<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บัญชี - สำนักงานบัญชี ชอบการบัญชี - Chob Accounting</title>
	<atom:link href="https://chobaccountingonline.co.th/category/accounting/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://chobaccountingonline.co.th/category/accounting/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Jul 2026 08:02:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.1</generator>

<image>
	<url>https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2025/01/cropped-Chob-Accounting-Logo-120x120.webp</url>
	<title>บัญชี - สำนักงานบัญชี ชอบการบัญชี - Chob Accounting</title>
	<link>https://chobaccountingonline.co.th/category/accounting/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย คืออะไร ? มีกี่ประเภท ใช้ทำอะไรในงานบัญชี</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-subsidiary-ledger/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chob Accounting Team]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jun 2026 04:24:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=18949</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในการทำบัญชีของธุรกิจ โดยเฉพาะกิจการที่มีรายการซื้อขายจำนวนมาก หากดูเฉพาะยอดรวมในบัญชีหลัก อาจยังไม่เพียงพอต่อการตรวจสอบรายละเอียด เช่น ยอดลูกหนี้รวมมาจากลูกค้ารายใดบ้าง หรือยอดเจ้าหนี้เกิดจากผู้ขายรายไหนบ้าง ด้วยเหตุนี้ สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยแยกรายละเอียดของบัญชีหลักให้ชัดเจนขึ้น ทำให้ผู้ทำบัญชีและเจ้าของธุรกิจสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ง่าย ลดความผิดพลาด และช่วยให้จัดการบัญชีได้เป็นระบบมากขึ้น สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย คืออะไร ? สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย (Subsidiary ledger) หรือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-subsidiary-ledger/">สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย คืออะไร ? มีกี่ประเภท ใช้ทำอะไรในงานบัญชี</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-link-color wp-elements-93228afe9a10746b2acc6999f05912b1 wp-block-paragraph">ใน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting/" type="post" id="6916">การทำบัญชี</a>ของธุรกิจ โดยเฉพาะกิจการที่มีรายการซื้อขายจำนวนมาก หากดูเฉพาะยอดรวมในบัญชีหลัก อาจยังไม่เพียงพอต่อการตรวจสอบรายละเอียด เช่น ยอดลูกหนี้รวมมาจากลูกค้ารายใดบ้าง หรือยอดเจ้าหนี้เกิดจากผู้ขายรายไหนบ้าง</p>



<p class="has-link-color wp-elements-eba34300347f9262b9f968351d138ffc wp-block-paragraph">ด้วยเหตุนี้ สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยแยกรายละเอียดของบัญชีหลักให้ชัดเจนขึ้น ทำให้<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeper/" type="post" id="16698">ผู้ทำบัญชี</a>และเจ้าของธุรกิจสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ง่าย ลดความผิดพลาด และช่วยให้จัดการบัญชีได้เป็นระบบมากขึ้น</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย คืออะไร ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-dddd7f53a1a677142a3ba3afd1a98305 wp-block-paragraph"><strong>สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย (Subsidiary ledger)</strong> หรือ “บัญชีย่อย” คือ <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting-book/" type="post" id="16095">สมุดบัญชี</a>ที่ใช้บันทึกรายละเอียดแยกย่อยของ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-ledger-accounts/" type="post" id="18613">สมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป</a> ช่วยให้สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของรายการค้าแต่ละรายการได้สะดวก และเป็นระเบียบยิ่งขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">สมุดบัญชีแยกประเภท ย่อยเกี่ยวข้องกับบัญชีคุมยอดอย่างไร ?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับสมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป หรือที่เรียกว่า “บัญชีคุมยอด” เพราะบัญชีคุมยอดใช้แสดงยอดรวม ส่วนสมุดบัญชีแยกประเภทย่อยใช้แสดงรายละเอียดของยอดรวมนั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ตัวอย่าง</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">สมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป: ลงบันทึกว่า ลูกหนี้การค้า 200,000 บาท<br>สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยลูกหนี้: ต้องลงบันทึกรายละเอียดของลูกหนี้ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ลูกหนี้ A 80,000 บาท</li>



<li>ลูกหนี้ B 70,000 บาท</li>



<li>ลูกหนี้ C 50,000 บาท</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">รวมลูกหนี้รายตัวทั้งหมด 200,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากตัวอย่าง ยอดรวมของลูกหนี้แต่ละรายในสมุดบัญชีแยกประเภทย่อยจะต้องเท่ากับยอดลูกหนี้การค้าในบัญชีคุมยอด หากยอดไม่ตรงกัน อาจเกิดจากสาเหตุ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>บันทึกรายการในบัญชีย่อยไม่ครบ</li>



<li>บันทึกรายการในบัญชีคุมยอดผิด</li>



<li>มีการบันทึกรายการซ้ำ</li>



<li>มีรายการรับชำระหรือจ่ายชำระที่ยังไม่ได้บันทึก</li>



<li>มีการจัดประเภทรายการผิดบัญชี</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น การตรวจสอบยอดระหว่างสมุดบัญชีแยกประเภทย่อยกับบัญชีคุมยอดจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ข้อมูลบัญชีถูกต้องและน่าเชื่อถือ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ความสำคัญของสมุดบัญชีแยกประเภทย่อย</h2>



<p class="wp-block-paragraph">1. <strong>ช่วยตรวจสอบข้อมูลได้ละเอียดขึ้น</strong><br>กิจการสามารถตรวจสอบรายละเอียดแยกตามลูกหนี้ เจ้าหนี้ หรือสินค้าแต่ละรายการได้ ไม่ต้องดูเพียงยอดรวมในบัญชีหลัก</p>



<p class="has-link-color wp-elements-d7692d97042fb20a0eea7a335f2f6a0d wp-block-paragraph">2. <strong>ช่วยลดความผิดพลาดในการบันทึกบัญชี</strong><br>เมื่อต้องตรวจสอบรายละเอียดได้ง่าย จะช่วยลดโอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดจาก<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeping/" type="post" id="13830">การบันทึกบัญชี</a> เช่น บันทึกยอดผิด ลืมบันทึกรายการ หรือบันทึกรายการซ้ำ ก็จะลดลง</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. <strong>ช่วยควบคุมลูกหนี้และเจ้าหนี้</strong><br>การบันทึกรายการบัญชีลงในสมุดบัญชีแยกประเภทย่อย ทำให้กิจการติดตามได้ว่า ลูกค้ารายใดยังไม่ชำระเงิน หรือมีเจ้าหนี้รายใดที่ต้องชำระเงินในเร็ว ๆ นี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">4. <strong>ช่วยวางแผนกระแสเงินสด</strong><br>เมื่อรู้รายละเอียดของเงินที่ต้องรับและเงินที่ต้องจ่าย จะทำให้กิจการวางแผนทางการเงินได้แม่นยำมากขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">5. <strong>ช่วยให้การปิดบัญชีง่ายขึ้น</strong><br>เมื่อข้อมูลในบัญชีย่อยครบถ้วนและตรงกับบัญชีคุมยอด การตรวจสอบและปิดบัญชีในแต่ละรอบจะทำได้รวดเร็วขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">กล่าวได้ว่า สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจมีข้อมูลบัญชีที่เป็นระบบ ตรวจสอบง่าย และนำไปใช้ตัดสินใจได้ดีขึ้นค่ะ</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="900" height="600" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Example-of-a-subsidiary-ledger.-2.webp" alt="ตัวอย่างสมุดบัญชีแยกประเภทย่อย" class="wp-image-18987" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Example-of-a-subsidiary-ledger.-2.webp 900w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Example-of-a-subsidiary-ledger.-2-300x200.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Example-of-a-subsidiary-ledger.-2-768x512.webp 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย ต่างจากสมุดบัญชีแยกประเภททั่วไปอย่างไร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">หลายคนอาจสับสนระหว่าง สมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป กับ สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย เพราะทั้งสองอย่างเกี่ยวข้องกับการบันทึกบัญชีเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วมีหน้าที่ต่างกัน ดังนี้</p>



<style>
  .chob-journal-table-wrap {
    width: 100%;
    overflow-x: auto;
    margin: 24px 0;
  }

  .chob-journal-table {
    width: 100%;
    min-width: 720px;
    border-collapse: collapse;
    font-family: inherit;
    background: #ffffff;
    color: #111827;
    border: 1px solid #d1d5db;
  }

  .chob-journal-table th,
  .chob-journal-table td {
    border: 1px solid #d1d5db;
    padding: 12px 16px;
    text-align: center;
    vertical-align: middle;
    line-height: 1.6;
    font-size: 16px;
  }

  .chob-journal-table thead th {
    background: #f3f4f6;
    font-weight: 700;
  }

  .chob-journal-table tbody td {
    background: #ffffff;
  }

  .chob-journal-table tbody th {
    background: #fafafa;
    font-weight: 700;
  }

  @media (max-width: 768px) {
    .chob-journal-table {
      min-width: 680px;
    }

    .chob-journal-table th,
    .chob-journal-table td {
      padding: 10px 12px;
      font-size: 15px;
    }
  }
</style>

<div class="chob-journal-table-wrap">
  <table class="chob-journal-table">
    <thead>
      <tr>
        <th>หัวข้อ</th>
        <th>สมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป</th>
        <th>สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย</th>
      </tr>
    </thead>
    <tbody>
      <tr>
        <th>ลักษณะข้อมูล</th>
        <td>แสดงยอดรวมของบัญชีหลัก</td>
        <td>แสดงรายละเอียดแยกตามรายการย่อย</td>
      </tr>
      <tr>
        <th>จุดประสงค์</th>
        <td>ใช้ดูภาพรวมของบัญชี</td>
        <td>ใช้ตรวจสอบรายละเอียดของบัญชี</td>
      </tr>
      <tr>
        <th>ความละเอียด</th>
        <td>ระดับบัญชีหลัก</td>
        <td>ระดับรายบุคคล รายบริษัท หรือรายสินค้า</td>
      </tr>
      <tr>
        <th>การใช้งาน</th>
        <td>ใช้สรุปยอดบัญชี</td>
        <td>ใช้ตรวจสอบและควบคุมรายละเอียด</td>
      </tr>
    </tbody>
  </table>
</div>



<p class="wp-block-paragraph">สรุปง่าย ๆ คือ สมุดบัญชีแยกประเภททั่วไปใช้ดูยอดรวม ส่วนสมุดบัญชีแยกประเภทย่อยใช้ดูรายละเอียดของยอดรวมนั้นนั่นเองค่ะ ทั้งสองส่วนจึงต้องสัมพันธ์กัน หากยอดรวมในสมุดบัญชีแยกประเภทย่อยไม่ตรงกับยอดในบัญชีคุมยอด อาจแสดงว่ามีการบันทึกบัญชีไม่ถูกต้อง หรือมีบางรายการตกหล่น</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยที่พบบ่อย</h2>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">1. <strong>สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยลูกหนี้</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลที่มักบันทึก เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ชื่อลูกหนี้หรือลูกค้า</li>



<li>วันที่เกิดรายการขายเชื่อ</li>



<li>เลขที่เอกสารหรือใบแจ้งหนี้</li>



<li>ยอดขายเชื่อ</li>



<li>ยอดรับชำระ</li>



<li>ยอดคงเหลือของลูกหนี้แต่ละราย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ตัวอย่าง บัญชีย่อยลูกหนี้การค้า</strong><br>ในสมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป จะมีบัญชีลูกหนี้การค้า 1 ก้อน (เช่น มียอดรวม 50,000 บาท) กิจการจึงต้องจัดทำบัญชีแยกประเภทย่อยเพื่อแยกดูว่า ยอดรวมนั้นมาจากลูกหนี้แต่ละรายเป็นเงินเท่าไร</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>บัญชีควบคุม: ลูกหนี้การค้า</strong></p>



<style>
  .chob-journal-table-wrap {
    width: 100%;
    overflow-x: auto;
    margin: 24px 0;
  }

  .chob-journal-table {
    width: 100%;
    min-width: 680px;
    border-collapse: collapse;
    font-family: inherit;
    background: #ffffff;
    color: #111827;
    border: 1px solid #d1d5db;
  }

  .chob-journal-table th,
  .chob-journal-table td {
    border: 1px solid #d1d5db;
    padding: 12px 16px;
    text-align: center;
    vertical-align: middle;
    line-height: 1.6;
    font-size: 16px;
  }

  .chob-journal-table thead th {
    background: #f3f4f6;
    font-weight: 700;
  }

  .chob-journal-table tbody td {
    background: #ffffff;
  }

  .chob-journal-table tfoot th,
  .chob-journal-table tfoot td {
    background: #fafafa;
    font-weight: 700;
  }

  @media (max-width: 768px) {
    .chob-journal-table {
      min-width: 640px;
    }

    .chob-journal-table th,
    .chob-journal-table td {
      padding: 10px 12px;
      font-size: 15px;
    }
  }
</style>

<div class="chob-journal-table-wrap">
  <table class="chob-journal-table">
    <thead>
      <tr>
        <th>วันที่</th>
        <th>รายการ</th>
        <th>เดบิต</th>
        <th>เครดิต</th>
        <th>ยอดคงเหลือ</th>
      </tr>
    </thead>
    <tbody>
      <tr>
        <td>1 มิ.ย.</td>
        <td>ขายสินค้าให้ บจก. A</td>
        <td>20,000</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>20,000</td>
      </tr>
      <tr>
        <td>5 มิ.ย.</td>
        <td>ขายสินค้าให้ ร้าน B</td>
        <td>30,000</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>50,000</td>
      </tr>
      <tr>
        <td>10 มิ.ย.</td>
        <td>บจก. A ชำระหนี้</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>10,000</td>
        <td>40,000</td>
      </tr>
    </tbody>
    <tfoot>
      <tr>
        <th>รวม</th>
        <td></td>
        <td>50,000</td>
        <td>10,000</td>
        <td>40,000</td>
      </tr>
    </tfoot>
  </table>
</div>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>บัญชีแยกประเภทย่อย: บจก. A</strong></p>



<style>
  .chob-journal-table-wrap {
    width: 100%;
    overflow-x: auto;
    margin: 24px 0;
  }

  .chob-journal-table {
    width: 100%;
    min-width: 680px;
    border-collapse: collapse;
    font-family: inherit;
    background: #ffffff;
    color: #111827;
    border: 1px solid #d1d5db;
  }

  .chob-journal-table th,
  .chob-journal-table td {
    border: 1px solid #d1d5db;
    padding: 12px 16px;
    text-align: center;
    vertical-align: middle;
    line-height: 1.6;
    font-size: 16px;
  }

  .chob-journal-table thead th {
    background: #f3f4f6;
    font-weight: 700;
  }

  .chob-journal-table tbody td {
    background: #ffffff;
  }

  @media (max-width: 768px) {
    .chob-journal-table {
      min-width: 640px;
    }

    .chob-journal-table th,
    .chob-journal-table td {
      padding: 10px 12px;
      font-size: 15px;
    }
  }
</style>

<div class="chob-journal-table-wrap">
  <table class="chob-journal-table">
    <thead>
      <tr>
        <th>วันที่</th>
        <th>รายการ</th>
        <th>เดบิต</th>
        <th>เครดิต</th>
        <th>ยอดคงเหลือ</th>
      </tr>
    </thead>
    <tbody>
      <tr>
        <td>1 มิ.ย.</td>
        <td>ขายเชื่อ</td>
        <td>20,000</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>20,000</td>
      </tr>
      <tr>
        <td>10 มิ.ย.</td>
        <td>รับชำระเงิน</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>10,000</td>
        <td>10,000</td>
      </tr>
    </tbody>
  </table>
</div>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>บัญชีแยกประเภทย่อย: ร้าน B</strong></p>



<style>
  .chob-journal-table-wrap {
    width: 100%;
    overflow-x: auto;
    margin: 24px 0;
  }

  .chob-journal-table {
    width: 100%;
    min-width: 680px;
    border-collapse: collapse;
    font-family: inherit;
    background: #ffffff;
    color: #111827;
    border: 1px solid #d1d5db;
  }

  .chob-journal-table th,
  .chob-journal-table td {
    border: 1px solid #d1d5db;
    padding: 12px 16px;
    text-align: center;
    vertical-align: middle;
    line-height: 1.6;
    font-size: 16px;
  }

  .chob-journal-table thead th {
    background: #f3f4f6;
    font-weight: 700;
  }

  .chob-journal-table tbody td {
    background: #ffffff;
  }

  @media (max-width: 768px) {
    .chob-journal-table {
      min-width: 640px;
    }

    .chob-journal-table th,
    .chob-journal-table td {
      padding: 10px 12px;
      font-size: 15px;
    }
  }
</style>

<div class="chob-journal-table-wrap">
  <table class="chob-journal-table">
    <thead>
      <tr>
        <th>วันที่</th>
        <th>รายการ</th>
        <th>เดบิต</th>
        <th>เครดิต</th>
        <th>ยอดคงเหลือ</th>
      </tr>
    </thead>
    <tbody>
      <tr>
        <td>5 มิ.ย.</td>
        <td>ขายเชื่อ</td>
        <td>30,000</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>30,000</td>
      </tr>
    </tbody>
  </table>
</div>



<p class="wp-block-paragraph">ยอดรวมของบัญชีย่อยทั้งสองรายรวมกัน คือ 10,000 + 30,000 = 40,000 ซึ่งจะตรงกับยอดคงเหลือของบัญชีลูกหนี้การค้าในสมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">2. สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยเจ้าหนี้</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยเจ้าหนี้ ใช้บันทึกรายละเอียดของเจ้าหนี้หรือผู้ขายแต่ละราย เหมาะสำหรับกิจการที่มีการซื้อเชื่อจากซัพพลายเออร์หลายราย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลที่มักบันทึก เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ชื่อเจ้าหนี้หรือผู้ขาย</li>



<li>วันที่ซื้อสินค้า หรือรับบริการ</li>



<li>เลขที่ใบกำกับภาษีหรือเอกสารซื้อ</li>



<li>ยอดซื้อเชื่อ</li>



<li>ยอดจ่ายชำระ</li>



<li>ยอดเจ้าหนี้คงเหลือ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ตัวอย่าง บัญชีย่อยเจ้าหนี้การค้า</strong><br>กิจการต้องทำบัญชีแยกประเภทย่อยเพื่อจำแนกเงินที่ต้องจ่ายคืนให้กับผู้จัดจำหน่ายแต่ละราย</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>บัญชีควบคุม: เจ้าหนี้การค้า</strong></p>



<style>
  .chob-journal-table-wrap {
    width: 100%;
    overflow-x: auto;
    margin: 24px 0;
  }

  .chob-journal-table {
    width: 100%;
    min-width: 680px;
    border-collapse: collapse;
    font-family: inherit;
    background: #ffffff;
    color: #111827;
    border: 1px solid #d1d5db;
  }

  .chob-journal-table th,
  .chob-journal-table td {
    border: 1px solid #d1d5db;
    padding: 12px 16px;
    text-align: center;
    vertical-align: middle;
    line-height: 1.6;
    font-size: 16px;
  }

  .chob-journal-table thead th {
    background: #f3f4f6;
    font-weight: 700;
  }

  .chob-journal-table tbody td {
    background: #ffffff;
  }

  .chob-journal-table tfoot th,
  .chob-journal-table tfoot td {
    background: #fafafa;
    font-weight: 700;
  }

  @media (max-width: 768px) {
    .chob-journal-table {
      min-width: 640px;
    }

    .chob-journal-table th,
    .chob-journal-table td {
      padding: 10px 12px;
      font-size: 15px;
    }
  }
</style>

<div class="chob-journal-table-wrap">
  <table class="chob-journal-table">
    <thead>
      <tr>
        <th>วันที่</th>
        <th>รายการ</th>
        <th>เดบิต</th>
        <th>เครดิต</th>
        <th>ยอดคงเหลือ</th>
      </tr>
    </thead>
    <tbody>
      <tr>
        <td>3 มิ.ย.</td>
        <td>ซื้อวัตถุดิบจาก<br>บจก. ก.</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>15,000</td>
        <td>15,000</td>
      </tr>
      <tr>
        <td>8 มิ.ย.</td>
        <td>ซื้อวัตถุดิบจาก<br>บจก. ข.</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>25,000</td>
        <td>40,000</td>
      </tr>
      <tr>
        <td>12 มิ.ย.</td>
        <td>จ่ายชำระหนี้ บจก.<br>ก.</td>
        <td>10,000</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>30,000</td>
      </tr>
    </tbody>
    <tfoot>
      <tr>
        <th>รวม</th>
        <td></td>
        <td>10,000</td>
        <td>40,000</td>
        <td>30,000</td>
      </tr>
    </tfoot>
  </table>
</div>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>บัญชีแยกประเภทย่อย: บจก. ก.</strong></p>



<style>
  .chob-journal-table-wrap {
    width: 100%;
    overflow-x: auto;
    margin: 24px 0;
  }

  .chob-journal-table {
    width: 100%;
    min-width: 680px;
    border-collapse: collapse;
    font-family: inherit;
    background: #ffffff;
    color: #111827;
    border: 1px solid #d1d5db;
  }

  .chob-journal-table th,
  .chob-journal-table td {
    border: 1px solid #d1d5db;
    padding: 12px 16px;
    text-align: center;
    vertical-align: middle;
    line-height: 1.6;
    font-size: 16px;
  }

  .chob-journal-table thead th {
    background: #f3f4f6;
    font-weight: 700;
  }

  .chob-journal-table tbody td {
    background: #ffffff;
  }

  @media (max-width: 768px) {
    .chob-journal-table {
      min-width: 640px;
    }

    .chob-journal-table th,
    .chob-journal-table td {
      padding: 10px 12px;
      font-size: 15px;
    }
  }
</style>

<div class="chob-journal-table-wrap">
  <table class="chob-journal-table">
    <thead>
      <tr>
        <th>วันที่</th>
        <th>รายการ</th>
        <th>เดบิต</th>
        <th>เครดิต</th>
        <th>ยอดคงเหลือ</th>
      </tr>
    </thead>
    <tbody>
      <tr>
        <td>3 มิ.ย.</td>
        <td>ซื้อวัตถุดิบจาก<br>บจก. ก.</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>15,000</td>
        <td>15,000</td>
      </tr>
      <tr>
        <td>12 มิ.ย.</td>
        <td>จ่ายชำระหนี้ บจก.<br>ก.</td>
        <td>10,000</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>5,000</td>
      </tr>
    </tbody>
  </table>
</div>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>บัญชีแยกประเภทย่อย: บจก. ข.</strong></p>



<style>
  .chob-journal-table-wrap {
    width: 100%;
    overflow-x: auto;
    margin: 24px 0;
  }

  .chob-journal-table {
    width: 100%;
    min-width: 680px;
    border-collapse: collapse;
    font-family: inherit;
    background: #ffffff;
    color: #111827;
    border: 1px solid #d1d5db;
  }

  .chob-journal-table th,
  .chob-journal-table td {
    border: 1px solid #d1d5db;
    padding: 12px 16px;
    text-align: center;
    vertical-align: middle;
    line-height: 1.6;
    font-size: 16px;
  }

  .chob-journal-table thead th {
    background: #f3f4f6;
    font-weight: 700;
  }

  .chob-journal-table tbody td {
    background: #ffffff;
  }

  @media (max-width: 768px) {
    .chob-journal-table {
      min-width: 640px;
    }

    .chob-journal-table th,
    .chob-journal-table td {
      padding: 10px 12px;
      font-size: 15px;
    }
  }
</style>

<div class="chob-journal-table-wrap">
  <table class="chob-journal-table">
    <thead>
      <tr>
        <th>วันที่</th>
        <th>รายการ</th>
        <th>เดบิต</th>
        <th>เครดิต</th>
        <th>ยอดคงเหลือ</th>
      </tr>
    </thead>
    <tbody>
      <tr>
        <td>8 มิ.ย.</td>
        <td>ซื้อเชื่อ</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>25,000</td>
        <td>25,000</td>
      </tr>
    </tbody>
  </table>
</div>



<p class="wp-block-paragraph">สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยเจ้าหนี้ช่วยให้กิจการรู้ว่า ยังมีหนี้ค้างจ่ายกับผู้ขายรายใดบ้าง ต้องชำระเมื่อไร และมียอดค้างชำระเท่าไร</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">3. สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยสินค้า</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยสินค้า ใช้บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าของธุรกิจแต่ละรายการ เหมาะสำหรับกิจการที่มีสินค้าหลายประเภท หลายรุ่น หรือมีการรับเข้าและจ่ายออกของสินค้าเป็นประจำ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ตัวอย่าง บัญชีย่อยสินค้า</strong><br>บัญชีแยกประเภทย่อยสินค้าคงเหลือ โดยใช้รูปแบบตารางบัญชีควบคุมและบัญชีแยกประเภทย่อยตามที่คุณต้องการครับ ในกรณีนี้จะใช้วิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (Weighted Average) ในการคำนวณต้นทุนสินค้าคงเหลือ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>บัญชีควบคุม: สินค้าคงเหลือ</strong></p>



<style>
  .chob-journal-table-wrap {
    width: 100%;
    overflow-x: auto;
    margin: 24px 0;
  }

  .chob-journal-table {
    width: 100%;
    min-width: 680px;
    border-collapse: collapse;
    font-family: inherit;
    background: #ffffff;
    color: #111827;
    border: 1px solid #d1d5db;
  }

  .chob-journal-table th,
  .chob-journal-table td {
    border: 1px solid #d1d5db;
    padding: 12px 16px;
    text-align: center;
    vertical-align: middle;
    line-height: 1.6;
    font-size: 16px;
  }

  .chob-journal-table thead th {
    background: #f3f4f6;
    font-weight: 700;
  }

  .chob-journal-table tbody td {
    background: #ffffff;
  }

  .chob-journal-table tfoot th,
  .chob-journal-table tfoot td {
    background: #fafafa;
    font-weight: 700;
  }

  @media (max-width: 768px) {
    .chob-journal-table {
      min-width: 640px;
    }

    .chob-journal-table th,
    .chob-journal-table td {
      padding: 10px 12px;
      font-size: 15px;
    }
  }
</style>

<div class="chob-journal-table-wrap">
  <table class="chob-journal-table">
    <thead>
      <tr>
        <th>วันที่</th>
        <th>รายการ</th>
        <th>เดบิต</th>
        <th>เครดิต</th>
        <th>ยอดคงเหลือ</th>
      </tr>
    </thead>
    <tbody>
      <tr>
        <td>1 มิ.ย.</td>
        <td>ยอดรวมยกมา<br>(สินค้าทุกชนิด)</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>100,000</td>
      </tr>
      <tr>
        <td>8 มิ.ย.</td>
        <td>ซื้อเก้าอี้สำนักงาน<br>(บจก. ก)</td>
        <td>44,000</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>140,000</td>
      </tr>
      <tr>
        <td>12 มิ.ย.</td>
        <td>ซื้อโต๊ะทำงาน<br>(บจก. ข)</td>
        <td>50,000</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>194,000</td>
      </tr>
      <tr>
        <td></td>
        <td>ขายเก้าอี้สำนักงานให้ลูกค้า</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>31,000</td>
        <td>163,000</td>
      </tr>
    </tbody>
    <tfoot>
      <tr>
        <th>รวม</th>
        <td></td>
        <td>94,000</td>
        <td>31,000</td>
        <td>163,000</td>
      </tr>
    </tfoot>
  </table>
</div>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>บัญชีแยกประเภทย่อย: เก้าอี้สำนักงาน (รุ่น xxxxxx-01)</strong></p>



<style>
  .chob-journal-table-wrap {
    width: 100%;
    overflow-x: auto;
    margin: 24px 0;
  }

  .chob-journal-table {
    width: 100%;
    min-width: 680px;
    border-collapse: collapse;
    font-family: inherit;
    background: #ffffff;
    color: #111827;
    border: 1px solid #d1d5db;
  }

  .chob-journal-table th,
  .chob-journal-table td {
    border: 1px solid #d1d5db;
    padding: 12px 16px;
    text-align: center;
    vertical-align: middle;
    line-height: 1.6;
    font-size: 16px;
  }

  .chob-journal-table thead th {
    background: #f3f4f6;
    font-weight: 700;
  }

  .chob-journal-table tbody td {
    background: #ffffff;
  }

  @media (max-width: 768px) {
    .chob-journal-table {
      min-width: 640px;
    }

    .chob-journal-table th,
    .chob-journal-table td {
      padding: 10px 12px;
      font-size: 15px;
    }
  }
</style>

<div class="chob-journal-table-wrap">
  <table class="chob-journal-table">
    <thead>
      <tr>
        <th>วันที่</th>
        <th>รายการ</th>
        <th>เดบิต</th>
        <th>เครดิต</th>
        <th>ยอดคงเหลือ</th>
      </tr>
    </thead>
    <tbody>
      <tr>
        <td>1 มิ.ย.</td>
        <td>ยอดยกมา (10 ตัว<br>ตัวละ 2,000)</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>20,000</td>
      </tr>
      <tr>
        <td>5 มิ.ย.</td>
        <td>ซื้อสินค้าเพิ่ม (20<br>ตัว ตัวละ 2,200)</td>
        <td>44,000</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>64,000</td>
      </tr>
      <tr>
        <td>12 มิ.ย.</td>
        <td>ขายสินค้าออก<br>(15 ตัว ต้นทุนถัว<br>เฉลี่ย ตัวละ<br>2,133.33)</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>32,000</td>
        <td>32,000</td>
      </tr>
    </tbody>
  </table>
</div>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>บัญชีแยกประเภทย่อย: โต๊ะทำงาน (รุ่น xxx-4561)</strong></p>



<style>
  .chob-journal-table-wrap {
    width: 100%;
    overflow-x: auto;
    margin: 24px 0;
  }

  .chob-journal-table {
    width: 100%;
    min-width: 680px;
    border-collapse: collapse;
    font-family: inherit;
    background: #ffffff;
    color: #111827;
    border: 1px solid #d1d5db;
  }

  .chob-journal-table th,
  .chob-journal-table td {
    border: 1px solid #d1d5db;
    padding: 12px 16px;
    text-align: center;
    vertical-align: middle;
    line-height: 1.6;
    font-size: 16px;
  }

  .chob-journal-table thead th {
    background: #f3f4f6;
    font-weight: 700;
  }

  .chob-journal-table tbody td {
    background: #ffffff;
  }

  @media (max-width: 768px) {
    .chob-journal-table {
      min-width: 640px;
    }

    .chob-journal-table th,
    .chob-journal-table td {
      padding: 10px 12px;
      font-size: 15px;
    }
  }
</style>

<div class="chob-journal-table-wrap">
  <table class="chob-journal-table">
    <thead>
      <tr>
        <th>วันที่</th>
        <th>รายการ</th>
        <th>เดบิต</th>
        <th>เครดิต</th>
        <th>ยอดคงเหลือ</th>
      </tr>
    </thead>
    <tbody>
      <tr>
        <td>1 มิ.ย.</td>
        <td>ยอดยกมา (10 ตัว<br>ตัวละ 8,000)</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>80,000</td>
      </tr>
      <tr>
        <td>8 มิ.ย.</td>
        <td>ซื้อสินค้าเพิ่ม (5<br>ตัว ตัวละ 10,000)</td>
        <td>50,000</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>130,000</td>
      </tr>
    </tbody>
  </table>
</div>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสิ้นงวด (ณ วันที่ 12 มิ.ย.) ยอดคงเหลือในบัญชีแยกประเภทย่อยสินค้าทุกชนิดรวมกัน จะต้องเท่ากับยอดคงเหลือในบัญชีควบคุมสินค้าคงเหลือเสมอ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ยอดคงเหลือ เก้าอี้สำนักงาน = 32,000 บาท</li>



<li>ยอดคงเหลือ โต๊ะทำงาน = 130,000 บาท</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">รวมยอดบัญชีย่อย = 32,000 + 130,000 = 162,000 บาท (ใกล้เคียงยอดควบคุม 163,000 บาทในตารางแรก เนื่องจากมีส่วนต่างจากการปัดเศษทศนิยมในการคำนวณต้นทุนถัวเฉลี่ย)</p>



<p class="wp-block-paragraph">สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยสินค้าช่วยให้กิจการรู้ว่าสินค้าแต่ละรายการมีความเคลื่อนไหวอย่างไร เหลืออยู่เท่าไร และควรสั่งซื้อเพิ่มเมื่อใด</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับธุรกิจค้าขายหรือธุรกิจที่มีการสต็อกสินค้า การมีข้อมูลสินค้าที่ละเอียดจะช่วยลดปัญหาสินค้าขาด สินค้าเกิน หรือข้อมูลสินค้าคงเหลือไม่ตรงกับความเป็นจริง</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" width="960" height="540" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/chob-5.webp" alt="" class="wp-image-18999" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/chob-5.webp 960w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/chob-5-300x169.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/chob-5-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ธุรกิจแบบไหน ควรมีสมุดบัญชีแยกประเภทย่อย</h2>



<p class="wp-block-paragraph">โดยทั่วไป ธุรกิจที่มีรายการบัญชีจำนวนมาก หรือมีข้อมูลที่ต้องแยกเป็นรายตัว ควรมีสมุดบัญชีแยกประเภทย่อยเพื่อช่วยในการจัดการข้อมูลให้เป็นระบบ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ธุรกิจที่มีลูกค้าซื้อเชื่อหลายราย</li>



<li>ธุรกิจที่มีเจ้าหนี้หรือซัพพลายเออร์หลายเจ้า</li>



<li>ธุรกิจค้าขายที่มีสินค้าหลายรายการ</li>



<li>ธุรกิจที่มีการรับเงินและจ่ายเงินเป็นประจำ</li>



<li>ธุรกิจที่ต้องการตรวจสอบข้อมูลบัญชีอย่างละเอียด</li>



<li>ธุรกิจที่ต้องการลดปัญหายอดบัญชีไม่ตรงกัน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น ร้านค้าส่งที่ขายสินค้าให้ลูกค้าหลายรายแบบให้เครดิต หากไม่มีสมุดบัญชีแยกประเภทย่อยลูกหนี้ อาจทำให้ติดตามยอดค้างชำระได้ยาก และเสี่ยงต่อการลืมเรียกเก็บเงิน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในทางกลับกัน หากธุรกิจมีรายการบัญชีน้อยมาก เช่น ขายสินค้าเป็นเงินสดทั้งหมด ไม่มีลูกหนี้ ไม่มีเจ้าหนี้ และไม่มีสินค้าหลายรายการ อาจไม่จำเป็นต้องแยกรายละเอียดมากเท่าธุรกิจที่มีรายการซับซ้อน</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต มีรายการซื้อขายมากขึ้น หรือเริ่มมีลูกหนี้ เจ้าหนี้ และสินค้าเพิ่มขึ้น การจัดทำสมุดบัญชีแยกประเภทย่อยจะช่วยให้ระบบบัญชีเป็นระเบียบและตรวจสอบได้ง่ายกว่าเดิมค่ะ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สรุป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย คือสมุดบัญชีที่ใช้บันทึกรายละเอียดของบัญชีหลัก เช่น ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และสินค้า โดยช่วยแยกข้อมูลจากยอดรวมให้เห็นรายละเอียดมากขึ้น ทำให้ตรวจสอบและควบคุมข้อมูลทางบัญชีได้ง่ายขึ้น สำหรับธุรกิจที่มีรายการซื้อขายจำนวนมาก สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยมีความสำคัญมาก เพราะช่วยลดความผิดพลาดในการบันทึกบัญชี ช่วยติดตามยอดลูกหนี้และเจ้าหนี้ ช่วยควบคุมสินค้า และช่วยให้การปิดบัญชีเป็นระบบมากขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">สรุปง่าย ๆ คือ หากบัญชีคุมยอดช่วยให้ธุรกิจเห็นภาพรวม สมุดบัญชีแยกประเภทย่อยก็จะช่วยให้เห็นรายละเอียดที่อยู่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านั้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ข้อมูลบัญชีถูกต้อง ตรวจสอบได้ และนำไปใช้ตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมั่นใจ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อ้างอิง:</p>



<ol class="wp-block-list has-link-color wp-elements-9a4665479d2ef55e72693eb1b60583fc">
<li><a href="https://www.investopedia.com/terms/a/accounts-receivable-subsidiary-ledger.asp" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Accounts Receivable Subsidiary Ledger: Definition and Purpose &#8211; Investopedia</a></li>



<li><a href="https://learn.microsoft.com/th-th/dynamics365/finance/general-ledger/ledger-subledger" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Overview of General Ledger and Subsidiary Ledgers &#8211; Microsoft</a></li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-subsidiary-ledger/">สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย คืออะไร ? มีกี่ประเภท ใช้ทำอะไรในงานบัญชี</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค่าเสื่อมราคา คืออะไร ? รู้ก่อนซื้อทรัพย์สินเข้ามาใช้ในกิจการ</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-depreciation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chob Accounting Team]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Jun 2026 06:49:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=18791</guid>

					<description><![CDATA[<p>เวลาซื้อของเข้ามาใช้งานในกิจการ เช่น คอมพิวเตอร์ รถยนต์ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์สำนักงาน เจ้าของธุรกิจหลายคนมักมองว่า เราจ่ายเงินไปแล้ว ก็น่าจะบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้เลยทั้งหมด แต่ในทางบัญชี สินทรัพย์บางอย่างไม่ได้ถูกนำไปใช้งานทั้งหมดภายในครั้งเดียว เนื่องจากยังต้องนำไปใช้ทำงาน สร้างรายได้ หรือช่วยดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่องอีกหลายปี นี่จึงเป็นเหตุผลที่ต้องมีเรื่องค่าเสื่อมราคา เข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อทยอยรับรู้ต้นทุนของสินทรัพย์ให้เหมาะสมกับระยะเวลาที่ธุรกิจใช้งานจริงค่ะ ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาไปทำความเข้าใจแบบง่าย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-depreciation/">ค่าเสื่อมราคา คืออะไร ? รู้ก่อนซื้อทรัพย์สินเข้ามาใช้ในกิจการ</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-link-color wp-elements-b06829f8953d9b8e84c8505a92dbcd90 wp-block-paragraph">เวลาซื้อของเข้ามาใช้งานในกิจการ เช่น คอมพิวเตอร์ รถยนต์ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์สำนักงาน เจ้าของธุรกิจหลายคนมักมองว่า เราจ่ายเงินไปแล้ว ก็น่าจะบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้เลยทั้งหมด แต่ในทางบัญชี <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset/" type="post" id="13653">สินทรัพย์</a>บางอย่างไม่ได้ถูกนำไปใช้งานทั้งหมดภายในครั้งเดียว เนื่องจากยังต้องนำไปใช้ทำงาน สร้าง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-revenue/" type="post" id="14589">รายได้</a> หรือช่วยดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่องอีกหลายปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">นี่จึงเป็นเหตุผลที่ต้องมีเรื่องค่าเสื่อมราคา เข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อทยอยรับรู้ต้นทุนของสินทรัพย์ให้เหมาะสมกับระยะเวลาที่ธุรกิจใช้งานจริงค่ะ ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาไปทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ ว่า ค่าเสื่อมราคา คืออะไร ทำไมต้องคำนวณ และเกี่ยวข้องกับงบการเงินของธุรกิจอย่างไร</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ค่าเสื่อมราคา คืออะไร ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-05a0d455a74f682b2728a1e2413d86b6 wp-block-paragraph"><strong>ค่าเสื่อมราคา (Depreciation)</strong> คือ การปันส่วนต้นทุนของสินทรัพย์ถาวร (เช่น อาคาร, เครื่องจักร หรือยานพาหนะ) ให้เป็นค่าใช้จ่ายอย่างเป็นระบบตามอายุการใช้งาน ช่วยสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์และใช้เป็น<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-expense/" type="post" id="14630">ค่าใช้จ่าย</a>ทางภาษีเพื่อลดหย่อนภาษีได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น ถ้ากิจการซื้อสินทรัพย์มาใช้งานหลายปี เช่น เครื่องจักร ราคา 500,000 บาท ไม่ควรนำต้นทุน 500,000 บาท ไปเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดในปีแรกทันที เพราะเครื่องจักรไม่ได้ใช้ประโยชน์แค่ปีเดียว แต่ยังช่วยสร้างรายได้ต่อเนื่องในหลายปีข้างหน้า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น จึงใช้หลักการกระจายต้นทุนของสินทรัพย์ออกไปตามอายุการใช้งาน เพื่อให้ค่าใช้จ่ายสัมพันธ์กับรายได้ที่ได้รับจากสินทรัพย์นั้น</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ความสำคัญของค่าเสื่อมราคา</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ค่าเสื่อมราคา มีความสำคัญต่อธุรกิจหลายด้าน ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-69f32b885b5f6ef1714b7d11a2d544f2">
<li>ทำให้<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-financial-statement/" type="post" id="4954">งบการเงิน</a>สะท้อนต้นทุนการใช้สินทรัพย์ได้ถูกต้อง</li>



<li>ช่วยทำให้กำไรของธุรกิจไม่สูง หรือต่ำผิดปกติในปีที่ซื้อสินทรัพย์</li>



<li>ทำให้มูลค่าสินทรัพย์ใน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-statement-of-financial-position/" type="post" id="11688">งบฐานะการเงิน</a>ใกล้เคียงกับสภาพการใช้งานจริง</li>



<li>ใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนเปลี่ยน หรือซื้อสินทรัพย์ใหม่</li>



<li>เกี่ยวข้องกับการคำนวณกำไรทางภาษีของกิจการ</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ทำไมถึงมีการคิดค่าเสื่อมราคา ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">เหตุผลที่ต้องมีการคิดค่าเสื่อมราคา คือ สินทรัพย์ที่ใช้ในธุรกิจมักมีมูลค่าลดลงตามเวลา และการใช้งาน ตัวอย่างเช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>คอมพิวเตอร์ใช้นานไปอาจช้าลง หรือล้าสมัย</li>



<li>รถยนต์มีการสึกหรอจากการใช้งาน</li>



<li>เครื่องจักรมีการเสื่อมสภาพตามจำนวนชั่วโมงการทำงาน</li>



<li>เฟอร์นิเจอร์สำนักงานมีอายุการใช้งานจำกัด</li>
</ul>



<p class="has-link-color wp-elements-bf010aab2ce3e4db0d6ed613eae87f75 wp-block-paragraph">แม้ว่าธุรกิจจะจ่ายเงินซื้อสินทรัพย์ไปแล้วตั้งแต่วันแรก แต่ในทางบัญชี สินทรัพย์นั้นยังค่อย ๆ ถูกใช้ประโยชน์ไปเรื่อย ๆ จึงต้องทยอยรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายตาม<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting-period/" type="post" id="14660">รอบบัญชี</a> การคิดค่าเสื่อมราคาจึงช่วยให้ธุรกิจเห็นต้นทุนที่แท้จริงของการใช้สินทรัพย์ ไม่ใช่ดูเฉพาะเงินสดรับ-จ่ายเท่านั้น</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Assets-subject-to-depreciation.webp" alt="สินทรัพย์ที่ต้องคิดค่าเสื่อมราคา" class="wp-image-18829" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Assets-subject-to-depreciation.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Assets-subject-to-depreciation-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Assets-subject-to-depreciation-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สินทรัพย์ที่ต้องคิดค่าเสื่อมราคา</h2>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์ที่ต้องคิดค่าเสื่อมราคา คือ สินทรัพย์ที่กิจการซื้อมาเพื่อใช้งานระยะยาว และมูลค่าหรือประโยชน์จากการใช้งานจะค่อย ๆ ลดลงตามเวลา การใช้งาน หรือความล้าสมัยหรือไม่ โดยทั่วไป มีลักษณะดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. <strong>เป็นสินทรัพย์ที่ซื้อมาเพื่อใช้ในกิจการ</strong><br>ต้องเป็นสินทรัพย์ที่กิจการซื้อมาเพื่อใช้ทำงาน สร้างรายได้ หรือช่วยดำเนินธุรกิจ ไม่ได้ซื้อมาเพื่อขายต่อ เช่น บริษัทซื้อคอมพิวเตอร์ให้พนักงานใช้ทำงาน ถือเป็นสินทรัพย์ของกิจการที่ใช้ในการดำเนินงาน จึงต้องคิดค่าเสื่อมราคา</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. <strong>มีอายุการใช้งานมากกว่า 1 รอบระยะเวลาบัญชี</strong><br>สินทรัพย์ที่ต้องคิดค่าเสื่อมราคามักเป็นของที่ใช้ได้นานเกิน 1 ปี หรือให้ประโยชน์กับกิจการหลายรอบบัญชี เช่น รถยนต์ เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน อาคาร หรืออุปกรณ์สำนักงานบางประเภท เพราะสินทรัพย์เหล่านี้ไม่ได้หมดประโยชน์ทันทีในวันที่ซื้อ แต่ค่อย ๆ ถูกใช้งานไปเรื่อย ๆ หลายปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. <strong>มีอายุการใช้งานจำกัด</strong><br>สินทรัพย์ที่ต้องคิดค่าเสื่อมราคา ควรสามารถประมาณอายุการใช้งานได้ เช่น ใช้ได้ 3 ปี 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปี ตัวอย่างเช่น คอมพิวเตอร์อาจใช้งานได้ประมาณ 3-5 ปี รถยนต์อาจใช้งานได้หลายปี เครื่องจักรอาจมีอายุการใช้งานตามชั่วโมงการผลิตหรือสภาพการใช้งาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">4. <strong>มูลค่าหรือประโยชน์ลดลงตามเวลาและการใช้งาน</strong><br>สินทรัพย์ที่ต้องคิดค่าเสื่อมราคามักเสื่อมลงจากการใช้งาน ตามเวลา หรือความล้าสมัย ซึ่งสะท้อนว่า ธุรกิจได้ใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์นั้นไปบางส่วนแล้ว เช่น รถยนต์มีการสึกหรอจากการใช้งาน คอมพิวเตอร์ล้าสมัยเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน เครื่องจักรเสื่อมตามชั่วโมงการทำงาน หรือเฟอร์นิเจอร์เสื่อมสภาพตามระยะเวลา</p>



<p class="wp-block-paragraph">5. <strong>มีต้นทุนที่วัดมูลค่าได้อย่างน่าเชื่อถือ</strong><br>สินทรัพย์ที่ต้องคิดค่าเสื่อมราคาควรมีราคาทุนที่ระบุได้ เช่น ราคาซื้อ ค่าขนส่ง ค่าติดตั้ง หรือค่าใช้จ่ายที่ทำให้สินทรัพย์พร้อมใช้งาน เพราะต้องนำราคาทุนมาคำนวณและปันส่วนเป็นค่าเสื่อมราคาในแต่ละงวดบัญชี</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Non-depreciable-assets.webp" alt="สินทรัพย์ที่ไม่ต้องคิดค่าเสื่อมราคา" class="wp-image-18833" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Non-depreciable-assets.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Non-depreciable-assets-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Non-depreciable-assets-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สินทรัพย์ที่ไม่ต้องคิดค่าเสื่อมราคา</h2>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์ที่ไม่ต้องคิดค่าเสื่อมราคา คือ สินทรัพย์ที่ไม่ได้มีไว้ใช้งานระยะยาวในกิจการ หรือเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีอายุการใช้งานจำกัด เพราะสินทรัพย์เหล่านี้ไม่ได้ถูกทยอยใช้ประโยชน์จนหมดไปตามอายุการใช้งาน โดยทั่วไป มีลักษณะดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. <strong>ไม่จำกัดอายุการใช้งาน</strong><br>ถ้าสินทรัพย์ไม่มีอายุการใช้งานที่ชัดเจน หรือไม่ได้เสื่อมสภาพจากการใช้งานตามปกติ มักเป็นสินทรัพย์ไม่ต้องคิดค่าเสื่อมราคา เช่น ที่ดิน เพราะที่ดินโดยทั่วไปไม่ได้ถูกใช้งานจนหมดไปเหมือนรถยนต์ เครื่องจักร หรือคอมพิวเตอร์ และไม่มีอายุการใช้งานจำกัดแบบใช้ได้กี่ปี จึงไม่ต้องทยอยตัดเป็นค่าเสื่อมราคา</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. <strong>ไม่ได้เป็นสินทรัพย์ถาวรที่มีไว้ใช้งานในกิจการ</strong><br>ค่าเสื่อมราคาจะใช้กับสินทรัพย์ถาวรที่กิจการซื้อมาเพื่อใช้งาน ไม่ใช่ซื้อมาเพื่อขาย ดังนั้น ถ้าสินทรัพย์นั้นมีไว้เพื่อขายต่อ จะไม่คิดค่าเสื่อมราคา แต่จะจัดเป็น สินค้าคงเหลือ เช่น ธุรกิจขายคอมพิวเตอร์ ซื้อคอมพิวเตอร์มาเพื่อขาย ในกรณีนี้คอมพิวเตอร์ถือเป็นสินค้า ไม่ใช่สินทรัพย์ถาวร จึงไม่คิดค่าเสื่อมราคา</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. <strong>เป็นสินทรัพย์หมุนเวียน ไม่ได้ใช้ระยะยาว</strong><br>สินทรัพย์บางอย่างมีไว้ใช้หมุนเวียนในธุรกิจระยะสั้น ไม่ได้เป็นสินทรัพย์ที่ใช้สร้างประโยชน์หลายปี จึงไม่คิดค่าเสื่อมราคา เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เงินสด</li>



<li>เงินฝากธนาคาร</li>



<li>ลูกหนี้การค้า</li>



<li>สินค้าคงเหลือ</li>



<li>ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">สินทรัพย์กลุ่มนี้จะใช้วิธีรับรู้ตามลักษณะของรายการนั้น ๆ แทน ไม่ได้ใช้หลักค่าเสื่อมราคา</p>



<p class="wp-block-paragraph">4. <strong>ไม่ได้เสื่อมจากการใช้งานแบบสินทรัพย์ถาวรทั่วไป</strong><br>บางรายการอาจเป็นสินทรัพย์ แต่ไม่ได้ลดมูลค่าจากการใช้งานทางกายภาพเหมือนอาคาร รถยนต์ หรือเครื่องจักร เช่น เงินลงทุน หรือสินทรัพย์ทางการเงินบางประเภท</p>



<p class="wp-block-paragraph">รายการเหล่านี้จะใช้หลักการวัดมูลค่าหรือการด้อยค่าตามมาตรฐานบัญชีที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้คิดค่าเสื่อมราคาแบบสินทรัพย์ถาวร</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/How-to-calculate-depreciation.webp" alt="วิธีคำนวณค่าเสื่อมราคา" class="wp-image-18841" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/How-to-calculate-depreciation.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/How-to-calculate-depreciation-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/How-to-calculate-depreciation-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>วิธีคำนวณค่าเสื่อมราคา</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">การคำนวณค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินมี 4 วิธี โดยแต่ละวิธีมีจุดประสงค์และรูปแบบการลดลงของมูลค่าแตกต่างกันไปตามลักษณะการใช้งาน ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">1. วิธีเส้นตรง (Straight-Line Method)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การคำนวณค่าเสื่อมราคาแบบเส้นตรง เป็นการกระจายค่าเสื่อมราคาให้เท่ากันทุกปี ตลอดอายุการใช้งาน เหมาะสำหรับสินทรัพย์ที่มีการใช้งานค่อนข้างสม่ำเสมอ เช่น เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สำนักงาน หรือเครื่องใช้สำนักงานทั่วไป</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:20px"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Calculate-depreciation-using-the-straight-line-method.webp" alt="คำนวณค่าเสื่อมราคา ตามวิธีเส้นตรง" class="wp-image-18844" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Calculate-depreciation-using-the-straight-line-method.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Calculate-depreciation-using-the-straight-line-method-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Calculate-depreciation-using-the-straight-line-method-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>หลักการคำนวณ</strong><br>ค่าเสื่อมราคาต่อปี = (ราคาทุนของสินทรัพย์ &#8211; มูลค่าคงเหลือ) / อายุการใช้งาน</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ตัวอย่าง</strong><br>ซื้อคอมพิวเตอร์ในราคา 30,000 บาท คาดว่าจะใช้งาน 3 ปี และไม่มีมูลค่าคงเหลือ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ค่าเสื่อมราคาต่อปี = 30,000 / 3 เท่ากับ 10,000 บาทต่อปี<br>หมายความว่า กิจการจะบันทึกค่าเสื่อมราคาคอมพิวเตอร์ปีละ 10,000 บาท เป็นเวลา 3 ปี</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">2. วิธีลดลงทวีคูณ (Declining Balance Method)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การคำนวณค่าเสื่อมราคาแบบลดลงทวีคูณ เหมาะสำหรับสินทรัพย์ที่เสื่อมสภาพเร็ว หรือล้าสมัยเร็ว จะคิดค่าเสื่อมปีแรก ๆ สูงและลดลงเรื่อย ๆ เช่น รถยนต์ เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เทคโนโลยี เครื่องจักรบางประเภท หรืออุปกรณ์ที่ใช้งานหนักในช่วงแรก</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:20px"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Calculate-depreciation-using-the-declining-balance-method.webp" alt="คำนวณค่าเสื่อมราคา ตามวิธีลดลงทวีคูณ" class="wp-image-18850" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Calculate-depreciation-using-the-declining-balance-method.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Calculate-depreciation-using-the-declining-balance-method-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Calculate-depreciation-using-the-declining-balance-method-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>หลักการคำนวณ</strong><br>คำนวณค่าเสื่อมราคา จากมูลค่าตามบัญชีคงเหลือของสินทรัพย์ในแต่ละปี ไม่ได้คำนวณจากราคาทุนเดิมตลอดเวลา</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ตัวอย่าง</strong><br>ถ้าซื้ออุปกรณ์ราคา 100,000 บาท และใช้อัตราค่าเสื่อมราคา 40% ต่อปี</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ปีแรก</strong> ค่าเสื่อมราคา = 100,000 × 40% = 40,000 บาท<br>มูลค่าคงเหลือ = 60,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ปีที่สอง</strong> ค่าเสื่อมราคา = 60,000 × 40% = 24,000 บาท<br>มูลค่าคงเหลือ = 36,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นว่า ค่าเสื่อมราคาในปีแรกสูงกว่าปีถัดไป เพราะคำนวณจากมูลค่าตามบัญชีที่ลดลงเรื่อย ๆ</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">3. วิธีผลรวมจำนวนปี (Sum-of-the-Years&#8217;-Digits Method)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การคำนวณค่าเสื่อมราคาตามผลรวมจำนวนปี เหมาะสำหรับสินทรัพย์ที่ให้ประโยชน์สูงในช่วงแรก และให้ผลประโยชน์ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป เช่น เครื่องจักรบางประเภท รถยนต์ หรืออุปกรณ์ที่ประสิทธิภาพลดลงตามอายุการใช้งาน</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:20px"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Calculate-depreciation-using-the-sum-of-the-years-method.webp" alt="คำนวณค่าเสื่อมราคา ตามวิธีผลรวมจำนวนปี" class="wp-image-18853" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Calculate-depreciation-using-the-sum-of-the-years-method.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Calculate-depreciation-using-the-sum-of-the-years-method-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Calculate-depreciation-using-the-sum-of-the-years-method-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>หลักการคำนวณ</strong><br>คำนวณค่าเสื่อมราคาจากมูลค่าตามบัญชีคงเหลือ ในแต่ละปี ไม่ได้คำนวณจากต้นทุนเดิมตลอดเวลา มักจะตั้งอัตราให้เป็น 2 เท่า ของวิธีเส้นตรงเสมอ เมื่อมูลค่าตามบัญชีลดลงมาเท่ากับมูลค่าซาก (Salvage Value) ที่กำหนดไว้ จะต้องหยุดคิดค่าเสื่อมราคาทันที</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ตัวอย่าง</strong><br>กำหนดให้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ราคาทุนของสินทรัพย์: 100,000 บาท</li>



<li>อายุการใช้งาน: 5 ปี</li>



<li>มูลค่าซาก (Salvage Value): 10,000 บาท (จุดที่จะต้องหยุดคิดค่าเสื่อมราคา)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">เริ่มต้นด้วยการหาอัตราค่าเสื่อมราคา</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>วิธีเส้นตรง 5 ปี = 100% ÷ 5 = 20% ต่อปี</li>



<li>วิธียอดคงเหลือลดลงทวีคูณ = 20% × 2 = 40% ต่อปี</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จากนั้นให้คำนวณค่าเสื่อมราคาปีต่อปี ดังนี้</p>



<style>
  .chob-journal-table-wrap {
    width: 100%;
    overflow-x: auto;
    margin: 24px 0;
  }

  .chob-journal-table {
    width: 100%;
    min-width: 720px;
    border-collapse: collapse;
    font-family: inherit;
    background: #ffffff;
    color: #111827;
    border: 1px solid #d1d5db;
  }

  .chob-journal-table th,
  .chob-journal-table td {
    border: 1px solid #d1d5db;
    padding: 12px 16px;
    text-align: center;
    vertical-align: middle;
    line-height: 1.6;
    font-size: 16px;
  }

  .chob-journal-table thead th {
    background: #f3f4f6;
    font-weight: 700;
  }

  .chob-journal-table tbody td {
    background: #ffffff;
  }

  @media (max-width: 768px) {
    .chob-journal-table {
      min-width: 680px;
    }

    .chob-journal-table th,
    .chob-journal-table td {
      padding: 10px 12px;
      font-size: 15px;
    }
  }
</style>

<div class="chob-journal-table-wrap">
  <table class="chob-journal-table">
    <thead>
      <tr>
        <th>ปีที่</th>
        <th>มูลค่า</th>
        <th>อัตรา</th>
        <th>ค่าเสื่อมราคา<br>ประจำปี</th>
        <th>มูลค่าคงเหลือ<br>ปลายปี</th>
      </tr>
    </thead>
    <tbody>
      <tr>
        <td>1</td>
        <td>100,000</td>
        <td>40%</td>
        <td>100,000 × 40%<br>= 40,000</td>
        <td>60,000</td>
      </tr>
      <tr>
        <td>2</td>
        <td>60,000</td>
        <td>40%</td>
        <td>60,000 × 40%<br>= 24,000</td>
        <td>36,000</td>
      </tr>
      <tr>
        <td>3</td>
        <td>36,000</td>
        <td>40%</td>
        <td>36,000 × 40%<br>= 14,400</td>
        <td>21,600</td>
      </tr>
      <tr>
        <td>4</td>
        <td>21,600</td>
        <td>40%</td>
        <td>21,600 × 40%<br>= 8,640</td>
        <td>12,960</td>
      </tr>
      <tr>
        <td>5</td>
        <td>12,960</td>
        <td>ปรับ</td>
        <td>12,960 &#8211; 10,000<br>= 2,960*</td>
        <td>10,000</td>
      </tr>
    </tbody>
  </table>
</div>



<p class="wp-block-paragraph">*หากคำนวณตามปกติในปีที่ 5 แล้วนำมาหักลบ 5,184 บาท จะเหลือมูลค่าสินทรัพย์ 7,776 บาท ซึ่งต่ำกว่ามูลค่าซากที่ตั้งไว้ (10,000 บาท) ในปีสุดท้าย จะไม่ใช้อัตรา 40% แต่จะใช้มูลค่าต้นปี &#8211; มูลค่าซากแทน ให้มูลค่าปลายปีเหลือเท่ากับมูลค่าซากพอดี ค่าเสื่อมปีสุดท้ายจึงเท่ากับ 2,960 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นว่าค่าเสื่อมราคาในปีแรกสูงกว่าปีถัดไป เพราะคำนวณจากมูลค่าทางบัญชีที่ลดลงเรื่อย ๆ ค่ะ</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">4. วิธีตามผลผลิตหรือชั่วโมงการใช้งาน (Units of Production Method)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การคำนวณค่าเสื่อมราคาตามผลผลิตหรือชั่วโมงการใช้งาน เหมาะสำหรับสินทรัพย์ที่ให้ประโยชน์มากในช่วงแรก และให้ประโยชน์น้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป เช่น เครื่องจักรบางประเภท รถยนต์ หรืออุปกรณ์ที่ประสิทธิภาพลดลงตามอายุการใช้งาน</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:20px"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Calculate-depreciation-using-the-hours-of-use-method.webp" alt="การคำนวณค่าเสื่อมราคา ตามวิธีตามชั่วโมงการใช้งาน" class="wp-image-18856" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Calculate-depreciation-using-the-hours-of-use-method.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Calculate-depreciation-using-the-hours-of-use-method-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Calculate-depreciation-using-the-hours-of-use-method-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>หลักการคำนวณ</strong><br>ค่าเสื่อมราคาต่อหน่วย = (ราคาทุนของสินทรัพย์ &#8211; มูลค่าคงเหลือ) / จำนวนหน่วยที่คาดว่าจะผลิตได้ทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากนั้นนำค่าเสื่อมราคาต่อหน่วยไปคูณกับจำนวนหน่วยที่ผลิตจริงในแต่ละงวด</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ตัวอย่าง</strong><br>ธุรกิจซื้อเครื่องจักรราคา 500,000 บาท คาดว่าจะผลิตสินค้าได้ทั้งหมด 100,000 หน่วย และไม่มีมูลค่าคงเหลือ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ค่าเสื่อมราคาต่อหน่วย = 500,000 ÷ 100,000<br>เท่ากับ 5 บาทต่อหน่วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ถ้าในปีนี้ผลิตสินค้าได้ 20,000 หน่วย<br>ค่าเสื่อมราคาปีนี้ = 20,000 × 5<br>เท่ากับ 100,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">วิธีนี้ช่วยให้ค่าเสื่อมราคาสอดคล้องกับการใช้งานจริงมากขึ้น โดยปีไหนผลิตมาก ค่าเสื่อมราคาก็จะสูง ปีไหนผลิตน้อย ค่าเสื่อมราคาก็จะลดลง</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>ค่าเสื่อมราคาทางบัญชี เกี่ยวข้องกับงบการเงินอย่างไร ?</strong></h2>



<p class="has-link-color wp-elements-137b4b0a6f68fa2be063803b1b224075 wp-block-paragraph">ค่าเสื่อมราคามีผลโดยตรงต่องบการเงินของกิจการ โดยเฉพาะ 2 ส่วนสำคัญ คือ <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-profit-and-loss-statement/" type="post" id="11750">งบกำไรขาดทุน</a> และ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-statement-of-financial-position/" type="post" id="11688">งบฐานะการเงิน</a> ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">1. ผลต่องบกำไรขาดทุน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ค่าเสื่อมราคาจะถูกบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการ ทำให้กำไรสุทธิลดลง</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ตัวอย่าง</strong><br>หากมีรายได้ 1,000,000 บาท มีค่าใช้จ่ายอื่น 600,000 บาท และมีค่าเสื่อมราคา 100,000 บาท กำไรสุทธิทางบัญชีจะเหลือ 300,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ค่าเสื่อมราคาจะเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่มีเงินสดจ่ายออกในรอบนั้นโดยตรง แต่ก็เป็นต้นทุนจากการใช้สินทรัพย์ที่ต้องสะท้อนในงบการเงิน</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">2. ผลต่องบแสดงฐานะการเงิน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในงบฐานะการเงิน สินทรัพย์ถาวรจะแสดงด้วยมูลค่าตามบัญชี ซึ่งเป็นราคาทุนของสินทรัพย์หักด้วยค่าเสื่อมราคาสะสม</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ตัวอย่าง</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ธุรกิจซื้อเครื่องจักร 500,000 บาท</li>



<li>มีค่าเสื่อมราคาสะสม 100,000 บาท</li>



<li>มูลค่าตามบัญชีของเครื่องจักรจะเหลือ 400,000 บาท</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น ค่าเสื่อมราคาจึงช่วยให้มูลค่าสินทรัพย์ในงบการเงินไม่แสดงสูงเกินจริงเมื่อเวลาผ่านไป</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>ค่าเสื่อมราคาทางบัญชี กับ ค่าเสื่อมราคาทางภาษี ต่างกันไหม ?</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ค่าเสื่อมราคาทางบัญชี ทำให้ข้อมูลในงบการเงินสะท้อนการใช้ประโยชน์ของสินทรัพย์อย่างเหมาะสม เช่น อายุการใช้งานจริง รูปแบบการใช้งาน และมูลค่าคงเหลือที่คาดว่าจะได้รับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ค่าเสื่อมราคาทางภาษี ใช้เพื่อคำนวณกำไรสุทธิทางภาษี โดยพิจารณาเกณฑ์ที่กฎหมายภาษีกำหนด เช่น ประเภทสินทรัพย์ อัตราค่าเสื่อมราคาสูงสุด และเงื่อนไขในการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา</p>



<p class="has-link-color wp-elements-eb62c2b70743b94b70d04948cd898b9e wp-block-paragraph">ในบางกรณี ค่าเสื่อมราคาที่บันทึกตามบัญชีอาจไม่เท่ากับค่าเสื่อมราคาที่ใช้คำนวณภาษี ทำให้ต้องมีการปรับปรุงทางภาษีตอนจัดทำแบบแสดงรายการ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/corporate-income-tax/" type="post" id="4012">ภาษีเงินได้นิติบุคคล</a></p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700"><strong>สรุป</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ค่าเสื่อมราคา คือ การทยอยรับรู้ต้นทุนของสินทรัพย์ถาวรเป็นค่าใช้จ่ายตามอายุการใช้งานของสินทรัพย์นั้น เพราะสินทรัพย์เหล่านี้ไม่ได้สร้างประโยชน์เพียงปีเดียว แต่ถูกใช้ต่อเนื่องหลายปี การคิดค่าเสื่อมราคาจึงช่วยให้งบการเงินสะท้อนต้นทุนและกำไรได้เหมาะสมมากขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น ธุรกิจที่มีสินทรัพย์ถาวรจำนวนมาก ควรมีการจัดทะเบียนสินทรัพย์ คำนวณค่าเสื่อมราคาอย่างเป็นระบบ และตรวจสอบให้สอดคล้องกับหลักบัญชีและหลักภาษีอยู่เสมอ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากธุรกิจของคุณมีการซื้อสินทรัพย์เข้าบริษัท เช่น รถยนต์ เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์สำนักงาน การบันทึกบัญชีค่าเสื่อมราคาให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยให้งบการเงินสะท้อนต้นทุนจริงของกิจการ และลดความคลาดเคลื่อนในการคำนวณภาษี ชอบการบัญชีพร้อมช่วยดูแลการบันทึกบัญชี ตรวจสอบสินทรัพย์ และจัดทำงบการเงินให้ถูกต้องตามหลักบัญชีและภาษี ติดต่อเข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อ้างอิง :</p>



<ol class="wp-block-list has-link-color wp-elements-55d2150e85c8c19219cc25ee64383947">
<li><a href="https://www.tfac.or.th/upload/9414/j3vmVt78N5.PDF">มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 เรื่อง ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ สภาวิชาชีพบัญชี</a></li>



<li><a href="https://www.rd.go.th/2369.html">พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยหักค่าสึกหรอ และค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527</a></li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-depreciation/">ค่าเสื่อมราคา คืออะไร ? รู้ก่อนซื้อทรัพย์สินเข้ามาใช้ในกิจการ</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สมุดรายวันทั่วไป คืออะไร ? พื้นฐานบัญชีที่เจ้าของธุรกิจควรรู้</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-general-journal/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chob Accounting Team]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jun 2026 04:10:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=18712</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในการทำบัญชี ทุกธุรกรรมทางการเงินของธุรกิจจะต้องได้รับการบันทึกอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ และนำข้อมูลไปใช้จัดทำงบการเงินได้อย่างถูกต้อง โดยต้องบันทึกลงใน &#8220;สมุดรายวันทั่วไป&#8221; ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการบันทึกรายการบัญชีอีกหลายประเภท สำหรับเจ้าของธุรกิจมือใหม่ หรือผู้ที่เริ่มทำบัญชีได้ไม่นาน อาจสงสัยว่าสมุดรายวันทั่วไปคืออะไร สำคัญต่องานบัญชีอย่างไร ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าสมุดบัญชีรายวันทั่วไป คืออะไร รายการที่ใช้บันทึก ไปจนถึงตัวอย่างการบันทึกรายการบัญชีค่ะ สมุดรายวันทั่วไป [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-general-journal/">สมุดรายวันทั่วไป คืออะไร ? พื้นฐานบัญชีที่เจ้าของธุรกิจควรรู้</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-link-color wp-elements-22baa5533e74dc67a20aca398129baca wp-block-paragraph">ใน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting/" type="post" id="6916">การทำบัญชี</a> ทุกธุรกรรมทางการเงินของธุรกิจจะต้องได้รับการบันทึกอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ และนำข้อมูลไปใช้จัดทำ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-financial-statement/" type="post" id="4954">งบการเงิน</a>ได้อย่างถูกต้อง โดยต้องบันทึกลงใน &#8220;สมุดรายวันทั่วไป&#8221; ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeping/" type="post" id="13830">การบันทึกรายการบัญชี</a>อีกหลายประเภท</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับเจ้าของธุรกิจมือใหม่ หรือผู้ที่เริ่มทำบัญชีได้ไม่นาน อาจสงสัยว่าสมุดรายวันทั่วไปคืออะไร สำคัญต่องานบัญชีอย่างไร ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าสมุดบัญชีรายวันทั่วไป คืออะไร รายการที่ใช้บันทึก ไปจนถึงตัวอย่างการบันทึกรายการบัญชีค่ะ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สมุดรายวันทั่วไป คืออะไร ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-e8217ce5518189d97f5be1156a724b37 wp-block-paragraph"><strong>สมุดรายวันทั่วไป</strong> <strong>(General journal)</strong> คือ <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting-book/" type="post" id="16095">สมุดบัญชี</a>ขั้นต้นที่ใช้สำหรับบันทึกรายการทางบัญชีที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน โดยเฉพาะรายการที่ไม่สามารถบันทึกลงในสมุดรายวันเฉพาะได้โดยตรง เช่น รายการปรับปรุงบัญชี รายการโอนบัญชี หรือรายการเปิดบัญชี</p>



<p class="has-link-color wp-elements-b8bc3ae9e257b32deed04eac48321f7f wp-block-paragraph">การบันทึกในสมุดรายวันทั่วไปจะใช้การ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-debit-and-credit-in-accounting/" type="post" id="13763">เดบิตและเครดิต</a> ตาม<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-double-entry-bookkeeping/" type="post" id="16013">หลักบัญชีคู่</a>เพื่อแสดงว่ารายการดังกล่าว มีผลกระทบต่อบัญชีใดบ้าง เช่น <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset/" type="post" id="13653">สินทรัพย์</a> <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-liabilities/" type="post" id="13675">หนี้สิน</a> <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-shareholders-equity/" type="post" id="13022">ส่วนของเจ้าของ</a> <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-revenue/" type="post" id="14589">รายได้</a> หรือ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-expense/" type="post" id="14630">ค่าใช้จ่าย</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">พูดให้เข้าใจง่ายคือ สมุดรายวันทั่วไปเป็นเหมือนสมุดจดเหตุการณ์ทางบัญชีที่บันทึกว่าในแต่ละรายการ ธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงทางการเงินอย่างไร และเกี่ยวข้องกับบัญชีใดบ้าง</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="900" height="600" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Example-a-journal-entry-book.webp" alt="ตัวอย่างสมุดบัญชีรายวัน" class="wp-image-18722" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Example-a-journal-entry-book.webp 900w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Example-a-journal-entry-book-300x200.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Example-a-journal-entry-book-768x512.webp 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">โครงสร้างของสมุดรายวันทั่วไป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">สมุดรายวันทั่วไปจะมีองค์ประกอบหลัก ๆ ดังนี้</p>



<p class="has-link-color wp-elements-64b71d214730d9c450fbc2d5349fb686 wp-block-paragraph">1. <strong>วันที่</strong>: ใช้ระบุวันที่เกิดรายการทางบัญชี เพื่อให้ตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ได้ถูกต้อง<br>2. <strong>ชื่อบัญชีและคำอธิบายรายการ</strong>: ระบุชื่อบัญชีที่เกี่ยวข้องกับรายการนั้น เช่น เงินสด รายได้ ค่าใช้จ่าย เจ้าหนี้ หรือทุน พร้อมคำอธิบายสั้น ๆ ว่ารายการเกิดจากอะไร<br>3. <strong>เลขที่บัญชี</strong>: ใช้ระบุรหัสบัญชีตามผังบัญชีของกิจการ เพื่อให้ง่ายต่อการอ้างอิง และผ่านรายการไปยัง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-ledger-accounts/" type="post" id="18613">สมุดบัญชีแยกประเภท</a><br>4. <strong>จำนวนเงินด้านเดบิต</strong>: แสดงจำนวนเงินที่บันทึกทางฝั่งเดบิต<br>5. <strong>จำนวนเงินด้านเครดิต</strong>: แสดงจำนวนเงินที่บันทึกทางฝั่งเครดิต</p>



<p class="wp-block-paragraph">หลักสำคัญของการบันทึกสมุดรายวันทั่วไปคือ ยอดรวมเดบิตต้องเท่ากับยอดรวมเครดิตเสมอ หากไม่เท่ากัน แสดงว่าอาจมีการบันทึกบัญชีผิดพลาด ต้องตรวจสอบและแก้ไขก่อนนำข้อมูลไปใช้ต่อ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สมุดรายวันทั่วไป ใช้บันทึกรายการอะไรบ้าง ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">สมุดรายวันทั่วไป มักใช้บันทึกรายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย หรือเกิดขึ้นซ้ำ ๆ หรือเป็นรายการที่ต้องอาศัยการวิเคราะห์ทางบัญชีมากกว่ารายการซื้อขายทั่วไป เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รายการเปิดบัญชีเมื่อเริ่มต้นกิจการ</li>



<li>เจ้าของนำเงินสดหรือสินทรัพย์มาลงทุน</li>



<li>รายการปรับปรุงค่าใช้จ่ายค้างจ่าย</li>



<li>รายการปรับปรุงรายได้รับล่วงหน้า</li>



<li>รายการค่าเสื่อมราคา</li>



<li>รายการโอนบัญชี</li>



<li>รายการแก้ไขข้อผิดพลาดทางบัญชี</li>



<li>รายการปิดบัญชีรายได้ และค่าใช้จ่ายเมื่อสิ้นงวด</li>



<li>รายการตั้งหนี้ หรือปรับปรุงยอดคงเหลือทางบัญชี</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">รายการเหล่านี้เป็นรายการที่มีผลต่อความถูกต้องของบัญชีโดยตรง จึงต้องบันทึกด้วยความรอบคอบ และมีเอกสารประกอบที่ชัดเจน</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สมุดรายวันทั่วไป สำคัญต่องานบัญชีอย่างไร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ความสำคัญของสมุดรายวันทั่วไป ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ช่วยบันทึกรายการบัญชีอย่างเป็นระบบ</strong>: ทำให้เห็นว่ามีรายการใดเกิดขึ้นบ้างในแต่ละวัน และแต่ละรายการเกี่ยวข้องกับบัญชีใด</li>



<li><strong>ช่วยตรวจสอบความถูกต้องของบัญชี</strong>: เมื่อต้องตรวจสอบย้อนหลัง สามารถดูรายละเอียดจากสมุดรายวันทั่วไปได้ว่า รายการนั้นบันทึกจากเหตุการณ์ใด</li>



<li><strong>เป็นข้อมูลตั้งต้นในการผ่านรายการไปบัญชีแยกประเภท</strong>: หลังจากบันทึกในสมุดรายวันทั่วไปแล้ว ข้อมูลจะถูกนำไปจัดหมวดหมู่ในบัญชีแยกประเภทต่อไป</li>



<li><strong>ช่วยลดความผิดพลาดในการจัดทำงบการเงิน</strong>: หากบันทึกรายการตั้งแต่ต้นทางได้ถูกต้อง งบการเงินที่จัดทำในภายหลังก็จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น</li>



<li><strong>ใช้เป็นหลักฐานประกอบการตรวจสอบบัญชี</strong>: กรณีมีการตรวจสอบภายใน ตรวจสอบจากผู้สอบบัญชี หรือทบทวนรายการย้อนหลัง สมุดรายวันทั่วไปจะช่วยอธิบายที่มาของรายการได้อย่างชัดเจน</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ขั้นตอนการบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">การบันทึกรายการในสมุดรายวันทั่วไป มีขั้นตอนดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. <strong>วิเคราะห์รายการค้า</strong>: ตรวจสอบว่ารายการที่เกิดขึ้นคืออะไร เช่น รับเงิน จ่ายเงิน ซื้อสินทรัพย์ หรือปรับปรุงบัญชี<br>2. <strong>ระบุบัญชีที่เกี่ยวข้อง</strong>: พิจารณาว่ารายการนั้นกระทบบัญชีใดบ้าง เช่น เงินสด รายได้ ค่าใช้จ่าย เจ้าหนี้ หรือทุน<br>3. <strong>วิเคราะห์ด้านเดบิตและเครดิต</strong>: กำหนดว่าบัญชีใดต้องบันทึกด้านเดบิต และบัญชีใดต้องบันทึกด้านเครดิต<br>4. <strong>บันทึกจำนวนเงินให้ถูกต้อง</strong>: ระบุจำนวนเงินของรายการ โดยยอดเดบิตและเครดิตต้องเท่ากัน<br>5. <strong>เขียนคำอธิบายรายการ</strong>: ใส่คำอธิบายสั้น ๆ เพื่อให้เข้าใจที่มาของรายการ เช่น บันทึกเจ้าของนำเงินสดมาลงทุน<br>6. <strong>ตรวจสอบความถูกต้องก่อนผ่านรายการ</strong>: ตรวจสอบวันที่ ชื่อบัญชี จำนวนเงิน และคำอธิบาย ก่อนนำข้อมูลไปผ่านรายการบัญชีแยกประเภท</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ตัวอย่างการบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป</h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ตัวอย่างที่ 1</strong> : เจ้าของนำเงินสดมาลงทุนในกิจการ 100,000 บาท</p>



<style>
  .chob-journal-table-wrap {
    width: 100%;
    overflow-x: auto;
    margin: 24px 0;
  }

  .chob-journal-table {
    width: 100%;
    min-width: 560px;
    border-collapse: collapse;
    font-family: inherit;
    background: #ffffff;
    color: #111827;
    border: 1px solid #d1d5db;
  }

  .chob-journal-table th,
  .chob-journal-table td {
    border: 1px solid #d1d5db;
    padding: 12px 16px;
    text-align: center;
    vertical-align: middle;
    line-height: 1.6;
    font-size: 16px;
  }

  .chob-journal-table thead th {
    background: #f3f4f6;
    font-weight: 700;
  }

  .chob-journal-table tbody td {
    background: #ffffff;
  }

  .chob-journal-table .text-left {
    text-align: left;
  }

  @media (max-width: 768px) {
    .chob-journal-table {
      min-width: 520px;
    }

    .chob-journal-table th,
    .chob-journal-table td {
      padding: 10px 12px;
      font-size: 15px;
    }
  }
</style>

<div class="chob-journal-table-wrap">
  <table class="chob-journal-table">
    <thead>
      <tr>
        <th>วันที่</th>
        <th>รายการ</th>
        <th>เดบิต</th>
        <th>เครดิต</th>
      </tr>
    </thead>
    <tbody>
      <tr>
        <td>1 ม.ค.</td>
        <td>เงินสด</td>
        <td>100,000</td>
        <td>&#8211;</td>
      </tr>
      <tr>
        <td></td>
        <td>ทุนเจ้าของ</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>100,000</td>
      </tr>
    </tbody>
  </table>
</div>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>วิเคราะห์รายการ</strong><br>บันทึกเจ้าของนำเงินสดมาลงทุนในกิจการ<br>หมายความว่า ธุรกิจมีเงินสดเพิ่มขึ้น จึงบันทึกเงินสดด้านเดบิต และทุนเจ้าของเพิ่มขึ้น จึงบันทึกทุนด้านเครดิต</p>



<div style="height:20px" aria-hidden="true" class="wp-block-spacer"></div>



<p class="wp-block-paragraph" style="margin-top:20px"><strong>ตัวอย่างที่ 2</strong> : จ่ายค่าเช่าสำนักงานเป็นเงินสด 10,000 บาท</p>



<style>
  .chob-journal-table-wrap {
    width: 100%;
    overflow-x: auto;
    margin: 24px 0;
  }

  .chob-journal-table {
    width: 100%;
    min-width: 560px;
    border-collapse: collapse;
    font-family: inherit;
    background: #ffffff;
    color: #111827;
    border: 1px solid #d1d5db;
  }

  .chob-journal-table th,
  .chob-journal-table td {
    border: 1px solid #d1d5db;
    padding: 12px 16px;
    text-align: center;
    vertical-align: middle;
    line-height: 1.6;
    font-size: 16px;
  }

  .chob-journal-table thead th {
    background: #f3f4f6;
    font-weight: 700;
  }

  .chob-journal-table tbody td {
    background: #ffffff;
  }

  .chob-journal-table .text-left {
    text-align: left;
  }

  @media (max-width: 768px) {
    .chob-journal-table {
      min-width: 520px;
    }

    .chob-journal-table th,
    .chob-journal-table td {
      padding: 10px 12px;
      font-size: 15px;
    }
  }
</style>

<div class="chob-journal-table-wrap">
  <table class="chob-journal-table">
    <thead>
      <tr>
        <th>วันที่</th>
        <th>รายการ</th>
        <th>เดบิต</th>
        <th>เครดิต</th>
      </tr>
    </thead>
    <tbody>
      <tr>
        <td>5 ม.ค.</td>
        <td>ค่าเช่าสำนักงาน</td>
        <td>10,000</td>
        <td>&#8211;</td>
      </tr>
      <tr>
        <td></td>
        <td>เงินสด</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>10,000</td>
      </tr>
    </tbody>
  </table>
</div>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>วิเคราะห์รายการ</strong><br>บันทึกเจ้าของนำเงินสดมาลงทุนในกิจการ<br>หมายความว่า ธุรกิจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จึงบันทึกค่าเช่าสำนักงานด้านเดบิต และเงินสดลดลง จึงบันทึกเงินสดด้านเครดิต</p>



<div style="height:20px" aria-hidden="true" class="wp-block-spacer"></div>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ตัวอย่างที่ 3</strong> : บันทึกค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์สำนักงาน 3,000 บาท</p>



<style>
  .chob-journal-table-wrap {
    width: 100%;
    overflow-x: auto;
    margin: 24px 0;
  }

  .chob-journal-table {
    width: 100%;
    min-width: 560px;
    border-collapse: collapse;
    font-family: inherit;
    background: #ffffff;
    color: #111827;
    border: 1px solid #d1d5db;
  }

  .chob-journal-table th,
  .chob-journal-table td {
    border: 1px solid #d1d5db;
    padding: 12px 16px;
    text-align: center;
    vertical-align: middle;
    line-height: 1.6;
    font-size: 16px;
  }

  .chob-journal-table thead th {
    background: #f3f4f6;
    font-weight: 700;
  }

  .chob-journal-table tbody td {
    background: #ffffff;
  }

  .chob-journal-table .text-left {
    text-align: left;
  }

  @media (max-width: 768px) {
    .chob-journal-table {
      min-width: 520px;
    }

    .chob-journal-table th,
    .chob-journal-table td {
      padding: 10px 12px;
      font-size: 15px;
    }
  }
</style>

<div class="chob-journal-table-wrap">
  <table class="chob-journal-table">
    <thead>
      <tr>
        <th>วันที่</th>
        <th>รายการ</th>
        <th>เดบิต</th>
        <th>เครดิต</th>
      </tr>
    </thead>
    <tbody>
      <tr>
        <td>31 ม.ค.</td>
        <td>ค่าเสื่อมราคา</td>
        <td>3,000</td>
        <td>&#8211;</td>
      </tr>
      <tr>
        <td></td>
        <td>ค่าเสื่อมราคาสะสม</td>
        <td>&#8211;</td>
        <td>3,000</td>
      </tr>
    </tbody>
  </table>
</div>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>วิเคราะห์รายการ</strong><br>บันทึกค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์สำนักงานประจำเดือน<br>รายการนี้เป็นตัวอย่างของรายการปรับปรุงบัญชี ซึ่งมักบันทึกในสมุดรายวันทั่วไปเมื่อสิ้นงวดบัญชี</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สรุป สมุดรายวันทั่วไปสำคัญอย่างไรต่อธุรกิจ</h2>



<p class="wp-block-paragraph">สมุดรายวันทั่วไป เป็นสมุดบัญชีขั้นต้นที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ เพราะช่วยบันทึกรายการทางบัญชีอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถตรวจสอบรายการย้อนหลังได้ และเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการจัดทำบัญชีแยกประเภท งบทดลอง และงบการเงิน</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ธุรกิจบางแห่งจะใช้โปรแกรมบัญชีในการบันทึกรายการแทนสมุดบัญชีแบบเดิม แต่หลักการของสมุดรายวันทั่วไปก็ยังคงมีความสำคัญ เพราะเป็นพื้นฐานของการเข้าใจว่ารายการบัญชีแต่ละรายการเกิดขึ้นอย่างไร และส่งผลต่อฐานะการเงินของธุรกิจอย่างไรค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากต้องการให้บัญชีของธุรกิจถูกต้อง ตรวจสอบง่าย และนำไปใช้พิจารณาประกอบการตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ชอบการบัญชีพร้อมช่วยดูแลตั้งแต่การจัดเก็บเอกสาร บันทึกบัญชี ยื่นภาษี ไปจนถึงปิดงบการเงินอย่างเป็นระบบ ติดต่อเข้ามาเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-general-journal/">สมุดรายวันทั่วไป คืออะไร ? พื้นฐานบัญชีที่เจ้าของธุรกิจควรรู้</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บัญชีแยกประเภท คืออะไร ? พื้นฐานบัญชีที่ช่วยให้บริหารธุรกิจได้ดีขึ้น</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-ledger-accounts/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chob Accounting Team]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jun 2026 07:18:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=18613</guid>

					<description><![CDATA[<p>การบริหารธุรกิจให้ดี ไม่ใช่การดูแค่ว่าวันนี้มีเงินเข้าออกเท่าไร หรือมียอดเงินเหลือในบัญชีธนาคารมากน้อยแค่ไหน เพราะตัวเลขเหล่านั้นอาจยังไม่ได้บอกภาพรวมทั้งหมดของกิจการ เช่น รายได้มาจากช่องทางใด ค่าใช้จ่ายส่วนไหนสูงขึ้น ลูกหนี้ยังค้างชำระเท่าไร หรือมีภาระที่ต้องจ่ายในอนาคตอีกมากน้อยแค่ไหน บัญชีแยกประเภทจึงเป็นพื้นฐานสำคัญของงานบัญชีที่ช่วยจัดหมวดหมู่ข้อมูลทางการเงินให้เป็นระบบมากขึ้น ทำให้เจ้าของธุรกิจเห็นความเคลื่อนไหวของแต่ละบัญชีได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเงินสด ธนาคาร รายได้ ค่าใช้จ่าย ลูกหนี้ เจ้าหนี้ หรือทุนของกิจการ และเมื่อเข้าใจบัญชีแยกประเภท ก็จะช่วยให้ตรวจสอบตัวเลข [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-ledger-accounts/">บัญชีแยกประเภท คืออะไร ? พื้นฐานบัญชีที่ช่วยให้บริหารธุรกิจได้ดีขึ้น</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">การบริหารธุรกิจให้ดี ไม่ใช่การดูแค่ว่าวันนี้มีเงินเข้าออกเท่าไร หรือมียอดเงินเหลือในบัญชีธนาคารมากน้อยแค่ไหน เพราะตัวเลขเหล่านั้นอาจยังไม่ได้บอกภาพรวมทั้งหมดของกิจการ เช่น รายได้มาจากช่องทางใด ค่าใช้จ่ายส่วนไหนสูงขึ้น ลูกหนี้ยังค้างชำระเท่าไร หรือมีภาระที่ต้องจ่ายในอนาคตอีกมากน้อยแค่ไหน</p>



<p class="wp-block-paragraph">บัญชีแยกประเภทจึงเป็นพื้นฐานสำคัญของงานบัญชีที่ช่วยจัดหมวดหมู่ข้อมูลทางการเงินให้เป็นระบบมากขึ้น ทำให้เจ้าของธุรกิจเห็นความเคลื่อนไหวของแต่ละบัญชีได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเงินสด ธนาคาร รายได้ ค่าใช้จ่าย ลูกหนี้ เจ้าหนี้ หรือทุนของกิจการ และเมื่อเข้าใจบัญชีแยกประเภท ก็จะช่วยให้ตรวจสอบตัวเลข สื่อสารกับนักบัญชี และนำข้อมูลไปใช้ในการบริหารธุรกิจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">บัญชีแยกประเภท คืออะไร ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-6d1bb02edb81b09408e4ec95074ee38d wp-block-paragraph">บัญชีแยกประเภท คือ <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting-book/" type="post" id="16095">สมุดบัญชี</a>หรือระบบที่รวบรวมรายการค้าทั้งหมดที่บันทึกไว้ใน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-general-journal/">สมุดรายวันทั่วไป</a>มาจัดหมวดหมู่ใหม่ เพื่อให้เห็นความเคลื่อนไหวและยอดคงเหลือของแต่ละบัญชีได้อย่างชัดเจน รวมถึงใช้เป็นฐานในการจัดทำ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-financial-statement/" type="post" id="4954">งบการเงิน</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">สมุดบัญชีแยกประเภท แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ</p>



<p class="has-link-color wp-elements-cab643b7bb34dec886de023f0d443076 wp-block-paragraph">1. <strong>สมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป</strong><br>สมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป (General Ledger) หรือ “บัญชีคุมยอด” คือ สมุดบัญชีขั้นปลายที่รวบรวมข้อมูลทางการเงินจากสมุดรายวันทั่วไปมาจัดหมวดหมู่ตามประเภทบัญชี เช่น <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset/" type="post" id="13653">สินทรัพย์</a> <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-liabilities/" type="post" id="13675">หนี้สิน</a> ทุน <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-revenue/" type="post" id="14589">รายได้</a> และ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-expense/" type="post" id="14630">ค่าใช้จ่าย</a> เพื่อแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลง และยอดคงเหลือของแต่ละบัญชี</p>



<p class="has-link-color wp-elements-b2d0aa726cb108f186fb476bbc364a5c wp-block-paragraph">2. <strong>สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย</strong><br><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-subsidiary-ledger/">สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย</a> (Subsidiary Ledger) หรือ &#8220;บัญชีย่อย&#8221; คือ สมุดบัญชีที่ใช้แสดงรายละเอียดเชิงลึกของบัญชีคุมยอดในสมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป ช่วยให้สามารถตรวจสอบรายการยิบย่อยรายละเอียดได้โดยไม่ต้องไปรบกวนยอดรวมของบัญชีหลัก</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">บัญชีแยกประเภท มีไว้ทำอะไร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">หน้าที่หลักของบัญชีแยกประเภท ได้แก่</p>



<p class="has-link-color wp-elements-ea9c2d992f5752c170859a5de9c813c9 wp-block-paragraph">1. <strong>แยกรายการบัญชีตามหมวดหมู่</strong> เช่น รายการรับเงิน รายการจ่ายเงิน รายได้ ค่าใช้จ่าย สินทรัพย์ และหนี้สิน<br>2. <strong>ตรวจสอบยอดเคลื่อนไหวของแต่ละบัญชี</strong> เช่น เดือนนี้บัญชีเงินสดเพิ่มขึ้น หรือลดลงเท่าไร รายได้มาจากช่องทางไหนบ้าง หรือค่าใช้จ่ายหลักอยู่ที่หมวดใด<br>3. <strong>ใช้จัดทำงบทดลอง</strong> เมื่อนำยอดจากบัญชีแยกประเภทมารวมกัน จะช่วยตรวจสอบเบื้องต้นว่าฝั่ง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-debit-and-credit-in-accounting/">เดบิตและเครดิต</a>สมดุลกันหรือไม่<br>4. <strong>ช่วยวิเคราะห์ธุรกิจ</strong> เจ้าของกิจการสามารถดูแนวโน้มรายได้ ค่าใช้จ่าย หนี้สิน และเงินทุนหมุนเวียนได้ชัดเจนขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="900" height="600" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/example-of-a-ledger-book.webp" alt="ตัวอย่างสมุดบัญชีแยกประเภท" class="wp-image-18663" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/example-of-a-ledger-book.webp 900w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/example-of-a-ledger-book-300x200.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/example-of-a-ledger-book-768x512.webp 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">บัญชีแยกประเภทประกอบด้วยอะไรบ้าง ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">องค์ประกอบหลักของบัญชีแยกประเภท ได้แก่</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. <strong>ชื่อบัญชี</strong> เป็นชื่อของบัญชีที่ต้องการแยกรายการ ควรสอดคล้องกับผังบัญชีของกิจการ เพื่อให้จัดทำรายงานได้เป็นระบบ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เงินสด</li>



<li>เงินฝากธนาคาร</li>



<li>ลูกหนี้การค้า</li>



<li>เจ้าหนี้การค้า</li>



<li>รายได้จากการขาย</li>



<li>ค่าเช่า</li>



<li>เงินเดือน</li>



<li>ทุน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">2. <strong>วันที่</strong> ใช้ระบุวันที่เกิดรายการ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-c56382fe5db7a3970297fb5a7b56515a">
<li>วันที่รับเงิน</li>



<li>วันที่จ่ายเงิน</li>



<li>วันที่ออก<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-tax-invoice/" type="post" id="6409">ใบกำกับภาษี</a>/<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-receipt/" type="post" id="10092">ใบเสร็จรับเงิน</a></li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">3. <strong>รายละเอียดรายการ</strong> เป็นคำอธิบายสั้น ๆ ว่ารายการนั้นคืออะไร เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รับเงินค่าบริการจากลูกค้า</li>



<li>จ่ายค่าเช่าสำนักงาน</li>



<li>ซื้ออุปกรณ์สำนักงาน</li>
</ul>



<p class="has-link-color wp-elements-c356e86c9c14b18a4a99969cf14b80f2 wp-block-paragraph">4. <strong>เดบิตและเครดิต</strong> ใช้สำหรับ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeping/" type="post" id="13830">บันทึกรายการบัญชี</a>ตาม<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-double-entry-bookkeeping/" type="post" id="16013">หลักบัญชีคู่</a> โดยแต่ละ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-are-the-5-accounting-categories/" type="post" id="13695">หมวดบัญชี</a>จะมีหลักการเพิ่มลดต่างกัน เช่น สินทรัพย์เพิ่มด้านเดบิต รายได้เพิ่มด้านเครดิต</p>



<p class="wp-block-paragraph">5. <strong>ยอดคงเหลือ</strong> เป็นยอดสะสมหลังจากมีการบันทึกรายการเพิ่มหรือลด ช่วยให้รู้ว่าบัญชีนั้น ๆ มียอดเหลือเท่าไร ณ ช่วงเวลาหนึ่ง</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">บัญชีแยกประเภทที่พบบ่อย</h2>



<p class="wp-block-paragraph">1. <strong>บัญชีสินทรัพย์</strong><br>ใช้บันทึกสิ่งที่กิจการมี หรือควบคุมอยู่ และคาดว่าจะให้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจในอนาคต เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เงินสด</li>



<li>เงินฝากธนาคาร</li>



<li>ลูกหนี้การค้า</li>



<li>สินค้าคงเหลือ</li>



<li>อุปกรณ์สำนักงาน</li>



<li>อาคารและเครื่องจักร</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">2. <strong>บัญชีหนี้สิน</strong><br>ใช้บันทึกภาระผูกพันที่กิจการต้องชำระในอนาคต เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เจ้าหนี้การค้า</li>



<li>เงินกู้ยืม</li>



<li>ภาษีค้างจ่าย</li>



<li>ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">3. <strong>บัญชีส่วนของเจ้าของ</strong><br>ใช้บันทึกเงินทุน หรือสิทธิส่วนได้เสียของเจ้าของในกิจการ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ทุน</li>



<li>กำไรสะสม</li>



<li>ถอนใช้ส่วนตัว ในกรณีกิจการเจ้าของคนเดียว</li>
</ul>



<p class="has-link-color wp-elements-712c4c2e8142ef4b251d517c2621aca9 wp-block-paragraph">สำหรับ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-limited-company/" type="post" id="8736">บริษัทจำกัด</a> บัญชีในหมวดนี้จะเกี่ยวข้องกับ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-registered-capital/" type="post" id="8405">ทุนจดทะเบียน</a> ทุนชำระแล้ว และกำไรสะสม ซึ่งมีผลต่อการอ่านงบการเงินของกิจการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">4. <strong>บัญชีรายได้</strong><br>ใช้บันทึกรายได้ที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รายได้จากการขาย</li>



<li>รายได้ค่าบริการ</li>



<li>รายได้ดอกเบี้ย</li>



<li>รายได้อื่น</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">5. <strong>บัญชีค่าใช้จ่าย</strong><br>ใช้บันทึกต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการดำเนินงาน เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ค่าเช่า</li>



<li>เงินเดือน</li>



<li>ค่าโฆษณา</li>



<li>ค่าน้ำ ค่าไฟ</li>



<li>ค่าธรรมเนียมธนาคาร</li>



<li>ค่าบริการวิชาชีพ</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สมุดบัญชีแยกประเภท อยู่ตรงไหนในระบบบัญชี ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-9cc4f511515bafd33c6dd1444f22e78d wp-block-paragraph">ลำดับ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting/">การทำบัญชี</a>โดยทั่วไป จะเริ่มด้วยการบันทึกรายการลงในสมุดรายวัน แล้วสิ้นสุดที่การจัดทำงบการเงิน ดังนี้</p>



<p class="has-link-color wp-elements-c1cf02bf51c9dd6b855d6575ddd0e6cd wp-block-paragraph">1. เกิดรายการค้า<br>2. รวบรวมเอกสารประกอบรายการ เช่น ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี ใบสำคัญรับ ใบสำคัญจ่าย<br>3. บันทึกรายการในสมุดรายวัน<br>4. ผ่านรายการไปยังบัญชีแยกประเภท<br>5. รวมยอดเพื่อจัดทำ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-trial-balance/" type="post" id="12999">งบทดลอง</a><br>6. นำข้อมูลไปจัดทำงบการเงิน</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized" style="margin-bottom:20px"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Ledger-in-the-accounting-system.webp" alt="สมุดบัญชีแยกประเภท อยู่ตรงไหนในระบบบัญชี" class="wp-image-18670" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Ledger-in-the-accounting-system.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Ledger-in-the-accounting-system-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/Ledger-in-the-accounting-system-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">บัญชีแยกประเภทเป็นฐานข้อมูลสำคัญที่ใช้รวบรวมยอดเพื่อจัดทำงบทดลอง และงบการเงิน หากข้อมูลในบัญชีแยกประเภทไม่ถูกต้อง งบการเงินที่จัดทำต่อจากนั้นก็อาจคลาดเคลื่อนตามไปด้วย โดยเรียงลำดับดังนี้</p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph"><strong>สมุดรายวัน → สมุดบัญชีแยกประเภท → งบทดลอง → งบการเงิน</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสิ้นงวดบัญชี นักบัญชีจะนำยอดจากบัญชีแยกประเภทมาสรุปเป็นงบทดลอง เพื่อตรวจสอบความสมดุลของเดบิตและเครดิต จากนั้นจึงใช้ข้อมูลดังกล่าวในการจัดทำงบการเงิน เช่น</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-a651956e2f5e0368bb5819ca613d0a75">
<li>ยอดบัญชีรายได้และค่าใช้จ่าย นำไปจัดทำ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-profit-and-loss-statement/" type="post" id="11750">งบกำไรขาดทุน</a></li>



<li>ยอดบัญชีสินทรัพย์ หนี้สิน และ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-shareholders-equity/" type="post" id="13022">ส่วนของเจ้าของ</a> นำไปจัดทำ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-statement-of-financial-position/" type="post" id="11688">งบฐานะการเงิน</a></li>



<li>ยอดบัญชีทุนและกำไรสะสม นำไปจัดทำ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-statement-of-changes-in-equity/" type="post" id="11894">งบการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ</a></li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">วิธีลงบันทึกบัญชีในสมุดบัญชีแยกประเภท</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-712c481acfe0c8349706970ddd824901 wp-block-paragraph">1. <strong>จัดทำผังบัญชีให้ชัดเจน</strong><br>ก่อนทำการบันทึกบัญชี ควรกำหนด<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-chart-of-accounts/" type="post" id="14539">ผังบัญชี</a>ของกิจการให้เหมาะกับธุรกิจ เช่น ธุรกิจบริการ ธุรกิจซื้อมาขายไป หรือธุรกิจผลิตสินค้า อาจมีการกำหนดผังบัญี หรือชื่อบัญชีที่แตกต่างกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. <strong>รวบรวมเอกสารประกอบรายการ</strong><br>เอกสารเป็นหลักฐานสำคัญของการบันทึกบัญชี เช่น</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-89b446c5c61c02564463ca22aedbc6ac">
<li>ใบเสร็จรับเงิน</li>



<li>ใบกำกับภาษี</li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-are-invoice-and-billing-note/" type="post" id="7035">ใบแจ้งหนี้</a></li>



<li>ใบสำคัญรับ</li>



<li>ใบสำคัญจ่าย</li>



<li>สลิปโอนเงิน</li>



<li>Statement ธนาคาร</li>



<li>สัญญาเช่า หรือสัญญาบริการ</li>
</ul>



<p class="has-link-color wp-elements-d6ebad7d045c2b13c2299176c761fffc wp-block-paragraph">3. <strong>บันทึกรายการลงในสมุดรายวัน</strong><br>เมื่อมีเอกสารครบแล้ว ให้บันทึกรายการในสมุดรายวันตามหลักบัญชีคู่ โดยระบุวันที่ รายละเอียด เดบิต เครดิต และเลขที่เอกสารอ้างอิง</p>



<p class="wp-block-paragraph">4. <strong>ผ่านรายการเข้าสู่สมุดบัญชีแยกประเภท</strong><br>นำรายการจากสมุดรายวันไปบันทึกในสมุดบัญชีแยกประเภท เช่น รายการรับเงินจะเกี่ยวข้องกับบัญชีเงินสดหรือธนาคาร และบัญชีรายได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">5. <strong>ตรวจสอบยอดคงเหลือ</strong><br>หลังจากบันทึกรายการแล้ว ควรตรวจสอบว่ายอดคงเหลือของแต่ละบัญชีสมเหตุสมผลหรือไม่ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เงินสดติดลบหรือไม่</li>



<li>ยอดเงินในธนาคารตรงกับ Statement หรือไม่</li>



<li>ลูกหนี้ค้างชำระนานผิดปกติหรือไม่</li>



<li>ค่าใช้จ่ายบางหมวดสูงเกินไปหรือไม่</li>



<li>มีรายการที่บันทึกซ้ำหรือไม่</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">6. <strong>สรุปยอดเพื่อจัดทำงบทดลอง</strong><br>เมื่อสิ้นงวดบัญชี ให้สรุปยอดจากบัญชีแยกประเภทเพื่อจัดทำงบทดลอง และใช้ตรวจสอบความถูกต้องก่อนจัดทำงบการเงิน</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="540" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/chob-img-12.webp" alt="" class="wp-image-18675" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/chob-img-12.webp 960w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/chob-img-12-300x169.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/06/chob-img-12-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ทำไมเจ้าของธุรกิจ ต้องทำความเข้าใจเรื่องบัญชีแยกประเภท ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">1. <strong>เห็นภาพจริงของธุรกิจมากกว่าการดูแค่ยอดเงินในบัญชีธนาคาร</strong><br>หลายกิจการเข้าใจว่ามีเงินในบัญชีธนาคารมากแปลว่าธุรกิจมีกำไร แต่ในความจริง เงินในธนาคารอาจรวมเงินที่ยังต้องจ่ายเจ้าหนี้ ภาษี เงินเดือน หรือค่าใช้จ่ายค้างจ่ายอยู่ด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">สมุดบัญชีแยกประเภทจะช่วยให้แยกแยะได้ว่าเงินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับอะไร และกิจการมีภาระอะไรซ่อนอยู่หรือไม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. <strong>ช่วยควบคุมค่าใช้จ่าย</strong><br>เมื่อดูบัญชีแยกประเภทหมวดค่าใช้จ่าย เจ้าของธุรกิจจะเห็นว่าค่าใช้จ่ายหลักอยู่ที่หมวดใด เช่น ค่าโฆษณา ค่าขนส่ง ค่าคอมมิชชั่น หรือค่าแรงงาน ทำให้วางแผนลดต้นทุนได้ดีกว่าเดิม</p>



<p class="has-link-color wp-elements-1de699870422f9828595ecca2c9bc74f wp-block-paragraph">3. <strong>ลดความผิดพลาดด้านภาษี</strong><br>หากบันทึกรายได้ ค่าใช้จ่าย <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-input-output-tax/" type="post" id="6609">ภาษีซื้อ ภาษีขาย</a> หรือ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-withholding-tax/" type="post" id="4109">ภาษีหัก ณ ที่จ่าย</a>ผิดหมวด อาจทำให้การยื่นภาษีไม่ถูกต้อง การมีบัญชีแยกประเภทที่ถูกต้อง จะช่วยให้ตรวจสอบรายการภาษีได้ง่ายขึ้น</p>



<p class="has-link-color wp-elements-1195b547f857e8538c35aa83861fd9bc wp-block-paragraph">4. <strong>ช่วยให้สื่อสารกับนักบัญชีได้ดีขึ้น</strong><br>เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านบัญชีเทียบเท่านักบัญชี หรือ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeper/" type="post" id="16698">ผู้ทำบัญชี</a> แต่หากเข้าใจว่าบัญชีแยกประเภทคืออะไร จะช่วยให้สื่อสารกับสำนักงานบัญชี <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting-auditor/" type="post" id="16629">ผู้สอบบัญชี</a> หรือเจ้าหน้าที่การเงินได้ชัดเจนขึ้น เช่น ถามยอดลูกหนี้ ยอดเจ้าหนี้ หรือค่าใช้จ่ายแต่ละหมวดได้ตรงประเด็น</p>



<p class="wp-block-paragraph">5. <strong>เป็นข้อมูลที่สำคัญต่อการขอสินเชื่อหรือวางแผนขยายกิจการ</strong><br>ธนาคาร นักลงทุน หรือคู่ค้าบางรายอาจต้องการดูงบการเงินและข้อมูลทางบัญชีของกิจการ การมีบัญชีแยกประเภทที่เป็นระบบจะช่วยให้ข้อมูลทางการเงินของกิจการน่าเชื่อถือมากขึ้น</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สรุป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">บัญชีแยกประเภท คือ สมุดบัญชีที่ใช้แยกรายการทางบัญชีออกเป็นหมวดหมู่ตามชื่อบัญชี เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน ทุน รายได้ และค่าใช้จ่าย โดยรับข้อมูลต่อมาจากสมุดรายวัน และใช้เป็นฐานในการจัดทำงบทดลองและงบการเงิน สำหรับเจ้าของธุรกิจแล้ว บัญชีแยกประเภทไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะเป็นข้อมูลที่ช่วยให้รู้ว่ากิจการมีรายได้จากอะไร มีค่าใช้จ่ายตรงไหน มีหนี้สินเท่าไร และมีสถานะการเงินจริงเป็นอย่างไร</p>



<p class="wp-block-paragraph">สุดท้ายนี้ หากธุรกิจของคุณมีรายการรับจ่ายเงินจำนวนมาก หรือเริ่มไม่แน่ใจว่าบัญชีที่ทำอยู่ถูกต้องหรือไม่ การวางระบบบัญชีให้ชัดเจนตั้งแต่บัญชีแยกประเภทไปจนถึงงบการเงิน จะช่วยลดความผิดพลาดและทำให้บริหารธุรกิจได้มั่นใจขึ้น ชอบการบัญชี ให้บริการรับทำบัญชีออนไลน์ วางระบบบัญชี และจัดทำงบการเงินสำหรับธุรกิจทุกประเภท พร้อมทีมบัญชีที่ช่วยอธิบายข้อมูลให้เจ้าของธุรกิจเข้าใจง่าย ติดต่อเราเพื่อปรึกษาเบื้องต้นได้เลยค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อ้างอิง : </p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-da12300d693479d240957181592ba6a2">
<li><a href="https://www.dbd.go.th/storage/law/9718f7ee-dd9f-463e-aa79-c7157355cec5.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543</a></li>



<li><a href="https://www.rd.go.th/fileadmin/download/15277290359.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">คู่มือการจัดทำเอกสารประกอบการลงบัญชีที่สามารถเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ กรมสรรพากร</a></li>



<li><a href="https://www.tfac.or.th/upload/9414/IhJcrKfW69.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">กรอบแนวคิดสำหรับการรายงานทางการเงิน สภาวิชาชีพบัญชี</a></li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-ledger-accounts/">บัญชีแยกประเภท คืออะไร ? พื้นฐานบัญชีที่ช่วยให้บริหารธุรกิจได้ดีขึ้น</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประกันสังคม คืออะไร ? เกี่ยวข้องกับงานบัญชี และภาษีอย่างไร ?</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-social-security/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chob Accounting Team]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 23 May 2026 08:51:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันสังคม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=17707</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับเจ้าของกิจการมือใหม่ คำว่าประกันสังคม อาจดูเหมือนจะเป็นเรื่องของพนักงานหรือหน่วยงานราชการเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วเมื่อมีลูกจ้าง ประกันสังคมจะกลายเป็นหนึ่งในหน้าที่สำคัญของนายจ้างที่ต้องจัดการให้ถูกต้อง ทั้งยังเชื่อมโยงกับงานบัญชี ค่าใช้จ่ายของบริษัท ภาษี และการปิดงบการเงิน หากไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน หรือทำผิดขั้นตอนตั้งแต่แรก อาจทำให้เกิดปัญหาตามมา เช่น เอกสารไม่ครบ ส่งข้อมูลล่าช้า หรือบัญชีเงินเดือนไม่ตรงกับความเป็นจริง ประกันสังคม คืออะไร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-social-security/">ประกันสังคม คืออะไร ? เกี่ยวข้องกับงานบัญชี และภาษีอย่างไร ?</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-link-color wp-elements-876b78a1ac58d7627040588ed55779d2 wp-block-paragraph">สำหรับเจ้าของกิจการมือใหม่ คำว่าประกันสังคม อาจดูเหมือนจะเป็นเรื่องของพนักงานหรือหน่วยงานราชการเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วเมื่อมีลูกจ้าง ประกันสังคมจะกลายเป็นหนึ่งในหน้าที่สำคัญของนายจ้างที่ต้องจัดการให้ถูกต้อง ทั้งยังเชื่อมโยงกับงานบัญชี <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-expense/" type="post" id="14630">ค่าใช้จ่าย</a>ของบริษัท ภาษี และ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-closing-financial-statement/" type="post" id="11805">การปิดงบการเงิน</a> หากไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน หรือทำผิดขั้นตอนตั้งแต่แรก อาจทำให้เกิดปัญหาตามมา เช่น เอกสารไม่ครบ ส่งข้อมูลล่าช้า หรือบัญชีเงินเดือนไม่ตรงกับความเป็นจริง</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ประกันสังคม คืออะไร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ประกันสังคม</strong> หรือ<strong>กองทุนประกันสังคม</strong> คือ ระบบสวัสดิการภาครัฐที่สร้างหลักประกันในการดำเนินชีวิตให้แก่คนทำงาน โดยลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐบาล ร่วมกันส่งเงินสมทบเข้ากองทุน เพื่อเฉลี่ยความเสี่ยงและดูแลผู้ประกันตน</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยหลักแล้ว เงินสมทบประกันสังคมจะถูกนำไปใช้เป็นสิทธิประโยชน์เมื่อเกิดเหตุสำคัญ เช่น เจ็บป่วย หรือคลอดบุตร ซึ่งจำนวนสิทธิและเงื่อนไขจะแตกต่างกันตามประเภทของผู้ประกันตน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในมุมของเจ้าของธุรกิจ ประกันสังคมเป็นหนึ่งในหน้าที่พื้นฐานของกิจการเมื่อมีการจ้างงาน เพราะนายจ้างต้องขึ้นทะเบียนลูกจ้าง หักเงินสมทบจากค่าจ้าง และนำส่งเงินสมทบทั้งส่วนของลูกจ้างและนายจ้างให้ถูกต้องตามกำหนดเวลา</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ผู้ประกันตน มีกี่ประเภท ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ประกันตน ในระบบประกันสังคมแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Insured-persons-under-Section-33.webp" alt="ผู้ประกันตนมาตรา" class="wp-image-17714" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Insured-persons-under-Section-33.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Insured-persons-under-Section-33-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Insured-persons-under-Section-33-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">1. ผู้ประกันตนมาตรา 33</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ประกันตนมาตรา 33 คือ ลูกจ้างในสถานประกอบการเอกชน หรือพนักงานทั่วไป ที่อยู่ในระบบประกันสังคม โดยนายจ้างมีหน้าที่ขึ้นทะเบียนให้ลูกจ้างภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน และต้องนำส่งเงินสมทบ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">เงินสมทบมาตรา 33 เป็นเงินที่นายจ้างและลูกจ้าง ต้องนำส่งเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือน โดยคำนวณจากค่าจ้างตามอัตราที่กฎหมายกำหนด และได้รับความคุ้มครอง 7 กรณี ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>เจ็บป่วย</li>



<li>คลอดบุตร</li>



<li>ทุพพลภาพ</li>



<li>เสียชีวิต</li>



<li>สงเคราะห์บุตร</li>



<li>ชราภาพ</li>



<li>ว่างงาน</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>วิธีคำนวณประกันสังคม มาตรา 33</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">เงินสมทบจะคำนวณจากค่าจ้างรายเดือน โดยมีฐานค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 1,650 บาท และฐานค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท ในอัตราปกติที่ใช้ทั่วไปคือ ฝั่งลูกจ้าง 5% และฝั่งนายจ้าง 5% โดยคำนวณตามสูตร</p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph">“เงินสมทบประกันสังคม = ฐานค่าจ้าง × อัตราเงินสมทบ”</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ตัวอย่าง</strong> บริษัท A จ่ายเงินเดือนพนักงาน 20,000 บาท แบ่งออกเป็น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ลูกจ้างจ่าย = 20,000 × 5% = 750 บาท</li>



<li>นายจ้างจ่าย = 20,000 × 5% = 750 บาท</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ต้องนำส่งเงินประกันสังคมทั้งสิ้น 1,500 บาท</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Insured-persons-under-Section-39.webp" alt="ผู้ประกันตนมาตรา 39" class="wp-image-17716" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Insured-persons-under-Section-39.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Insured-persons-under-Section-39-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Insured-persons-under-Section-39-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">2. ผู้ประกันตนมาตรา 39</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ประกันตนมาตรา 39 คือ ผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาก่อน แล้วลาออกจากงาน แต่ต้องการรักษาสิทธิประกันสังคมต่อ</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยต้องยื่นสมัครภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่ลาออกจากงาน และส่งเงินสมทบเองเดือนละ 432 บาท ซึ่งคำนวณจากฐานคำนวณคงที่ 4,800 บาท และอัตราเงินสมทบ 9% โดยต้องนำส่งเงินสมทบ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">เหมาะสำหรับผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วออกมาเป็นฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการ หรืออยู่ระหว่างเปลี่ยนงาน แต่ยังต้องการมีสิทธิรักษาพยาบาลและสิทธิประโยชน์ต่อเนื่องจากระบบเดิม ได้รับความคุ้มครอง 6 กรณี ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>เจ็บป่วย</li>



<li>คลอดบุตร</li>



<li>ทุพพลภาพ</li>



<li>เสียชีวิต</li>



<li>สงเคราะห์บุตร</li>



<li>ชราภาพ</li>
</ol>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Insured-persons-under-Section-40.webp" alt="" class="wp-image-17717" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Insured-persons-under-Section-40.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Insured-persons-under-Section-40-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Insured-persons-under-Section-40-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">3. ผู้ประกันตนมาตรา 40</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ประกันตนมาตรา 40 คือ ผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือแรงงานนอกระบบที่สมัครใจเข้าสู่ระบบประกันสังคมด้วยตนเอง เช่น พ่อค้าแม่ค้า ฟรีแลนซ์ ไรเดอร์ ช่างอิสระ หรือเจ้าของกิจการขนาดเล็กที่ไม่ได้เป็นลูกจ้างในบริษัท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้สมัครสามารถเลือกแผนเงินสมทบได้ตามสิทธิประโยชน์ที่ต้องการ และไม่ได้มีนายจ้างนำส่งแทนเหมือนมาตรา 33 โดยนำส่งเงินสมทบภายในสิ้นเดือนนั้น ๆ ด้วยตัวเอง สามารถจ่ายล่วงหน้าได้สูงสุด 12 งวด หากหักผ่านบัญชีธนาคาร จะทำการหักเงินทุกวันที่ 20 ของเดือน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ต้องนำส่งเงินสบทบตามทางเลือกที่ได้สมัครไว้กับทางสำนักงานประกันสังคม ดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>จ่ายเงินสมทบ 70 บาทต่อเดือน</li>



<li>จ่ายเงินสมทบ 100 บาทต่อเดือน</li>



<li>จ่ายเงินสมทบ 300 บาทต่อเดือน</li>
</ol>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ประกันสังคมเกี่ยวข้องกับบัญชีอย่างไร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">1. <strong>การคำนวณเงินเดือนและเงินสมทบ</strong><br>เมื่อกิจการมีลูกจ้าง นายจ้างต้องหักเงินสมทบจากค่าจ้างของลูกจ้าง และนายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบในส่วนของนายจ้างด้วย โดยนายจ้างมีหน้าที่หักเงินสมทบส่วนของลูกจ้างทุกครั้งที่จ่ายค่าจ้าง และร่วมจ่ายสมทบในฝั่งนายจ้างตามอัตราที่กฎหมายกำหนด</p>



<p class="has-link-color wp-elements-ddd99c78780ac6566703ada98e900d56 wp-block-paragraph">2. <strong>การบันทึกบัญชีค่าใช้จ่ายพนักงาน</strong><br>เงินสมทบส่วนของนายจ้าง ถือเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการใน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-profit-and-loss-statement/" type="post" id="11750">งบกำไรขาดทุน</a> ส่วนเงินสมทบที่หักจากลูกจ้างเป็นเงินที่กิจการหักไว้เพื่อนำส่งแทน จะบันทึกเป็นหนี้สินหมุนเวียน (ประกันสังคมค้างจ่าย) ใน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-statement-of-financial-position/" type="post" id="11688">งบฐานะการเงิน</a> โดยไม่นำมาบันทึกปะปนเป็นค่าใช้จ่ายของนายจ้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. <strong>การนำส่งแบบและเงินสมทบ</strong><br>นายจ้างต้องนำส่งเงินสมทบส่วนของนายจ้าง และส่วนของผู้ประกันตนมาตรา 33 พร้อมเอกสารแบบ สปส.1-10 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หรือจัดทำผ่านระบบ e-service ภายในวันที่ 22 ของเดือนถัดไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">4. การจัดเก็บเอกสารประกอบบัญชี<br>กิจการต้องเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้สำหรับการตรวจสอบ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รายงานเงินเดือน</li>



<li>รายละเอียดการหักเงินสมทบ</li>



<li>แบบ สปส.1-10</li>



<li>หลักฐานการชำระเงิน</li>



<li>เอกสารแจ้งเข้า-ออกพนักงาน</li>



<li>เอกสารเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้ประกันตน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">โดยจัดเก็บไว้อย่างน้อย 5 ปี ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ประกันสังคมเกี่ยวข้องกับภาษีอย่างไร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ประกันสังคมเกี่ยวข้องกับภาษีทั้งฝั่งพนักงานและนายจ้าง โดยพนักงานสามารถนำเงินสมทบประกันสังคมไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไข ส่วนฝั่งนายจ้าง เงินสมทบที่กิจการจ่ายในส่วนของนายจ้างสามารถใช้เป็นค่าใช้จ่ายของกิจการได้ หากมีเอกสารและการบันทึกบัญชีถูกต้อง</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-e3e231cf518164c0e703b831ae0e891a">
<li>เงินสมทบกองทุนประกันสังคมที่ผู้มีเงินได้จ่าย สามารถหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 9,000 บาทต่อคน ตามเงื่อนไขของประมวลรัษฎากร</li>



<li>สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 39 สามารถนำเงินสมทบไปลดหย่อน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-personal-income-tax/" type="post" id="3136">ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</a> ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 5,184 บาท</li>



<li>สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 40 สามารถนำเงินสมทบไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 3,600 บาท</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการทำบัญชีประกันสังคม</h2>



<p class="wp-block-paragraph">1. <strong>ไม่ขึ้นทะเบียนพนักงานใหม่ภายในกำหนด</strong>: สำนักงานประกันสังคมกำหนดให้นายจ้างขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนภายใน 30 วันนับแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน<br>2. <strong>ไม่แจ้งพนักงานลาออก</strong>: กรณีลูกจ้างลาออกหรือเลิกจ้าง นายจ้างต้องแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป โดยใช้แบบ สปส.6-09<br>3. <strong>ส่งเงินสมทบล่าช้า</strong>: หากนายจ้างหรือผู้ประกันตนมาตรา 39 ไม่นำส่งเงินสมทบหรือนำส่งไม่ครบภายในเวลาที่กำหนด ต้องจ่ายเงินเพิ่มตามกฎหมายในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือนของเงินสมทบที่ค้างชำระ<br>4. <strong>บันทึกบัญชีรวมผิดหมวด</strong>: ไม่ควรนำเงินสมทบส่วนลูกจ้างและส่วนนายจ้างไปรวมเป็นค่าใช้จ่ายเดียวกันทั้งหมด เพราะส่วนของลูกจ้างเป็นเงินที่หักไว้เพื่อนำส่ง ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายของกิจการ<br>5. <strong>ไม่ตรวจสอบฐานค่าจ้างและอัตราเงินสมทบล่าสุด</strong>: ฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบมีผลต่อยอดเงินที่ต้องนำส่ง โดยสำนักงานประกันสังคมระบุฐานค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้คำนวณเงินสมทบมาตรา 33 ไว้ในระบบข้อมูลเงินสมทบ และมีการปรับฐานค่าจ้างเป็นระยะ ดังนั้น ก่อนที่จะคำนวณควรตรวจสอบประกาศล่าสุดจากสำนักงานประกันสังคมหรือราชกิจจานุเบกษาให้ชัดเจนก่อน</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">เจ้าของกิจการ ควรจ้างสำนักงานบัญชีช่วยจัดการเงินประกันสังคมหรือไม่ ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">เจ้าของกิจการควรจ้างสำนักงานบัญชีช่วยจัดการประกันสังคม หากพนักงานประจำมีการเข้า-ออกบ่อย หรือไม่มีทีมจัดการระบบเงินเดือนภายใน เพราะประกันสังคมมีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายแรงงาน การทำบัญชี ภาษี และเอกสารราชการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับกิจการขนาดเล็ก เจ้าของมักมองว่าประกันสังคมเป็นงานง่าย แต่ในทางปฏิบัติ กลับมีรายละเอียดหลายจุดที่ต้องตรวจสอบตลอด เช่น</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-ea6dc80a983fc47afc9a94f7c822ea3e">
<li>ขึ้นทะเบียนพนักงานใหม่</li>



<li>แจ้งออกพนักงานลาออก</li>



<li>ตรวจฐานเงินเดือน</li>



<li>คำนวณเงินสมทบ</li>



<li>แยกส่วนลูกจ้างและนายจ้าง</li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeping/" type="post" id="13830">บันทึกบัญชี</a>ให้ถูกหมวด</li>



<li>เก็บหลักฐานการจ่าย</li>



<li>ตรวจสอบความสอดคล้องกับเงินเดือนและ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-withholding-tax/" type="post" id="4109">ภาษีหัก ณ ที่จ่าย</a></li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ถ้ากิจการมีพนักงานตั้งแต่ 3–5 คนขึ้นไป หรือมีการจ่ายเงินเดือนหลายรูปแบบ เช่น เงินเดือน ค่าคอมมิชชัน เบี้ยเลี้ยง โบนัส ควรมีผู้ดูแลระบบบริหารจัดการเงินเดือน และประกันสังคมอย่างเป็นระบบ เพราะความผิดพลาดเล็ก ๆ ในแต่ละเดือนจะสะสมเป็นปัญหาใหญ่ในตอนปิดงบการเงินค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph" style="padding-top:10px">โดยสรุปแล้ว ประกันสังคมเป็นระบบคุ้มครองผู้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับทั้งลูกจ้าง นายจ้าง งานบัญชี และภาษีโดยตรง ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย ส่วนเจ้าของกิจการต้องดูแลการขึ้นทะเบียน การคำนวณเงินสมทบ การนำส่ง และการบันทึกบัญชีให้ถูกต้อง สำหรับธุรกิจที่มีพนักงาน การจัดการประกันสังคมให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องค่าปรับ เงินเพิ่ม เอกสารไม่ครบ และปัญหาตอนปิดบัญชีปลายปี</p>



<p class="has-link-color wp-elements-6da1ba7ff1bc8507e2fab888e8ef5021 wp-block-paragraph">สุดท้ายนี้ หากคุณต้องการให้มีผู้เชี่ยวชาญช่วย<a href="https://chobaccountingonline.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5/" type="page" id="140">ดูแลบัญชีรายเดือน</a>อย่างเป็นระบบ ชอบการบัญชี พร้อมช่วยจัดการงานบัญชี ภาษี และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน เพื่อให้เจ้าของกิจการมีเวลาโฟกัสกับการบริหารธุรกิจมากขึ้น ติดต่อเข้ามาเพื่อรับปรึกษาเพิ่มเติมได้เลยค่ะ</p>



<p class="has-link-color wp-elements-c5c90e13509b873b3ca22ea4596be6c7 wp-block-paragraph"><strong>ติดต่อชอบการบัญชี ได้ที่</strong><br><br>โทร : <a href="tel:0941594561" target="_blank" rel="noreferrer noopener">094-159-4561</a><br>Facebook : <a href="https://www.facebook.com/chobaccounting" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สำนักงานบัญชีคุณภาพ ชอบการบัญชี ออนไลน์</a><br>LINE : @chobaccounting<br>หรือคลิก : <a href="https://lin.ee/HoBCNbLj" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://lin.ee/HoBCNbLj</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ้างอิง :&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list has-link-color wp-elements-90cc047d07086045914db80a88a8a33e">
<li><a href="https://www.sso.go.th/wpr/main/general/%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99_singleview_detail_1_193_0/438_438/?id=438&amp;page" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เงินสมทบและการชำระเงิน สำนักงานประกันสังคม</a></li>



<li><a href="https://www.sso.go.th/wpr/main/general/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B233_singleview_detail_1_190_0/437_437/?id=437&amp;page" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ผู้ประกันตนมาตรา 33 สำนักงานประกันสังคม</a></li>



<li><a href="https://www.sso.go.th/wpr/main/service/%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1_detail_detail_1_125_0/32_32?" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ผู้ประกันตน ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ(ม.39) มาตรา 39 สำนักงานประกันสังคม</a></li>



<li><a href="https://www.sso.go.th/wpr/main/service/5_detail_detail_1_125_698/247_247?" target="_blank" rel="noreferrer noopener">การสมัคร และการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 สำนักงานประกันสังคม</a></li>



<li><a href="https://www.rd.go.th/60061.html?" target="_blank" rel="noreferrer noopener">การลดหย่อยภาษี หมวดลดหย่อนประกันสังคม กรมสรรพากร</a></li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-social-security/">ประกันสังคม คืออะไร ? เกี่ยวข้องกับงานบัญชี และภาษีอย่างไร ?</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้ก่อนโดนปรับ! ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี มีใครบ้าง ?</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/who-is-required-to-keep-accounting-records/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chob Accounting Team]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 23 May 2026 07:29:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=17691</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำบัญชีแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี และผู้ทำบัญชี โดยผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีคือฝ่ายที่ต้องจัดให้มีการทำบัญชี ส่วนผู้ทำบัญชีคือผู้รับผิดชอบลงรายการและจัดทำบัญชีให้ถูกต้องตามกฎหมาย พูดให้เข้าใจง่าย ๆ เจ้าของกิจการ กรรมการบริษัท หรือผู้แทนนิติบุคคล อาจไม่ได้เป็นคนบันทึกรายการบัญชีเองทุกวัน แต่เป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบให้กิจการมีบัญชี เอกสารประกอบ และการยื่นงบการเงินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากละเลยอาจโดนทั้งค่าปรับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/who-is-required-to-keep-accounting-records/">รู้ก่อนโดนปรับ! ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี มีใครบ้าง ?</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-link-color wp-elements-ce1c644505e6946a07010b87dda58d86 wp-block-paragraph">ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำบัญชีแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี และ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeper/" type="post" id="16698">ผู้ทำบัญชี</a> โดยผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีคือฝ่ายที่ต้องจัดให้มี<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting/">การทำบัญชี</a> ส่วน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeper/" type="post" id="16698">ผู้ทำบัญชี</a>คือผู้รับผิดชอบลงรายการและจัดทำบัญชีให้ถูกต้องตามกฎหมาย</p>



<p class="has-link-color wp-elements-d27936f389f978ec03a19f727cad9574 wp-block-paragraph">พูดให้เข้าใจง่าย ๆ เจ้าของกิจการ <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-company-director/" type="post" id="8792">กรรมการบริษัท</a> หรือผู้แทนนิติบุคคล อาจไม่ได้เป็นคนบันทึกรายการบัญชีเองทุกวัน แต่เป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบให้กิจการมีบัญชี เอกสารประกอบ และการยื่น<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-financial-statement/" type="post" id="4954">งบการเงิน</a>อย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากละเลยอาจโดนทั้งค่าปรับ ผลกระทบด้านภาษี และปัญหาในการดำเนินธุรกิจในอนาคต</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี คือใคร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี</strong> คือ บุคคลหรือนิติบุคคลที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจัดให้มีการทำบัญชีสำหรับกิจการของตน ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นคนลงบัญชีเองทุกวัน แต่ต้องจัดให้มีระบบบัญชี เอกสารประกอบ และผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามกฎหมาย</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/05/accounts-vs-accountant.webp" alt="" class="wp-image-17697" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/05/accounts-vs-accountant.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/05/accounts-vs-accountant-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/05/accounts-vs-accountant-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph" style="padding-top:20px">ตามมาตรา 8 ของ พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องจัดให้มีการทำบัญชีสำหรับการประกอบธุรกิจของตน โดยเป็นความรับผิดชอบของกิจการหรือผู้แทนกิจการ ไม่ใช่หน้าที่ของสำนักงานบัญชีเพียงฝ่ายเดียว</p>



<p class="has-link-color wp-elements-89f83c857de1c668a3b0f6879c298b55 wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น บริษัทจำกัดแห่งหนึ่งจ้างสำนักงานบัญชี<a href="https://chobaccountingonline.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5/" type="page" id="140">ดูแลบัญชีรายเดือน</a> แม้สำนักงานบัญชีจะเป็นผู้ลงรายการและจัดทำงบการเงิน แต่กรรมการบริษัท หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องในฐานะผู้แทนนิติบุคคลต้องรับผิดชอบเรื่องการส่งเอกสารให้ครบ การเก็บรักษาเอกสาร <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-closing-financial-statement/" type="post" id="11805">การปิดงบการเงิน</a> และยื่นงบการเงินให้ตรงเวลา</p>



<p class="has-link-color wp-elements-12eca3a29b76b9091c242e6232e4ca76 wp-block-paragraph">บทความที่น่าสนใจ : <a href="https://chobaccountingonline.co.th/why-hire-accounting-firm/">จะจ้างสำนักงานบัญชีทำไม ในเมื่อทำบัญชีเองได้ ?</a></p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Accountants.webp" alt="ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี มีใครบ้าง ?" class="wp-image-17699" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Accountants.webp 1000w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Accountants-300x240.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Accountants-768x614.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี มีใครบ้าง ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-3f2020534a496ebc07f0fcdeac1858e4 wp-block-paragraph">1. <strong>ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน</strong><br>ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ได้แก่ <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-limited-partnership/" type="post" id="13073">ห้างหุ้นส่วนจำกัด</a> และห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ซึ่งต้องเริ่มจัดทำบัญชีนับแต่วันที่ได้รับการ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-legal-entity-registration/" type="post" id="16746">จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล</a></p>



<p class="has-link-color wp-elements-5894c306796ee257b83966c95d377eaa wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น คุณ A ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ได้ใช้<a href="https://chobaccountingonline.co.th/limited-partnership-registration-service/" type="page" id="12717">บริการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด</a> จนดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 กิจการควรเริ่มรวบรวมเอกสารทางบัญชีตั้งแต่วันที่เริ่มจดทะเบียน ไม่ใช่เริ่มเมื่อมีรายได้ก้อนแรก เพราะ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-expense/" type="post" id="14630">ค่าใช้จ่าย</a>ก่อนเริ่มขาย เช่น ค่าเช่าสำนักงาน ค่าจ้างทำเว็บไซต์ หรือค่าซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ อาจเป็นเอกสารที่ต้องใช้ประกอบ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeping/" type="post" id="13830">การลงบันทึกบัญชี</a></p>



<p class="has-link-color wp-elements-a17cfe7e76fab47c95bdcd0627e4afbc wp-block-paragraph">2. <strong>บริษัทจำกัด</strong><br><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-limited-company/" type="post" id="8736">บริษัทจำกัด</a> เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีทันที เมื่อได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ดังนั้น คำถามว่าเมื่อจดบริษัทแล้วต้องทำบัญชีไหม คำตอบคือ ต้องทำบัญชี แม้ว่ายังไม่มีรายได้ก็ตาม</p>



<p class="has-link-color wp-elements-57e7277030e6542464012600b64aef33 wp-block-paragraph">บทความที่น่าสนใจ : <a href="http://chobaccountingonline.co.th/what-to-do-after-company-registration/">หลังจากจดบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนแล้ว ต้องทำอะไรต่อบ้าง ?</a></p>



<p class="has-link-color wp-elements-8e920188a6b9b481e04fda4aeba74a3b wp-block-paragraph">3. <strong>บริษัทมหาชนจำกัด</strong><br><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-public-limited-company/" type="post" id="8748">บริษัทมหาชนจำกัด</a> เป็นนิติบุคคลที่มีหน้าที่จัดทำบัญชีเช่นเดียวกับบริษัทจำกัด แต่มีข้อกำกับเพิ่มเติมด้านงบการเงิน การเปิดเผยข้อมูล และการตรวจสอบมากกว่าบริษัททั่วไป</p>



<p class="has-link-color wp-elements-5244a4d168da64e10c8afe9af6227197 wp-block-paragraph">บริษัทมหาชนจำกัดต้องให้ความสำคัญกับความถูกต้องของงบการเงินเป็นพิเศษ เพราะข้อมูลทางบัญชีไม่ได้ใช้เฉพาะภายในกิจการ แต่ยังเกี่ยวข้องกับ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-shareholder/" type="post" id="8800">ผู้ถือหุ้น</a> นักลงทุน เจ้าหนี้ และหน่วยงานกำกับดูแลอื่น ๆ ด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">4. <strong>นิติบุคคลต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย</strong><br>นิติบุคคลต่างประเทศที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามกฎหมายนับแต่วันที่เริ่มต้นประกอบธุรกิจในประเทศไทย โดยแยกให้ชัดเจนว่ากิจการมีธุรกรรมในประเทศไทยอย่างไร มีสถานประกอบการถาวรหรือไม่ มีรายได้ในไทยหรือไม่ และเอกสารบัญชีต้องรองรับการตรวจสอบตามกฎหมายไทยได้หรือไม่</p>



<p class="has-link-color wp-elements-f53b3e4934150e173c9b9f614d3fd332 wp-block-paragraph">5. <strong>กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร</strong><br>กิจการร่วมค้า (Joint Venture) ตามประมวลรัษฎากร อาจเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี และควรแยกประเด็นบัญชีออกจากภาษีให้ชัดเจน โดยทั่วไปมักเกิดในโครงการเฉพาะ เช่น งานก่อสร้าง งานรับเหมาขนาดใหญ่ หรือโครงการที่หลาย<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-company/" type="post" id="6498">บริษัท</a>เข้ามาทำร่วมกัน แม้จะเป็นการรวมตัวเพื่อทำงานเฉพาะกิจ แต่หากมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ก็ต้องจัดทำบัญชีให้ชัดเจน</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">รู้จัก “ผู้ที่กระทำการแทน” ของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี</h3>



<p class="wp-block-paragraph">แม้บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดจะเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีโดยตรง แต่กิจการเหล่านี้ไม่สามารถดำเนินการเองได้เหมือนบุคคลธรรมดา กฎหมายจึงกำหนดให้มีผู้ที่กระทำการแทน เป็นบุคคลที่มีอำนาจบริหารหรือเป็นดำเนินการด้านบัญชีแทนกิจการ เช่น การจัดให้มีผู้ทำบัญชี การส่งเอกสารบัญชี การดูแลความถูกต้องของบัญชี และการยื่นงบการเงิน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ที่กระทำการแทนของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ได้แก่</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. หุ้นส่วนผู้จัดการ ของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน หมายถึง ผู้มีอำนาจจัดการงานของห้างหุ้นส่วน เช่น ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จึงเป็นบุคคลสำคัญที่ต้องดูแลให้ห้างมีการจัดทำบัญชีอย่างถูกต้อง<br>2. กรรมการบริษัท ของบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด กรรมการบริษัทเป็นผู้แทนของบริษัทในการบริหารงานและติดต่อกับบุคคลภายนอก จึงมีบทบาทสำคัญในการจัดให้บริษัทมีระบบบัญชี เอกสารประกอบ และการยื่นงบการเงินตามกฎหมาย<br>3. ผู้กระทำการแทนที่ได้รับแต่งตั้งจากนิติบุคคลต่างประเทศ กรณีนิติบุคคลต่างประเทศเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำเนินการแทนนิติบุคคลต่างประเทศจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลการจัดทำบัญชีตามกฎหมายไทย<br>4. ผู้กระทำการแทนที่ได้รับแต่งตั้งของกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร ในกรณีกิจการร่วมค้า (Joint Venture) ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำเนินการแทนกิจการร่วมค้าจะเป็นผู้ดูแลให้มีการจัดทำบัญชีและเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้องกับกิจการร่วมค้านั้นอย่างถูกต้อง<br>5. ผู้จัดการของสถานที่ประกอบธุรกิจเป็นประจำ กรณีมีสถานที่ประกอบธุรกิจเป็นประจำ ผู้จัดการของสถานที่นั้นอาจเป็นผู้ที่ต้องดำเนินการแทนในเรื่องบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรณีที่เป็นผู้ดูแลการดำเนินงานประจำของกิจการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนั้นแล้ว กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกประกาศยกเลิกการเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำให้บัญชีให้กับบุคคลธรรมดาและห้างหุ้นส่วนที่ไม่ได้จดทะเบียนใน 2 กลุ่มธุรกิจ คือ</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้มีไว้เพื่อจำหน่าย ผู้นำเข้า หรือผู้ส่งออก แถบเสียงเพลง แถบวีดิทัศน์ และแผ่นซีดี<br>2. โรงงาน แปรสภาพ แกะสลัก และหัตถกรรมจากงาช้าง รวมถึงการค้าปลีก-ค้าส่งงาช้างและผลิตภัณฑ์จากงาช้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป ส่งผลให้ธุรกิจทั้ง 2 กลุ่มนี้ ไม่ถูกจัดให้เป็น &#8220;ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี&#8221; ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 อีกต่อไป ทำให้ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชี ไม่ต้องจัดทำงบการเงิน และไม่ต้องนำส่งงบการเงินใด ๆ ค่ะ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ต้องทำอะไรบ้าง ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">1. <strong>จัดให้มีการทำบัญชีอย่างครบถ้วนและถูกต้อง</strong><br>ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องจัดให้มีการทำบัญชีตามชนิดบัญชี รายการ ระยะเวลา และเอกสารประกอบที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าจะเป็นบัญชีรายวัน บัญชีแยกประเภท บัญชีสินค้า หรือบัญชีอื่น ๆ ตามความจำเป็นของธุรกิจ รวมถึงต้องมีเอกสารประกอบการลงบัญชีให้ถูกต้อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเอกสารที่ควรจัดเก็บให้เป็นระบบ ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-d381d71b491a5a9e128b0c26b78cc709">
<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-tax-invoice/" type="post" id="6409">ใบกำกับภาษี</a></li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-receipt/" type="post" id="10092">ใบเสร็จรับเงิน</a></li>



<li>ใบสำคัญจ่าย</li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-are-invoice-and-billing-note/" type="post" id="7035">ใบแจ้งหนี้</a></li>



<li>Statement ธนาคาร</li>



<li>สัญญาเช่า สัญญาจ้าง หรือสัญญาบริการ</li>



<li>เอกสารเงินเดือนและประกันสังคม</li>



<li>เอกสาร<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-withholding-tax/" type="post" id="4109">ภาษีหัก ณ ที่จ่าย</a></li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">2. <strong>เก็บรักษาเอกสารประกอบการลงบัญชี</strong><br>ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องเก็บรักษาบัญชี และเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี เพราะเอกสารเหล่านี้เป็นหลักฐานสำคัญเมื่อถูกตรวจสอบหรือเมื่อต้องปิดงบการเงิน</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. <strong>ควบคุมดูแลผู้ทำบัญชีให้บันทึกบัญชีถูกต้อง</strong><br>ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติถูกต้อง และควบคุมดูแลให้บัญชีแสดงผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน หรือการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินตามความเป็นจริง</p>



<p class="wp-block-paragraph">4. <strong>ยื่นงบการเงิน และเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ตรงเวลา</strong><br>ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ต้องจัดทำงบการเงิน และยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รวมถึงมีรูปแบบงบการเงินที่ต้องจัดทำแตกต่างกันตามประเภทกิจการ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">หากผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ไม่ได้จัดทำบัญชี หรือทำบัญชีไม่ถูกต้อง จะมีผลอย่างไร ?</h2>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">ผลกระทบด้านกฎหมาย</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ไม่ได้จัดทำบัญชี หรือทำบัญชีถูกต้อง จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 ดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. มาตรา 28 ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่ไม่จัดทำบัญชีตามที่กำหนด มีโทษปรับสูงสุด 30,000 บาท และปรับรายวัน วันละ 1,000 บาท จนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้อง<br>2. มาตรา 29 ไม่ปฏิบัติตามการปิดบัญชีและการบันทึกบัญชี เช่น ไม่ส่งมอบเอกสารที่ต้องใช้ประกอบบัญชี มีโทษปรับสูงสุด 10,000 บาท<br>3. มาตรา 30 ไม่ยื่นงบการเงินภายในเวลาที่กำหนด มีโทษปรับสูงสุด 5,000 บาท<br>4. มาตรา 31 ไม่เก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวข้องตามกำหนด (5 ปี) มีโทษปรับสูงสุด 5,000 บาท<br>5. มาตรา 32 ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับงบการเงิน มีโทษปรับสูงสุด 20,000 บาท<br>6. มาตรา 34 ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในการทำบัญชีที่ถูกต้องและเป็นจริง มีโทษปรับสูงสุด 10,000 บาท<br>7. มาตรา 35 ไม่ปฏิบัติตามกฎเกี่ยวกับการลงรายการบัญชี มีโทษปรับสูงสุด 5,000 บาท<br>8. มาตรา 40 ในกรณีนิติบุคคลไม่ทำบัญชี กรรมการหรือผู้มีอำนาจบริหารต้องรับผิดชอบด้วย ซึ่งต้องรับโทษเทียบเท่ากับความผิดของนิติบุคคล</p>



<p class="has-link-color wp-elements-3228365aa368508cdb1901b44c2df5b5 wp-block-paragraph">ในส่วนนี้ศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทความ : <a href="https://chobaccountingonline.co.th/business-no-accounting/">หากธุรกิจไม่ทำบัญชี มีความผิดไหม ?</a></p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">ผลกระทบด้านภาษี</h3>



<p class="has-link-color wp-elements-12b5414e00ec2bff1dd0e6800c000529 wp-block-paragraph">หากไม่ได้จัดทำบัญชี จะทำให้มีโอกาสสูงมากที่รายการบัญชีของกิจการ ไม่ว่าจะเป็นรายได้ ค่าใช้จ่าย <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-input-output-tax/" type="post" id="6609">ภาษีซื้อ ภาษีขาย</a> หรือภาษีหัก ณ ที่จ่าย ไม่ตรงกับความเป็นจริง ทำให้กิจการเสี่ยงที่จะต้องเสียภาษีเพิ่มเติม เบี้ยปรับ หรือเงินเพิ่มไม่ตรงกับความเป็นจริง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างปัญหาที่พบได้บ่อย ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>มีรายได้เข้าบัญชีแต่ไม่มีใบแจ้งหนี้หรือใบเสร็จ</li>



<li>มีค่าใช้จ่ายจริงแต่ไม่มีเอกสารประกอบ</li>



<li>ใบกำกับภาษีซื้อไม่สมบูรณ์ ทำให้หักภาษีซื้อไม่ได้</li>



<li>รายการใน Statement ไม่ตรงกับบัญชี</li>



<li>จ่ายค่าบริการแต่ไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อเข้าข่ายต้องหัก</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">ผลกระทบด้านธุรกิจ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในมุมธุรกิจ หากไม่ได้จัดทำบัญชีอย่างถูกต้อง กิจการจะไม่สามารถรับรู้กำไรที่แท้จริง วางแผนเงินสดยาก ขอสินเชื่อยาก และความน่าเชื่อถือลดลงเมื่อต้องติดต่อธนาคาร นักลงทุน คู่ค้า หรือหน่วยงานราชการ การทำบัญชีที่ถูกต้องช่วยให้เจ้าของกิจการตอบคำถามที่สำคัญได้ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เดือนนี้กิจการได้กำไรจริงหรือไม่</li>



<li>ต้นทุนหลักอยู่ตรงไหน</li>



<li>ลูกหนี้ค้างชำระเท่าไร</li>



<li>มีภาษีต้องจ่ายเท่าไร</li>



<li>เงินในบัญชีธนาคารตรงกับยอดบัญชีหรือไม่</li>



<li>พร้อมขอสินเชื่อหรือเข้าร่วมประมูลงานหรือไม่</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ในทางกลับกัน หากทำบัญชีแบบเร่งด่วนเพื่อให้ปิดงบการเงินปลายปีโดยเอกสารไม่ครบ เจ้าของกิจการอาจได้งบการเงินที่นำไปยื่นได้ แต่นำไปวิเคราะห์ธุรกิจจริงไม่ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph" style="padding-top:20px">โดยสรุปแล้ว ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี คือผู้ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจัดให้มีการทำบัญชี ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทมหาชน นิติบุคคลต่างประเทศ กิจการร่วมค้า หรือบุคคลธรรมดาบางประเภทที่ถูกกำหนดตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ สิ่งที่เจ้าของกิจการควรรู้คือ การจ้างสำนักงานบัญชีไม่ได้ทำให้ความรับผิดชอบของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีหมดไป เพราะกิจการยังต้องส่งเอกสารให้ครบ เก็บหลักฐาน จัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติ และยื่นงบการเงินหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ตรงเวลา</p>



<p class="has-link-color wp-elements-15f45e6652a119802c8bb8a04e78a7e0 wp-block-paragraph">การเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องทำบัญชีเองทุกขั้นตอน แต่หมายความว่าคุณต้องจัดให้มีระบบบัญชี เอกสาร และการยื่นงบที่ถูกต้องตามกฎหมาย หากไม่มั่นใจว่ากิจการของคุณต้องเริ่มทำบัญชีอย่างไร ต้องเก็บเอกสารอะไรบ้าง หรือกังวลเรื่องภาษีและค่าปรับ <a href="https://chobaccountingonline.co.th/">ชอบการบัญชี</a> พร้อมช่วยดูแลบัญชีของกิจการทุกขั้นตอน ตั้งแต่การทำบัญชีรายเดือนไปจนถึงปิดงบประจำปี ติดต่อเข้ามาเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยค่ะ</p>



<p class="has-link-color wp-elements-c5c90e13509b873b3ca22ea4596be6c7 wp-block-paragraph"><strong>ติดต่อชอบการบัญชี ได้ที่</strong><br><br>โทร : <a href="tel:0941594561" target="_blank" rel="noreferrer noopener">094-159-4561</a><br>Facebook : <a href="https://www.facebook.com/chobaccounting" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สำนักงานบัญชีคุณภาพ ชอบการบัญชี ออนไลน์</a><br>LINE : @chobaccounting<br>หรือคลิก : <a href="https://lin.ee/HoBCNbLj" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://lin.ee/HoBCNbLj</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ้างอิง :</p>



<ol class="wp-block-list has-link-color wp-elements-61fb03ed9732e4de3df34a4866f26556">
<li><a href="https://www.dbd.go.th/storage/law/9718f7ee-dd9f-463e-aa79-c7157355cec5.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543</a></li>



<li><a href="https://www.dbd.go.th/data-storage/attachment/90abc1b16f286a88b4daae10d.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543</a></li>



<li><a href="https://www.dbd.go.th/storage/law/e2015f9b-b10a-409d-9cc8-413176cb527a.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง ยกเลิกประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่กำหนดชนิดของบัญชีที่ต้องจัดทำ หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับวันเริ่มทำบัญชี และวิธีการจัดทำบัญชีของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาหรือห้างหุ้นส่วนที่มิได้จดทะเบียน</a></li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/who-is-required-to-keep-accounting-records/">รู้ก่อนโดนปรับ! ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี มีใครบ้าง ?</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การจดทะเบียนนิติบุคคล คืออะไร ? รวมข้อมูลที่ต้องรู้ ก่อนทำการจดทะเบียน</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-legal-entity-registration/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chob Accounting Team]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Apr 2026 10:02:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การจดทะเบียนนิติบุคคล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=16746</guid>

					<description><![CDATA[<p>การทำธุรกิจในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการขายของ รับงาน หรือการให้บริการ ส่วนใหญ่มักเริ่มต้นด้วยการทำกิจการร่วมกับหุ้นส่วนในรูปแบบบุคคลธรรมดาก่อน แล้วค่อยพิจารณาทีหลังว่าควรจดทะเบียนนิติบุคคลหรือไม่ ความจริงแล้วเรื่องนี้ถือว่ามีความสำคัญกว่าที่คิด เพราะเมื่อเริ่มมีรายได้ มีคู่ค้า มีการจ้างงาน หรือต้องแบกรับความเสี่ยงจากการเซ็นสัญญา การดำเนินธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดาอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป ทำให้การจดทะเบียนนิติบุคคลกลายเป็นสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นการแยกตัวเจ้าของออกจากตัวกิจการอย่างชัดเจน ทั้งในทางกฎหมาย และทางธุรกิจ ประเภทนิติบุคคลที่ผู้ประกอบการควรรู้ 1. บริษัทจำกัด บริษัทจำกัด [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-legal-entity-registration/">การจดทะเบียนนิติบุคคล คืออะไร ? รวมข้อมูลที่ต้องรู้ ก่อนทำการจดทะเบียน</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">การทำธุรกิจในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการขายของ รับงาน หรือการให้บริการ ส่วนใหญ่มักเริ่มต้นด้วยการทำกิจการร่วมกับหุ้นส่วนในรูปแบบบุคคลธรรมดาก่อน แล้วค่อยพิจารณาทีหลังว่าควรจดทะเบียนนิติบุคคลหรือไม่ ความจริงแล้วเรื่องนี้ถือว่ามีความสำคัญกว่าที่คิด เพราะเมื่อเริ่มมีรายได้ มีคู่ค้า มีการจ้างงาน หรือต้องแบกรับความเสี่ยงจากการเซ็นสัญญา การดำเนินธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดาอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป ทำให้การจดทะเบียนนิติบุคคลกลายเป็นสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นการแยกตัวเจ้าของออกจากตัวกิจการอย่างชัดเจน ทั้งในทางกฎหมาย และทางธุรกิจ</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="900" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/Types-of-Legal-Entities-that-Business-Owners-Should-Know.webp" alt="ประเภทนิติบุคคลที่ผู้ประกอบการควรรู้" class="wp-image-16788" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/Types-of-Legal-Entities-that-Business-Owners-Should-Know.webp 900w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/Types-of-Legal-Entities-that-Business-Owners-Should-Know-300x267.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/Types-of-Legal-Entities-that-Business-Owners-Should-Know-768x683.webp 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ประเภทนิติบุคคลที่ผู้ประกอบการควรรู้</h2>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">1. บริษัทจำกัด</h3>



<p class="has-link-color wp-elements-fa922fc84073bc59a72e3d663efd37e7 wp-block-paragraph"><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-limited-company/" type="post" id="8736">บริษัทจำกัด</a> เป็นรูปแบบนิติบุคคลที่พบเห็นได้ทั่วไปในประเทศไทย เพราะแยกตัวกิจการออกจากเจ้าของ หรือ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-shareholder/" type="post" id="8800">ผู้ถือหุ้น</a>อย่างชัดเจน ทั้งยังมีโครงสร้างการบริหารที่เป็นระบบ และเหมาะสำหรับธุรกิจขนาดกลาง-ใหญ่ ที่ต้องการความน่าเชื่อถือ</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด</h3>



<p class="has-link-color wp-elements-8c50c333c253f192d265427cb3cc3412 wp-block-paragraph"><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-limited-partnership/" type="post" id="13073">ห้างหุ้นส่วนจำกัด</a> เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีหุ้นส่วนเพียงไม่กี่คน และต้องการโครงสร้างการบริหารที่ไม่ซับซ้อนเท่าบริษัทจำกัด โดยต้องมีหุ้นส่วนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ประกอบด้วยหุ้นส่วน 2 ประเภท คือ หุ้นส่วนจำกัดความรับผิดชอบ และหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดชอบ ซึ่งตกลงทำการค้าร่วมกันเพื่อแบ่งผลกำไร</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">3. บริษัทมหาชนจำกัด</h3>



<p class="has-link-color wp-elements-ee0e93e49a61a8afcdd07735fe5ab194 wp-block-paragraph"><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-public-limited-company/" type="post" id="8748">บริษัทมหาชนจำกัด</a> เป็นนิติบุคคลที่เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการระดมทุนจากประชาชน และมีโครงสร้างการกำกับดูแลที่เข้มงวดกว่า<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-company/" type="post" id="6498">บริษัท</a>ทั่วไป โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้ารองรับการดำเนินการของบริษัทมหาชนจำกัดผ่านระบบ <a href="https://epcl.dbd.go.th/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">e-PCL</a> ซึ่งเป็นระบบจดทะเบียนบริษัทมหาชนจำกัดผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์แยกจากระบบ DBD Biz Regist ที่ใช้สำหรับการ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-company-registration/" type="post" id="12910">จดทะเบียนบริษัทจำกัด</a> และจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัดทั่วไป</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="900" height="700" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/Online-process-for-registering-a-legal-entity.webp" alt="ขั้นตอนการจดทะเบียนนิติบุคคลออนไลน์" class="wp-image-16791" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/Online-process-for-registering-a-legal-entity.webp 900w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/Online-process-for-registering-a-legal-entity-300x233.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/Online-process-for-registering-a-legal-entity-768x597.webp 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ขั้นตอนการจดทะเบียนนิติบุคคลออนไลน์</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-44270afbaeb42483bcbe70eaaf7a71f4 wp-block-paragraph">การจดทะเบียนนิติบุคคลออนไลน์ในปัจจุบัน สามารถดำเนินการผ่านระบบ <a href="https://edbr.dbd.go.th/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">DBD Biz Regist</a> ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้</p>



<p class="has-link-color wp-elements-098dd9759cf0edb9a477af1ca226dacb wp-block-paragraph">1. <strong>เลือกรูปแบบนิติบุคคลให้เหมาะกับธุรกิจ</strong><br>ก่อนยื่นจดทะเบียน ควรตัดสินใจห้ชัดเจนก่อนว่าจะจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด เพราะเอกสารที่ต้องจัดเตรียม โครงสร้างกิจการ และค่าธรรมเนียมไม่เหมือนกัน โดยบริษัทจำกัดเหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการภาพลักษณ์มืออาชีพ และแยกความรับผิดชัดกว่า ส่วน<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-partnership/" type="post" id="6424">ห้างหุ้นส่วน</a>เหมาะสำหรับกิจการที่เริ่มจากผู้ร่วมทุนไม่กี่คน และต้องการโครงสร้างที่เรียบง่ายกว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. <strong>ตรวจสอบ และจองชื่อนิติบุคคล</strong><br>ในการจดทะเบียนนิติบุคคล ทั้งบริษัทจำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัดต้องตรวจสอบชื่อให้เรียบร้อยก่อน เพื่อไม่ให้ชื่อซ้ำ หรือคล้ายกับชื่อที่มีผู้จดไว้แล้ว ก่อนที่จะดำเนินการในขั้นตอนถัดไป</p>



<p class="has-link-color wp-elements-c0e28741420cce64d3bfe606bfdc766b wp-block-paragraph">3.<strong> เตรียมข้อมูลผู้ก่อตั้ง ทุน และวัตถุประสงค์</strong><br>สำหรับบริษัทจำกัด ต้องเตรียมชื่อบริษัท ที่ตั้งสำนักงาน วัตถุประสงค์ <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-registered-capital/" type="post" id="8405">ทุนจดทะเบียน</a> ข้อมูลผู้เริ่มก่อการ ข้อมูล<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-company-director/" type="post" id="8792">กรรมการบริษัท</a> <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting-auditor/" type="post" id="16629">ผู้สอบบัญชี</a> และผู้ถือหุ้น โดยมูลค่าหุ้นต้องไม่ต่ำกว่า 5 บาทต่อหุ้น และต้องมีการเรียกชำระค่าหุ้นอย่างน้อย 25% ของมูลค่าหุ้น ก่อนยื่นจดทะเบียนตั้งบริษัท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วน ต้องเตรียมชื่อห้างหุ้นส่วน วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสำนักงาน ข้อมูลหุ้นส่วน เงินหรือทรัพย์สินที่นำมาลงทุน ชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ และข้อจำกัดอำนาจหุ้นส่วนผู้จัดการถ้ามี</p>



<p class="wp-block-paragraph">4. <strong>สมัครสมาชิก และยืนยันตัวตนในระบบ</strong><br>ก่อนทำการยื่นแบบคำขอ จะต้องทำการสมัครสมาชิก และยืนยันตัวตนในระบบ DBD Biz Regist ให้เรียบร้อย</p>



<p class="wp-block-paragraph">5. <strong>กรอกคำขอ และอัปโหลดเอกสาร</strong><br>หลังเตรียมข้อมูลครบแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนกรอกแบบคำขอจดทะเบียน และแนบเอกสารประกอบตามประเภทธุรกิจ</p>



<p class="wp-block-paragraph">6. <strong>ลงลายมือชื่อออนไลน์ และยื่นคำขอ</strong><br>ระบบ DBD Biz Regist รองรับการลงลายมือชื่อออนไลน์ในกระบวนการจดทะเบียน เมื่อเอกสารครบ และผู้เกี่ยวข้องลงนามครบ จึงยื่นคำขอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของนายทะเบียน</p>



<p class="wp-block-paragraph">7. <strong>รับผลการจดทะเบียน และขอเอกสารรับรอง</strong><br>เมื่อได้รับการอนุมัติจากนายทะเบียน ก็ถือว่าได้ทำการจดทะเบียนนิติบุคคลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ทำการขอหนังสือรับรอง และสำเนาเอกสารผ่านระบบ e-Service ของ DBD</p>



<p class="wp-block-paragraph">8. <strong>จัดทำสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น และเตรียมตัวเรื่องภาษี</strong><br>เมื่อเป็นนิติบุคคลโดยสมบูรณ์แล้ว กิจการมีหน้าที่สำคัญที่ต้องทำทันทีเพื่อไม่ให้โดนค่าปรับในภายหลัง เช่น</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-66b78b5030d64dadf5f5f764d1c77a70">
<li><strong>จัดทำใบหุ้น และสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น</strong> : กรรมการต้องออกใบหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นทุกคน และจัดทำสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นเก็บไว้ที่สำนักงาน</li>



<li><strong>จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม</strong> : หากคาดว่าจะมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้อง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/online-vat-registration/">ยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม</a> (VAT) ให้เรียบร้อย</li>



<li><strong>เปิดบัญชีธนาคารในนามนิติบุคคล</strong> : นำหนังสือรับรองไปเปิดบัญชีเพื่อแยกเงินส่วนตัวกับเงินของกิจการออกจากกันให้ชัดเจน</li>
</ul>



<p class="has-link-color wp-elements-8d5a9536fd562a70f66d91f08d978de3 wp-block-paragraph">คุณศิรินทร์ทิพย์ ช่องรัตน์ ผู้จัดฝ่ายกลยุทธ์และการตลาดของชอบการบัญชี (Chob Accounting) ที่เชี่ยวชาญด้านการให้<a href="https://chobaccountingonline.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97/" type="page" id="142">บริการรับจดทะเบียนบริษัท</a> ได้แบ่งปันว่า <em>“จากประสบการณ์ในการดูแลการจดทะเบียนนิติบุคคลให้กับธุรกิจหลายรูปแบบ สิ่งที่ทำให้หลายเคสล่าช้าไม่ได้เกิดจากขั้นตอนในการยื่นเอกสาร แต่เกิดจากการเตรียมข้อมูลของกิจการที่ไม่ถูกต้อง ครบถ้วน เช่น ชื่อนิติบุคคลยังไม่ผ่านการตรวจสอบ วัตถุประสงค์ของกิจการยังไม่ชัด ข้อมูลผู้เกี่ยวข้องไม่ตรงกัน หรือเอกสารเกี่ยวกับที่ตั้งสำนักงานยังไม่พร้อม ดังนั้น หากตรวจสอบรายละเอียด และเตรียมข้อมูลให้ครบก่อนยื่น ก็จะช่วยลดภาระในการแก้ไขเอกสาร และทำให้การจดทะเบียนดำเนินไปอย่างราบรื่นค่ะ”</em></p>



<p class="has-link-color wp-elements-415ca4dedd6536546c4d39c4f16aade9 wp-block-paragraph">บทความที่น่าสนใจ : </p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-122e2bf56f9214f7ae51f093804f51a7">
<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-to-do-after-company-registration/">หลังจากจดบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนแล้ว ต้องทำอะไรต่อบ้าง ?</a></li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/can-company-and-brand-have-different-names/">จดบริษัทแล้ว ใช้ชื่อแบรนด์คนละชื่อกับบริษัทได้ไหม ?</a></li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">เอกสาร และข้อมูลที่ต้องจัดเตรียม</h2>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">เอกสารสำหรับการจดทะเบียนบริษัทจำกัด</h3>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-1de5f048a501efdc053ae9d320053e7e">
<li>คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (แบบ บอจ.1)</li>



<li>แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด</li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-memorandum-of-association/" type="post" id="8757">หนังสือบริคณห์สนธิ</a> (แบบ บอจ.2)</li>



<li>รายการจดทะเบียนจัดตั้ง (แบบ บอจ.3)</li>



<li>แบบวัตถุที่ประสงค์ (แบบ ว.)</li>



<li>รายละเอียดกรรมการ (แบบ ก.)</li>



<li>ใบแจ้งผลการจองชื่อนิติบุคคล</li>



<li>บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5)</li>



<li>สำเนารายงานการประชุมตั้งบริษัท</li>



<li>สำเนาหลักฐานการรับชำระค่าหุ้น</li>



<li>แบบ สสช.1</li>



<li>แผนที่ตั้งสำนักงาน</li>



<li>สำเนาบัตรของผู้เริ่มก่อการและกรรมการ</li>



<li>หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากเอกสารแล้ว ยังต้องเตรียมข้อมูลสำคัญ เช่น ที่ตั้งสำนักงาน วัตถุประสงค์ ทุนจดทะเบียน ข้อมูลกรรมการ อำนาจกรรมการ ข้อมูลผู้สอบบัญชี และข้อมูลผู้ถือหุ้นให้ครบก่อนยื่นคำขอ</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">เอกสารสำหรับการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>คำขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน (แบบ หส.1)</li>



<li>แบบคำรับรองการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน</li>



<li>รายการจดทะเบียน (แบบ หส.2)</li>



<li>แบบวัตถุประสงค์ (แบบ ว.)</li>



<li>แบบ สสช.1</li>



<li>ใบแจ้งผลการจองชื่อนิติบุคคล</li>



<li>แผนที่ตั้งสำนักงาน</li>



<li>สำเนาหลักฐานการรับชำระเงินลงหุ้น</li>



<li>สำเนาบัตรประจำตัวของหุ้นส่วนทุกคน</li>



<li>หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนนิติบุคคล</h2>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">ค่าธรรมเนียมบริษัทจำกัด</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ 500 บาท</li>



<li>จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด 5,000 บาท</li>



<li>หนังสือรับรอง รายการละ 40 บาท</li>



<li>ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน ฉบับละ 100 บาท</li>



<li>รับรองสำเนาเอกสารคำขอจดทะเบียน หน้าละ 50 บาท</li>
</ul>



<p class="has-link-color wp-elements-89f8dd5029d57327e4f845252ccf4054 wp-block-paragraph">นอกจากนี้ หนังสือบริคณห์สนธิ ยังมีค่า<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-stamp-duty/" type="post" id="6058">อากรแสตมป์</a> 200 บาท และถ้ามีข้อบังคับเพิ่มเติม ก็ต้องชำระค่าอากรแสตมป์เพิ่มอีก 200 บาท</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">ค่าธรรมเนียมห้างหุ้นส่วนจำกัด</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน 1,000 บาท</li>



<li>หนังสือรับรอง รายการละ 40 บาท</li>



<li>ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน ฉบับละ 100 บาท</li>



<li>รับรองสำเนาเอกสารคำขอจดทะเบียน หน้าละ 50 บาท</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ข้อดีของการเป็นนิติบุคคล</h2>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ช่วยแยกตัวเจ้าของออกจากกิจการ</strong> โดยเฉพาะในกรณีบริษัทจำกัด ผู้ถือหุ้นรับผิดชอบไม่เกินจำนวนเงินที่ลงทุนเท่านั้น</li>



<li><strong>เพิ่มความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ</strong> ทำให้คู่ค้า และสถาบันการเงินมั่นใจมากขึ้น</li>



<li><strong>เอื้อต่อการวางระบบบัญชี และภาษี</strong> เพราะมีโครงสร้างการดำเนินงานที่ชัดเจนกว่า</li>



<li><strong>ต่อยอดการระดมทุน และขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น</strong> โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องการเติบโตอย่างจริงจัง</li>



<li><strong>ทำให้ธุรกิจมีความต่อเนื่องมากขึ้น</strong> ไม่ผูกกับตัวเจ้าของเพียงคนเดียวเหมือนการดำเนินธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ข้อเสียของการเป็นนิติบุคคล</h2>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-485db830d97d79dc81805fb7e7645412">
<li><strong>มีต้นทุน และค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น</strong> เช่น ค่าจดทะเบียน ค่าทำบัญชี และค่าผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ในแต่ละปี</li>



<li><strong>มีภาระด้านเอกสาร และข้อกฎหมายมากขึ้น</strong> ทำให้ต้องจัดทำเอกสาร และยื่นข้อมูลให้ถูกต้องตามกำหนด</li>



<li><strong>การบริหารจัดการอาจซับซ้อนขึ้น</strong> โดยเฉพาะในกิจการที่มีผู้ถือหุ้น หรือผู้ร่วมลงทุนหลายคน</li>



<li><strong>การเลิกกิจการทำได้ยากกว่าบุคคลธรรมดา</strong> เพราะมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย</li>



<li><strong>อาจเกิดความขัดแย้งในการบริหารระหว่างผู้ร่วมลงทุน</strong> หากไม่มีการกำหนดบทบาท และอำนาจให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น</li>



<li><strong>มีการเปิดเผยข้อมูลบางส่วนต่อหน่วยงานรัฐ</strong> เช่น <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-financial-statement/" type="post" id="4954">งบการเงิน</a> และข้อมูลเกี่ยวกับกิจการตามที่กฎหมายกำหนด</li>
</ul>



<p class="has-link-color wp-elements-db5d7e96c29591c089cf01da4e7618d3 wp-block-paragraph">บทความที่น่าสนใจ : <a href="https://chobaccountingonline.co.th/pros-cons-of-company-registration/">ข้อดี-ข้อเสียของการจดบริษัท สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่</a></p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="540" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/chob-img-5.webp" alt="" class="wp-image-16795" style="width:800px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/chob-img-5.webp 960w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/chob-img-5-300x169.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/chob-img-5-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สรุป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">การจดทะเบียนนิติบุคคล คือการทำให้กิจการมีสถานะทางกฎหมายอย่างชัดเจน และสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ปัจจุบันสามารถยื่นจดทะเบียนออนไลน์ผ่านระบบ DBD Biz Regist ได้ โดยหัวใจสำคัญของการจดทะเบียนอยู่ที่การเลือกประเภทนิติบุคคลให้เหมาะกับกิจการ การตรวจสอบชื่อและจองชื่อ การเตรียมข้อมูลผู้ก่อตั้ง ทุน วัตถุประสงค์ และเอกสารให้ครบก่อนยื่นจดทะเบียน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ฉะนั้นแล้ว ก่อนที่จะเริ่มจดทะเบียน ควรสรุปข้อมูลสำคัญให้ชัดเจนทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นชื่อกิจการ ที่ตั้งสำนักงาน วัตถุประสงค์ ทุนจดทะเบียน ผู้มีอำนาจลงนาม และเอกสารประกอบที่ต้องใช้ เพราะเมื่อข้อมูลพื้นฐานครบ การจดทะเบียนออนไลน์ก็จะดำเนินไปอย่างรวดเร็ว และช่วยให้เริ่มต้นธุรกิจได้อย่างราบรื่นตั้งแต่วันแรกค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากคุณต้องการจดบริษัท หรือจดห้างหุ้นส่วนจำกัดแบบมีผู้ช่วยดูแลเอกสาร และขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ชอบการบัญชีพร้อมให้คำแนะนำ และช่วยดำเนินการตั้งแต่เริ่มต้นค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อ้างอิง :</p>



<ol class="wp-block-list has-link-color wp-elements-1940978cc18fc9ccd7bd33eed5441353">
<li><a href="https://www.dbd.go.th/download/downloads/03_boj/intro_step_bj_establish.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">คู่มือการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า</a></li>



<li><a href="http://คู่มือการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล และห้างหุ้นส่วนจำกัด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า">คู่มือการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล และห้างหุ้นส่วนจำกัด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า</a></li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-legal-entity-registration/">การจดทะเบียนนิติบุคคล คืออะไร ? รวมข้อมูลที่ต้องรู้ ก่อนทำการจดทะเบียน</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CPD คืออะไร ? สรุปเงื่อนไขการเก็บชั่วโมงที่คนทำบัญชีต้องรู้</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-cpd-accounting/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chob Accounting Team]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Apr 2026 07:37:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=16721</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับผู้ทำบัญชีมือใหม่ เมื่อพูดถึงเรื่องการเก็บชั่วโมง CPD อาจจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องใหม่ และค่อนข้างสับสน โดยเฉพาะเมื่อเริ่มมีคำถามตามมาว่าต้องเก็บกี่ชั่วโมง ต้องอบรมอะไรได้บ้าง นับชั่วโมงอย่างไร และต้องแจ้งผ่านระบบอย่างไร หลายคนจึงมักเริ่มหาข้อมูลเมื่อใกล้ถึงกำหนด ทำให้วางแผนได้ยากกว่าที่ควร ความจริงแล้ว CPD ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอย่างที่คิด แต่เป็นส่วนสำคัญของการรักษาสถานะผู้ทำบัญชี และผู้สอบบัญชี ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบวิชาชีพมีความรู้ทันต่อกฎหมาย ภาษี มาตรฐานบัญชี และข้อกำหนดต่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-cpd-accounting/">CPD คืออะไร ? สรุปเงื่อนไขการเก็บชั่วโมงที่คนทำบัญชีต้องรู้</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">สำหรับผู้ทำบัญชีมือใหม่ เมื่อพูดถึงเรื่องการเก็บชั่วโมง CPD อาจจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องใหม่ และค่อนข้างสับสน โดยเฉพาะเมื่อเริ่มมีคำถามตามมาว่าต้องเก็บกี่ชั่วโมง ต้องอบรมอะไรได้บ้าง นับชั่วโมงอย่างไร และต้องแจ้งผ่านระบบอย่างไร หลายคนจึงมักเริ่มหาข้อมูลเมื่อใกล้ถึงกำหนด ทำให้วางแผนได้ยากกว่าที่ควร</p>



<p class="has-link-color wp-elements-1d4801c78e4c30b8f0a35f2a3f6ef5aa wp-block-paragraph">ความจริงแล้ว CPD ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอย่างที่คิด แต่เป็นส่วนสำคัญของการรักษาสถานะ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeper/" type="post" id="16698">ผู้ทำบัญชี</a> และ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting-auditor/" type="post" id="16629">ผู้สอบบัญชี</a> ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบวิชาชีพมีความรู้ทันต่อกฎหมาย ภาษี มาตรฐานบัญชี และข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า CPD คืออะไร ใครบ้างที่ต้องเก็บชั่วโมง ต้องเก็บกี่ชั่วโมง นับชั่วโมงอย่างไร และหากเก็บไม่ครบจะมีผลอย่างไรค่ะ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">CPD คืออะไร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>CPD</strong> ย่อมาจาก <strong>Continuing Professional Development</strong> หมายถึง การพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ คือ การเรียนรู้ อบรม สัมมนา หรือทำกิจกรรมทางวิชาชีพที่ช่วยให้ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีมีความรู้ทันต่อกฎหมาย มาตรฐาน และแนวปฏิบัติที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในสายงานบัญชี การเก็บชั่วโมง CPD ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากว่ากฎหมายภาษี มาตรฐานการรายงานทางการเงิน และหลักเกณฑ์จากหน่วยงานรัฐ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จึงต้องอัปเดตความรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทำงานได้ถูกต้อง และลดความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาด</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="900" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/Person-responsible-for-recording-CPD-hours.webp" alt="ผู้มีหน้าที่เก็บชั่วโมง CPD" class="wp-image-16727" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/Person-responsible-for-recording-CPD-hours.webp 900w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/Person-responsible-for-recording-CPD-hours-300x267.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/Person-responsible-for-recording-CPD-hours-768x683.webp 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ผู้มีหน้าที่เก็บชั่วโมง CPD</h2>



<p class="wp-block-paragraph">1. <strong>ผู้ทำบัญชี</strong><br>ผู้ทำบัญชี ต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน ตามเกณฑ์ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เนื้อหาการอบรมเกี่ยวกับการบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และเนื้อหาเกี่ยวกับจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง รวมแล้วต้องครบ 12 ชั่วโมง</li>



<li>หากขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีปีแรก และระยะเวลาที่เหลือไม่ถึง 6 เดือน ไม่ต้องเก็บชั่วโมง CPD ในปีนั้น หรือตรวจสอบเงื่อนไขเฉพาะตามประกาศที่บังคับใช้ในปีนั้น</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ทำบัญชี ต้องแจ้งชั่วโมง CPD ผ่านระบบ e-Accountant หรือ TFAC Online Service ของสภาวิชาชีพบัญชีได้ภายในวันที่ 30 มกราคม ของปีถัดไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. <strong>ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต CPA</strong><br>ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต CPA ต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี ไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน ตามเกณฑ์ ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ชั่วโมง CPD ที่เป็นทางการ อย่างน้อย 20 ชั่วโมงต่อปี โดยเป็นเนื้อหาเรื่องบัญชี หรือการสอบบัญชีไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง และด้านอื่น ๆ ตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด</li>



<li>ชั่วโมง CPD ที่ไม่เป็นทางการ อย่างน้อย 20 ชั่วโมงต่อปี โดยเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับการบัญชีหรือการสอบบัญชีไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง และมีเนื้อหาเกี่ยวกับจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">3. <strong>ผู้สอบบัญชีภาษีอากร TA</strong></p>



<p class="has-link-color wp-elements-fd6114dfc5090ebbd2b79a3bd139f328 wp-block-paragraph"><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-tax-auditor/" type="post" id="16681">ผู้สอบบัญชีภาษีอากร TA</a> ต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน โดยต้องมีเนื้อหาการอมรมตามเกณฑ์ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เนื้อหาการอบรมเกี่ยวกับภาษีอากร</li>



<li>เนื้อหาการอบรมเกี่ยวกับวิชาชีพของผู้สอบบัญชีภาษีอากร ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานปฏิบัติงานตรวจสอบและรับรองบัญชี มาตรฐานการบัญชี และจรรยาบรรณของผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ต้องแจ้งชั่วโมง CPD ผ่านระบบ e-Accountant หรือ TFAC Online Service ของสภาวิชาชีพบัญชีได้ภายในวันที่ 31 ธันวาคม ของปีถัดไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">เนื่องจากหลักเกณฑ์ และกำหนดเวลาการแจ้งชั่วโมง CPD อาจมีการประกาศรายปี ผู้ทำบัญชี และผู้สอบบัญชีควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจาก TFAC และระบบ e-Accountant ก่อนดำเนินการทุกครั้ง</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ทำไมต้องเก็บชั่วโมง CPD</h2>



<p class="wp-block-paragraph">1. <strong>เป็นเงื่อนไขตามกฎหมาย</strong><br>ผู้ทำบัญชี และผู้สอบบัญชี ต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี ตามมาตรา 7(6) แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 นอกจากนั้นแล้ว ยังมีประกาศหลักเกณฑ์ที่มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ระบุว่า ผู้ทำบัญชีต้องมี CPD ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน และในจำนวนนั้น ต้องมีเนื้อหาเกี่ยวกับการบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และจรรยาบรรณไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. <strong>ช่วยรักษาสถานะการเป็นผู้ทำบัญชีให้ถูกต้อง</strong><br>การเก็บชั่วโมง CPD ไม่ใช่แค่เรื่องพัฒนาความรู้ แต่เกี่ยวข้องกับการรักษาสถานะทางวิชาชีพโดยตรง สภาวิชาชีพบัญชีระบุไว้ชัดเจนว่า หากผู้ทำบัญชีไม่เข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง หรือเข้ารับไม่ครบตามเกณฑ์ จะต้องอบรมชดเชยในปีถัดไปตามจำนวนชั่วโมงที่ขาด และต้องเป็นเนื้อหาด้านบัญชีทั้งหมดตามที่กำหนด</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. <strong>อัปเดตความรู้ด้านกฎหมาย ภาษี และมาตรฐานบัญชี</strong><br>ในงานบัญชี ความรู้เดิมอาจไม่เพียงพอสำหรับการทำงานในปีถัดไป เพราะมีทั้งกฎหมายธุรกิจ ข้อกำหนดของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มาตรฐานการรายงานทางการเงิน และหลักเกณฑ์วิชาชีพที่อัปเดตต่อเนื่อง สะท้อนได้จากที่ TFAC แยกหมวดมาตรฐานการรายงานทางการเงิน (TFRS) มาตรฐานการสอบบัญชี และจรรยาบรรณไว้เป็นส่วนสำคัญของระบบวิชาชีพ และเกณฑ์ CPD ใหม่ก็ยังกำหนดให้ต้องมีเนื้อหาบัญชีและจรรยาบรรณอย่างชัดเจน</p>



<p class="wp-block-paragraph">4. <strong>ลดความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาด</strong><br>เมื่อผู้ทำบัญชีอัปเดตความรู้อย่างต่อเนื่อง ก็จะลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดจากการใช้หลักเกณฑ์เก่า การตีความไม่ตรง หรือพลาดข้อกำหนดใหม่ โดยเฉพาะเรื่องที่เปลี่ยนบ่อย เช่น ขั้นตอนการยื่นข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ การแจ้งข้อมูลผู้ทำบัญชี และข้อกำหนดด้านจรรยาบรรณ</p>



<p class="wp-block-paragraph">5. <strong>เพิ่มความน่าเชื่อถือ และมาตรฐานวิชาชีพ</strong><br>CPD เป็นกลไกที่ทำให้ผู้ทำบัญชีพัฒนาความรู้แบบต่อเนื่อง ไม่หยุดอยู่แค่ความรู้เดิมตอนเริ่มทำงาน จึงช่วยสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพ ความพร้อมในการดูแลงานบัญชี และความรับผิดชอบต่อมาตรฐานวิชาชีพ</p>



<p class="has-link-color wp-elements-b080b9c965be7faba10ef03749b122e4 wp-block-paragraph">คุณพัทธนันท์ วัชรโชติธาดาพงษ์ &#8211; ประธานกรรมการบริหาร <a href="https://chobaccountingonline.co.th/">Chob Accounting</a> ผู้เชี่ยวชาญในการให้<a href="https://chobaccountingonline.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5/" type="page" id="140">บริการรับทำบัญชี</a> ได้แบ่งปันว่า <em>“จากประสบการณ์ที่ได้เห็นคำถามจากผู้ทำบัญชีจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น ปัญหาที่พบบ่อยไม่ได้อยู่แค่ว่าต้องเก็บชั่วโมง CPD กี่ชั่วโมง แต่คือความสับสนว่าเริ่มนับเมื่อไร หลักสูตรแบบไหนนับได้ และหลังอบรมแล้วต้องแจ้งผ่านระบบอย่างไร หลายคนจึงเพิ่งมาจัดการตอนใกล้สิ้นปี ส่งผลให้ต้องย้อนหาเอกสารและตรวจสอบข้อมูลหลายอย่างพร้อมกัน ดังนั้น หากวางแผนเก็บชั่วโมงตั้งแต่ต้นปีและเก็บหลักฐานทุกครั้งหลังอบรม ก็จะช่วยลดความผิดพลาดและทำให้การรักษาสถานะผู้ทำบัญชีเป็นไปอย่างเป็นระบบมากขึ้นค่ะ”</em></p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="900" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/CPD-time-counting.webp" alt="การนับชั่วโมง CPD" class="wp-image-16739" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/CPD-time-counting.webp 900w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/CPD-time-counting-300x267.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/CPD-time-counting-768x683.webp 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">การนับชั่วโมง CPD</h2>



<p class="wp-block-paragraph">สามารถเก็บชั่วโมง CPD ได้จากหลายรูปแบบ โดยมีวิธีการนับชั่วโมงที่แตกต่างกัน เช่น</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. <strong>การอบรม หรือสัมมนา</strong><br>ให้นับชั่วโมง CPD ตามที่เข้าอบรมจริง หากเป็นหลักสูตรที่ได้รับอนุมัติ หรืออยู่ในระบบ ก็สามารถใช้ข้อมูลจากหนังสือรับรอง หรือรหัสหลักสูตรไปยื่นผ่านระบบได้โดยตรง</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. <strong>ฟังข่าวสาร หรืออ่านสาระวิชาชีพ</strong><br>กิจกรรมลักษณะนี้ มักถูกจัดอยู่ในหมวดกิจกรรมพัฒนาความรู้ที่ไม่ใช่การอบรมเต็มรูปแบบ ให้นับชั่วโมง CPD ตามเวลาจริง แต่ไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. <strong>เป็นวิทยากร หรือผู้ช่วยวิทยากร</strong><br>กิจกรรมที่ผู้ทำบัญชีมีบทบาทเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ โดยทั่วไปสามารถนำมาคิดเป็นชั่วโมง CPD ได้เช่นกัน แบ่งการนับชั่วโมงออกเป็น 2 ส่วน คือ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ช่วงเวลาเตรียมสื่อประกอบการสอน หรือการบรรยาย นับได้ 2 เท่าของชั่วโมง ของเวลาที่การบรรยายจริง</li>



<li>ช่วงเวลาในการบรรยาย นับตามจำนวนชั่วโมงที่ได้บรรยายจริง</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">4. <strong>การศึกษาดูงาน</strong><br>การศึกษาดูงาน ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ สามารถนับชั่วโมง CPD ได้ไม่เกิน 3 ชั่วโมงต่อครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม วิธีการนับชั่วโมง และเพดานชั่วโมงของแต่ละกิจกรรมอาจแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบหลักเกณฑ์ล่าสุดจากสภาวิชาชีพบัญชีก่อนนำไปยื่นทุกครั้ง</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">หากเก็บชั่วโมง CPD ไม่ครบ จะมีผลอย่างไร ?</h2>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">ผลกระทบต่อผู้ทำบัญชี</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากผู้ทำบัญชีเก็บชั่วโมง CPD ไม่ครบ หรือไม่ได้ยื่นการเก็บชั่วโมงตามกำหนด จะมีความผิดตาม พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท โดยต้องรีบอบรมชดเชยจำนวนชั่วโมงที่ขาดให้ครบ และแจ้งชั่วโมงชดเชยกับสภาวิชาชีพบัญชีส่วนที่ขาดในปีก่อนหน้า (ไม่เกิน 24 ชั่วโมง) เพื่อไม่ให้ขาดคุณสมบัติ และเสียค่าปรับ</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">ผลกระทบต่อผู้สอบบัญชีรับอนุญาต CPA</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากผู้สอบบัญชี CPA เก็บชั่วโมง CPD ไม่ครบตามกำหนด อาจถูกพักใช้ใบอนุญาต และไม่สามารถลงนามรับรองงบการเงินได้ โดยต้องรีบอบรมชดเชยจำนวนชั่วโมงที่ขาดทันที และทำหนังสือชี้แจงเหตุผลต่อสภาวิชาชีพบัญชี</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สรุป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">CPD คือกลไกสำคัญที่ทำให้ผู้ทำบัญชี และผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรักษามาตรฐานวิชาชีพได้อย่างต่อเนื่อง สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การอบรม คือการวางแผนเก็บหลักฐาน และตรวจสอบหลักเกณฑ์ของปีที่ใช้อยู่ให้ถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเริ่มเก็บชั่วโมง CPD เป็นครั้งแรก ควรวางแผนตั้งแต่ต้นปี เลือกหลักสูตรให้ตรงตามเกณฑ์ และเก็บหลักฐานการอบรมไว้ทุกครั้ง เพื่อให้การแจ้งข้อมูลในภายหลังทำได้ง่ายและถูกต้องมากขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ฉะนั้นแล้ว ควรตรวจสอบข้อมูลกับ TFAC Online Service หรือติดตามข่าวประกาศล่าสุดของสภาวิชาชีพบัญชี และข้อมูลจากระบบ e-Accountant ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทุกครั้งก่อนยื่นข้อมูลจริงค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อ้างอิง :</p>



<ol class="wp-block-list has-link-color wp-elements-a943114c43d4465579903c37677c9001">
<li><a href="https://www.dbd.go.th/storage/law/9718f7ee-dd9f-463e-aa79-c7157355cec5.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543</a></li>



<li><a href="https://www.tfac.or.th/Article/Detail/184097" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ประชาสัมพันธ์การรักษาสถานภาพสมาชิก ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และผู้ทำบัญชี ประจำปี 2569 สภาวิชาชีพบัญชี</a></li>



<li><a href="https://www.tfac.or.th/Article/Detail/66644#:~:text=%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%20CPD%20%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B5%20%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%87%20CPD%2040%20%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%B5%20%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99" target="_blank" rel="noreferrer noopener">จำนวนชั่วโมง CPD ที่นักบัญชีต้องการอบรม สภาวิชาชีพบัญชี</a></li>



<li><a href="https://www.rd.go.th/25874.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">การอบรม 12 ชั่วโมงของผู้สอบบัญชีภาษีอากร</a></li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-cpd-accounting/">CPD คืออะไร ? สรุปเงื่อนไขการเก็บชั่วโมงที่คนทำบัญชีต้องรู้</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้ทำบัญชี คือใคร ? สรุปคุณสมบัติ และหน้าที่สำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeper/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chob Accounting Team]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Apr 2026 08:49:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=16698</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเริ่มทำธุรกิจ หลายคนอาจมองว่างานบัญชีเป็นเพียงเรื่องของการบันทึกรายรับรายจ่ายให้ครบเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง หากข้อมูลทางบัญชีไม่ได้ถูกจัดทำอย่างถูกต้องและเป็นระบบตั้งแต่ต้น ก็อาจส่งผลต่อทั้งการยื่นภาษี การปิดงบการเงิน รวมถึงการวางแผนธุรกิจในระยะยาวได้ ด้วยเหตุนี้ ผู้ทำบัญชี จึงมีบทบาทสำคัญต่อกิจการมาก เพราะไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่บันทึกบัญชีเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ดูแลให้ข้อมูลทางการเงินของกิจการถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปตามกฎหมาย ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าผู้ทำบัญชีคือใคร ต้องมีคุณสมบัติอะไร มีหน้าที่อะไรบ้าง และเจ้าของธุรกิจสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ทำบัญชีได้จากที่ไหน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeper/">ผู้ทำบัญชี คือใคร ? สรุปคุณสมบัติ และหน้าที่สำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-link-color wp-elements-e9b69c31fc7ddf4837b49e6f66ba976a wp-block-paragraph">เมื่อเริ่มทำธุรกิจ หลายคนอาจมองว่างานบัญชีเป็นเพียงเรื่องของการบันทึกรายรับรายจ่ายให้ครบเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง หากข้อมูลทางบัญชีไม่ได้ถูกจัดทำอย่างถูกต้องและเป็นระบบตั้งแต่ต้น ก็อาจส่งผลต่อทั้งการยื่นภาษี การ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-closing-financial-statement/" type="post" id="11805">ปิดงบการเงิน</a> รวมถึงการวางแผนธุรกิจในระยะยาวได้</p>



<p class="has-link-color wp-elements-16f028969deb8321db7482f3c23a10d3 wp-block-paragraph">ด้วยเหตุนี้ ผู้ทำบัญชี จึงมีบทบาทสำคัญต่อกิจการมาก เพราะไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeping/" type="post" id="13830">บันทึกบัญชี</a>เท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ดูแลให้ข้อมูลทางการเงินของกิจการถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปตามกฎหมาย ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าผู้ทำบัญชีคือใคร ต้องมีคุณสมบัติอะไร มีหน้าที่อะไรบ้าง และเจ้าของธุรกิจสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ทำบัญชีได้จากที่ไหน ซึ่งช่วยให้วางระบบบัญชีของกิจการได้ถูกต้อง และมั่นใจมากขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="540" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/chob-img-4.webp" alt="" class="wp-image-16704" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/chob-img-4.webp 960w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/chob-img-4-300x169.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/chob-img-4-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ผู้ทำบัญชี คือใคร ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-9a40ec01c798c1d3f809f41f09926fbb wp-block-paragraph">ผู้ทำบัญชี คือ ผู้รับผิดชอบในการจัด<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting/" type="post" id="6916">ทำบัญชี</a>ของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ไม่ว่าจะทำงานในฐานะลูกจ้างของกิจการ หรือ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5/" type="page" id="140">รับทำบัญชี</a>ภายนอกก็ตาม</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยบทบาทของผู้ทำบัญชีไม่ได้มีแค่การบันทึกรายการรายรับรายจ่ายเท่านั้น แต่ต้องทำให้ข้อมูลทางการเงินของธุรกิจสะท้อนถึงความเป็นจริง ถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นไปมาตรฐานการบัญชี</p>



<p class="has-link-color wp-elements-e853e92564488d2cdd10e5d9a503d6f0 wp-block-paragraph">คุณพัทธนันท์ วัชรโชติธาดาพงษ์ &#8211; ประธานกรรมการบริหาร <a href="https://chobaccountingonline.co.th/" type="link" id="https://chobaccountingonline.co.th/">Chob Accounting</a> ผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการรับทำบัญชี ได้แบ่งปันข้อสังเกตที่พบเห็นบ่อยจากการทำงานจริงว่า <em>“ในทางปฏิบัติ ปัญหาเกี่ยวกับการบันทึกบัญชีของหลายกิจการมักไม่ได้เกิดจากการที่ไม่มีข้อมูลทางการเงิน แต่เกิดจากการที่ข้อมูลทางการเงินไม่ได้ถูกจัดเก็บ และบันทึกอย่างเป็นระบบตั้งแต่แรก ผู้ทำบัญชีจึงมีบทบาทสำคัญมาก เพราะเป็นผู้ที่ช่วยทำให้ข้อมูลทางการเงิน และการบันทึกบัญชีของกิจการมีความถูกต้อง ครบถ้วน และนำไปใช้งานได้จริง ทั้งในด้านการบริหาร การจัดการภาษี และการจัดทำ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-financial-statement/" type="post" id="4954">งบการเงิน</a> หากข้อมูลในจุดนี้ไม่แข็งแรงมากพอ มักจะส่งผลต่อการปิดงบการเงินตาม<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting-period/" type="post" id="14660">รอบบัญชี</a> หรือเมื่อต้องตรวจสอบการลงบันทึกบัญชีย้อนหลังค่ะ”</em></p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">คุณสมบัติของผู้ทำบัญชี</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-b4f91296af5ac45c81440789cb2338e7 wp-block-paragraph">ประเด็นที่เจ้าของธุรกิจควรรู้มากที่สุดในตอนนี้คือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ออกประกาศเรื่องคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ดังนั้น ถ้าจะตรวจสอบว่าผู้ทำบัญชีของ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-company/" type="post" id="6498">บริษัท</a> มีคุณสมบัติถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ต้องอ้างอิงจากประกาศฉบับล่าสุดเป็นหลัก ดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย<br>2. มีความรู้ภาษาไทยเพียงพอในการปฏิบัติหน้าที่<br>3. มีคุณสมบัติครบ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายวิชาชีพบัญชี รวมถึงต้องเป็นสมาชิก หรือขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชี และต่ออายุสมาชิกทุกปี<br>4. ไม่เคยต้องโทษจำคุกตามความผิดที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี<br>5. มีวุฒิการศึกษาด้านบัญชีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด<br>6. ผ่านการทดสอบในระบบ e-Accountant ตามหลักเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="900" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/The-duties-of-an-accountant.webp" alt="หน้าที่ของผู้ทำบัญชี" class="wp-image-16708" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/The-duties-of-an-accountant.webp 900w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/The-duties-of-an-accountant-300x267.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/The-duties-of-an-accountant-768x683.webp 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">หน้าที่ของผู้ทำบัญชี</h2>



<p class="wp-block-paragraph">หน้าที่สำคัญของผู้ทำบัญชีที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้ มีดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. <strong>จัดทำบัญชีให้ถูกต้องตามกฎหมาย และมาตรฐานการบัญชี</strong><br>ผู้ทำบัญชีต้องรับผิดชอบการบันทึกรายการทางบัญชีของกิจการให้ครบ ถูกงวด และตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ตามมาตรฐานการบัญชี</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. <strong>จัดทำข้อมูลทางการเงินให้สะท้อนภาพจริงของธุรกิจ</strong><br>เป้าหมายของการทำบัญชีไม่ใช่แค่การบันทึกรายการให้ครบ แต่ต้องทำให้ผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน และการเปลี่ยนแปลงฐานะทางการเงินของกิจการสะท้อนภาพจริง ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่กฎหมายกำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติ และเงื่อนไขตามที่อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. <strong>ใช้มาตรฐานบัญชีที่เหมาะสำหรับกิจการ</strong><br>ผู้ทำบัญชีต้องรู้ว่ากิจการควรใช้มาตรฐานแบบใด เช่น สำหรับธุรกิจจำนวนมากที่เข้าข่ายกิจการไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ จะเกี่ยวข้องกับ TFRS for NPAEs ของสภาวิชาชีพบัญชี ซึ่งเป็นกรอบมาตรฐานรายงานทางการเงินสำหรับกิจการกลุ่มนี้</p>



<p class="has-link-color wp-elements-f6f825c5990500b2204cf2fc48abeffe wp-block-paragraph">4. <strong>จัดเตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนยื่นงบ และก่อนตรวจสอบ</strong><br>อย่างที่ทราบดีว่า<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-cpa/" type="post" id="16643">ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)</a> จะเป็นคนตรวจสอบงบการเงินของกิจการ แต่ผู้ทำบัญชีคือคนที่ทำให้ข้อมูลในส่วนนี้พร้อมสำหรับการตรวจสอบ ถ้าระบบบัญชีวางถูกต้องตั้งแต่ต้นปี ก็จะทำให้การปิดงบ การยื่นงบ และการตอบคำถามจากผู้สอบบัญชี ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">5. <strong>ปฏิบัติตามเงื่อนไขวิชาชีพต่อเนื่อง</strong><br>ผู้ทำบัญชี ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เช่น การเป็นสมาชิกหรือขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชี และการพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี (CPD) ตามที่ระบบ e-Accountant และกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากหน้าที่ในการจัดทำบัญชีให้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ผู้ทำบัญชียังต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อคงสถานะ และคุณสมบัติให้ครบถ้วนตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รับทำบัญชีได้ไม่เกิน 100 งบการเงิน (รายธุรกิจ) ต่อปีปฏิทิน</li>



<li>ต้องพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ (CPD) ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน ในจำนวนชั่วโมงดังกล่าว ต้องเป็นการพัฒนาความรู้ด้านบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และด้านจรรยาบรรณไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="900" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/Working-conditions-for-accountants.webp" alt="เงื่อนไขการทำงานของผู้ทำบัญชี" class="wp-image-16714" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/Working-conditions-for-accountants.webp 900w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/Working-conditions-for-accountants-300x267.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/Working-conditions-for-accountants-768x683.webp 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ขั้นตอนการตรวจสอบรายชื่อผู้ทำบัญชี</h2>



<p class="wp-block-paragraph">เจ้าของธุรกิจควรตรวจสอบรายชื่อผู้ทำบัญชีของกิจการให้ชัดเจนว่าได้แจ้งข้อมูลไว้ในระบบหรือไม่ เพราะแม้จะมีผู้ดูแลงานบัญชีอยู่จริง แต่หากข้อมูลในระบบไม่เป็นปัจจุบัน หรือสถานะผู้ทำบัญชีไม่ครบถ้วน ก็อาจกระทบต่อความพร้อมของกิจการในช่วงยื่นงบการเงินได้</p>



<p class="has-link-color wp-elements-6a5578d98e030ca3472fa13f3a5c7c92 wp-block-paragraph">โดยทั่วไป สามารถตรวจสอบรายชื่อ และสถานะผู้ทำบัญชีผ่าน ระบบ <a href="https://e-accountant.dbd.go.th/portal" target="_blank" rel="noreferrer noopener">e-Accountant</a> ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตามขั้นตอนดังนี้</p>



<p class="has-link-color wp-elements-1c862acfc7cbcd29ecf897c5370130a3 wp-block-paragraph">1. เข้าเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ที่ <a href="http://www.dbd.go.th" type="link" id="www.dbd.go.th">www.dbd.go.th</a><br>2. เลือกหัวข้อ “<strong>บริการออนไลน์</strong>”<br>3. คลิกที่เมนู &#8220;<strong>ผู้ทำบัญชี (e-Accountant)</strong>&#8220;<br>4. คลิกที่ “<strong>ระบบงานผู้ทำบัญชี (e-Accountant)</strong>&#8220;<br>5. คลิกที่เมนู “<strong>ตรวจสอบสถานะผู้ทำบัญชี</strong>”<br>6. ทำการกรอกเลขประจำตัวประชาชนของผู้ทำบัญชีเพื่อตรวจสอบสถานะ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สรุป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ทำบัญชี คือผู้ที่รับผิดชอบการจัดทำบัญชีของกิจการให้ถูกต้องตามกฎหมาย และมาตรฐานบัญชี จึงเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญต่อกิจการมากกว่าที่คิด เพราะเป็นคนวางรากฐานข้อมูลทางการเงินทั้งระบบ ไม่ใช่แค่คนบันทึกเอกสารปลายทางเท่านั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">สุดท้ายนี้ ก็อยากจะฝากให้เจ้าของธุรกิจตรวจสอบ 3 เรื่องนี้อยู่เสมอ</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. ผู้ทำบัญชีของคุณอยู่ในระบบถูกต้องหรือไม่<br>2. คุณสมบัติ และสถานะปัจจุบัน ถูกต้องตามเกณฑ์หรือไม่<br>3. การทำบัญชีของกิจการสะท้อนข้อมูลจริงมากพอหรือไม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">เพราะต่อให้กิจการมีผู้ทำบัญชีแล้ว แต่ถ้าระบบบัญชีไม่พร้อม ธุรกิจก็ยังถือว่ามีความเสี่ยงอยู่ดีค่ะ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผู้ทำบัญชี</h2>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">ผู้ทำบัญชี คือใคร ?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ทำบัญชี คือผู้รับผิดชอบในการจัดทำบัญชีของกิจการให้ถูกต้องตามกฎหมาย และมาตรฐานการบัญชี โดยอาจเป็นพนักงานของกิจการ หรือผู้รับทำบัญชีภายนอกก็ได้</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">ผู้ทำบัญชีมีหน้าที่แค่บันทึกรายการบัญชีหรือไม่ ?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่ใช่ ผู้ทำบัญชีไม่ได้มีหน้าที่เพียงบันทึกรายการรายวันเท่านั้น แต่ยังต้องดูแลให้ข้อมูลทางการเงินของธุรกิจถูกต้อง ครบถ้วน และพร้อมสำหรับการนำไปใช้งานค่ะ</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">ผู้ทำบัญชีต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ทำบัญชีต้องมีคุณสมบัติตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด เช่น มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย มีวุฒิด้านบัญชีตามเกณฑ์ มีสถานะสมาชิก หรือขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชี และผ่านการทดสอบในระบบ e-Accountant</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">ตรวจสอบรายชื่อผู้ทำบัญชีได้ที่ไหน ?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สามารถตรวจสอบรายชื่อ และสถานะผู้ทำบัญชีผ่านระบบ e-Accountant ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">ถ้ามีผู้ทำบัญชีอยู่แล้ว ยังต้องตรวจสอบสถานะอีกหรือไม่ ?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ควรตรวจสอบเป็นระยะ เพราะแม้จะมีผู้ทำบัญชีดูแลงานจริง แต่หากข้อมูลในระบบไม่เป็นปัจจุบัน หรือสถานะไม่ครบถ้วน ก็อาจกระทบต่อการดำเนินงานด้านบัญชี และการยื่นงบได้ค่ะ</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">ผู้ทำบัญชีกับผู้สอบบัญชีเหมือนกันหรือไม่ ?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่เหมือนกันค่ะ ผู้ทำบัญชีมีหน้าที่จัดทำบัญชีของกิจการ ส่วนผู้สอบบัญชีมีหน้าที่ตรวจสอบงบการเงิน และแสดงความเห็นอย่างเป็นอิสระ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อ้างอิง :</p>



<ol class="wp-block-list has-link-color wp-elements-1ce93b3c856a9b3182a0c5cc916d8e4d">
<li><a href="https://www.dbd.go.th/storage/law/9718f7ee-dd9f-463e-aa79-c7157355cec5.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543</a></li>



<li><a href="https://www.dbd.go.th/news/3206112568" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ประกาศกำหนดคุณสมบัติ และเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า</a></li>



<li><a href="https://www.dbd.go.th/data-storage/attachment/2110f126dce55e4422771e617.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">คู่มือการเป็นผู้ทำบัญชี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า</a></li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-bookkeeper/">ผู้ทำบัญชี คือใคร ? สรุปคุณสมบัติ และหน้าที่สำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) คือใคร ? สรุปหน้าที่ และวิธีเช็กรายชื่อล่าสุด</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-tax-auditor/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chob Accounting Team]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Apr 2026 04:46:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=16681</guid>

					<description><![CDATA[<p>เวลาพูดถึงการตรวจสอบ และรับรองบัญชี เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่มักคุ้นเคยกับการใช้บริการผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือ CPA เป็นหลัก แต่ในบางกรณี โดยเฉพาะสำหรับห้างหุ้นส่วนจำกัดขนาดเล็ก อาจมีอีกตัวเลือกหนึ่งที่เรียกว่าผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ที่สามารถตรวจสอบบัญชีได้เหมือนกัน ทำให้หลายคนเริ่มสงสัยว่า TA คือใคร ต่างจาก CPA อย่างไร และกิจการของตัวเองสามารถเลือกใช้บริการ TA ได้หรือไม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-tax-auditor/">ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) คือใคร ? สรุปหน้าที่ และวิธีเช็กรายชื่อล่าสุด</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-link-color wp-elements-7208ac7a23d511103b3e48399f921b18 wp-block-paragraph">เวลาพูดถึงการตรวจสอบ และรับรองบัญชี เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่มักคุ้นเคยกับการใช้บริการ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-cpa/" type="post" id="16643">ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือ CPA</a> เป็นหลัก แต่ในบางกรณี โดยเฉพาะสำหรับ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-limited-partnership/" type="post" id="13073">ห้างหุ้นส่วนจำกัด</a>ขนาดเล็ก อาจมีอีกตัวเลือกหนึ่งที่เรียกว่าผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ที่สามารถตรวจสอบบัญชีได้เหมือนกัน ทำให้หลายคนเริ่มสงสัยว่า TA คือใคร ต่างจาก CPA อย่างไร และกิจการของตัวเองสามารถเลือกใช้บริการ TA ได้หรือไม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความเป็นจริง TA เป็นผู้สอบบัญชีที่มีขอบเขตการทำงานเฉพาะเจาะจงตามที่กฎหมายกำหนด และไม่สามารถใช้แทน CPA ได้ในทุกกรณี หากเลือกไม่ถูกตั้งแต่ต้น อาจทำให้การวางแผนด้านบัญชีและภาษีคลาดเคลื่อนได้ ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) คือใคร มีหน้าที่อะไรบ้าง ต้องมีคุณสมบัติแบบไหน และสามารถตรวจสอบรายชื่อได้จากที่ใด ซึ่งช่วยให้คุณตัดสินใจได้ชัดเจนว่าธุรกิจของคุณควรใช้บริการ TA หรือไม่ค่ะ</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต คือใคร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ผู้สอบบัญชีภาษีอากร</strong> หรือ <strong>TA (Tax Auditor)</strong> คือ ผู้ประกอบวิชาชีพตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ซึ่งได้รับใบอนุญาตให้ตรวจสอบ และรับรองบัญชีตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร โดยตรวจสอบบัญชีได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่จัดตั้งตามกฎหมาย และต้องเข้าเกณฑ์เรื่องทุนจดทะเบียน สินทรัพย์ และรายได้ตามที่กฎกระทรวงกำหนดไว้ ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list has-link-color wp-elements-84a1fc1c574c53e4e4f8ef7fc9e75961">
<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-registered-capital/" type="post" id="8405">ทุนจดทะเบียน</a>ไม่เกิน 5 ล้านบาท</li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset/" type="post" id="13653">สินทรัพย์</a>รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท</li>



<li><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-revenue/" type="post" id="14589">รายได้</a>รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="900" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/The-role-of-a-TA.webp" alt="เงื่อนไขการตรวจสอบบัญชีของ TA" class="wp-image-16689" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/The-role-of-a-TA.webp 900w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/The-role-of-a-TA-300x267.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/The-role-of-a-TA-768x683.webp 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<p class="has-link-color wp-elements-35a01765d21106a66b05aed95af3a32b wp-block-paragraph" style="padding-top:20px">จุดสำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้คือ TA มีขอบเขตการทำงานแคบกว่า CPA มาก เพราะ TA รับรองบัญชีได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็กที่เข้าเงื่อนไขเท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมทั้ง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-limited-company/" type="post" id="8736">บริษัทจำกัด</a> <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-public-limited-company/" type="post" id="8748">บริษัทมหาชนจำกัด</a> หรือนิติบุคคลอื่น ๆ เหมือน CPA</p>



<p class="has-link-color wp-elements-408aa6b514088310fbc8951e9674e3ff wp-block-paragraph">คุณพัทธนันท์ วัชรโชติธาดาพงษ์ &#8211; ประธานกรรมการบริหาร Chob Accounting ผู้เชี่ยวชาญในการให้<a href="https://chobaccountingonline.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5/" type="page" id="140">บริการรับทำบัญชี</a> ได้แบ่งปันประสบการณ์จากการทำงานจริงว่า <em>“ในทางปฏิบัติ ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ว่าจะหา TA ได้หรือไม่ แต่อยู่ที่เจ้าของกิจการต้องรู้ก่อนว่าธุรกิจของตนมีสิทธิใช้บริการ TA หรือเปล่า เพราะผู้สอบบัญชีภาษีอากรไม่ได้รับรองบัญชีได้ทุกกรณีเหมือน CPA หากไม่ตรวจสอบเงื่อนไขให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น อาจทำให้แผนงานด้านบัญชี และภาษีคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้น ก่อนเลือกใช้บริการควรเช็กทั้งประเภทนิติบุคคล ขนาดกิจการ และข้อมูลรายชื่อจากกรมสรรพากรควบคู่กันไปด้วยค่ะ”</em></p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">คุณสมบัติของ TA</h2>



<p class="wp-block-paragraph">คุณสมบัติสำคัญของ TA มีอยู่ดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีด้านบัญชี หรือเทียบเท่า<br>2. อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี<br>3. มีสัญชาติไทย หรือสัญชาติของประเทศที่ยินยอมให้คนไทยเป็นผู้สอบบัญชีได้<br>4. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย<br>5. ไม่เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่กระทบต่อวิชาชีพ<br>6. ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ<br>7. ไม่เป็นผู้ตรวจสอบ และรับรองบัญชีที่อยู่ระหว่างถูกสั่งพัก หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต<br>8. ต้องผ่านการทดสอบตามที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด คือ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>วิชาการบัญชี</li>



<li>วิชาการสอบบัญชี</li>



<li>วิชาความรู้เกี่ยวกับประมวลรัษฎากร</li>



<li>วิชาประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="540" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/chob-img-3.webp" alt="" class="wp-image-16686" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/chob-img-3.webp 960w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/chob-img-3-300x169.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/chob-img-3-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">หน้าที่ของ TA</h2>



<p class="wp-block-paragraph">1. <strong>ตรวจสอบและรับรองบัญชี</strong> : ตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงิน บัญชี และภาษีต่าง ๆ ของห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็ก<br>2. <strong>ปฏิบัติตามกฎหมาย</strong> : รับรองว่าธุรกิจมีการจัดทำบัญชีตามมาตรฐานที่รับรองทั่วไป และกฎหมายภาษี<br>3. <strong>ลดหย่อนภาษี</strong> : ประเมิน และวิเคราะห์ระบบบัญชี เพื่อให้คำแนะนำเรื่องการลดหย่อนภาษีอย่างถูกต้อง<br>4. <strong>เป็นตัวแทนยื่นแบบ</strong> : ดำเนินการยื่นแบบแสดงรายการภาษีต่อกรมสรรพากร (ในบางกรณี)<br>5. <strong>ตรวจสอบเอกสาร</strong> : เก็บรักษา และตรวจสอบเอกสารภาษีทั้งหมดเท่าที่จำเป็น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้สอบบัญชีภาษีอากร TA ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน และได้รับใบอนุญาตจากกรมสรรพากรแล้ว ต้องเข้ารับการอบรมเรื่องกฎหมายภาษีอากร และความรู้อื่นที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพผู้สอบญชีภาษีอากร ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปี โดยใบอนุญาตผู้สอบบัญชีภาษีอากรมีอายุ 5 ปี ผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะต้องเข้ารับการอบรมให้ครบทุกปี</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">วิธีเช็กรายชื่อ TA ว่ายังทำงานอยู่จริงไหม ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">การตรวจสอบรายชื่อ และข้อมูลของ TA สามารถทำได้โดยการตรวจสอบผ่านระบบ TaxAUDIT ของกรมสรรพากรโดยตรง ตามขั้นตอนต่อไปนี้</p>



<p class="has-link-color wp-elements-1c2c70d5a30365df6e5092aea9c9edaf wp-block-paragraph">1. เข้าสู่เว็บไซต์ TaxAUDIT ได้ที่ <a href="https://rdtaxaudit.rd.go.th/TaxAuditInternet/Login" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://rdtaxaudit.rd.go.th/TaxAuditInternet/Login</a><br>2. จากนั้น ให้เลื่อนลงมาข้างล่าง ในส่วนบริการข้อมูล ให้คลิกที่ “<strong>รายชื่อผู้สอบบัญชีภาษีอากร</strong>”<br>3. คลิกที่ไอคอนรูปมือในช่อง “<strong>มีสิทธิ์ลงลายมือชื่อ</strong>”<br>4. ระบบจะแสดงรายชื่อ TA ที่มีสิทธิ์ตรวจสอบ และรับรองบัญชี</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สรุป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้สอบบัญชีภาษีอากร หรือ TA คือผู้ที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมสรรพากรให้ตรวจสอบ และรับรองบัญชีได้ เฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็ก ที่มีทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาทเท่านั้น จึงเป็นบทบาทที่เฉพาะเจาะจงกว่าผู้สอบบัญชีรับอนุญาต CPA มาก</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่รู้ว่า TA คือใคร แต่ต้องรู้ด้วยว่ากิจการของคุณเข้าเกณฑ์ที่ต้องใช้บริการ TA หรือไม่ ก่อนใช้บริการควรตรวจสอบรายชื่อผ่านช่องทางของกรมสรรพากรทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ตรวจสอบที่เลือกมีข้อมูล และสถานะที่ถูกต้องค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อ้างอิง :</p>



<ol class="wp-block-list has-link-color wp-elements-9084cd53f8e336613ac0435a07fbcb66">
<li><a href="https://www.rd.go.th/2650.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">กำหนดระเบียบเกี่ยวกับการตรวจสอบและรับรองบัญชีตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร</a></li>



<li><a href="https://www.rd.go.th/25624.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สิทธิของผู้สอบบัญชีภาษีอากร กรมสรรพากร</a></li>



<li><a href="https://www.rd.go.th/13770.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">คุณสมบัติของผู้ขอเข้ารับการทดสอบเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร กรมสรรพากร</a></li>



<li><a href="https://www.rd.go.th/31728.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">การทดสอบเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร กรมสรรพากร</a></li>



<li><a href="https://www.rd.go.th/23514.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">การอบรม 12 ชั่วโมงของ TA กรมสรรพากร</a></li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-tax-auditor/">ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) คือใคร ? สรุปหน้าที่ และวิธีเช็กรายชื่อล่าสุด</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) คือใคร ? สรุปหน้าที่ และวิธีเช็กรายชื่อล่าสุด</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-cpa/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chob Accounting Team]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 08:28:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=16643</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในกระบวนการจัดทำ และปิดงบการเงินของธุรกิจ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ถือเป็นหนึ่งในคนสำคัญที่มีบทบาทโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลทางการเงิน แม้ผู้ประกอบการจำนวนมากจะคุ้นเคยกับ CPA อยู่แล้ว แต่ก็ยังมีไม่น้อยที่อาจยังไม่เข้าใจขอบเขตหน้าที่ และความสำคัญของ CPA อย่างครบถ้วน ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า CPA คือใคร มีหน้าที่อะไร ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร แตกต่างจาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-cpa/">ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) คือใคร ? สรุปหน้าที่ และวิธีเช็กรายชื่อล่าสุด</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-link-color wp-elements-2d79d4242bbeaa001168b2c5f2260fdd wp-block-paragraph">ในกระบวนการจัดทำ และ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-closing-financial-statement/" type="post" id="11805">ปิดงบการเงิน</a>ของธุรกิจ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ถือเป็นหนึ่งในคนสำคัญที่มีบทบาทโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลทางการเงิน แม้ผู้ประกอบการจำนวนมากจะคุ้นเคยกับ CPA อยู่แล้ว แต่ก็ยังมีไม่น้อยที่อาจยังไม่เข้าใจขอบเขตหน้าที่ และความสำคัญของ CPA อย่างครบถ้วน ในบทความนี้ ชอบการบัญชี จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า CPA คือใคร มีหน้าที่อะไร ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร แตกต่างจาก TA อย่างไร และตรวจสอบรายชื่อได้จากที่ไหน ซึ่งช่วยให้เลือกผู้สอบบัญชีได้อย่างเหมาะสม และมั่นใจมากขึ้นค่ะ</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="540" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/chob-img-2.webp" alt="" class="wp-image-16670" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/chob-img-2.webp 960w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/chob-img-2-300x169.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/chob-img-2-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต คือใคร ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-a0a6b5fa0eaeb200a21c04367e58afe8 wp-block-paragraph"><strong>ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต</strong> หรือ <strong>CPA (Certified Public Accountant)</strong> คือ <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting-auditor/" type="post" id="16629">ผู้สอบบัญชี</a>ที่ได้รับใบอนุญาตให้ตรวจสอบบัญชีตามหลักเกณฑ์ของสภาวิชาชีพบัญชี และมีหน้าที่ตรวจสอบ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-financial-statement/" type="post" id="4954">งบการเงิน</a> พร้อมแสดงความเห็นอย่างเป็นอิสระว่างบการเงินของกิจการถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่</p>



<p class="has-link-color wp-elements-7a51ab6f07f87d609a874227a37b2106 wp-block-paragraph">สำหรับ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-limited-company/" type="post" id="8736">บริษัทจำกัด</a> และนิติบุคคลส่วนใหญ่ CPA ถือว่าเป็นคนที่มีความสำคัญต่อการปิดงบการเงินตาม<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting-period/" type="post" id="14660">รอบบัญชี</a> เพราะข้อมูล และรายงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต จะถูกนำไปใช้ในกระบวนการยื่นงบการเงินผ่านระบบ DBD e-Filing ด้วย</p>



<p class="has-link-color wp-elements-4735f27951c668bdd47dd091bd23993b wp-block-paragraph">ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายที่สุด CPA ไม่ใช่ผู้ทำบัญชี และไม่ใช่แค่คนที่จะมาเซ็นงบเท่านั้น แต่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพอิสระที่เข้ามาตรวจสอบความน่าเชื่อถือของงบการเงินอีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-shareholder/" type="post" id="8800">ผู้ถือหุ้น</a> เจ้าหนี้ ธนาคาร นักลงทุน หรือหน่วยงานรัฐ นำข้อมูลทางการเงินไปใช้อย่างมั่นใจมากขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="900" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/The-role-of-a-CPA.-2.webp" alt="หน้าที่ของ CPA" class="wp-image-16672" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/The-role-of-a-CPA.-2.webp 900w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/The-role-of-a-CPA.-2-300x267.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/The-role-of-a-CPA.-2-768x683.webp 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">CPA มีหน้าที่อะไรบ้าง ?</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-4f49c41b7d1348a83f654a2af310088d wp-block-paragraph">1. <strong>ตรวจสอบ และรับรองงบการเงิน</strong><br>ตรวจสอบเอกสารทางการเงินของ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-company/" type="post" id="6498">บริษัท</a> หรือ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-partnership/" type="post" id="6424">ห้างหุ้นส่วน</a>นิติบุคคล เพื่อแสดงความเห็นว่าถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. <strong>ตรวจสอบบัญชีภายนอก</strong><br>ทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีอิสระ (External Auditor) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย</p>



<p class="has-link-color wp-elements-8da3fde248e31e553d78c50d6ef3274f wp-block-paragraph">3. <strong>วางแผน และจัดการภาษี</strong><br>จัดทำแบบแสดงรายการภาษี ทั้ง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-personal-income-tax/" type="post" id="3136">ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</a> และ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/corporate-income-tax/" type="post" id="4012">ภาษีเงินได้นิติบุคคล</a> รวมถึงให้คำแนะนำด้านกลยุทธ์การลดหย่อนภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">4. <strong>ตรวจสอบภายใน และวิเคราะห์ความเสี่ยง</strong><br>ตรวจสอบการควบคุมภายใน (Internal Control) ขององค์กร เพื่อลดความเสี่ยงจากการยักยอก หรือการฉ้อโกง</p>



<p class="wp-block-paragraph">5. <strong>เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และธุรกิจ</strong><br>ให้คำปรึกษาด้านการบริหารการเงิน การวางแผนงบประมาณ และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เพื่อการเติบโตทางธุรกิจ</p>



<p class="has-link-color wp-elements-a2b4db62166de3755a360cbbf61d27de wp-block-paragraph">คุณพัทธนันท์ วัชรโชติธาดาพงษ์ &#8211; ประธานกรรมการบริหาร Chob Accounting ผู้เชี่ยวชาญในการให้<a href="https://chobaccountingonline.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5/" type="page" id="140">บริการรับทำบัญชี</a> ได้แบ่งปันข้อมูลจากประสบการณ์ในการทำงานจริงว่า <em>“การมี CPA ที่ดี ถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือความพร้อมของข้อมูลภายในกิจการ เพราะต่อให้เลือกผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่มีประสบการณ์มากแค่ไหน หากเอกสารไม่ครบ <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-revenue/" type="post" id="14589">รายได้</a>ไม่ชัดเจน หรือรายการบัญชียังมีข้อผิดพลาด การตรวจสอบบัญชีก็จะดำเนินไปอย่างล่าช้าค่ะ”</em></p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">คุณสมบัติของ CPA</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ที่จะเป็น CPA ต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด โดยต้องผ่านทั้งกระบวนการเรียนรู้ ทดสอบ ฝึกหัดงาน และขอใบอนุญาตอย่างเป็นระบบ ดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. สำเร็จการศึกษาปริญญาทางด้านบัญชี หรือประกาศนียบัตรทางการบัญชีที่ได้รับการรับรอง<br>2. มีอายุ 20 บริบูรณ์ และมีสัญชาติไทย<br>3. ไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ<br>4. ไม่เคยต้องโทษจำคุกในคดีเกี่ยวกับทรัพย์สิน การเงิน หรือคดีที่ส่งผลต่อวิชาชีพ (เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี)<br>5. ต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี<br>6. ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ฝึกหัดงานตรวจสอบบัญชี และผ่านการฝึกงานตรวจสอบบัญชีอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 ปี (แต่ไม่เกิน 5 ปี) โดยมีชั่วโมงการฝึกงานรวมไม่น้อยกว่า 3,000 ชั่วโมง<br>7. สอบผ่านรายวิชาตามที่คณะกรรมการกำหนด ดังนี้ วิชาการบัญชี 1 วิชาการบัญชี 2 วิชาการสอบบัญชี 1 วิชาการสอบบัญชี 2 วิชากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี 1 วิชากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี 2<br>8. มีใบอนุญาตให้เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) จากสภาวิชาชีพบัญชี</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">เงื่อนไขสำคัญเพิ่มเติม</h3>



<p class="wp-block-paragraph">1. การเริ่มนับชั่วโมง จะเริ่มนับก็ต่อเมื่อได้มีการยื่นแบบคำขอแจ้งฝึกงาน (แบบ ผส.1) ต่อสภาวิชาชีพบัญชีแล้วเท่านั้น<br>2. ต้องสอบผ่านวิชาชีพบัญชีอย่างน้อย 4 รายวิชา และวิชาสอบบัญชีอย่างน้อย 1 รายวิชา (รวมแล้วไม่น้อยกว่า 15 หน่วยกิต) จึงจะสามารถยื่นฝึกงานได้<br>3. สามารสมัครสอบวิชาการสอบบัญชีได้ก็ต่อเมื่อฝึกงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และมีชั่วโมงการฝึกงานไม่น้อยกว่า 1,000 ชั่วโมง<br>4. ต้องยื่นรายงานผลการฝึกงาน (แบบ ผส.2) และคำร้องของผู้ให้การฝึกหัดงาน (แบบ ผส.3) ปีละ 1 ครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรประกาศนียบัตรทางการสอบบัญชี (Dip. Auditing) ที่สามารถลดระยะเวลา และชั่วโมงในการฝึกงานได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของหลักสูตรในขณะนั้นค่ะ</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="900" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/The-difference-of-CPA-and-TA-2.webp" alt="CPA และ TA ต่างกันอย่างไร ?" class="wp-image-16674" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/The-difference-of-CPA-and-TA-2.webp 900w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/The-difference-of-CPA-and-TA-2-300x267.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/The-difference-of-CPA-and-TA-2-768x683.webp 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ข้อแตกต่างระหว่าง CPA และ TA</h2>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ว่า CPA และ TA จะมีหน้าที่ตรวจสอบบัญชีเหมือนกัน แต่ก็มีขอบเขตในการทำงานที่แตกต่างกันตามประเด็นดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ผู้ออกใบอนุญาต</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>CPA : ได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี</li>



<li>TA : ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมสรรพากร</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ขอบเขตการทำงาน</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>CPA : สามารถตรวจสอบ และรับรองบัญชีของ นิติบุคคลได้โดยทั่วไป</li>



<li>TA : สามารถตรวจสอบ และรับรองบัญชีได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็กที่เข้าเกณฑ์เท่านั้น</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>หลักการทำงาน</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>CPA : ทำงานภายใต้มาตรฐานวิชาชีพ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง</li>



<li>TA : ทำงานตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>หลักเกณฑ์</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>CPA : มาตรฐานวิชาชีพบัญชี</li>



<li>TA : มาตรฐานจากกรมสรรพากร</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">วิธีตรวจสอบรายชื่อผู้สอบบัญชีรับอนุญาต</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-8a70d89cad02a66cade21a1ba1238b6b wp-block-paragraph">1. เข้าสู่ระบบตรวจสอบสถานะผู้สอบบัญชีของสภาวิชาชีพบัญชี ได้ที่ <a href="https://eservice.tfac.or.th/check_cpa/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://eservice.tfac.or.th/check_cpa/</a><br>2. กรอกชื่อ-นามสกุล และเลขทะเบียนของผู้สอบบัญชี<br>3. ตรวจสอบสถานะใบอนุญาตที่ระบบแสดง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ระบบของสภาวิชาชีพบัญชี จะระบุด้วยว่าข้อมูลสถานะผู้สอบบัญชีเป็นข้อมูลเชิงบริการเพื่อการตรวจสอบของประชาชน และมีวันที่อัปเดตของข้อมูลกำกับไว้ เช่น ผลการค้นหาที่หน้าเว็บไซต์ระบุข้อมูล ณ วันที่ 1 เมษายน 2569 ดังนั้น ก่อนเลือกใช้บริการ ควรตรวจสอบสถานะของผู้สอบบัญชีล่าสุดทุกครั้ง</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สรุป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">CPA ที่มีใบอนุญาตถูกต้อง คือกลไกสำคัญที่ทำให้งบการเงินของธุรกิจน่าเชื่อถือ และนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องยื่นงบการเงินผ่านระบบ DBD e-Filing ซึ่งเกี่ยวข้องกับรายงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตโดยตรง ในมุมเจ้าของธุรกิจ การเลือก CPA ที่ดีไม่ควรดูแค่ว่าเซ็นงบได้ไหม แต่ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีความเข้าใจในธุรกิจของคุณหรือไม่ และมีสถานะใบอนุญาตที่ตรวจสอบได้หรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้ว งานสอบบัญชีที่มีคุณภาพ ไม่ได้เริ่มจากวันเซ็นงบ แต่เริ่มจากการเลือกผู้สอบบัญชีที่เหมาะสม และการเตรียมข้อมูลภายในให้พร้อมตั้งแต่ต้นค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อ้างอิง : </p>



<ol class="wp-block-list has-link-color wp-elements-af76cc304e9527ac8b77efefc45627e9">
<li><a href="https://www.tfac.or.th/upload/9414/0fCOM8tdq8.PDF" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ข้อบังคับว่าด้วยหลักเกณฑ์ และคุณสมบัติของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต สภาวิชาชีพบัญชี</a></li>



<li><a href="https://www.rd.go.th/25631.html" type="link" id="https://www.rd.go.th/25631.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ความแตกต่างระหว่าง TA และ CPA กรมสรรพากร</a></li>
</ol>



<section class="cta-wrap" aria-label="CTA Contact Section">
  <div class="cta-card">
    <div class="cta-content">
      <h3 class="cta-title">
        สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม <span class="cta-brand">โดยไม่มีค่าใช้จ่าย !</span>
      </h3>

      <div class="cta-actions" role="group" aria-label="CTA Buttons">
        <a class="btn btn-line" href="https://lin.ee/HoBCNbLj" target="_blank" rel="noopener">
          <strong>ปรึกษาผ่าน LINE</strong>
        </a>

        <a class="btn btn-callback" href="tel:0941594561">
          <strong>โทรหาเราตอนนี้</strong>
        </a>
      </div>
    </div>
  </div>
</section>

<style>
  :root{
    --blue:#062566;
    --yellow:#F4B600;

    --line:#00B900;
    --line-hover:#00a300;

    --blue-2:#041a4a;
    --text:#f2f6ff;
    --muted: rgba(242,246,255,.82);
    --border: rgba(255,255,255,.10);
    --shadow: 0 18px 50px rgba(3,10,28,.35);

    --btn-primary: var(--yellow);
    --btn-primary-hover: #e1a800;
  }

  .cta-wrap{
    padding: 22px 14px;
    font-family: ui-sans-serif, system-ui, -apple-system, Segoe UI, Roboto, "Noto Sans Thai", "Helvetica Neue", Arial, sans-serif;
  }

  .cta-card{
    max-width: 700px;
    margin: 0 auto;
    position: relative;
    overflow: hidden;

    border-radius: 18px;
    border: 1px solid var(--border);
    background:
      radial-gradient(1200px 420px at 50% -20%, rgba(255,255,255,.12), transparent 55%),
      linear-gradient(135deg, var(--blue), var(--blue-2));
    padding: 18px 18px;
  }

  .cta-card::before{
    content:"";
    position:absolute;
    inset:-2px;
    background:
      radial-gradient(640px 260px at 25% 25%, rgba(244,182,0,.18), transparent 60%),
      radial-gradient(520px 240px at 80% 80%, rgba(255,255,255,.08), transparent 62%);
    pointer-events:none;
  }

  .cta-content{
    position: relative;
    z-index: 2;
    text-align: center;
    padding: 6px 10px 10px;
  }

  .cta-title{
    margin: 0 auto 14px;
    font-size: clamp(18px, 2.3vw, 24px);
    line-height: 1.35;
    font-weight: 700;
    color: var(--text);
    letter-spacing: .2px;
  }

  .cta-brand{ color: var(--yellow); }

  .cta-actions{
    display: grid;
    grid-template-columns: 1fr;
    gap: 12px;
    justify-content: center;
    align-items: center;
    margin: 0 auto 14px;
    max-width: 560px;
  }

  @media (min-width: 640px){
    .cta-actions{ grid-template-columns: 1fr 1fr; }
    .cta-content{ padding: 10px 64px 12px; }
  }

  .btn{
    display: inline-flex;
    align-items: center;
    justify-content: center;

    text-decoration: none;
    user-select: none;

    padding: 12px 16px;
    border-radius: 999px;
    font-weight: 600;
    font-size: 16px;

    transition: transform .12s ease, filter .12s ease, background-color .12s ease, border-color .12s ease;
    will-change: transform;

    border: 1px solid rgba(255,255,255,.10);
  }

  .btn:active{ transform: translateY(1px); }
  .btn:hover{ filter: brightness(1.02); }

  .btn-line{
    background: var(--line);
    color: #fff;
    border-color: rgba(0,0,0,.08);
  }
  .btn-line:hover{
    background: var(--line-hover);
    color:#fff;
  }

  .btn-callback{
    background: var(--btn-primary);
    color: #fff;
    border-color: rgba(0,0,0,.08);
  }
  .btn-callback:hover{
    background: var(--btn-primary-hover);
    color:#062566
  }

  a.btn.btn-line,
  a.btn.btn-line:visited,
  a.btn.btn-line:active,
  a.btn.btn-line:focus,
  a.btn.btn-line:focus-visible{
    color:#fff !important;
  }

  a.btn.btn-callback,
  a.btn.btn-callback:visited,
  a.btn.btn-callback:active,
  a.btn.btn-callback:focus,
  a.btn.btn-callback:focus-visible{
    color:#062566 !important;
  }

  .btn strong{ font-weight: 700; }
</style>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-cpa/">ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) คือใคร ? สรุปหน้าที่ และวิธีเช็กรายชื่อล่าสุด</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้สอบบัญชี คือใคร ? สรุปหน้าที่ และความสำคัญ ที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้</title>
		<link>https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting-auditor/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chob Accounting Team]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 07:19:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://chobaccountingonline.co.th/?p=16629</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในกระบวนการจัดทำ และปิดงบการเงินของธุรกิจ ผู้สอบบัญชี ถือเป็นหนึ่งในคนสำคัญที่มีบทบาทโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลทางการเงิน แม้เจ้าของธุรกิจจำนวนมากจะคุ้นเคยกับคำนี้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังมีไม่น้อยที่ยังไม่เข้าใจชัดเจนว่า ผู้สอบบัญชีมีขอบเขตหน้าที่อย่างไร และเหตุใดการเลือกผู้สอบบัญชีที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญต่อธุรกิจ ความเป็นจริง ผู้สอบบัญชีไม่ได้เป็นเพียงผู้ที่เข้ามาตรวจสอบเอกสารในช่วงปลายปีเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญอิสระที่ช่วยตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงิน และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ข้อมูลทางการเงินของกิจการ ซึ่งมีผลต่อทั้งผู้ถือหุ้น นักลงทุน เจ้าหนี้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้สอบบัญชี คือใคร ? ผู้สอบบัญชี [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting-auditor/">ผู้สอบบัญชี คือใคร ? สรุปหน้าที่ และความสำคัญ ที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-link-color wp-elements-390734c0050acf118b75609ea1d457d5 wp-block-paragraph">ในกระบวนการจัดทำ และ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-closing-financial-statement/" type="post" id="11805">ปิดงบการเงิน</a>ของธุรกิจ ผู้สอบบัญชี ถือเป็นหนึ่งในคนสำคัญที่มีบทบาทโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลทางการเงิน แม้เจ้าของธุรกิจจำนวนมากจะคุ้นเคยกับคำนี้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังมีไม่น้อยที่ยังไม่เข้าใจชัดเจนว่า ผู้สอบบัญชีมีขอบเขตหน้าที่อย่างไร และเหตุใดการเลือกผู้สอบบัญชีที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญต่อธุรกิจ</p>



<p class="has-link-color wp-elements-97d98762e0c4fcb6c1982113e24ca0e8 wp-block-paragraph">ความเป็นจริง ผู้สอบบัญชีไม่ได้เป็นเพียงผู้ที่เข้ามาตรวจสอบเอกสารในช่วงปลายปีเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญอิสระที่ช่วยตรวจสอบความถูกต้องของ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-financial-statement/" type="post" id="4954">งบการเงิน</a> และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ข้อมูลทางการเงินของกิจการ ซึ่งมีผลต่อทั้ง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-shareholder/" type="post" id="8800">ผู้ถือหุ้น</a> นักลงทุน เจ้าหนี้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ผู้สอบบัญชี คือใคร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ผู้สอบบัญชี</strong> คือ ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบงบการเงิน และมีหน้าที่แสดงความเห็นว่างบการเงินของกิจการถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่ เพื่อให้ผู้ถือหุ้น เจ้าหนี้ นักลงทุน หรือหน่วยงานรัฐนำข้อมูลทางการเงินไปใช้อย่างมั่นใจมากขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในทางปฏิบัติ ผู้สอบบัญชีมีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจ ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ช่วยเพิ่มความเชื่อถือให้งบการเงิน</li>



<li>ช่วยสะท้อนความเสี่ยง หรือจุดอ่อนของระบบบัญชี</li>



<li>ช่วยให้การยื่นงบการเงินเป็นไปตามข้อกำหนดของรัฐ</li>



<li>ช่วยให้ผู้บริหาร และผู้ถือหุ้น ได้รับข้อมูลทางการเงินของธุรกิจที่มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="540" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/chob-img.webp" alt="" class="wp-image-16666" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/chob-img.webp 960w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/chob-img-300x169.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/chob-img-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">หน้าที่ของผู้สอบบัญชี</h2>



<p class="has-link-color wp-elements-cf2f9195ce7cba6a6b7f2ea742c2d7ab wp-block-paragraph">หน้าที่หลักของผู้สอบบัญชี คือการตรวจสอบงบการเงิน และแสดงความเห็นอย่างเป็นอิสระ ซึ่งแตกต่างจากผู้ทำบัญชีที่มีหน้าที่<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting/" type="post" id="6916">ทำบัญชี</a>แทนกิจการ และไม่ใช่การรับประกันว่าธุรกิจจะไม่มีความผิดพลาดเลย แต่เป็นการตรวจสอบตามมาตรฐานวิชาชีพว่างบการเงินไม่มีความผิดพลาดอันเป็นสาระสำคัญ โดยแบ่งออกเป็น 4 ข้อหลัก ๆ ดังนี้</p>



<p class="has-link-color wp-elements-a29fd8e03b776f8850be544dd81b5470 wp-block-paragraph">1. <strong>ตรวจสอบงบการเงิน และเอกสารประกอบ</strong><br>ผู้สอบบัญชีต้องตรวจสอบรายการสำคัญของงบการเงิน เช่น <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-revenue/" type="post" id="14589">รายได้</a> <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-expense/" type="post" id="14630">ค่าใช้จ่าย</a> ลูกหนี้ เจ้าหนี้ <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-asset/" type="post" id="13653">สินทรัพย์</a> ภาษี และ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-are-notes-to-financial-statements/" type="post" id="12074">หมายเหตุประกอบงบการเงิน</a> โดยอาศัยเอกสารหลักฐาน และวิธีการตรวจสอบตามมาตรฐานวิชาชีพ</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. <strong>ประเมินความถูกต้อง และความสมเหตุสมผล</strong><br>นอกจากการตรวจสอบแล้ว ผู้สอบบัญชียังต้องดูว่ารายการรับรู้รายการนั้น ถูกต้องตามหลักบัญชีภาษีหรือไม่ เช่น รับรู้รายได้ถูกงวดหรือเปล่า มีหนี้ค้างจ่ายที่ยังไม่บันทึกหรือไม่ หรือมีรายการที่ไม่ได้เปิดเผยเพิ่มเติมหรือไม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. <strong>แสดงความเห็นในรายงานผู้สอบบัญชี</strong><br>ผลลัพธ์สำคัญของงานสอบบัญชีคือ รายงานของผู้สอบบัญชี ซึ่งจะระบุความเห็นต่องบการเงิน เช่น ไม่มีเงื่อนไข, มีเงื่อนไข, ไม่แสดงความเห็น หรือเห็นว่างบไม่ถูกต้องตามสมควร โดยระบบ DBD e-Filing จะมีช่องให้กรอกข้อมูลผู้สอบบัญชีรับอนุญาต วันที่รับรองงบ และเงื่อนไขการแสดงความเห็นในรายงานการสอบบัญชีโดยตรง</p>



<p class="wp-block-paragraph">4. <strong>รักษาความเป็นอิสระ และจรรยาบรรณ</strong><br>ผู้สอบบัญชีต้องเป็นอิสระจากกิจการที่ตนเองตรวจสอบ เพราะถ้ามีผลประโยชน์ทับซ้อน ความน่าเชื่อถือของรายงานทางการเงินจะลดลงทันที</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">คุณสมบัติของผู้สอบบัญชี</h2>



<p class="wp-block-paragraph">โดยทั่วไป ผู้สอบบัญชีที่ลงลายมือชื่อรับรองงบการเงิน ต้องมีคุณสมบัติตามกฎหมาย และหลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับของสภาวิชาชีพบัญชี ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ต้องมีใบอนุญาต หรือสถานะวิชาชีพถูกต้องตามประเภทงาน</li>



<li>ต้องผ่านหลักเกณฑ์การฝึกหัดงาน/ฝึกอบรมตามที่กำหนด</li>



<li>ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย หรือข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับ</li>



<li>หากเป็นผู้สอบบัญชีตลาดทุน ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. เพิ่มเติมจากการเป็นผู้สอบบัญชีทั่วไป</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="900" height="800" src="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/Types-of-accounting-auditors-2.webp" alt="ประเภทของผู้สอบบัญชี" class="wp-image-16667" style="width:1100px" srcset="https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/Types-of-accounting-auditors-2.webp 900w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/Types-of-accounting-auditors-2-300x267.webp 300w, https://chobaccountingonline.co.th/wp-content/uploads/2026/04/Types-of-accounting-auditors-2-768x683.webp 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">ประเภทของผู้สอบบัญชี</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้สอบบัญชี สามารถแบ่งประเภทตามสังกัดหน้าที่การทำงาน ขอบเขตงาน และกลุ่มกิจการที่ตรวจสอบได้ ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">1. ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA)</h3>



<p class="has-link-color wp-elements-23a720b5d21a22a596bcc88e49d0adfc wp-block-paragraph">ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) คือ ผู้สอบบัญชีที่มีสิทธิตรวจสอบ และรับรองบัญชีได้เฉพาะ<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-partnership/" type="post" id="6424">ห้างหุ้นส่วน</a>ที่จดทะเบียนนิติบุคคลตามกฎหมาย และต้องเป็นห้างหุ้นส่วนที่ได้รับการยกเว้นให้ไม่ต้องส่งงบการเงินให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบ โดยเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนดคือ <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-registered-capital/" type="post" id="8405">ทุนจดทะเบียน</a>ไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">2. ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทั่วไป (CPA)</h3>



<p class="has-link-color wp-elements-4ab4c5fb6aca4ecb64aac4de3e073a32 wp-block-paragraph"><a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-cpa/" type="post" id="16643">ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต</a> (CPA) คือ ผู้สอบบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตตามหลักเกณฑ์ของสภาวิชาชีพบัญชี เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบ และรับรองงบการเงินของนิติบุคคลตามมาตรฐานการตรวจสอบบัญชี</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">3. ผู้สอบบัญชีตลาดทุน (List of auditors approved by the office of SEC)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้สอบบัญชีตลาดทุน คือ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ที่ได้รับความเห็นชอบเพิ่มเติมจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้สามารถสอบบัญชี และลงนามรับรองงบการเงินของกิจการในตลาดทุน หรือกิจการที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ได้ โดยมีการกำหนดคุณสมบัติรายบุคคล และคุณสมบัติของสำนักงานสอบบัญชีเพิ่มเติมจากผู้สอบบัญชีทั่วไป และความเห็นชอบมีอายุคราวละไม่เกิน 5 ปี</p>



<h3 class="wp-block-heading" style="padding-top:10px;padding-bottom:10px;font-size:22px;font-style:normal;font-weight:700">4. ผู้ตรวจสอบภายใน (IA)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ตรวจสอบภายใน (IA) คือ ผู้ที่ช่วยตรวจสอบระบบควบคุมภายใน กระบวนการทำงาน ความเสี่ยง และการปฏิบัติตามนโยบายขององค์กรจากมุมภายใน ไม่ใช่ผู้สอบบัญชีที่มารับรองงบการเงินต่อหน่วยงานภายนอก</p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">เคล็ดลับการเลือกผู้สอบบัญชี</h2>



<p class="wp-block-paragraph">1. <strong>ตรวจสอบคุณสมบัติขั้นพื้นฐาน</strong><br>ผู้สอบบัญชีต้องเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) หรือผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง และตรวจสอบว่าใบอนุญาตยังใช้งานได้ปกติเท่านั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. <strong>พิจารณาประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ</strong><br>เลือกผู้สอบบัญชีที่มีประสบการณ์ตรงในธุรกิจประเภทเดียวกัน เพราะจะมีเข้าใจในธุรกิจ และความเสี่ยงเฉพาะกลุ่มได้ดีกว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. <strong>ประเมินความเป็นอิสระ และจรรยาบรรณ</strong><br>ผู้สอบบัญชีต้องมีความเป็นอิสระ ไม่มีส่วนได้เสีย หรือความสัมพันธ์ส่วนตัวกับบริษัทที่ว่าจ้าง เพื่อความโปร่งใสในการทำงาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">4. <strong>ตรวจสอบหลักฐานการรับงาน (หนังสือตอบรับ)</strong><br>ต้องจัดทำหนังสือตอบรับงานการตรวจสอบ และรับรองบัญชี (Engagement Letter) เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อยืนยันขอบเขตการทำงาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">5. <strong>ประเมินทีมงาน และแนวทางการทำงาน</strong><br>ทีมงานของผู้สอบบัญชี ต้องมีความรู้เรื่องมาตรฐานรายงานทางการเงิน และผู้สอบบัญชีต้องลงมาตรวจสอบจริง</p>



<p class="wp-block-paragraph">6. <strong>การพิจารณาค่าตอบแทน</strong><br>ค่าสอบบัญชีควรสมเหตุสมผลตามขอบเขตงาน ไม่ควรเลือกเพราะราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว</p>



<p class="has-link-color wp-elements-3386667d24978694ef742ccc695b6939 wp-block-paragraph">คุณพัทธนันท์ วัชรโชติธาดาพงษ์ &#8211; ประธานกรรมการบริหาร Chob Accounting ผู้เชี่ยวชาญในการให้<a href="https://chobaccountingonline.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5/" type="page" id="140">บริการรับทำบัญชี</a> ได้แบ่งปันว่า <em>“ธุรกิจจำนวนมากไม่ได้มีปัญหาในเรื่องของการหาผู้สอบบัญชีไม่ได้ แต่มีปัญหาในเรื่องเอกสาร และข้อมูลภายในที่ยังไม่พร้อมมากกว่า เช่น รายได้ยังบันทึกไม่ครบ ค่าใช้จ่ายบางรายการไม่มีหลักฐาน หรือรายการระหว่าง<a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-company-director/" type="post" id="8792">กรรมการ</a>กับบริษัทที่ไม่ชัดเจน เมื่อถึงช่วงปิดงบ ทำให้ผู้สอบบัญชีต้องขอข้อมูลเพิ่มหลายรอบ ส่งผลให้การตรวจสอบล่าช้าตามไปด้วย ดังนั้น หากอยากให้การตรวจสอบบัญชีดำเนินไปอย่างไม่มีปัญหา สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การเลือกผู้สอบบัญชีให้ถูกคนเท่านั้น แต่ต้องจัดเตรียมข้อมูลของกิจการให้พร้อมตั้งแต่ต้นด้วยค่ะ”</em></p>



<h2 class="wp-block-heading" style="padding-top:20px;padding-bottom:10px;font-size:26px;font-style:normal;font-weight:700">สรุป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้สอบบัญชี คือ ผู้เชี่ยวชาญอิสระที่ช่วยตรวจสอบ และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้งบการเงินของธุรกิจ แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้การรู้ความหมาย คือการรู้ว่าธุรกิจของคุณต้องใช้ผู้สอบบัญชีประเภทไหน เพราะผู้สอบบัญชีแต่ละประเภท มีอำนาจหน้าที่ และขอบเขตงานไม่เหมือนกัน หากเลือกให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ก็จะทำให้การปิดงบการเงินดำเนินไปอย่างถูกต้อง และช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาเรื่องบัญชีและภาษีในระยะยาวได้เป็นอย่างมาก</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับเจ้าของธุรกิจทั่วไป โดยเฉพาะบริษัทจำกัด ประเด็นที่ควรโฟกัสคือการเลือกผู้สอบบัญชีที่มีสถานะถูกต้อง ตรวจสอบได้ สื่อสารได้ดี และเข้าใจธุรกิจของคุณจริง เพราะผู้สอบบัญชีที่ดีไม่ใช่แค่ผู้ลงลายมือชื่อในงบการเงิน แต่เป็นหนึ่งในคนสำคัญที่ช่วยให้ข้อมูลทางการเงินของธุรกิจน่าเชื่อถือนั่นเองค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อ้างอิง :</p>



<ol class="wp-block-list has-link-color wp-elements-596b6aa36ef526e15855728c9500dba5">
<li><a href="https://www.rd.go.th/25624.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สิทธิของผู้สอบบัญชีภาษีอากร กรมสรรพากร</a></li>



<li><a href="https://www.tfac.or.th/upload/9414/0fCOM8tdq8.PDF" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ข้อบังคับว่าด้วยหลักเกณฑ์ และคุณสมบัติของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต สภาวิชาชีพบัญชี</a></li>
</ol>



<section class="cta-wrap" aria-label="CTA Contact Section">
  <div class="cta-card">
    <div class="cta-content">
      <h3 class="cta-title">
        สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม <span class="cta-brand">โดยไม่มีค่าใช้จ่าย !</span>
      </h3>

      <div class="cta-actions" role="group" aria-label="CTA Buttons">
        <a class="btn btn-line" href="https://lin.ee/HoBCNbLj" target="_blank" rel="noopener">
          <strong>ปรึกษาผ่าน LINE</strong>
        </a>

        <a class="btn btn-callback" href="tel:0941594561">
          <strong>โทรหาเราตอนนี้</strong>
        </a>
      </div>
    </div>
  </div>
</section>

<style>
  :root{
    --blue:#062566;
    --yellow:#F4B600;

    --line:#00B900;
    --line-hover:#00a300;

    --blue-2:#041a4a;
    --text:#f2f6ff;
    --muted: rgba(242,246,255,.82);
    --border: rgba(255,255,255,.10);
    --shadow: 0 18px 50px rgba(3,10,28,.35);

    --btn-primary: var(--yellow);
    --btn-primary-hover: #e1a800;
  }

  .cta-wrap{
    padding: 22px 14px;
    font-family: ui-sans-serif, system-ui, -apple-system, Segoe UI, Roboto, "Noto Sans Thai", "Helvetica Neue", Arial, sans-serif;
  }

  .cta-card{
    max-width: 700px;
    margin: 0 auto;
    position: relative;
    overflow: hidden;

    border-radius: 18px;
    border: 1px solid var(--border);
    background:
      radial-gradient(1200px 420px at 50% -20%, rgba(255,255,255,.12), transparent 55%),
      linear-gradient(135deg, var(--blue), var(--blue-2));
    padding: 18px 18px;
  }

  .cta-card::before{
    content:"";
    position:absolute;
    inset:-2px;
    background:
      radial-gradient(640px 260px at 25% 25%, rgba(244,182,0,.18), transparent 60%),
      radial-gradient(520px 240px at 80% 80%, rgba(255,255,255,.08), transparent 62%);
    pointer-events:none;
  }

  .cta-content{
    position: relative;
    z-index: 2;
    text-align: center;
    padding: 6px 10px 10px;
  }

  .cta-title{
    margin: 0 auto 14px;
    font-size: clamp(18px, 2.3vw, 24px);
    line-height: 1.35;
    font-weight: 700;
    color: var(--text);
    letter-spacing: .2px;
  }

  .cta-brand{ color: var(--yellow); }

  .cta-actions{
    display: grid;
    grid-template-columns: 1fr;
    gap: 12px;
    justify-content: center;
    align-items: center;
    margin: 0 auto 14px;
    max-width: 560px;
  }

  @media (min-width: 640px){
    .cta-actions{ grid-template-columns: 1fr 1fr; }
    .cta-content{ padding: 10px 64px 12px; }
  }

  .btn{
    display: inline-flex;
    align-items: center;
    justify-content: center;

    text-decoration: none;
    user-select: none;

    padding: 12px 16px;
    border-radius: 999px;
    font-weight: 600;
    font-size: 16px;

    transition: transform .12s ease, filter .12s ease, background-color .12s ease, border-color .12s ease;
    will-change: transform;

    border: 1px solid rgba(255,255,255,.10);
  }

  .btn:active{ transform: translateY(1px); }
  .btn:hover{ filter: brightness(1.02); }

  .btn-line{
    background: var(--line);
    color: #fff;
    border-color: rgba(0,0,0,.08);
  }
  .btn-line:hover{
    background: var(--line-hover);
    color:#fff;
  }

  .btn-callback{
    background: var(--btn-primary);
    color: #fff;
    border-color: rgba(0,0,0,.08);
  }
  .btn-callback:hover{
    background: var(--btn-primary-hover);
    color:#062566
  }

  a.btn.btn-line,
  a.btn.btn-line:visited,
  a.btn.btn-line:active,
  a.btn.btn-line:focus,
  a.btn.btn-line:focus-visible{
    color:#fff !important;
  }

  a.btn.btn-callback,
  a.btn.btn-callback:visited,
  a.btn.btn-callback:active,
  a.btn.btn-callback:focus,
  a.btn.btn-callback:focus-visible{
    color:#062566 !important;
  }

  .btn strong{ font-weight: 700; }
</style>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://chobaccountingonline.co.th/what-is-accounting-auditor/">ผู้สอบบัญชี คือใคร ? สรุปหน้าที่ และความสำคัญ ที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้</a> appeared first on <a href="https://chobaccountingonline.co.th">Chob Accounting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
