำไร และกิจการที่ได้รับยกเว้นแต่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
นิติบุคคลต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้จากกำไรสุทธิปีละ 2 ครั้ง ได้แก่
- ภ.ง.ด.51: การประมาณการกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีครึ่งปี (ภายใน 2 เดือนนับจากวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี 6 เดือนแรก)
- ภ.ง.ด.50: การเสียภาษีจากกำไรสุทธิประจำปี (ภายใน 150 วันนับแต่วันปิดรอบระยะเวลาบัญชี)
ผู้มีหน้าที่เสียภาษี: ผู้ประกอบการที่มีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพ เกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี
ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่มีการขายสินค้าหรือให้บริการ คิดภาษีขายจากมูลค่าของสินค้า/บริการ (ปัจจุบันอัตรามาตรฐานร้อยละ \(7\)) และต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี (ภ.พ.30) พร้อมชำระภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
ผู้มีหน้าที่เสียภาษี :“ผู้จ่ายเงิน” (เช่น นิติบุคคล) โดยต้องหักภาษีไว้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนดก่อนจ่ายเงินให้ผู้รับ
ผู้เสียภาษีต้องนำส่งเงินภาษีที่หักไว้ให้กรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้แก่ผู้รับเงิน
ผู้มีหน้าที่เสียภาษี: ผู้ประกอบกิจการบางประเภทที่ไม่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น การธนาคาร, การเงิน, รับประกันชีวิต, ขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร, และรับจำนำ
ต้องยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษี (ภ.ธ.40) เป็นรายเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
5. อากรแสตมป์
ผู้มีหน้าที่เสียภาษี: บุคคลที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ เช่น ผู้ให้เช่าทรัพย์สิน, ผู้รับโอนหุ้น, ผู้รับมอบอำนาจ
การเสียอากรแสตมป์กระทำได้โดยการปิดแสตมป์ทับลงบนตราสารและขีดฆ่า หรือชำระเป็นตัวเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร
แนวปฏิบัติและเครื่องมือช่วยจัดการภาษี
กรมสรรพากรได้พัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติการทางภาษีให้ถูกต้องและรวดเร็ว ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
1. การยื่นแบบออนไลน์: ผู้เสียภาษีสามารถยื่นแบบภาษีทุกประเภท ตรวจสอบข้อมูลภาษีหัก ณ ที่จ่าย และจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร
2. ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt: มาตรการที่สนับสนุนให้ผู้ประกอบการออกและส่งใบกำกับภาษีและใบรับอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อความโปร่งใสและลดขั้นตอนการจัดเก็บเอกสารกระดาษ
3. My Tax Account: ระบบตรวจสอบข้อมูลค่าลดหย่อนและสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา ช่วยให้การวางแผนและยื่นภาษีทำได้ง่ายขึ้นผ่านระบบออนไลน์
3. มาตรฐานวิชาชีพบัญชีและจรรยาบรรณวิชาชีพ
มาตรฐานวิชาชีพบัญชีและจรรยาบรรณวิชาชีพ เป็นหลักเกณฑ์สำคัญที่ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีต้องยึดถือ เพื่อควบคุมคุณภาพการจัดทำและตรวจสอบบัญชี ให้ข้อมูลทางการเงินมีความโปร่งใส น่าเชื่อถือ โดยสภาวิชาชีพบัญชีแห่งประเทศไทย (TFAC) เป็นผู้กำหนดมาตรฐานและประมวลจรรยาบรรณที่สอดคล้องกับสากล
มาตรฐานมาตรฐานวิชาชีพบัญชี
ประกอบด้วยมาตรฐานที่ควบคุมการปฏิบัติงาน 3 ด้านหลัก เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องตามกฎหมายและหลักการที่รับรองทั่วไป ดังนี้
1. มาตรฐานการรายงานทางการเงิน (TFRS): หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการบันทึกบัญชีและการจัดทำงบการเงิน เพื่อให้ผู้ใช้งบการเงินเข้าใจตรงกัน
2. มาตรฐานการสอบบัญชี (TSAs): แนวปฏิบัติสำหรับผู้สอบบัญชี เพื่อใช้ตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินว่าถูกต้องตามควรหรือไม่
3. มาตรฐานการบัญชีด้านอื่นๆ: รวมถึงมาตรฐานการบัญชีบริหาร มาตรฐานการวางระบบบัญชี และมาตรฐานการศึกษาต่อเนื่องทางวิชาชีพ
จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี
ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีทุกคนต้องปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี 5 ประการ ดังนี้
1. ความซื่อสัตย์สุจริต (Integrity): ต้องตรงไปตรงมาและมีความจริงใจในการปฏิบัติหน้าที่
2. ความเที่ยงธรรมและความเป็นอิสระ (Objectivity & Independence): ต้องมีความเป็นกลาง ปราศจากอคติ ไม่ยอมให้ความขัดแย้งทางผลประโยชน์มาครอบงำการตัดสินใจ
3. ความรู้ความสามารถและความเอาใจใส่ทางวิชาชีพ (Professional Competence and Due Care): ต้องรักษาความรู้ความสามารถในระดับที่จำเป็น และปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังรอบคอบ
4. การรักษาความลับ (Confidentiality): ต้องเก็บรักษาข้อมูลความลับที่ได้จากการปฏิบัติงาน ห้ามนำไปเปิดเผยแก่บุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีอำนาจตามกฎหมาย
5. พฤติกรรมทางวิชาชีพ (Professional Behavior): ต้องปฏิบัติตนให้สอดคล้องกับกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจทำให้วิชาชีพบัญชีเสื่อมเสียชื่อเสียง
ใบรับรองและเอกสารยืนยัน
หนังสือรับรองสำนักงานบัญชีคุณภาพ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ใบสำคัญจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ใบทะเบียนพาณิชย์
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ให้บริการด้วยคุณภาพ
ตามหลักCHOB
Customer
เรายกให้ลูกค้ามาเป็นอันดับ 1 จึงมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกคน
Habited
สร้างอุปนิสัย เน้นการพัฒนาทักษะความรู้ที่สามารถให้คำปรึกษาลูกค้าได้ดีที่สุด
Organization system
สร้างระบบการทำงานที่สามารถตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นระบบ
Business knowledge
พัฒนาความรู้ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และก้าวต่อไปในโลกแห่งอนาคต
Chob Accounting team
น้ำ - พัทธนันท์ วัชรโชติธาดาพงษ์
ประธานกรรมการบริหาร/หัวหน้าสำนักงาน
เฟิร์ส - พสิษฐ์ วัชรโชติธาดาพงษ์
กรรมการบริหาร/หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และการตลาด
ลินิล - ศิรินทร์ทิพย์ ช่องรัตน์
ผู้จัดฝ่ายกลยุทธ์และการตลาด
จอย - เปรมา หล่าบุตรศรี
เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและตรวจสอบภายใน
แป้ง - สีตลา ดีโพธิ์รัมย์
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพบัญชี
สุ - สุมาลี ปลื้มใจดี
ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพบัญชี
แป้ง - เหมือนฝัน ปล้องจันทา
หัวหน้าพนักงานบัญชี
อีฟ - นาริษา สุวรรณมาโจ
พนักงานบัญชี
อุ๋มอิ๋ม - อรปรียา รูปดี
พนักงานบัญชี
ไอซ์ - วริษรา กวดพุดซา
พนักงานบัญชี
ส้ม - นวลพรรณ เนียมสุข
พนักงานบัญชี
อั๋น - เจนจิรา ทันสันเทียะ
พนักงานรักษาความสะอาด
บิ๊ก - คมสรรค์ จินันทุยา
พนักงานไอที/โปรแกรมเมอร์
เต้ - ณัฐพล วงษ์มี
พนักงานไอที/โปรแกรมเมอร์
ป้อ - จุมพล นวนคำสิงห์
พนักงานสื่อโซเชียล/ประชาสัมพันธ์
ฟิวส์ - จิรศักดิ์ หินกลาง
พนักงานสื่อโซเชียล/ประชาสัมพันธ์
ชอบการบัญชี ที่ปรึกษาของธุรกิจทุกรูปแบบ
เราคือพาร์ตเนอร์ด้านบัญชี ที่ดูแลธุรกิจ SME Startup และบริษัทขนาดกลางถึงใหญ่ทั่วประเทศ ด้วยบริการที่หลากหลาย และมีคุณภาพ
• บริการบัญชีรายเดือน พร้อมตรวจสอบ และให้คำปรึกษา
• วางแผนภาษีล่วงหน้า ช่วยประหยัดภาษีอย่างถูกต้อง
• รับจดทะเบียนบริษัท ห้างหุ้นส่วน บริการครบจบในที่เดียว
• เจ้าของกิจการตรวจสอบข้อมูลได้ตลอด 24 ชม.