วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พร้อมตัวอย่างแบบเข้าใจง่าย!

วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

เงินได้พึงประเมิน 8 ประเภท

เงินได้พึงประเมิน 8 ประเภท

เงินได้พึงประเมิน คือเงินได้อันเข้าลักษณะพึงต้องเสียภาษีตามมาตรา 40 (1) – (8) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้

เงินได้ประเภทที่ 1 ได้แก่ เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน ไม่ว่าจะเป็น เงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ
เงินได้ประเภทที่ 2 ได้แก่ เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็น ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส
เงินได้ประเภทที่ 3 ได้แก่ ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์
เงินได้ประเภทที่ 4 ได้แก่ ดอกเบี้ย เงินปันผล เงินส่วนแบ่งกำไร
เงินได้ประเภทที่ 5 เงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน
เงินได้ประเภทที่ 6 ได้แก่ เงินได้จากวิชาชีพอิสระ คือวิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลป์ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม หรือวิชาชีพอื่นซึ่งจะได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดชนิดไว้ทรัพย์สิน
เงินได้ประเภทที่ 7 ได้แก่ เงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วยการจัดหาสัมภาระ ในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ
เงินได้ประเภทที่ 8 ได้แก่ เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง

**แต่!! ไม่ใช่รายได้ทุกประเภทที่จะต้องเสียภาษี รายได้บางประเภทจะได้รับการยกเว้น เช่น เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลหรือหน่วยงาน เงินค่าชดเชยการเลิกจ้างตามกฎหมาย รายได้จากการขายทรัพย์สินที่ไม่ใช่เพื่อการค้าหรือธุรกิจ**

ขั้นตอนการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อาจดูเหมือนยาก และมีหลายขั้นตอน ในหัวข้อนี้ ชอบการบัญชี จะพามาคำนวณภาษีบุคคลธรรมดากันนะคะ

การคำนวณเงินได้สุทธิ

เงินได้สุทธิ คืออะไร ? สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ

ถ้าพูดให้เข้าใจง่าย ๆ เงินได้สุทธิ ก็คือ “รายได้ที่เหลืออยู่จริง ๆ หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนออกไปแล้ว” เป็นตัวเลขที่รัฐใช้เป็นฐานในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ลองจินตนาการว่ารายได้ทั้งหมดเหมือนกับเค้กชิ้นใหญ่ เงินได้สุทธิ คือส่วนของเค้กที่เหลือหลังจากที่แบ่งบางส่วนให้กับค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเดินทาง ค่าลดหย่อนจากประกันชีวิต หรือการลงทุนในกองทุนต่าง ๆ เมื่อได้จำนวนเค้กที่เหลือ (หรือเงินได้สุทธิ) นั่นแหละคือจำนวนที่ต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ตัวอย่างการคำนวณเงินได้สุทธิ

เงินได้สุทธิ คำนวณอย่างไร ?

การคำนวณเงินได้สุทธิ สามารถทำได้ง่าย ๆ ตามขั้นตอน ดังนี้

1. เริ่มจากการนำรายได้รวม คือรายได้ทั้งหมดที่ได้รับในปีนั้น ๆ เช่น เงินเดือน โบนัส รายได้จากการทำงาน รายได้จากธุรกิจส่วนตัวหรืออาชีพอิสระ เป็นตัวตั้ง
2. หักค่าใช้จ่าย : ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะช่วยลดรายได้ของคุณ เช่น พนักงานประจำ หักร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
3. หักค่าลดหย่อน : ค่าลดหย่อนเป็นสิ่งที่รัฐให้สิทธิ์เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท ค่าลดหย่อนคู่สมรส 60,000 บาท (ถ้าคู่สมรสไม่มีรายได้) ค่าลดหย่อนบุตร 30,000 บาทต่อคน การลงทุนใน RMF, LTF หรือการบริจาคเพื่อการกุศล

เมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนทั้งหมดออกไปจากรายได้รวม จะได้ตัวเลขสุดท้ายที่เรียกว่า “เงินได้สุทธิ

ค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปี 2567

มาดูกันว่าในปี 2567 มีค่าลดหย่อนภาษีอะไรบ้าง ที่ควรรู้และนำใช้ประโยชน์

ค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ตัวอย่างการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบง่าย ๆ ให้เห็นจากในภาพ

ตัวอย่างการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

นางสาวชอบ มีรายได้ 27,000 /เดือน รายได้รวมทั้งปี คือ 27,000 x 12 = 324,000 บาท

หักค่าใช้จ่าย : 100,000 บาท คงเหลือ 224,000 บาท
รายได้จากการขายออนไลน์ 15,000 / เดือน รายได้รวมทั้งปี 15,000 x 12 = 180,000 บาท
หักค่าใช้จ่าย 60% : 108,000 บาท คงเหลือ 72,000 บาท
รายได้จากเงินเดือน + รายได้จากการขายออนไลน์ 224,000 + 72,000 = 296,000 บาท
หักค่าลดหย่อน : 60,000 บาท (ค่าลดหย่อนส่วนตัว)
หักลดหย่อนประกันชีวิต : 20,000 บาท
เงินได้สุทธิ = 296,000 – (60,000 + 20,000) = 216,000 บาท
หลังจากนั้น ให้นำเงินที่หักลบค่าลดหย่อนแล้ว มาคิดภาษีขั้นบันได

สรุปได้ว่า นางสาว ชอบการบัญชี มีเงินได้สุทธิ 216,000 บาท จะต้องเสียภาษี ในอัตรา 5 %

เงินได้สุทธิ 150,001 – 216,000 จะต้องเสียภาษีในอัตราภาษี 5% = 3,300

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

โครงสร้างอัตราภาษีของบุคคลธรรมดา จะอยู่ในลักษณะรูปแบบของขั้นบันได ตั้งแต่ 0% จนถึง 35% จะเห็นได้ว่ายิ่งรายได้เพิ่มขึ้น อัตราภาษีก็จะเพิ่มขึ้นไปด้วย ดังนี้

เงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท : อัตราภาษี 0%
เงินได้สุทธิ 150,001 – 300,000 บาท : อัตราภาษี 5%
เงินได้สุทธิ 300,001 – 500,000 บาท : อัตราภาษี 10%
เงินได้สุทธิ 500,001 – 750,000 บาท : อัตราภาษี 15%
เงินได้สุทธิ 750,001 – 1,000,000 บาท : อัตราภาษี 20%
เงินได้สุทธิ 1,000,001 – 2,000,000 บาท : อัตราภาษี 25%
เงินได้สุทธิ 2,000,001 – 5,000,000 บาท : อัตราภาษี 30%
เงินได้สุทธิมากกว่า 5,000,000 บาท : อัตราภาษี 35%

นี่แหละที่เรียกว่า “ภาษีขั้นบันได” เป็นการคำนวณภาษีตามช่วงรายได้ ทำให้ยุติธรรมต่อผู้ที่มีรายได้แตกต่างกัน

เครื่องมือช่วยคำนวณภาษี

หากการคำนวณดูซับซ้อนเกินไป สามารถใช้เครื่องมือออนไลน์ช่วยในการคำนวณได้ หรือโปรแกรม Excel ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยเฉพาะ

บทความนี้ ทำให้รู้แล้วว่าการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด แค่ทำความเข้าใจในขั้นตอนและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ก็จะทำให้สามารถจัดการภาษีได้ง่ายขึ้น ทั้งยังเป็นการการันตีว่าได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง นอกจากนั้นแล้ว ยังเป็นวางรากฐานสำหรับการวางแผนทางการเงินในอนาคตอีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย !

หากต้องการที่ปรึกษาเพื่อวางแผนภาษีและจัดการเรื่องภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่ชอบการบัญชี เรามีทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์ พร้อมดูแล และให้คำแนะนำในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับบัญชี และภาษี ยินดีให้บริการค่ะ

เขียนโดย

Picture of Chob Accounting Team

Chob Accounting Team

คัดสรรบทความเรื่องภาษี บัญชี และธุรกิจ โดย Chob Accounting Team

เขียนโดย

Picture of Chob Accounting Team

Chob Accounting Team

คัดสรรบทความเรื่องภาษี บัญชี และธุรกิจ โดย Chob Accounting Team