กรรมการบริษัท คือใคร ? มีหน้าที่และความรับผิดชอบอย่างไรบ้าง ?

กรรมการบริษัท คืออะไร ? มีหน้าที่และความรับผิดชอบอย่างไรบ้าง ?

กรรมการบริษัท คือใคร ?

กรรมการบริษัท คือ บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ถือหุ้นให้มีอำนาจในการบริหารและดำเนินการแทนบริษัท โดยมีหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของบริษัทเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงิน การทำสัญญา การบริหารทีมงาน การยื่นเอกสารราชการ หรือการจัดทำรายงานทางบัญชี

ในทางกฎหมาย กรรมการบริษัท คือ ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท นั่นหมายความว่า เมื่อกรรมการลงชื่อในสัญญาหรือเอกสารต่าง ๆ ถือว่าเป็นการกระทำในนามของบริษัท และบริษัทต้องรับผิดชอบตามที่ได้ลงนามไป

ตามหลักกฎหมาย ได้ระบุตำแหน่งกรรมการบริษัทเอาไว้ 2 ตำแหน่ง ดังนี้

1. ประธานกรรมการ
มีหน้าที่ และอำนาจตามที่กฎหมายได้ระบุเอาไว้ โดยเฉพาะในด้านการบริหารบริษัท โดยทำหน้าที่เป็นผู้นำการประชุมคณะกรรมการ และในการประชุมผู้ถือหุ้นก็อาจดำรงตำแหน่งประธานเช่นเดียวกัน

แต่ในทางปฏิบัติ กรรมการบริษัท แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่

1. กรรมการที่เป็นผู้บริหาร
กรรมการที่เป็นผู้บริหาร (Executive Directors) คือ กรรมการที่มีส่วนร่วมในการบริหารงานประจำของบริษัท ทั้งในเชิงนโยบาย และการบริหารงานประจำวัน เช่น กรรมการผู้จัดการ (CEO) ที่มีหน้าที่วางแผนงาน ควบคุมทีมงาน กำกับงบประมาณ และดูและการดำเนินธุรกิจให้เป็นไปตามเป้าหมาย เป็นต้น

2. กรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร
กรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร (Non-Executive Directors) คือ กรรมการที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการบริหารงานเป็นประจำ แต่มีหน้าที่กำกับดูแล ตรวจสอบ และให้คำแนะนำแก่ฝ่าบบริหารโดยเฉพาะในบริษัทขนาดกลางถึงใหญ่ หรือบริษัทมหาชน ที่จะมีกรรมการอิสระเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการ เพื่อสร้างความโปร่งใส และถ่วงดุลอำนาจในการตัดสินใจ

3. กรรมการอิสระ
กรรมการอิสระ (Independent Directors) คือ กรรมการที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริหารงาน และไม่ได้มีผลประโยชน์ส่วนตัวใด ๆ กับบริษัท เช่น ไม่ใช่พนักงาน ไม่ใช่ญาติของผู้บริหาร ไม่ได้มีการถือหุ้นเกินสัดส่วนที่กำหนด และไม่ได้มีความสัมพันธ์เชิงธุรกิจที่อาจก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน

กรรมการอิสระ ถูกแต่งตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่ถ่วงดุลอำนาจ และรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นรายย่อย รวมถึงสร้างความโปร่งใสในการบริหารจัดการ ในบางกรณี กรรมการอิสระยังเป็นสมาชิกของคณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) เพื่อควบคุมดูแลเรื่องการเงิน การบัญชี และการเปิดเผยข้อมูลให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาล

กรรมการบริษัท ต้องเป็นผู้ถือหุ้นไหม ?

การเป็นกรรมการบริษัทไม่จำเป็นต้องถือหุ้นในบริษัทนั้น ๆ โดยที่บุคคลภายนอกที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทโดยตรงก็สามารถเป็นกรรมการได้ เพียงแต่ได้รับการแต่งตั้งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้ทำหน้าที่บริหารแทน

โดยทั่วไปแล้ว บริษัทขนาดกลางถึงใหญ่ มักแยกบทบาทระหว่างผู้ถือหุ้น และกรรมการอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการบริหาร และช่วยให้มีคนกลางที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนเข้ามากำกับดูแลบริษัท

บทบาท และหน้าที่ของ กรรมการบริษัท

1. กำหนดนโยบายและทิศทางของบริษัท

กรรมการบริษัทมีหน้าที่ร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการร่วมวางแผนการตลาด การเงิน การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้บริษัทเดินหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้องและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิ

2. ดำเนินงานในนามบริษัท

กรรมการบริษัทมีอำนาจในการลงนามในเอกสาร สัญญา หรือหนังสือต่าง ๆ ในชื่อของบริษัท โดยเอกสารที่ลงนามโดยกรรมการ จะถือว่าเป็นการดำเนินงานโดยบริษัทอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เช่น สัญญากู้เงิน สัญญาว่าจ้าง หรือเอกสารยื่นต่อหน่วยงานรัฐ ล้วนต้องใช้ลายเซ็นของกรรมการผู้มีอำนาจ ซึ่งระบุไว้ในหนังสือรับรองบริษัท

3. ดูแลการเงิน การบัญชี และภาษีของบริษัท

กรรมการบริษัทต้องดูแลให้บริษัทมีระบบบัญชีที่ถูกต้องและโปร่งใส จัดทำรายงานทางการเงิน จัดทำงบฐานะการเงิน งบกำไรขาดทุน และนำส่งภาษีให้ถูกต้อง

สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ ต้องมีการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและนำเสนอผลประกอบการต่อผู้ถือหุ้นประจำปี พร้อมเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อสาธารณะตามที่กฎหมายกำหนด

4. เรียกประชุมผู้ถือหุ้น และจัดทำรายงานประจำปี

กรรมการต้องจัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี เพื่อรายงานผลการดำเนินงานของบริษัท เสนองบการเงิน และหารือวาระสำคัญ เช่น การแต่งตั้งกรรมการใหม่ หรือการเพิ่มทุน รวมถึงการจัดทำรายงานประจำปี (Annual Report) ที่มีข้อมูลทางการเงินและการดำเนินงานโดยรวมให้ผู้ถือหุ้นได้รับทราบ

5. กำกับดูแลให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมาย

กรรมการมีหน้าที่ดูแลให้การดำเนินงานของบริษัทอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย เช่น พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด พ.ร.บ.แรงงาน หรือกฎหมายภาษีต่าง ๆ รวมถึงข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ในกรณีที่จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนจำกัด

6. รักษาผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้น

กรรมการมีหน้าที่รักษาผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท โดยไม่เอื้อประโยชน์ให้ตนเองหรือผู้อื่น และต้องเปิดเผยความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) อย่างโปร่งใส นอกจากนี้ ยังต้องรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยเฉพาะรายย่อย ไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือฝ่ายบริหาร

ความรับผิดชอบของ กรรมการบริษัท

1. ความรับผิดทางแพ่ง

หากกรรมการกระทำการที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท เช่น การตัดสินใจลงทุนโดยไม่ตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วน หรือการอนุมัติค่าใช้จ่ายที่ไม่เหมาะสม และทำให้บริษัทเกิดความเสียหาย กรรมการอาจถูกฟ้องร้องให้ ชดใช้ค่าเสียหายส่วนตัว แก่บริษัทหรือผู้ถือหุ้น

ในบางกรณี หากกรรมการกระทำโดยประมาทเลินเล่อ หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน เช่น อนุมัติงานให้กับบริษัทของตนเอง อาจเข้าข่ายกระทำผิดโดยเจตนา และต้องรับผิดชอบเป็นการส่วนตัว ไม่สามารถอ้างว่าเป็นการกระทำในนามบริษัทได้

2. ความรับผิดทางอาญา

กรรมการบริษัทต้องรับผิดชอบต่อการละเมิดกฎหมายในหลายกรณี เช่น

  • ไม่ยื่นงบการเงินตามกำหนด
  • หลีกเลี่ยงภาษีหรือปลอมแปลงเอกสารบัญชี
  • ละเลยในการป้องกันการกระทำผิดของพนักงานในบริษัท
  • มีเจตนาทุจริต หรือยักยอกทรัพย์ของบริษัท

ซึ่งอาจทำให้ถูกฟ้องในคดีอาญา และหากศาลตัดสินว่ามีความผิดจริง ก็อาจมีโทษจำคุก หรือเสียค่าปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ

3. ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก

หากกรรมการลงนามในสัญญาในนามของบริษัท โดยไม่มีอำนาจ หรือข้อมูลที่ให้ไปในสัญญาไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น หลอกลวงคู่ค้า หรือมีเจตนาแอบแฝง กรรมการอาจถูกฟ้องร้อง และต้องรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก

กรรมการบริษัท ไม่ได้เป็นเพียงตำแหน่งบนหัวกระดาษ หรือแค่ผู้เซ็นเอกสารตามหน้าที่เท่านั้น แต่เป็นหัวใจสำคัญขององค์กรที่ต้องกำกับ ควบคุม และตัดสินใจในเรื่องสำคัญทั้งหมดของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหาร การเงิน การกำกับดูแล หรือการปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและบริษัทเอง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มาพร้อมกับอำนาจ และต้องอาศัยความรับผิดชอบที่สูงมาก

เขียนโดย

Picture of ลินิล - ศิรินทร์ทิพย์ ช่องรัตน์

ลินิล - ศิรินทร์ทิพย์ ช่องรัตน์

ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี และการจดทะเบียนธุรกิจ ที่มีประสบการณ์ในการจดทะเบียนบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ร้านค้า รวมถึงงานบัญชี และภาษี มุ่งมั่นให้การเริ่มต้นธุรกิจเป็นเรื่องง่าย และสอดคล้องตามกฎหมาย

บทความล่าสุด

บริการแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจแบบบุคคลธรรมดา ต่างจากธุรกิจแบบนิติบุคคลอย่างไร ?

ธุรกิจแบบบุคคลธรรมดา ต่างจากธุรกิจแบบนิติบุคคลอย่างไร ?

เวลาที่เริ่มทำธุรกิจ หลายคนมักเริ่มต้นในรูปแบบบุคคลธรรมดา เพราะจัดการได้ง่าย ใช้เอกสารไม่มาก และยังไม่ต้องจัดการระบบบัญชีที่ซับซ้อน แต่เมื่อธุรกิจเริ่มมีรายได้มากขึ้น หรือมีการขยายกิจการ หลายคนก็เริ่มสงสัยว่า ควรจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลดีไหม และจริง ๆ แล้ว ธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดาแตกต่างจากธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลอย่างไร ? การทำธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา ต่างจาก นิติบุคคล อย่างไร ? การทำธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา

ข้อดี-ข้อเสียของการจดบริษัท สำหรับธุรกิจใหม่

ข้อดี-ข้อเสียของการจดบริษัท สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่

เริ่มต้นธุรกิจใหม่ทั้งที หนึ่งในคำถามที่ผู้ประกอบการมือใหม่มักจะนึกถึงก็คือ ควรจดบริษัทเลยไหม หรือควรทำธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดาไปก่อน ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกที่สำคัญมาก เพราะส่งต่อรายได้ ภาษี ความน่าเชื่อถือ ไปจนถึงโอกาสเติบโตในอนาคต ถ้าตัดสินใจผิด ชีวิตทางธุรกิจอาจสะดุดตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะขอพาไปทำความเข้าใจแบบครบทุกแง่มุม ทั้งข้อดี ข้อเสีย จังหวะเวลาที่เหมาะสมในการจดบริษัทที่จะช่วยให้ดำเนินธุรกิจได้ง่ายอย่างมั่นคงค่ะ ข้อดีของการจดบริษัท 1. ความน่าเชื่อถือที่เพิ่มขึ้นในสายตาลูกค้า

ห้างหุ้นส่วนสามัญ (หสม.) คืออะไร ?

ห้างหุ้นส่วนสามัญ คืออะไร เหมาะสำหรับธุรกิจรูปแบบใดบ้าง ?

เมื่อเริ่มทำธุรกิจกับเพื่อน หรือคนในครอบครัว หลายคนมักได้ยินคำว่าห้างหุ้นส่วนสามัญ ตามมาด้วยคำถามว่า ห้างหุ้นส่วนสามัญ คืออะไร แตกต่างจากห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัดอย่างไร และจำเป็นต้องจดทะเบียนหรือไหม ถึงจะถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเจ้าของกิจการจำนวนไม่น้อยยังคงไม่เข้าใจเรื่องความรับผิดชอบของหุ้นส่วน และความเสี่ยงอื่น ๆ ที่จะตามมา ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาไปทำความรู้จักห้างหุ้นส่วนสามัญ พร้อมอธิบายว่ามันเหมาะสำหรับการทำธุรกิจในรูปแบบใดบ้างค่ะ ห้างหุ้นส่วนจำกัด คืออะไร